ตอนที่ 36 ไปขอบคุณผู้มีพระคุณถึงบ้าน
หานชีเยวี่ยผู้กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารให้ครอบครัวถึงกับงุนงงไปชั่วขณะนี่มันเกิดอะไรขึ้น? อยู่ดีๆถึงให้เธอหลบไปซ่อนอย่างนั้น?
“ย่า หนูไม่เป็นอะไรหนูไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ”
ถึงแม้ย่าเฒ่าหานจะไม่ได้พูดอะไรแต่หานชีเยวี่ยรู้สึกได้ว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ย่าหานกำลังปกป้องเธออยู่
จากวันนี้เป็นต้นไปไม่ว่าบ้านจะเจอเรื่องยากลำบากอะไร เธอจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะเผชิญหน้ากับมันไปพร้อมกับครอบครัว
ย่าเฒ่าหานร้อนใจจนเกือบจะร้องไห้ “อาเยวี่ยคนพวกนั้นมาแล้ว ครอบครัวจวงพาดพิงทำให้เราเดือดร้อนไปด้วย…”
นี่เป็นครั้งแรกที่หานชีเยวี่ยได้ยินน้ำเสียงสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ของย่าเฒ่าหาน
อะไรนะ? หานชีเยวี่ยถึงกับอึ้งไม่น่าเป็นไปได้!
“ย่าใจเย็นๆนะคะต่อให้ครอบครัวจวงมีเรื่องอะไร มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”
“มีรถจี๊ปเล็กมากำลังจะถึงหน้าบ้านเราแล้ว ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็ไปไม่ได้แล้วนะ”ย่าเฒ่าหานยังคงยืนกรานที่จะให้ชีเยวี่ยออกไปจากบ้าน
“ย่า ไม่เป็นไรหรอกค่ะจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราทุกคนจะปลอดภัย”
“หนูไปอยู่บ้านปู่ทวดสองวันก่อนรอให้เรื่องนี้จบแล้วค่อยกลับมา ชีเยวี่ยเชื่อฟังย่าเถอะนะ! ”
ปู่ทวดที่ย่าเฒ่าหานพูดถึงคือพี่ชายของท่านอยู่ในอำเภอข้างๆ
“บ้านปู่ทวดอยู่ไกลหลานไม่กล้าไปคนเดียวหรอก หลานไปหาพี่ใหญ่ที่ไร่ให้พี่ใหญ่ไปส่งดีกว่า”ตอนนี้ย่าเฒ่าหานร้อนรนจริงๆ ทั้งผลักชีเยวี่ยแล้วก็เตรียมเสบียงให้ด้วย
หานชีเยวี่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ย่าจ๊ะ ถ้าหนูไปบ้านปู่ทวดแล้ว พวกท่านที่อยู่ที่บ้านจะทำยังไง?”
“ย่าเป็นคนที่ดินเหลืองแทบจะกลบถึงคอ [1]แล้ว ยังต้องกลัวอะไรอีกล่ะ? มีอะไรย่าจะรับผิดชอบเอง”
ย่าเฒ่าหานพูดอย่างองอาจราวกับวีรสตรีผู้เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ
หานชีเยวี่ยยิ่งรู้สึกสะเทือนใจมากขึ้นอีกนี่คือคุณย่าที่รักและเอ็นดูเธออย่างมาก คุณย่าที่ดีขนาดนี้ชาติที่แล้วกลับต้องมาตายเพราะความโกรธแค้นที่ตู้ฉาก่อขึ้น
ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงรถจี๊ปดังมาจากข้างนอกแล้ว
ร่างกายของย่าเฒ่าหานเริ่มสั่นเทาหญิงชราที่ใช้ชีวิตในชนบทมาทั้งชีวิต ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเธอจึงรู้สึกกลัว
หานชีเยวี่ยก็รู้สึกใจหายเหมือนรถกำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านของเธอจริงๆ
ในวินาทีนั้นหานชีเยวี่ยเริ่มสงสัยว่าตัวเองทำอะไรบุ่มบ่ามเลิ่นเล่อเกินไปหรือเปล่าครอบครัวจวงสมควรได้รับความโชคร้ายนั้นแล้วแต่ถ้ามันทำให้ครอบครัวเธอเดือดร้อนไปด้วย เธอก็คงเป็นคนบาป
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้นแต่หานชีเยวี่ยก็ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา เธอยิ้มให้ย่าเฒ่าหานแล้วพูดว่า “ย่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ อาจจะเป็นญาติของใครสักคนในหมู่บ้านที่เป็นทหารแล้วได้ดีกลับมาเยี่ยมบ้านก็ได้”
“อาจจะเป็นไปได้พี่ชายคนรองอาจจะมีเรื่องน่ายินดีอะไรก็ได้!”
หานชีเยวี่ยยังพูดไม่ทันจบประโยครถจี๊ปก็มาจอดอยู่หน้าบ้านของเธอแล้ว
มาจอดหน้าบ้านจริงๆเหรอ?
ในหัวของหานชีเยวี่ยคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดตัวเธอวิ่งออกไปที่หน้าประตูบ้านอย่างรวดเร็วไม่ว่ายังไงก็ต้องเผชิญหน้าด้วยตัวเอง ดีกว่าให้คนในครอบครัวต้องมาเผชิญหน้าแทนเธอ
ย่าเฒ่าหานยังไม่หายตกใจพลันเห็นหานชีเยวี่ยวิ่งออกไปที่ประตูแล้ว เธอจึงรีบวิ่งตามไป
“ชีเยวี่ย หลานกลับมา!”
ทว่าหานชีเยวี่ยก็เดินไปถึงประตูแล้วหานชีเยวี่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วรวบรวมความกล้าเดินออกไปที่หน้าประตู
หน้าบ้านของตระกูลหาน มีรถจี๊ปจอดอยู่ข้างรถมีผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มเด็กอยู่และมีผู้ชายอีกคนหนึ่งกำลังก้มลงหยิบของจากเบาะหลังรถ
หานชีเยวี่ยมองดูอย่างตั้งใจแล้วก็พบว่าเป็นคนรู้จักผู้หญิงที่อุ้มเด็กอยู่นั้นถ้าไม่ใช่อู๋ฮุ่ยหลิงแล้วจะใช่ใครที่ไหน?
เมื่ออู๋ฮุ่ยหลิงเห็นหานชีเยวี่ยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ยิ่งเปล่งประกายสดใสขึ้นเธออุ้มลูกวิ่งเหยาะๆมาทางหานชีเยวี่ย
“น้องสาว ฉันหาเธอเจอจนได้พวกเราออกเดินทางตั้งแต่เช้า เดินทางไปผิดชุมชน หาอยู่นานกว่าจะมาถึงที่นี่ได้”
ผู้ชายที่กำลังหยิบของอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองมาทางหานชีเยวี่ย
หานชีเยวี่ยรู้สึกโล่งใจแค่ตื่นตูมมากไปเอง!
“พี่ฮุ่ยหลิง พี่มาที่นี่ได้ยังไงคะ?แล้วสหายท่านนี้คือ?”
“นี่คือพ่อของเป่าเอ๋อร์ ชื่อโจวหย่วนหยางเธอเรียกเขาว่าพี่โจวก็ได้” อู๋ฮุ่ยหลิงแนะนำสามีของเธอให้หานชีเยวี่ยรู้จัก“เขาได้ข่าวเลยรีบมารับพวกเราสองแม่ลูก พอรู้ว่าเธอเป็นคนช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้เขายืนกรานไม่ว่าอย่างไรต้องมาขอบคุณเธอให้ได้”
“พี่ฮุ่ยหลิงพี่กับพี่โจวเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ แค่เรื่องเล็กน้อยเองไม่ต้องลำบากมาถึงขนาดนี้ก็ได้”
ตอนนี้โจวหย่วนหยางพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง“บุญคุณที่ช่วยชีวิตเอาไว้ สมควรได้รับการตอบแทน” พูดจบโจวหย่วนหยางก็ทำความเคารพต่อหานชีเยวี่ย
“พี่โจวพวกพี่เสียสละเลือดเนื้อปกป้องประเทศชาติ ปกป้องครอบครัวของพวกพี่พวกเราทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยเหลืออยู่แล้วค่ะ”
โจวหย่วนหยางน้ำตาคลอหน่วยเล็กน้อยเด็กสาวคนนี้ไม่เลวเลย ที่พูดแบบนี้ออกมา แถมยังทำจริงอีกด้วยมันยากที่จะไม่ทำให้โจวหย่วนหยางรู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ
ในขณะเดียวกันหานชีเยวี่ยก็นึกขึ้นได้ว่าโจวหย่วนหยางคือใคร
โจวหย่วนหยางอยู่หน่วยเดียวกับพี่ชายคนรองของเธอพูดให้ถูกคือเป็นหัวหน้าของพี่ชายเธอ สองปีต่อจากนี้เขาจะพาพี่รองและทหารอีกหลายสิบนายไปปฏิบัติภารกิจ และทั้งหมดจะเสียชีวิต
ต่อมาเธอได้ยินมาว่าภารกิจครั้งนั้นจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องมีคนเสียสละมากขนาดนั้น แต่ฝ่ายตรงข้ามได้ข้อมูลไปก่อนทำให้ทีมของโจวหย่วนหยางต้องพ่ายแพ้
หานชีเยวี่ยจมอยู่ในห้วงความคิดส่วนย่าเฒ่าหานเมื่อได้ยินว่าคนทั้งสองมาขอบคุณหลานสาวของเธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
ดีแล้วที่ไม่ได้มาจับคน!
“เชิญสหายทั้งสองเข้าบ้านก่อนเถอะจ้ะฉันคือย่าของชีเยวี่ย”
“สวัสดีค่ะคุณย่าหาน หนูชื่อฮุ่ยหลิงคุณย่าดูใจดีจังเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยที่จะเลี้ยงดูน้องชีเยวี่ยออกมาเป็นคนดีแบบนี้ต่อไปหนูขอเรียกคุณย่าว่าคุณย่าได้ไหมคะ?”
อู๋ฮุ่ยหลิงมองย่าเฒ่าหาน พูดจาหวานหู
เธอก็ชอบคุณย่าคนนี้จริงๆถึงแม้เสื้อผ้าจะเก่าขาด แต่ก็ซักจนสะอาด แม้แต่รอยปะก็ยังเย็บอย่างเรียบร้อย
ย่าเฒ่าหานยิ้มหน้าบาน “ได้สิย่าชอบหลานสาวจะตาย บ้านเรามีลูกชายตั้งหกคน แต่มีชีเยวี่ยเป็นหลานสาวคนเดียวตอนนี้ก็ได้หลานสาวเพิ่มมาอีกคนแล้ว!”
ย่าเฒ่าหานเป็นคนฉลาดท่านมองออกว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา หลานชายของท่านก็เป็นทหารท่านพอจะรู้มาบ้างว่ามีแต่เจ้าหน้าที่เท่านั้นที่จะใส่เสื้อผ้าที่มีกระเป๋าเสื้อสี่ใบ
สหายเบื้องหน้าคนนี้ต้องเป็นเจ้าหน้าที่แน่ๆ
อู๋ฮุ่ยหลิงยิ้มแล้วบอกให้เป่าเอ๋อร์ในอ้อมแขนเรียกย่าเฒ่าหาน
“นี่คือคุณทวดไหนเป่าเอ๋อร์เรียกคุณทวดสิจ้ะ” เจ้าตัวเล็กก็ฉลาดเช่นกันได้ยินแม่พูดก็รีบเรียกคุณทวดด้วยเสียงอ้อแอ้ทันที
สำหรับย่าเฒ่าหานที่ใฝ่ฝันอยากเป็นคุณทวดมาตลอดเสียงเรียกนี้ช่างเข้าถึงใจยิ่งนัก
ท่านรีบรับเจ้าตัวเล็กมาจากอ้อมแขนของอู๋ฮุ่ยหลิง“มา มาให้ทวดอุ้มหน่อย ไอ้หยา อุ้มแล้วดูแข็งแรงดีจริงๆ ตัวหนักเชียวเธอดูแลเขาได้ดีมาก”
“เจ้าตัวเล็กกินเก่งค่ะเลยตัวหนักคุณย่าให้หนูอุ้มเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณย่าจะเหนื่อยเอา”
“ฉันเป็นย่าแก่ๆ แค่นี้จะไม่มีแรงเหรอ?อย่าดูถูกฉันเชียว” ย่าเฒ่าหานไม่ยอมแพ้อุ้มเจ้าตัวเล็กเดินเข้าไปในบ้าน พร้อมกับเรียกคนอื่นๆ
เชิงอรรถ
[1] คนที่ดินเหลืองแทบจะกลบถึงคอ :อายุมากแล้วใกล้สิ้นอายุขัยแล้ว