ตอนที่ 11 — รอยจำใต้สะพาน
เช้าวันถัดมา เมฆาขับรถกลับมาที่สะพานอีกครั้ง ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆเทาหนักเหมือนผ้าห่มที่ยังไม่ยอมเปิดออก แสงเช้าสีเงินอ่อนสะท้อนบนผิวน้ำที่นิ่งผิดปกติ
วรุฒนั่งเบาะหลัง มือถือกล่องอุปกรณ์ตรวจสนามพลังไว้แน่น ปากบ่นไม่หยุดั้แ่ออกจากสถานฟื้นฟู
“พี่เมฆา ผมว่าผีเด็กคนนั้นมันไม่อยากให้เรากลับมาหรอกนะ ดูสิ ฟ้าเริ่มครึ้มั้แ่ออกจากกรุงเทพฯ แล้ว”
“อากาศมันเป็ผลจากความกดอากาศ ไม่ใช่อารมณ์ผี” เมฆาตอบเรียบ ๆ มือยังจับพวงมาลัยแน่น “แต่นายก็พูดถูกในอีกแบบ... ถ้าเธอไม่อยากให้เรากลับมา เธอคงมีเหตุผล”
จิตรานั่งข้างคนขับ มองแผ่นกระดาษวาดรูปจากแฟ้มของวิรดา ภาพเด็กสองคนในน้ำที่เธอวาดเมื่อคืนก่อนเปลี่ยนไป — รอยเส้นใหม่เพิ่มขึ้นตรงขอบกระดาษ เหมือนเด็กอีกคน “เริ่มหันหลังกลับ”
“ดูเหมือนน้องเธอจะเริ่มถอยออกไปจากวิรดา... เหมือนมีอะไรผลักเขาออกจากความทรงจำ” จิตราวิเคราะห์เบา ๆ
เมฆาพยักหน้า “หรือไม่ก็ มีคน ‘ผลัก’”
วรุฒโผล่หัวมาข้างหน้า “หมายถึงคนเป็ ๆ เหรอครับ?”
“ใช่ คนที่มีชีวิต” เมฆาพูดขณะชะลอรถ “และผมว่าพวกเขาเคยอยู่ตรงนี้มาก่อนเรา”
เมื่อมาถึงใต้สะพาน ทั้งสามลงจากรถพร้อมอุปกรณ์ตรวจสัญญาณสนามแม่เหล็กและกล้องถ่ายความร้อน เมฆาเดินนำตามแนวโครงเหล็กเก่าที่มีคราบสนิมเป็ทางยาว จู่ ๆ เขาก็หยุดตรงจุดที่เคยเห็นร่างเด็กหญิงเมื่อคืน
“วรุฒ เอากล้องขึ้นมาส่องระดับน้ำตรงนี้สิ”
วรุฒส่องกล้องไป แล้วพลิกหน้าจอดู “อืม... มีอะไรบางอย่างอยู่ใต้น้ำแฮะ เหมือนกล่องเหล็กหรือไม่ก็กรอบรูปใหญ่ ๆ”
“ถ้าโชคดี มันอาจเป็จุดที่เธอผูกพันด้วยตอนมีชีวิต” เมฆาพูด แล้วถอดเสื้อคลุมออก
วรุฒแทบจะะโ “อย่าบอกนะว่าพี่จะลงไปเอง!? เดี๋ยวโดนผีคว้าขา!”
“ผีไม่คว้าขา... แต่ถ้านายพูดเสียงดังอีกที ฉันจะคว้าคอนายแทน” เมฆาตอบเรียบ ๆ ก่อนะโลงน้ำ ตูม! เสียงดังสนั่น
จิตราเอามือทาบหน้า “เขานี่มันคนหรือปลาเนี่ย”
“ปลายังกลัวเปียกกว่าพี่มันอีกครับ” วรุฒพึมพำ ขณะเปิดกล้องถ่ายวิดีโอไว้ “โอเค ถ้าพี่โดนลากลงไป ผมจะขายเทปให้ช่องสารคดีผีเลยนะ”
น้ำขุ่นข้นค่อย ๆ ปิดเหนือศีรษะของเมฆา เขาใช้ไฟฉายใต้น้ำส่องดู พบกล่องเหล็กขึ้นสนิมฝังครึ่งหนึ่งในตะกอน พอจับเปิดออก กลับเจอของชิ้นเล็ก ๆ ภายใน — “ตุ๊กตาผ้าสีซีดขาดครึ่งตัว”
เขาดึงขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วว่ายกลับขึ้นฝั่งช้า ๆ
“ดูนี่สิ” เมฆาโยนตุ๊กตาให้วรุฒรับไว้ (อย่างทุลักทุเลเกือบตกน้ำ)
“ผีเด็กเล่นของโบราณเหรอเนี่ย?” วรุฒว่าพลางเขย่ามันเบา ๆ แต่ทันใดนั้น กล้องความร้อนในมือเขาก็สั่นเอง พร้อมกับเสียงจี้เบา ๆ ดังขึ้น
จิตราอุทาน “พลังงานขึ้นสูงผิดปกติ!”
ตุ๊กตาในมือวรุฒเริ่มเปียกชื้นทั้งที่ไม่มีน้ำใกล้ ๆ เมฆาค่อย ๆ เอื้อมมือไปแตะ
“อย่าแตะนะพี่!”
“อย่าห่วง ฉันไม่กลัวของแบบนี้” เขาพูดเรียบ ๆ ก่อนวางมือบนหัวตุ๊กตา
ทันใดนั้น เสียงเด็กผู้หญิงร้องแ่ ๆ ดังขึ้นในหัวทุกคน
“หนูไม่ได้ตกน้ำ... หนูโดนผลัก...”
วรุฒสะดุ้งจนเกือบโยนตุ๊กตาทิ้ง “พี่เมฆา! ผีมันเข้าหูผมแล้ว!”
“ไม่ใช่ผีเข้าสมอง” เมฆาพูดนิ่ง “มันเป็เสียงความทรงจำที่ติดอยู่ในวัตถุ — เหมือนเทปบันทึกเสียงธรรมชาติ แต่เป็เวอร์ชันที่ใช้พลังงานชีวิตแทนไฟฟ้า”
จิตรามองเมฆาอย่างเคร่ง “แปลว่าเด็กคนนี้ไม่ได้จมน้ำเอง?”
“ใช่...” เมฆามองตุ๊กตาในมือ “มีใครบางคนผลักเธอลงไป — แล้วพยายามลบความทรงจำนั้นออกจากคนที่เห็น”
เสียงสายลมพัดวูบหนึ่ง และที่พื้นใต้สะพานปรากฏรอยเท้าเล็ก ๆ โผล่ขึ้นทีละรอยจากฝุ่นเปียก ก่อนจะหายวับไปตรงขอบแม่น้ำ
วรุฒกลืนน้ำลาย “ผมเปลี่ยนใจแล้วพี่... คืนนี้ผมจะไม่เฝ้ากล้องนะ ผมจะเฝ้าหมอน”
เมฆาหัวเราะเบา ๆ “งั้นฝากหมอนไว้ที่ศูนย์ก่อนก็ได้ เพราะเราจะต้องมานี่อีก — แต่คราวนี้ เราจะพา วิรดา มาด้วย”
ตอนต่อไป — ตอนที่ 12 “คืนเปิดความทรงจำ”
พวกเขาจะพาวิรดากลับมายังสะพานกลางคืน เพื่อให้เธอเผชิญกับ “เงา” ที่ยังรออยู่ และเปิดเผยว่าใครคือคนที่ผลักน้องเธอลงน้ำจริง ๆ