ครั้งนี้แคว้นฉินและแคว้นจ้าวชนะาสามแคว้น...ซึ่งกินเวลามากว่าสิบปี แคว้นเหลียนในฐานะผู้พ่ายาจึงไม่อาจต่อรองอะไรได้มากนักทั้งชนวนเหตุของาที่สร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าก็มาจากเหลียนต้าหวางผู้นั้น
การปราชัยของแคว้นเหลียนจึงนำมาซึ่งความยินดีของทุกฝ่ายไม่เว้นแม้แต่ประชาชนของแคว้นเหลียน ต่างก็พอใจที่ายุติลงเสียที เพราะกว่าสิบปีที่ผ่าน...พวกเขาได้สูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง เงิน ทอง ทรัพย์สมบัติล้วนเป็ของนอกกาย ถ้าเพียรขยันไม่ย่อท้อสักวันก็คงหากลับมาได้... แต่ที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมาคือชีวิตของคนในบ้านที่ต้องสิ้นไปเพราะไฟา
ทหารนับแสนต้องสังเวยชีพในสมรภูมิรบอีกหลายหมื่นที่าเ็จนกลายเป็คนพิการ และอีกหลายพันที่สูญหายไร้ร่องรอย
ฝูอวี้หลาง คือหนึ่งในผู้ที่ต้องสิ้นชื่อเพราะาครั้งนี้
ทั้งที่เขาคือยอดอัจฉริยะตระกูลฝูที่สร้างชื่อให้แคว้นเหลียนตัวเขาเป็ศิษย์สำนักระดับหนึ่งดาว ทว่ากลับบรรลุระดับปฐีขั้น ๕ ั้แ่อายุยี่สิบปี
อายุสามสิบปีก็สำเร็จปฐีขั้น๗
เกียรติภูมินี้แม้แต่สำนักระดับสองดาวยังต้องไว้หน้าหากไม่เพราะความรักและภักดีที่มีต่อบ้านเกิดเมืองนอนอนาคตของบุรุษผู้นี้คงก้าวสู่ยอดวีรบุรุษของแดนปุถุชนได้ไม่ยาก
เมื่อไฟาลุกโหม
กองทัพศัตรูยกมาประชิดทั้งทางตะวันออกและทางใต้
ทิศตะวันออกติดกับแคว้นฉิน ส่วนทิศใต้ติดกับแคว้นจ้าวหากไม่เพราะความอหังการของเหลียนต้าหวางภัยคงไม่มาประชิดทั้งสองฝั่ง จนแคว้นเหลียนต้องรับศึกสองด้าน
ศัตรูร้ายกาจเพียงใดก็ไม่ใช่ภัยร้ายได้เท่ากับคนกันเองโฉดเขลา
ก่อนสิ้นปีแรกหลังาปะทุต้าหวางก็เสด็จมาเยี่ยมด่านชายแดนหงกวนเมืองอู่ แทนที่จะอยู่ฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวงทั้งนี้ก็เพื่อแสดงออกถึงน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อประชาชนและบ้านเมือง พระองค์พร้อมเสียสละเพื่อความสุขของชาวเหลียนอย่างเต็มพระทัย
แต่ไม่รู้ว่าการทำความดีเอาหน้าครั้งนี้ของพระองค์จะเข้าไปถึงใจของผู้ใดบ้างเพราะพวกเขาต่างรู้กันดีว่าาที่นำพาความทุกข์ยากไปทั่วหล้าครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากคนผู้ใดเลยนอกจาก เหอเย่เหลียง ผู้เป็เ้าแคว้นเหลียนผู้นี้
วันที่ต้าหวางเสด็จมาถึง ยังไม่ทันที่ขบวนเสด็จจะเข้าที่ประทับซึ่งเ้าเมืองอู่จัดเตรียมไว้ก็เกิดเหตุประหลาดที่ทำให้ชาวเมืองอู่และเหล่าทหารนับหมื่นอกสั่นขวัญแขวนกันเมื่อกลางท้องฟ้าเกิดอักษรเวทสีเหลืองขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
“ทรราช”
มันคือการยั่วยุโทสะของผู้มาเยือนอย่างโอหัง
แคว้นจ้าวยินยอมเสียศิลาปราณระดับต้นหนึ่งพันก้อนต่อวันเพื่อรักษาอักษรเวทระดับหวงขั้นกลางคำนี้ไว้กลางฟ้าซึ่งหากตีมูลค่าเป็เงินตรา ศิลาปราณระดับต้น ๑ ก้อน ซื้อขายกันในราคา ๑ร้อยเหรียญทอง หนึ่งวันจึงเท่ากับว่าแคว้นจ้าวยอมเสียเงินไป ๑ แสนเหรียญทอง
แต่เงินทองจำนวนนี้ก็ไม่ได้กระเทือนอะไรต่อฐานะของแคว้นจ้าวที่แสนร่ำรวย
ต่อให้เสียศิลาปราณระดับต้นไปอีกหมื่นก้อนก็ไม่ยี่หระ
ขณะที่ต้าหวางแคว้นเหลียนกลับเดือดดาลอย่างถึงที่สุด...โทสะของบุรุษผู้นี้ถูกยั่วยุจนแทบขาดผึง จนเมื่อล่วงเข้าวันที่ ๖ของการมาเยือนด่านหงกวน ก็เกิดภาพอันน่าสะพรึงเหนือเมืองอู่ อักษรเวทได้หายอย่างไร้ร่องรอยแต่กลางฟ้ากลับปรากฏเงาดำปกคลุมเมืองอู่เอาไว้ั้แ่อรุณรุ่ง
เงาดำขนาดใหญ่เกือบร้อยจั้งคล้ายกับอีกาั์ลอยอยู่กลางฟ้า
ชาวเมืองต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวแม้เป็เวลากลางวันแต่ชาวบ้านไม่กล้าออกมานอกบ้านจะเห็นก็แต่เหล่าทหารที่คอยตรวจตราความสงบเท่านั้น ทั้งที่เป็วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิแท้ๆ แต่กลับเกิดเหตุอัปมงคลขึ้น ปีนี้ทั้งปีเห็นทีจะมีแต่เื่ทุกข์ยากรอพวกเขาอยู่
เงาดำแม้น่ากลัวแต่กลับน่ากลัวไม่เท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเที่ยงตรงของวันนั้น
ทันทีที่ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นกลางศีรษะเงาดำก็เกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ดุจผิวน้ำที่เกิดแรงกระเพื่อมสั่นไหว เมื่อสังเกตดีๆ ก็พบว่าเงาดำขนาดใหญ่นี้สร้างจากกระดาษที่เขียนด้วยหมึกสีดำ...เมื่อแรงกระเพื่อมรุนแรงเพิ่มมากขึ้นกระดาษที่ลอยติดกันแน่นก็เริ่มร่วงจากฟ้าราวกับหยาดฝนกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า ..ร่วงพรูลงมาไปทุกหนทุกแห่งของเมืองอู่ ชาวบ้านที่เก็บตัวอยู่ภายในบ้านก็ยังได้รับกระดาษเหล่านี้ผ่านทางช่องหน้าต่างหรือรอยแตกระหว่างกำแพงบ้าน
กระดาษแต่ละแผ่นเขียนอักษรเป็ไว้ไม่กี่ตัวบางแผ่นก็มีหนึ่งแถว บางแผ่นก็มีสองแถว แต่ทุกแผ่นล้วนเป็คำด่าที่เจ็บแสบ
ต้าหวางโฉดเขลา ประชาทุกข์ยาก
คนชั่วครองบัลลังก์ทั่วหล้าทุกเข็ญ
ต้าหวางชาติสุนัข
ลูกสุนัขส่ำส่อนแซ่เหอ
คำก่นด่านับหมื่นนับแสนล้วนพุ่งเป้าไปยังบุคคลคนเดียวกัน...คนที่เป็ชนวนเหตุของความวุ่นวายและไฟาสามแคว้น ทั้งที่เดิม เหลียน ฉินและจ้าว คือพันธมิตรที่รักษาความสัมพันธุ์อันดีมาหลายร้อยปีโดยเฉพาะแคว้นเหลียนที่สืบทอดวงศ์ตระกูลมาแต่โบราณ สืบชั่วรุ่นขึ้นไปได้ถึงยุคสมัยหลิงโจว
แต่ก็ต้องมาด่างพร้อยเพียงเพราะความไม่ยับยั้งชั่งใจของคนเพียงคนเดียว
คนผู้นั้นก็คือ ...
เหอเย่เหลียง หรือเหลียนต้าหวางคนปัจจุบันนี่เอง
เหตุเริ่มมาจากหลายเดือนก่อน
ขบวนขององค์หญิงใหญ่แคว้นจ้าวกำลังเดินทางไปแคว้นฉินเพื่ออภิเษกสมรสกับไท่จื่อ[1] แต่ระหว่างผ่านตำบลฟางซึ่งเป็จุดสามแคว้นก็มีโจรป่าเข้าปล้นขบวนเ้าสาว องค์หญิงใหญ่ถูกลักพาตัวไป ขณะที่ผู้ติดตามชาวจ้าวและขุนนางชาวฉินที่เป็ผู้แทนพระองค์เพื่อรับตัวเ้าสาวถูกสังหารแทบทั้งหมดสินเดิมที่จ้าวต้าหวางผู้เป็พระบิดาพระราชทานให้แก่องค์หญิงใหญ่ถูกปล้นไปกว่าครึ่ง
มันคือเหตุอุกอาจที่สั่นะเืไปทั้งสามแคว้นตะวันตกทั้งจ้าวและฉินต่างเร่งสืบสวนหาความจริง เพื่อลากตัวโจรร้ายที่กล้าก่อคดีะเืฟ้าะเืดินเช่นนี้มาสำเร็จโทษ
องค์หญิงใหญ่ผู้นี้เป็ธิดาองค์โตของจ้าวต้าหวางเป็ที่สนิทเสน่หาของบิดาและพี่น้องด้วยความฉลาดเฉลียวมากไหวพริบจึงได้ช่วยเหลือบิดาในราชกิจหลายอย่างจนเมื่อนางอายุยี่สิบปีจึงมีพระราชโองการแต่งตั้งให้นางเป็องค์หญิงใหญ่ มีบรรดาศักดิ์เทียบเท่ากับหวางขั้นหนึ่ง
ฐานะของนางจึงสูงส่งอย่างมากในแคว้นจ้าวทั้งยังมีความสำคัญต่อบทบาททางการเมืองระหว่างแคว้นการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีครั้งนี้เป็ไปเพื่อยกระดับความสัมพันธ์สองแคว้นให้แแ่มากขึ้น
แต่สิ่งที่สองแคว้นคาดหวังก็ล้มไม่เป็ท่า
จนเวลาล่วงเลยไป ๑ เดือนกว่า
ก็ปรากฏสารโลหิตส่งมาถึงพระหัตถ์ของจ้าวต้าหวางและไท่จื่อแคว้นฉินสารฉบับนี้ได้เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ท้าทายอำนาจสองแคว้น
มันไม่ใช่ใครที่ไหนเลย แต่กลับเป็เ้าแคว้นเหลียนผู้เสียประโยชน์จากการยกระดับความสัมพันธ์ของสองแคว้นนั่นเอง
สารโลหิตทั้งสองฉบับไม่ได้เขียนอะไรไว้มากเพียงแจ้งเื่ราวที่เป็ไปและฝากฝังคำขอสุดท้ายของผู้เขียน
ทำลายเหลียนเหยียบหน้าเหอเย่เหลียง ข้าตายตาหลับ
แค่สารฉบับนี้เขียนด้วยโลหิตผู้รับก็อกสั่นขวัญแขวนมากพอแล้วแต่ทันทีที่อ่านประโยคสั่งเสียสุดท้ายจบก็แทบหยุดหายใจ พวกเขารู้ได้ทันทีว่าผู้เขียนตัดสินใจกระทำสิ่งใดลงไป
องค์หญิงใหญ่เกิดและเติบโตมาอย่างสตรีชั้นสูงเกียรติยศพร้อมพรั่ง บริบูรณ์ด้วยศักดิ์ศรีของชาติกำเนิดและวงศ์ตระกูลเมื่อถูกย่ำยีอย่างหยาบช้านางจึงเลือกทางตายมากกว่าอยู่ให้เป็ที่ครหาแต่ก่อนตายนางก็ไม่ลืมที่จะคิดบัญชีแค้นกับผู้ที่ทำลายศักดิ์ศรีของนางลง
ลูกสุนัขแซ่เหอเ้าต้องชดใช้ ...นั่นคือคำปฏิญาณที่จ้าวต้าหวางและไท่จื่อแคว้นฉินบอกกับตนเอง โดยเฉพาะแคว้นจ้าวที่สูญเสียองค์หญิงใหญ่ไปเพราะความอหังการของเ้าแคว้นเหลียนเหตุนี้ต้าจ้าวจึงไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้กลยุทธ์แบบไหนแม้แต่เื่น่าละอายเช่นคำสาปแช่ง ก่นด่า พวกเขาก็กล้างัดออกมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
และแผนการของแคว้นจ้าวก็ได้ผลดีชะงัด
ไม่ทันพ้นยามอู่[2]ทัพเหลียนก็ออกจากประตูเมืองเข้าประจัญศึกกับทัพจ้าวที่คอยท่าอยู่แล้ว แม้เหล่าแม่ทัพจะทัดทานสักเพียงใดก็ไม่อาจดับโทสะในพระทัยของต้าหวางลงได้ ที่สำคัญทัพเหลียนครานี้ต้าหวางก็เป็ผู้นำทัพด้วยตนเองยิ่งมียอดฝีมืออย่างฝูอวี้หลางคอยอารักขาทำให้เหลียนต้าหวางยิ่งลำพองพระทัย
แม้เคยมียอดปราชญ์กล่าวไว้ว่าสุดยอดกลศึกไร้พ่ายคือไร้กลศึก
แต่สิ่งที่ผู้นำทัพเหลียนทำในวันนี้คือไร้กลศึกไร้สมองแม้ทัพเหลียนจะมีการซ้อมรบ และทบทวนกลยุทธ์อยู่เป็ประจำทุกวันแต่การบุ่มบ่ามนำทหารกว่าหมื่นนายออกศึกไม่ใช่เื่ที่คนทั่วไปกระทำกันการนำพาผู้ใต้บังคับบัญชาออกไปสู้รบ ก็เท่ากับพาพวกเขาไปเสี่ยงตายเพราะฉะนั้นการออกทัพทุกครั้งจึงต้องมีการวางแผนระยะยาวและวางกลยุทธ์กลศึกให้เป็ที่เหมาะสม ไม่ใช่เอาแต่ความพอใจของตนเป็ที่ตั้ง
ผลลัพธ์ของศึกครั้งนี้รู้ผลั้แ่ยังไม่เริ่ม
แต่ก็ไม่มีใครคาดว่าผลมันจะร้ายแรงกว่าที่คิดไว้หลายเท่านัก
ผู้นำไร้สมอง ทั้งไร้สามารถ ...เพียงเพราะตำแหน่งที่สืบทอดทางสายเืเลยทำให้เขาเป็ต้าหวางครองแคว้นเหลียน...หากไม่ใช่ฐานะของต้าหวางชายผู้นี้ก็เป็แค่คนเสเพลไร้สมองคนหนึ่งเท่านั้น
ศึกที่เกิดจากโทสะและความบุ่มบ่าม จบลงที่การเพลี่ยงพล้ำ...ทหารที่ออกศึกกว่าหมื่นนายต้องาเ็ล้มตาย ทั้งฝูอวี้หลางที่ต้องคอยอารักขาต้าหวางในสนามรบก็ต้องสิ้นชื่อไปด้วย
แม้แผนการของแคว้นจ้าวรัดกุมและแ่าดุจภูษาฟ้าไร้ตะเข็บ...แต่เพราะมีฝูอวี้หลางอยู่ข้างกายเหอเย่เหลียงภูษาฟ้าจึงถูกเปิดช่องออกอย่างที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด ยอดอัจฉริยะแคว้นเหลียนผู้นี้ใช้ร่างของตนเองต้านทานลูกธนูทมิฬเพรียกชีพสุดยอดอาวุธเวทร้ายกาจของพยัคฆ์เฒ่า แม่ทัพหวงแห่งแคว้นจ้าวจนได้รับาเ็สาหัสกระนั้นเขาก็ยังกัดฟันส่งเหลียนต้าหวางขึ้นหลังปักษาขนเงินสัตว์เวทประจำกายของตนเองเพื่อหนีกลับเข้าเมือง
แต่แคว้นจ้าวที่เต็มไปด้วยไฟแค้นไหนเลยจะยินยอมให้ปีศาจร้ายหนีหายกลับคืนรังรองแม่ทัพแคว้นจ้าวใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อ ซึ่งมีลูกเกาทัณฑ์วิเศษอาบยาพิษหนอนกู่มารโจมตีใส่ผู้ที่กำลังหลบหนีอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ลูกเกาทัณฑ์สั้นทะลุผ่านจากหลังไหล่ด้านขวาออกไปรอยแผลที่ปรากฏเล็กกว่าครึ่งชุ่น แต่เพราะปลายเกาทัณฑ์อาบพิษร้ายแรงที่สุดของแดนปุถุชนเอาไว้ไม่ทันที่ปักษาขนเงินจะส่งต้าหวางกลับเข้าเมืองอู่ ร่างของเ้าแคว้นเหลียนก็หมดสติลงไปแล้ว
ฝูอวี้หลางจบชีวิตลงกลางสนามรบเนื่องจากอาการาเ็ที่แทรกซึมไปทุกอณูของร่าง
ก่อนหมดลมก็ยังพะวงถึงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์แก่ไม่รู้ว่าหลังเขาจากไปนางจะเป็เช่นไรบ้าง ...
เขาไม่คาดคิดว่าวันปีใหม่ที่ควรเป็วันแห่งความสุขจะกลายเป็วันสุดท้ายของการมีชีวิตของตนเอง
ร่างบุรุษทอดลงกลางผืนดินผู้คุมสัญญาณฝั่งจ้าวชักธงเพื่อบอกทหารในฝั่งตนให้ถอยทัพออกจากสนามรบ ...เมื่อศัตรูถอยห่างเหล่าทหารหาญฝั่งเหลียนก็รีบเข้ามาดูยอดบุรุษที่ล้มลงบนพื้นอย่างร้อนใจเมื่อมาถึงก็พบว่าชายผู้นี้ได้หมดลมหายใจลงเสียแล้ว
คนใกล้ชิดหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาไม่เว้นแม้แต่บรรดาแม่ทัพด่านหงกวนก็ต่างเศร้าใจกับการจากไปของยอดอัจฉริยะแห่งแคว้น
วีรบุรุษจากลา น้ำตาประชาหลั่งไหลทิ้งไว้เพียงเกียรติประวัติคุณงามความดี นับสิบนับร้อยปียังเล่าขาน
[1]ไท่จื่อ รัชทายาท
[2]ยามอู่ ๑๑.๐๐-๑๓.๐๐ น.