มหากาพย์ราชันสะท้านภพ

    บทที่15 สถานการณ์คับขัน

             ภายในป่าต้องห้าม เหยี่ยนฮ่าวตอนนี้กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆอย่างถี่ถ้วน  หรือทุกสิ่งทุกอย่างเป็นแผนของหลวงจีนมาร  เหตุใดชิ้นส่วนหยกที่มีดวงวิญญาณส่วนหนึ่งของเขาจึงไปอยู่ในดวงวิญญาณของปีศาจสีเลือด        เป็นไปได้หรือไม่ว่าเศษหยกอันนี้ เป็นเหตุที่ทำให้วิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ในตอนแรก  สามารถถือกำเนิดใหม่เป็นปีศาจสีเลือดได้ แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงสาเหตุที่เขาได้เข้ามาอยู่ในป่านี้  ทุกอย่างมันการตัดสินใจของเขาเองหลวงจีนมาไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง  และจากที่เขาได้รู้จักกับหลวงจีนมาร มาระยะเวลาหนึ่ง จนพอที่จะรับรู้ถึงนิสัยใจคอ หากไต้ซือท่านนั้นมีจิตคิดร้ายจริงๆ  ตัวเขาคงตายไปนานแล้ว จ้องงง…มองสายตาของเด็กหญิงที่จับจ้องมาเนิ่นนาน  เหยี่ยนฮ่าวจึงพยายามจะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการสนทนาแทน “ แม่นางเหยาจิงเอ๋อ ท่านได้รับความทรงจำกลับคืนมาแล้วใช่หรือไม่ ” เขาถามขึ้นด้วยใบหน้าแสดงความเป็นมิตรอย่างถึงที่สุด เพราะเด็กหญิงน่ารักที่อยู่เบื้องหน้านั้นเป็นปีศาจไม่ใช่มนุษย์  ทั้งยังมีพลังฝีมือเหนือเขาอยู่หลายขั้น หากนางนึกอยากจะจับเขากินขึ้นมา ก็คงทำได้แค่เพียงหลบหนีอย่างสิ้นหวังเท่านั้น…หลังจากที่ได้ยินคำถามของเหยี่ยนฮ่าวแววตาของ เด็กหญิงก็สั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นมันก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศก แน่นอนว่านางจำได้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต ความสิ้นหวัง ความทุกข์ทรมานในตอนที่นางเป็นมนุษย์   และนางก็ยังมีความทรงจำตอนที่ตัวนางกลายเป็นปีศาจสีเลือดด้วยเช่นกันนางรู้สึกได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านี้เหมือนมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกับนาง  นางรู้สึกทั้งคุ้นเคยและสนิทสนม ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นี่จึงเป็นเหตุผลที่นางสนใจอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก จากความทรงจำในตอนที่เป็นปีศาจสีเลือด เด็กหนุ่มคนนี้เป็นผู้เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยให้นางได้รับดวงวิญญาณอีกครึ่งคืนมา  ทั้งยังเป็นผู้ที่รับรู้อดีตที่แสนเศร้าของนางเป็นอย่างดี “ เจ้าชื่ออะไร…”  เหยาจิงเอ๋อถามขึ้น“ ข้าชื่อ…เหยี่ยนฮ่าว ” เขาตอบออกมาด้วยความรู้สึกแปลกใจ  มันช้าไปหน่อยหรือไม่สำหรับการแนะนำตัว  หรือว่านางจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้ เขาคิดขึ้นด้วยความสับสน เหยาจิงเอ๋อที่สังเกตเห็นสีหน้ามึนงงของเหยี่ยนฮ่าวก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย ส่วนเหตุผลที่นางได้ถามไปแบบนั้น  นั่นเพราะตัวนางในตอนนี้จึงถือเป็นการกำเนิดใหม่อย่างแท้จริง  ถือเป็นการเริ่มต้นทำความรู้จักตามมารยาท ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้เจอกับเหยี่ยนฮ่าวครั้งแรก นางเพียงกระทำไปตามสัญชาตญาณของปีศาจเท่านั้น ไม่มีความทรงจำหรือความคิดใดๆ  แต่หลังได้รับความช่วยเหลือจากเหยี่ยนฮ่าว ตอนนี้นางได้ถือกำเนิดใหม่อย่างสมบรูณ์แล้ว!!ชั่วขณะหนึ่งเหยาจิงเอ๋อก็เหมือนรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง  พลังของปีศาจสีเลือดระเบิดออกมาอย่างมหาศาล ร่างกายของนางค่อยๆสูงขึ้น มันเปลี่ยนกลายเป็นหญิงสาวที่แสนงดงามคนหนึ่ง  เหมือนดังเช่นที่เหยี่ยนฮ่าวเคยได้เห็นผ่านความทรงจำของนาง เพียงแต่ด้วยการที่นางถือกำเนิดใหม่เป็นปีศาจ ตัวนางในตอนนี้จึงแตกต่างไปจากเดิม แววตาที่เคยใสซื่อ กลับมีความดุร้ายโหดเหี้ยมเพิ่มขึ้นหลายส่วน  ร่ายกายที่เคยดูบอบบางก็เปลี่ยนเป็นดูสมส่วนขึ้น ทั้งยังเพิ่มความยั่วยวนขึ้นอย่างมาก “ พลังชีวิตของท่านลุงกำลังอ่อนลง ”  นางหันไปบอกกับเหยี่ยนฮ่าว จากนั้นก็ดึงมือเขาเหาะเหินไปยังทิศทางหนึ่งทันที         !!!เหยี่ยนฮ่าวตอนนี้กำลังอึ้งและตกใจกับการการทำที่ไม่คาดคิด  ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นในอดีต ตัวเขาก็ไม่เคยใกล้ชิดกับหญิงสาวคนใดเลยนอกจากมารดาตนเอง  อย่างมากสุดก็แค่ยืนพูดคุยกันไม่กี่คำกับญาติผู้น้อง  นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสมือกับหญิงสาว อีกทั้งนางยังงดงามมาก..‘ มือนางนุ่มและเย็นมาก…แต่เหตุใดตอนนี้ข้ารู้สึกมีความสุข ’’ จำได้ว่าท่านแม่เคยบอกให้ข้าหยุดฝึกฝน แล้วออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง จะได้พาสหายกลับมาแนะนำให้ท่านแม่รู้จัก   ข้าควรชวนนางไปดีหรือไม่ ’เหยี่ยนฮ่าวกำลังคิดอะไรวุ่นวายในสมอง โดยที่ได้ลืมไปแล้วว่า หญิงสาวที่จับมือตนเองอยู่นั้นไม่ใช่มนุษย์  ทั้งยังเป็นปีศาจสีเลือดที่ตนเองเคยหวาดกลัวอีกด้วย วูป!           กำแพงสีฟ้าใสอยู่ดีๆก็ปรากฏออกมากั้นขวางอยู่เบื้องหน้าถึงสามชั้น            ตูม!แต่ก็ถูกเหยาจิงเอ๋อพุ่งชนเข้าใส่อย่างรุนแรง  กำแพงเหล่านั้นมันก็ฉีกขาดออกเป็นช่องเล็กๆ  จนกระทั่งเมื่อพวกเขาทั้งสองผ่านเข้าไปแล้ว  ช่องว่างบนกำแพงก็ได้ซ่อมแซมตัวเอง จนสมบูรณ์ด้วยความรวดเร็ว             ณ โบราณสถานกลางป่าต้องห้าม           ไป่ซือเหยาเวลานี้กำลังร่วมมือกับผู้อาวุโสอีกสามคน หนึ่งในนั้นมีผู้อาวุโสหญิงคนที่เหยี่ยนฮ่าวเคยเจอตรงห้องโถงค่ายกลด้วย             ทั้งสี่กำลังเผาผลาญโลหิตพื้นฟูอาคมผนึกมารตรงโรงศพที่กักขังมารนอกพิภพ  ส่วนร่างบรรพชนเซียนตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนโรงศพ ด้วยร่างกายที่เสียหายอย่างหนัก  แต่มันก็กำลังฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆด้วยพลังโลหิตของสายเลือดตระกูลไป่            นางได้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อสองชั่วโมงก่อน หากไม่ใช่เพราะหลวงจีนมารบุกเข้ามา และได้ทำลายค่ายกลปิดกั้นการสื่อสาร  จากนั้นก็เข้าต่อสู้กับจอมมารกลืนวิญญาณอย่างดุเดือด  จนเปิดโอกาสให้นางรีบใช้ร่างบรรพชนเซียนผนึกโลงศพโบราณเอาไว้ได้ทัน  มารนอกพิภพตนนั้นคงเป็นอิสระแล้ว            หลังจากที่นางได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไป  ท่านผู้เฒ่าก็ได้นำท่านน้าไป่เซี่ยเอ๋อกับจ้าวนิกายพรรคมารหมื่นพิษมาช่วย  ตอนนี้ท่านปู่ของนางกำลังได้รับการรักษาจากท่านผู้เฒ่าจนอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็ยังคงต้องให้ท่าผู้เฒ่าถ่ายทอดลมปราณให้อยู่เรื่อยๆ             เวลานี้สถานการณ์ภายนอกโบราณสถานยังคงน่าเป็นห่วง  แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากจ้าวนิกายพรรคมาหมื่นพิษและเหล่าผู้อาวุโส  แต่เพราะแผนของราชันผีดิบการป้องกันทางฝั่งประตูทิศใต้จึงถูกทำลายทั้งหมด            ตอนนี้พวกพรรคมารกลืนวิญญาณและพวกวิญญาณร้ายได้บุกเข้ามามากมาย  แม้ท่านน้าไป่เซี่ยเอ๋อได้นำเขตอาคมผนึกสามชั้นมาใช้ ปิดกั้นกองกำลังเสริมฝ่ายศัตรูไว้ได้  แต่เวลานี้พวกนางก็ตกอยู่ในวงล้อมพวกพรรคมารแล้ว            แคว่กก!เสียงเขตอาคมผนึกโดนฉีกขาดตุบ!เหยาจิงเอ๋อกับเหยี่ยนฮ่าวได้ลงมายืน ตรงจุดที่อยู่นอกวงล้อมของสำนักมาร ท่ามกลางสายตาตกตื่นตกใจและหวาดกลัวของผู้คนในตระกูลผู้พิทักษ์ เหตุเพราะเหยาจิงเอ๋อนั้นเป็นปีศาจสีเลือด ทั้งยังดูทรงพลังถึงขนาดใช้พลังตัวเองฝ่าเขตอาคมเข้ามาภายในได้  หากปีศาจตนนี้หันกลับมาโจมตีพวกตน คงต้องบาดเจ็บล้มตายกันเกือบหมดแน่ “  ท่านลุง! ”  เหยาจิงเอ๋อพูดออกมาเบาๆ  ในสายตานางตอนนี้มีเพียงภาพการต่อสู้ของหลวงจีนมารกับจอมมารเจี่ยสือบนท้องฟ้าเท่านั้น   ไม่ได้สนใจต่อสายตาหลายคู่ที่กำลังมองมาเลยทางเหยี่ยนฮ่าวนั้น กลับไม่มีผู้ใดให้สนใจมากนัก  จะมีก็เพียงแค่ท่านผู้เฒ่าที่กำลังรักษาไป่เทียนหวู่เท่านั้นที่มองมาด้วยความแปลกใจครู่หนึ่ง เขาจึงได้ฉวยโอกาสตอนนี้ประเมินสถานการณ์ดู“ ไต้ซือกำลังเสียเปรียบมาก  แม้จะเป็นฝ่ายโจมตีกดดันอยู่ตลอดจนอีกฝ่ายทำได้เพียงป้องกันเท่านั้น  แต่ท่านก็ต้องเผาผลาญพลังชีวิตตนเองไปเรื่อยๆ ”“ จากที่ดูจอมมารเจี่ยสือคงกำลังถ่วงเวลา ให้พลังชีวิตของไต้ซือหมดลงไปเอง  แต่เหตุใดพลังของเจี่ยสือถึงได้ฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆนะ” เหยี่ยนฮ่าพูดขึ้นด้วยความสงสัย เขามองไปยังเหยาจิงเอ๋อที่กำลังมองการต่อสู้ด้วยสีหน้าวิตก  เพราะการต่อสู้ระดับนี้นางไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้  ตัวนางนั้นยังคงอ่อนแอจนเกินไปหลังจากได้ทำความเข้าใจและซึมซับประสบการณ์ต่อสู้ในความฝันอย่างเต็มที่ ตอนนี้เหยี่ยนฮ่าวรู้สึกว่าตัวเขานั้นก้าวหน้าไปมาก ในด้านการวิเคราะห์สถานการณ์การต่อสู้หืม..เขามองไปยังอีกสนามรบหนึ่ง หลวงจีนชรากับนักพรตวัยกลางคนกำลังต่อสู้กับ ปีศาจที่มีขนสีเขียวอยู่อย่างสูสี  ซึ่งปีศาจตนนี้ก็เป็นเหมือนกับเจี่ยสือ ที่พลังมันฟื้นคืนขึ้นตลอดเวลา“ ช่างน่าแปลก  เหตุใดจึงฟื้นคืนพลังได้เหมือนกัน ” สายตาเหยี่ยนฮ่าวมองผ่านไปด้านอื่นจนได้หยุดที่โลงศพโบราณขนาดใหญ่  เขารู้สึกถึงความเชี่ยมโยงบางอย่างวิ้งง!เหยี่ยนฮ่าวใช้เคล็ดจิตอาชูร่าทันที ดวงตาเขาได้ทอประกายสีแดงออกมา  แต่ภาพที่ปรากฏกลับมีแต่ความมืดมิด  เขาเหมือนมองเห็นหลุมดำที่ปิดกันทุกสิ่งเอาไว้ ไม่ให้เขามองทะลุได้ คงเป็นที่ว่าพลังของเขานั้นยังคงต่ำเกินไป ผลจึงเป็นเช่นนี้!!“ นี่…มัน ” แม้จะไม่สามารถมองสิ่งที่อยู่ในโลงศพได้ แต่เขากลับมองเห็นเส้นดายสีดำเล็กๆเชื่อมโยงระหว่างจอมมารทั้งสองที่ต่อสู้อยู่ กับบางสิ่งที่อยู่ในโลงศพสิ่งนั้นมันกำลังส่งพลังออกไปเพื่อฟื้นฟูจอมมารทั้งสองอย่างต่อเนื่อง  โดยที่ไม่มีผู้ใดรับรู้ได้นอกจากเขาเพียงคนเดียว“ หากข้าตัดการเชื่อมต่อนั้นได้…ไม่สิมันอาจมีทางที่ดีกว่า” สายตาเหยี่ยนฮ่าวหยุดอยู่ที่หญิงงามชุดแดงเหยาจิงเอ๋อ  ซึ่งนางเองก็คงจะรับรู้ถึงสายตาของเหยี่ยนฮ่าว จึงได้หันมาด้วยท่าทีสงสัยเหยี่ยนฮ่าวจึงได้บอกเล่าสิ่งที่ตนคิดให้นางได้ฟัง  ซึ่งแววตานางก็ทอประกายขึ้นเรื่อยๆแล้วพยักหน้าให้ทันทีเขาจึงได้หยิบแผ่นหยกสื่อสารที่หลวงจีนมารมอบให้ขึ้นมา แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ ไต้ซือข้ามีวิธีจัดการจอมมารเจี่ยสือ…แต่ท่านต้องส่งกล่องหยกอันนั้นมาให้ข้า!”