แพรวกลับบ้านอย่างขุ่นมัวและไม่เข้าใจ เธอคิดว่าในเมื่อปรัชญาบ่นคุณพ่อว่าไม่เข้าใจไม่สนับสนุนให้เล่นเกม คุณพ่อก็น่าจะมีท่าทีไม่เห็นด้วย น่าจะเข้าข้างเธอแท้ๆ แต่นี่คุณพ่อของปรัชญากลับบอกเหมือนกับจะรอให้ปรัชญาลงมือทำต่อไปและพลาดด้วยตนเอง
“เป็นอะไรไปลูก หน้าบูดมาเชียว” เสียงร้องทักดังมาจากห้องครัว หญิงสาววัย30กว่าเดินออกมาในชุดแม่บ้านใส่ผ้ากันเปื้อน “ก็คุณอาหมอสิคะ”
เด็กสาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกที่เธอเตือนปรัชญา ไปจนถึงเอาเรื่องไปบอกครู จนได้บอกเรื่องนี้กับคุณพ่อของปรัชญา กระทั่งเมื่อครู่ที่เธอแวะไปหาอาหมอ ต้องแปลกใจและผิดหวังที่เขาไม่ได้กระตือรือล้นห้ามปรัชญาอย่างที่เธอคาดหวังไว้
“แม่ว่าคุณพ่อของปรัชญาเขาคงจะไม่ได้ต่อต้านอาชีพเกมเมอร์ล่ะมั้ง”“แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมปรัชญาถึงบอกกับทุกคนว่าคุณพ่อไม่เข้าใจล่ะคะ” แพรวถามแม่
“ก็อาจจะเป็นเหมือนลูกตอนนั้นก็เป็นได้นะ ตอนนั้นที่ลูกติดเกมมากๆ ลูกก็ไม่ฟังใครเลยแถมยังแปลความหวังดีของแม่ผิดไปนี่”“แหม คุณแม่ก็ อย่ารื้อฟื้นเรื่องเก่าสิคะ” เด็กสาวค้อนมารดา “แล้วนี่มันคนละเรื่องกันนะคะ ตอนนี้เพื่อนแพรวน่ะกำลังแย่ ปรัชญาน่ะไม่มีหัวทางเกมจริงๆ ตอนนี้เกมเพิ่งเปิดตัวไม่นานเค้าคงไม่เห็นความแตกต่าง แต่ถ้าหากเล่นไปได้ถึงระดับสูงๆล่ะก็ปรัชญาไม่มีทางสู้ระดับโปรได้แน่ๆ”
“ถ้าลูกเป็นห่วงเพื่อนขนาดนี้ ลูกก็เข้าไปในเกมซะเลยสิ จะได้เตือนเขาได้ มามัวกังวลแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”แม่อมยิ้ม“อ่า แม่คะ แต่หนูกำลังจะสอบของม.6อยู่นะคะ แม่ยอมให้หนูเล่นได้เหรอ”แพรสถาม
“ที่ผ่านมาลูกอ่านหนังสือมาเยอะแล้ว เกรดก็โอเค เล่นเกมวันละ3-4ชั่วโมงไม่เป็นไรหรอก” “ขอบคุณค่ะแม่” เด็กสาวยิ้มและโผเข้ากอดมารดา
“อ้อ แต่เอาแค่เล่นอย่างเดียวก็พอนะ ไม่ต้องไปแข่งทัวร์นาเม้นท์แบบปีที่แล้วล่ะ” แม่บอก “เข้าใจแล้วค่ะแม่” แพรวรับคำ “ขอบคุณมากเลยค่ะ”
แม่มองดูลูกสาวที่วิ่งขึ้นไปชั้นสองอย่างยิ้มแย้มแล้วส่ายศีรษะยิ้มๆ ก่อนจะกลับไปทำงานของตนต่อ
แพรววิ่งขึ้นไปที่ห้องเกมมิ่ง เปิดฝาแคปซูลเกมภายในห้อง จัดแจงเทเจลเกมมิ่งลงไปจนเต็ม ถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่เพียงชุดชั้นในแล้วค่อยๆหย่อนร่างลงไป วางพาดศีรษะในช่อง จากนั้นปิดฝาแคปซูลและเดินเครื่อง
เธอจัดการลงทะเบียนอย่างรวดเร็ว เธอมีแอคเคาน์ที่ทำไว้กับบริษัทออโรร่าอยู่แล้ว เป็นแอคเคาน์ที่เธอใช้ในการแข่งปีที่แล้วในอีกเกมนึง
เด็กสาวลงข้อมูลทั้งหมด จากนั้นภาพก็ค่อยๆมืดไป แล้วเธอก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่กลางถนน เบื้องหน้าไกลออกไปคือกำแพงหมู่บ้าน เด็กสาวมองดูภารกิจที่เริ่มขึ้นแล้วก็ออกเดินไปเบื้องหน้า ก่อนที่กล่องข้อความจะดังลั่นขึ้นมา
“Ice Goddess ก็มาเกมนี้ด้วยเรอะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่” “แย่แล้ว ยัยน้ำแข็ง ไหนบอกว่าจะไม่มาเล่นเกมนี้ไง แล้วเธอมาเล่นอย่างนี้แล้วชั้นก็แย่น่ะสิ”“เทพธิดาน้ำแข็งของพวกเรากลับมาแล้ว”“Ice Goddess กิลด์นาลันทาของเราพร้อมต้อนรับ”“เทพธิดาน้ำแข็ง กิลด์ไฟทะเลทรายของเรามีข้อเสนอให้”
เด็กสาวกดตอบเฉพาะเพื่อนสนิท และเลือกที่จะไม่สนใจข้อความจากบรรดาหัวหน้ากิลด์อื่นๆ ดูเหมือนว่าเพื่อนที่แอดกันไว้ตั้งแต่เกมก่อนๆป่านนี้คงรู้หมดแล้วว่าเธอก็มาเล่นเกมนี้ด้วย
แต่เอาเถอะ เริ่มเกมก่อนดีกว่า
“อะไรนะ เทพธิดาน้ำแข็งปรากฎตัวแล้วเหรอ” เมย์ร้องขึ้นอย่างแปลกใจ “ใช่ครับ ดูเหมือนโผล่ที่หมู่บ้านละแวกของเราด้วย” แชมป์บอก “แบบนี้ก็น่าปวดหัวสิ ระดับท็อปเท็นของประเทศแถมเป็นผู้เล่นไม่สังกัดกิลด์แบบนี้ พวกเราติดตามการเคลื่อนไหวลำบากแน่” เมย์บ่น “เอาเถอะ เดี๋ยวรอสำนักงานสั่งมาแล้วค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน”
“เฮ้อ พวกผู้เล่นนี่ก็จริงๆเล้ย ทำไมจะต้องมาสร้างความลำบากให้กับพนักงานแบบเราๆแบบนี้ด้วย ทำไมไม่เข้าๆกิลด์ไปนะ” “อย่าบ่นน่า ก็บริษัทจ้างพวกเรามาเพื่อการนี้นี่”
เหล่าผู้เล่นของบริษัทออโรร่าบ่นอุบกัน เพราะหน้าที่หนึ่งของพวกเขาก็คือต้องติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เล่นและกิลด์สำคัญๆด้วย สำหรับกิลด์ธรรมดา พวกเขาหาข่าวได้ไม่ยากด้วยการเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกกิลด์นั้นๆ แต่สำหรับผู้เล่นโซโล่ที่ไม่สังกัดกิลด์แล้วล่ะก็ ข่าวสารทั้งหลายมันสืบยากยิ่งกว่ายาก
“เดี๋ยว เงียบก่อน คุณเดสม่อนอยู่ในนี้ด้วย” เมย์รีบเปลี่ยนเป็นส่งข้อความบอกผู้เล่นที่ร่วมทีมให้หยุดพูดทันทีที่ผ่านมาหมู่บ้านนี้มีแต่พวกผู้เล่นจากบริษัท แทบจะไม่มีคนนอกเลย ทำให้พวกเธอชินที่จะคุยกันด้วยเสียงมากกว่ากล่องข้อความแต่ก็ดูเหมือนว่าเดสม่อนที่เดินเข้ามาในสำนักงานได้สักพักนึงแล้วจะไม่ได้ยินหรือไม่ก็ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเขาไม่ได้มีท่าทีสนใจพวกเธอเลยหากแต่ตรงไปที่เคาน์เตอร์และทำการส่งงาน
“คุณแครอลครับ นี่คือเขี้ยวหมาป่าที่ผมจัดการตั้งแต่เมื่อวานมาครับ” เดสม่อนส่งเขี้ยวหมาป่าให้ “100 คู่! ขอบคุณมากค่ะ” แครอลตอบพร้อมรอยยิ้ม “นี่ค่ะ 10 เหรียญเงิน”
‘กิ้ง! ชื่อเสียงในหมู่บ้านคาร์เมน +1’‘กิ้ง! แครอลรู้สึกดีกับคุณ +1’“ว่าแต่ผมยังฆ่าหมาป่าแล้วมาขึ้นรางวัลต่อได้ไหมครับ”“ได้สิคะ ยิ่งคุณจัดการหมาป่า เรายิ่งได้ประโยชน์” หมอตุลย์สังเกตที่แถบภารกิจ ภารกิจกำจัดหมาป่ายังขึ้นอยู่ตามปกติ “โอเคครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะออกไปจัดการต่อ แล้วเดี๋ยวผมขอเขี้ยวหมาป่าที่ฝากไว้เมื่อคืนด้วยครับ”
แครอลหยิบเขี้ยวหมาป่าที่ฝากไว้เมื่อคืนให้กับชายหนุ่ม เขานึกอะไรขึ้นได้เลยพูดหยอกเย้าต่อ “จะว่าไปที่เมื่อวานคุณไม่ให้ผมแลกเขี้ยวหมาป่าเพราะว่าไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเป็นของหมาป่าแถวหมู่บ้านไหม เจ้าเขี้ยว 100คู่ที่ผมให้คุณไปเมื่อกี้นี้มันก็เช็คไม่ได้นี่ครับว่ามาจากไหน ไม่กลัวผมหลอกคุณแล้วเหรอครับ”
“อ๊ะ มัน มันก็จริงค่ะ” แครอลหน้าแดงตอบ “หรือว่าเขี้ยวหมาป่าพวกนั้น...” “ผมล้อเล่นน่า อย่าลืมสิครับว่าค่าตอบแทนภารกิจของที่นี่น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น คงไม่มีใครไปฆ่าหมาป่าที่อื่นแล้วมาขึ้นเงินที่นี่หรอกครับ ฮะฮะ” “ค่ะคุณเดสม่อน” เธอตอบอายๆและโค้งให้กับชายหนุ่มอีกครั้ง เขาหันหลังแล้วเดินกลับจะออกจากร้าน แล้วเสียงเตือนก็ดังขึ้น ‘กิ้ง! แครอลรู้สึกดีกับคุณ +1’ หืม ... การแซวก็ทำให้รู้สึกดีได้ด้วยแฮะ
ขณะที่ชายหนุ่มเดินต่อไป หญิงสาวอีกคนก็เดินตามมาทางเบื้องหลัง“คุณเดสม่อน รอก่อนค่ะ” เมย์ร้องเรียก หากแต่ชายหนุ่มยังเดินต่อไปจนเธอต้องร้องเรียกดังขึ้น “คุณเดสม่อน รอสักครู่ค่ะ!”“ครับ? เมื่อกี้มีใครเรียกผมหรือเปล่าครับ” เดสม่อนสะดุ้งแล้วหันกลับ“ชั้นเองค่ะ คนที่คุณช่วยไว้เมื่อคืนนี้ไงคะ [AprilMay] หรือจะเรียกชื่อจริงชั้นก็ได้ค่ะชื่อเมษา” หญิงสาวบอก “คุณเดสม่อนจะไปไหนต่อหรือคะ” “อ๋อ คุณคนเมื่อคืน ขอโทษทีครับที่ผมไม่ได้ยิน พอดีผมปรับลดระดับเสียงลงต่ำเอาไว้เลยไม่ได้ยินที่คุณเรียก” หมอตุลย์ตอบ “ผมว่าจะไปซื้ออาวุธแล้วก็ออกเดินทางไปที่อื่นดูครับ แถวนี้ของมันแพงเหลือเกิน”
“มันก็จริงค่ะ แถวนี้แพงจริงๆ ถ้างั้นไม่รบกวนแล้วค่ะ” เมย์บอก“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ” หมอตุลย์ตอบและเดินออกไปอย่างไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ เมย์รอจนเขาเดินออกไปแล้วจึงได้เอ่ยปากขึ้น
“ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินที่พวกเราคุยกันเมื่อครู่นี้นะ ขนาดเรียกดังอย่างนั้นยังไม่ได้ยินเลย” หญิงสาวพูดขึ้น “แต่ยังไงก็ตาม ช่วงนี้ก็ระวังการพูดถึงบริษัทหรือสถานะพนักงานของเราหน่อยก็แล้วกัน” “ครับเจ๊” ทุกคนประสานเสียง
หมอตุลย์เดินออกจากสำนักงานหมู่บ้านแล้วไปที่ร้านขายของ ซื้อหอกทองแดง มีดทองแดงเล่มใหม่ เงินที่ได้จากภารกิจก็หมดไป เขาต้องตัดใจขายหนังหมาป่าที่ได้เมื่อคืนนี้ไปทั้งหมด แล้วเอาเงินที่ได้มาซื้อเกราะหนัง ได้เกราะลำตัว เกราะแขน เกราะขา และรองเท้าหนัง จะซื้อหมวกแต่ว่าก็ไม่พอ เหลือเงินแค่ 20 เหรียญทองแดง กับเขี้ยวหมาป่า 20 เขี้ยว
หมอตุลย์เดินไปที่ประตูทางออกของหมู่บ้านทักทายคุณโรเจอร์อย่างสุภาพ ทักทายทหารยาม แล้วก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปหมู่บ้านจอห์นสันตามความตั้งใจ ก่อนจะออกไปรับรู้ได้ว่ามีผู้เล่นหลายคนมองตามหลังเขาไปอยู่ เป็นผู้เล่นทีมเดียวกับ ‘AprilMay’ ที่ทักเขาเมื่อครู่นี้ ดูท่าทางเขาจะเป็นคนแปลกหน้าเพียงคนเดียวในหมู่ผู้เล่นที่นี่
“บริษัทเรอะ หรือว่าจะเป็นคนของบริษัทออโรร่า” ชายหนุ่มพูดเบาๆกับตัวเอง
ตอนที่เดินเข้าไปในสำนักงาน เขาได้ยินบทสนทนาของทุกคน โดยเฉพาะคำว่า ‘บริษัท’ เพียงแต่ไม่แสดงความสนใจเพราะอยากจะแอบฟังพวกนั้นคุยกัน ...จริงอยู่ว่ามีบริษัทหลายที่ที่ส่งคนของตนเข้ามาเล่นเกมออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์ หรือแม้แต่ทีมอีสปอร์ตหลายๆทีมก็มีรูปแบบเป็นบริษัทแต่ว่าหมู่บ้านคาร์เมนเป็นหมู่บ้านฟรอนเทียที่ใช้ชีวิตยากลำบาก ราคาสินค้าไม่เอื้อต่อการพัฒนา มันน่าแปลกที่จะมีคนจาก ‘บริษัท’ มาประจำอยู่ที่นี่ ยกเว้นแต่จะเป็นบริษัทออโรร่าซึ่งเป็นเจ้าของเกม
“หรือว่าหมู่บ้านแนวหน้าพวกนี้ จะเป็นพื้นที่ที่บริษัทกำหนดไว้ให้พนักงานของตัวเองมา ก็เป็นไปได้นะ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะที่ทำให้ทุกอย่างมันลำบากแบบนี้ หืม!”
เสียงแกรกกรากดังขึ้นจากด้านหน้า หมอตุลย์มองไปข้างหน้า ก็อบลินตัวสีเขียวกำลังหมอบดักรอเขาอยู่ ในมือของมันมีหอกไม้สั้น
[ก็อบลิน Level 4] (ฟ้าอ่อน,เผ่าออร์ค)พลังชีวิต 50/50 หมายเหตุ : แม้จะตัวเล็กเหมือนเด็ก แต่ก็อย่าได้ดูถูกการต่อสู้ของมันเชียวนะ
หมอตุลย์หรี่ตามอง จะว่าไปเลเวลของเจ้านี่สูงกว่าก็อบลินที่เขาอ่านมาเจ้าหมาป่าเขี้ยวเงินเมื่อวานก็ด้วย เลเวลมันสูงกว่าหมาป่าในเขตอื่นๆ แถมโผล่มาบ่อยกว่า พนักงานบริษัทอย่างนั้นรึ
“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง” ชายหนุ่มยิ้มขึ้น วางหอกยาวไว้ข้างตัวแล้วเอามือไปที่กระเป๋า
“หอกแอทลาล์ท” เขาเรียกหอกซัดขึ้นมาแล้วเล็งไปข้างหน้า “กลายเป็นค่าประสบการณ์ไปซะเจ้าก็อบลิน”
แล้วหอกก็ถูกขว้างออกไป