เมื่อคืนที่กลับมาจากป่าอสูร เซียวจิ่วเอ๋อร์ได้ตรวจสอบพลังของตนเองอย่างชัดเจนแล้ว
ในตอนนี้นางเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกระดับหก ซึ่งเหนือกว่าเซียวหรันที่เพิ่งบรรลุขั้นห้าและเซียวเฟิ่งเอ๋อร์ซึ่งอยู่ขั้นหกระดับสอง
ทว่านางเพิ่งมาถึงโลกใบนี้จึงยังไม่รู้วิธีใช้พลังิญญาอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่มีสัตว์อัญเชิญมาคอยเสริมพลัง ดังนั้นนางจึงไม่คิดที่จะเปิดเผยพลังของตนออกไปในเวลานี้
หากนางเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงจะมีผู้คนมากมายหันมาจับจ้องนาง ทำให้นางฝึกฝนไม่สะดวก อีกทั้งยังอาจนำพาภัยร้ายแรงถึงชีวิตมาให้อีกด้วย
เมื่อเซียวเฟิ่งเอ๋อร์เห็นเซียวจิ่วเอ๋อร์หลบการโจมตีของตนได้อย่างปลอดภัยก็แค่นเสียงเยาะเย้ย ก่อนจะร่วมมือกับเซียวหรันโจมตีเข้าใส่นางพร้อมกัน
เซียวจิ่วเอ๋อร์โต้กลับการโจมตีอย่างคล่องแคล่ว นางพลิกตัวกลางอากาศก่อนจะร่อนลงสู่พื้น และฉวยโอกาสคว้าข้อมือของเซียวหรันเอาไว้ แล้วดึงร่างของอีกฝ่ายเข้ามาขวางหน้า
ในจังหวะนั้นเอง ณ มุมซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้ ชายเสื้อของนางสะบัดเบาๆ พร้อมกับเปลวไฟสีฟ้าจางๆ ที่ลุกโชนอยู่ในฝ่ามือของนาง ก่อนที่นางจะปล่อยหมัดอันหนักหน่วงซัดเข้าที่หน้าท้องของเซียวหรันเต็มแรง!
เซียวหรันถูกหมัดอัดเข้าเต็มแรงจนร่างกระเด็นลอยออกไป แต่ก่อนที่นางจะร่วงลงพื้น เซียวจิ่วเอ๋อร์กลับคว้าข้อมือของนางเอาไว้ แล้วกระชากกลับมาด้วยแรงที่เหนือความคาดหมาย ก่อนจะปล่อยฝ่ามือซัดเซียวหรันอีกครั้งจนอีกฝ่ายกระอักเืถึงปล่อยมือ
เซียวหรันยังไม่ทันจะตั้งหลักก็ถูกเซียวจิ่วเอ๋อร์หมุนตัวเตะซ้ำ ส่งร่างปลิวไปกระแทกเข้ามุมลานอย่างแรง ท่วงท่าทั้งหมดนั้นเฉียบคม งดงาม และทรงพลัง จนผู้คนที่มองอยู่รอบข้างต่างพากันสูดหายใจลึกอย่างตกตะลึง
พวกเขาแทบไม่อาจละสายตาไปจากเซียวจิ่วเอ๋อร์ได้เลย
หญิงสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์ ใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมโตสุกใสราวกับดวงดาว ริมฝีปากแดงระเรื่อ ผิวขาวเนียนราวหิมะต้องแสงจันทร์ ยิ่งในยามนี้ที่นางยืนสง่างามอยู่กลางลมหนาว แผ่นหลังเหยียดตรง มือไขว้ไว้ข้างหลัง พร้อมรอยยิ้มที่แฝงความหยิ่งผยอง ก็ยิ่งทำให้นางดูโดดเด่นเกินใคร
ผู้คนแทบจะลืมไปแล้วว่าเดิมทีนางถูกตราหน้าว่าเป็ ‘สวะไร้ค่า’
“พลังฝีมือการต่อสู้ระยะประชิดและวิชาตัวเบาเช่นนี้ เซียวจิ่วเอ๋อร์เรียนรู้มาจากที่ใดกัน”
“เซียวหรันเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้า กลับไม่อาจสู้กับนางได้เลย?”
เซียวเฟิ่งเอ๋อร์ขมวดคิ้วมองเซียวหรันที่าเ็สาหัส ก่อนจะหันไปมองเซียวจิ่วเอ๋อร์อีกครั้ง สายตาของนางจ้องไปที่มือของเซียวจิ่วเอ๋อร์อย่างสงสัย
เื่ที่เซียวจิ่วเอ๋อร์ใช้พลังิญญาในป่าอสูรเมื่อคืน ทำให้นางนอนพลิกตัวคิดทบทวนถึงสิ่งที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนอนไม่หลับ นางอดสงสัยไม่ได้ว่า หรือบางทีนางจะตาฝาดไป
แต่ในวันนี้ ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย เซียวจิ่วเอ๋อร์กลับไม่เผยพลังิญญาออกมาเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อเป็โอกาสดีที่จะลบล้างชื่อสวะไร้ค่าให้สิ้นไป เช่นนี้แล้วนางจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปจริงหรือ
ไม่มีทางที่ใครจะยอมปล่อยโอกาสที่จะทำให้ตนเองโด่งดังไปทั่ว แถมยังได้รับการยกย่อง สรรเสริญ และถูกมองในแง่มุมใหม่ให้หลุดลอยไป
เมื่อคืนข้าต้องตาฝาดไปเองแน่ๆ! เซียวจิ่วเอ๋อร์ยังคงเป็แค่ขยะไร้ค่าคนเดิมนั่นแหละ!
ถึงนางจะมีพละกำลังมากพอจะซัดเซียวหรันจนหมอบ แต่การที่นางไม่มีพลังิญญา และไม่สามารถเทียบกับข้าได้ นั่นคือความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!
อัจฉริยะของตระกูลเซียวมีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้น นับั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีผู้ใดเหยียบหัวข้าได้!
เมื่อคิดเช่นนี้ เซียวเฟิ่งเอ๋อร์ก็แค่นหัวเราะเบาๆ นางจ้องมองเซียวจิ่วเอ๋อร์ก่อนจะประสานมือร่ายอาคม เตรียมแสดงพลังของตนเองให้ประจักษ์
ปราณอสูรแผ่กระจาย งูั์สีดำโผล่ขึ้นมาด้านหลังของเซียวเฟิ่งเอ๋อร์ ทุกสายตาจับจ้องด้วยความตื่นตะลึง นางสามารถอัญเชิญอสูรระดับสูงออกมาได้!
เผ่าอสูรในใต้หล้านี้ถูกแบ่งออกเป็หกประเภท
อสูรทั่วไป คืออสูรที่ยังไม่บรรลุสติปัญญา ใช้เป็แรงงานในการทำงาน
อสูริญญา คืออสูรที่มีสติปัญญา แต่ยังไม่สามารถบำเพ็ญจนกลายเป็มนุษย์ได้
อสูรวิเศษ คืออสูรที่อยู่ในรูปลักษณ์ครึ่งมนุษย์ครึ่งอสูร
ปีศาจอสูร คืออสูรที่ตบะแก่กล้า ฝึกบำเพ็ญมาหลายปีจนสามารถเปลี่ยนร่างเป็มนุษย์ได้อย่างอิสระ
มารอสูร คืออสูรที่มีพลังมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้
และเทพอสูร คืออสูรที่ทรงพลังเหนือสิ่งใด
มารอสูรและเทพอสูรนั้นหายากยิ่งนัก ทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจวแทบไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมาก่อน แค่ปีศาจอสูรตรงหน้าที่ผ่านการฝึกบำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปี ก็ถือเป็อสูรชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่งแล้ว!
เซียวจิ่วเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจรู้สึกระแวดระวังขึ้นมา
เซียวเฟิ่งเอ๋อร์อัญเชิญงูั์ตัวนี้ออกมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันมีพลังสูงกว่าอสูริญญาสองตัวเมื่อคืนอย่างเทียบไม่ติด หากต้องสู้กันตรงๆ นางต้องเสียเปรียบแน่ อีกทั้งยังมีเซียวหรันตัวก่อความวุ่นวายอยู่ข้างๆ
การไม่มีสัตว์อัญเชิญเป็ของตนเองนับเป็ข้อเสียเปรียบใหญ่หลวงสำหรับเซียวจิ่วเอ๋อร์ แต่ให้หนีไปน่ะหรือ ไม่มีทาง! นางไม่มีวันหนีเด็ดขาด
“เฟิ่งเอ๋อร์! หยุดมือเดี๋ยวนี้!”
เสียงของเซียวจื้อหยวนดังมาจากที่ไกล เขาร้องห้ามเสียงดังลั่น แต่เซียวเฟิ่งเอ๋อร์กลับทำเป็ไม่ได้ยิน
งูั์ที่ยาวหลายสิบจั้งแลบลิ้นแยกเขี้ยว พร้อมกับจ้องมองเซียวจิ่วเอ๋อร์ด้วยดวงตาอันเ็าและน่าหวาดหวั่น ราวกับกำลังจ้องเหยื่ออย่างหิวกระหาย
เพียงแค่หางของมันกวาดผ่านเบาๆ เท่านั้น เรือนของเซียวจิ่วเอ๋อร์ก็พังทลายในทันที
สีหน้าของเซียวจิ่วเอ๋อร์เปลี่ยนไปในบัดดล นางหันขวับไปมองซากปรักหักพังนั้นด้วยความร้อนรน
นางนึกขึ้นได้ว่าซิงซิงยังหลับอยู่ในนั้น!
แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ทำอะไร เซียวเฟิ่งเอ๋อร์ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโเี้ พร้อมจู่โจมซ้ำทันที!
“ไสหัวไป! หมาที่ดีไม่ขวางทาง ขืนยังตามตอแยข้าอยู่ล่ะก็ ข้าจะทำให้เ้าไม่มีแม้แต่ซากศพให้ฝัง!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ตวาดลั่นอย่างหัวเสีย นางกวาดตามองกองอิฐและซากปรักหักพังที่ถล่มลงมาพลางเร่งหาซิงซิงที่ยังคงหายไป
แม้เด็กคนนั้นจะดูไม่ธรรมดา แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยังเป็เพียงเด็กเล็ก หากถูกซากอิฐทับจนตาย นั่นย่อมเป็ความรับผิดชอบของนางโดยตรง
ความรู้สึกผิดพลันแล่นขึ้นมาในใจเซียวจิ่วเอ๋อร์ ดวงตาของนางทอประกายสีแดงเืออกมาแวบหนึ่ง ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้เซียวเฟิ่งเอ๋อร์หัวเราะเ็าออกมา
“ช่างกล้าพูดนัก ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าเ้าจะทำให้ข้าตายได้อย่างไร!”
“พี่ใหญ่!” เซียวหรันฉวยโอกาสแทรกเข้ามา เอ่ยเสริมด้วยสีหน้าชิงชัง “เซียวจิ่วเอ๋อร์ช่างปากร้ายและจิตใจต่ำช้า ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองพี่น้องต้องแตกร้าว วันนี้ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราต้องฆ่านางให้ได้ เพื่อกู้ชื่อเสียงของตระกูลเซียว!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ถอนหายใจอย่างเหลืออด ก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างไม่แยแส นางแทบอยากจะคว้ามีดมาแทงพวกนางทั้งคู่ให้จบเื่ไปเสียเลย
เซียวเฟิ่งเอ๋อร์ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป นางผสานมุทราอัญเชิญอสูรระดับสูงอีกตัวหนึ่งออกมา แมงป่องพิษเพลิงแดง
ทันใดนั้น แมงป่องขนาดมหึมาที่สูงหลายจั้งก็คำรามลั่น ก่อนพุ่งทะยานออกมาจากใต้ดินด้วยพลังมหาศาล ฝูงชนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่ามันมีหางสามแฉก ซึ่งแต่ละแฉกกำลังลุกโชติ่ไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน!
เซียวจิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองและถึงกับอึ้งไป ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองพร้อมแววตารังเกียจ
“เซียวเฟิ่งเอ๋อร์ เ้าลอบเลี้ยงอะไรพวกนี้งั้นหรือ เหล่าสัตว์พิษนี่มันช่างเหมือนเ้าจริงๆ คนเลี้ยงเป็เช่นไรสัตว์อัญเชิญก็เป็เช่นนั้น! ทั้งอัปลักษณ์ ทั้งโหดร้าย!”
“ใกล้จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้จักสำนึกผิด! วันนี้ข้าจะส่งเ้าไปพบแม่ที่เป็เผ่าอสูรของเ้าเอง!”
ดวงตาของเซียวเฟิ่งเอ๋อร์เต็มไปด้วยความอาฆาต นางร่วมมือกับแมงป่องพิษเพลิงแดงโหมโจมตีใส่เซียวจิ่วเอ๋อร์ จนเซียวจิ่วเอ๋อร์ต้องถอยร่นอย่างต่อเนื่อง
ในใจของเซียวจิ่วเอ๋อร์เต็มไปด้วยความสงสัย เมื่อคืนเหล่าอสูรในป่าอสูรล้วนเชื่อฟังข้า ทำไมสองตัวนี้กลับไม่สนใจเลยล่ะ
นางเคยคิดว่าฟ้าประทานภารกิจสำคัญให้กับตนเอง จึงให้กลับมาเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็ราชันเผ่าอสูร แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า นางก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ ข้าคงคิดไปเอง...ข้าหลงตัวเองเกินไปจริงๆ
เซียวจิ่วเอ๋อร์ที่เมื่อครู่ประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันหนีไปไหนได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองในใจว่า ข้ายังเด็กเกินไปนัก
เมื่อเห็นเซียวจิ่วเอ๋อร์ตกเป็ฝ่ายถูกโจมตีโดยไม่อาจตอบโต้ได้ เซียวเฟิ่งเอ๋อร์ก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“จิ่วเอ๋อร์…”
ขณะที่เซียวจิ่วเอ๋อร์กำลังหลบหนีท่ามกลางการโจมตี นางก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ดังมาจากใต้ซากปรักหักพัง
ร่างของนางพลันชะงักไป ก่อนจะรีบก้มหลบหางพิษของแมงป่องที่ฟาดเฉียดหัวนางไปได้อย่างหวุดหวิด แล้วหันขวับไปมองต้นเสียง
ซิงซิงโผล่ขึ้นมาจากกองอิฐอย่างทุลักทุเลท่ามกลางสายตาของผู้คน ใบหน้าและเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น แต่เขาก็ได้แต่นั่งขยี้ตาเบาๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสารราวกับจะร้องไห้
เด็กน้อยร้องเรียกชื่อของเซียวจิ่วเอ๋อร์อย่างงัวเงีย ปากเล็กๆ ยื่นออกมาพร้อมน้ำเสียงสะอื้นราวกับเพิ่งตื่นนอนและยังหลับไม่เต็มอิ่ม
เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยยังมีชีวิตอยู่ เซียวจิ่วเอ๋อร์ก็ถอนหายใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง แต่หัวใจของนางยังคงสั่นไหว มิอาจวางใจได้เสียทีเดียว
เด็กคนนี้มีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งผิดปกติ หากนางคาดไม่ผิดเด็กคนนี้จะต้องเป็อสูรอย่างแน่นอน อีกทั้งการที่เขาสามารถคงรูปลักษณ์มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ เป็ไปได้สูงว่าเขาอาจเป็อสูรที่บำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปี
เมื่อคิดถึงชะตากรรมของฉงซวงมารดาของนาง เซียวจิ่วเอ๋อร์ก็กัดฟันแน่น ไม่ว่าจะอย่างไร นางจะไม่ยอมให้พวกบ้าคลั่งพวกนี้ล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของซิงซิงเด็ดขาด หากความจริงถูกเปิดเผย พวกมันต้องจับเขาฆ่าทันทีเพื่อนำแก่นอสูรออกมาอย่างแน่นอน
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเด็กน้อยทำให้ทุกคนในที่นั้นหันมาสนใจเขาแทบจะในทันที แม้กระทั่งเซียวเฟิ่งเอ๋อร์ และเซียวหรันที่กำลังมุ่งหมายจะฆ่าเซียวจิ่วเอ๋อร์ก็ถึงกับชะงักงันไปเมื่อเห็นเด็กแปลกหน้าผู้นี้