ณ เวลาเช้าของหมู่บ้านในตัวชนบทแห่งหนึ่งเสียงไก่ขันเป็นาฬิกาปลุกในแบบของคนชนบท ที่บ่งบอกว่าถึงเวลาเช้าของวันใหม่อีกครั้ง
คนเป็แม่ได้ลุกขึ้นตื่น และดูลูกสาวคนเล็กได้สักพักก็ลุกขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยและเดินไปดูลูกๆ คนอื่นว่าตื่นนอนบ้างหรือยัง
“เยว่เผิง เยว่เลี่ยงพวกลูกตื่นแล้วเหรอ”แม่
“ครับแม่”พี่ใหญ่เยว่เผิง / พี่รองเยว่เลี่ยง
“เดี๋ยวแม่จะไปเดินดูน้องของพวกลูกก่อนนะ”แม่
“ครับแม่ แล้วน้อง3ซิงเป็ยังไงบ้างครับ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“น้องของลูกอาการดีขึ้นเยอะเลย โชคดีเหลือเกินลูกไม่อย่างงั้นแล้วแม่ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนพาน้อง3ซิงของเราไปหาหมอได้”แม่ สีหน้าของท่านออกอากาสเศร้าอย่างเห็นได้ชัดที่ไม่สามารถดูแลลูกๆ ได้ดีอย่างที่หวังเอาไว้
“แม่ครับ ไม่เป็ไรนะพวกเราจะช่วยกันหาเงินแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“ขอบใจจ้ะลูก”แม่
ลูกชายทั้งสองคนต่างพากันไปล้างหน้าแปรงฟันแต่งตัวให้เรียบร้อยและ เตรียมเข้าครัวช่วยทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆช่วยแม่ของพวกเขา
“เยว่ชิง ตื่นแล้วเหรอลูก”แม่ ที่เห็นลูกสาวคนโตพึ่งลุกขึ้นจากที่นอนอย่างงัวเงีย
“แม่คะน้อง3ซิงเป็ยังไงบ้างคะ”พี่สาวเยว่ชิง
“น้องของลูกดีขึ้นเยอะแล้วลูกแต่ยังไม่ตื่นเลยค่ะ”แม่
“น้อง3ซิงคงเพลียนะคะ”พี่สาวเยว่ชิง
“ใช่ค่ะ ไปค่ะเราไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดกัน”แม่
“เยว่ชิง จะแต่งตัวเองค่ะแม่ไปดูน้อง3ซิงเถอะค่ะ”พี่สาวเยว่ชิง
“งั้นก็ได้จ้ะ”แม่
พี่สาวเยว่ชิง ลุกขึ้นจากที่นอนพับผ้าห่มผืนเก่าเรียบร้อยและเตรียมตัวเข้าห้องน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อย
พวกเด็กๆ ต่างช่วยกันยกน้ำ ปัดกวาดบ้านรอแม่ของพวกเขาที่กำลังทำอาหารเช้าให้กิน และเตรียมตัวนำของขายออกจากบ้านไปขายของในเมืองกัน
แม่ของเด็กๆ กำลังคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรดีวันนี้จำเป็จะต้องพาลูกชายทั้งสองช่วยถือของด้วยจะทิ้งให้ลูกสาวสองคนอยู่บ้านลำพังก็กังวลเหลือเกิน แต่ลูกสาวคนเล็กพึ่งจะหายไข้จะพาไปด้วยก็กลัวว่าจะไข้กลับขึ้นมาอีกจะแย่เอา
“แม่ จะทำยังไงดีจะเอาน้อง3ซิงไปด้วยก็กลัวจะโดนลมข้างนอกแล้วจะไข้กลับมาอีก”แม่
“แม่ครับ เราเอาผ้าห่มทุกผืนที่เรามีห่อและคลุมน้องได้ไหมครับให้น้องนอนในตะกร้าก็ได้ พวกเราไม่อยากทิ้งพวกน้องสาวไว้ที่บ้านลำพัง”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“หรือวันนี้เราจะหยุดขายของสักวันดี”แม่
“ถ้าเราหยุดขายของวันนี้ เราจะไม่มีเงินซื้อข้าวสารและยาให้น้อง3ซิงนะครับแม่”พี่รองเยว่เลี่ยง
“พวกเราไปเอารถเข็นมาและเอากองฟางรองไว้และปูผ้าห่มให้น้องเยอะๆไม่ให้น้อง3ซิงโดนลมด้านนอก”พี่ใหญ่เยว่เผิง
คนเป็แม่เหมือนไม่มีทางเลือกอีกแล้ว เงินที่หาได้ก็พอกินแค่วันต่อวันเท่านั้นเองถ้าหยุดก็คืออด แม่อยากจะร้องไห้ออกมาแต่ก็กลัวเด็กๆ จะเสียใจและคิดมากไปกว่านี้แต่ก็เริ่มตาแดงแล้วเลยรีบลุกออกไปและทำทีเตรียมของขาย
เด็กๆ เห็นต่างก็ช่วยกันไปเตรียมรถเข็นที่เก่าแล้วที่พ่อของพวกเขาเคยซื้อมาให้ และเตรียมตะกร้าเพื่อให้น้อง3ซิงของพวกเขาได้นอน
“พี่ใหญ่ผมจะไปเอาฟางมารองในตะกร้าให้น้อง3ซิงเอง”พี่รองเยว่เลี่ยง
“ได้”พี่ใหญ่เยว่เผิง
พวกพี่ๆ ต่างจัดการเื่ที่นอนพวกเขาทำเป็โครงขึ้นมาเพื่อที่จะเอาผ้าคลุมเอาไว้กันแดดกันลมให้น้อง3ซิงของพวกเขา
แม่และพวกพี่ชายพี่สาวทั้งสี่คนช่วยนำของที่หาได้จากบนูเาวางไว้ เมื่อเตรียมของเสร็จแล้วแม่ก็เข้าไปในตัวบ้านอีกครั้งและอุ้มลูกสาวคนเล็กออกมานำลงตะกร้าที่พวกลูกชายตระเตรียมเอาไว้ให้
“พวกเราจะคลุมผ้าให้น้อง3ซิงเองครับ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“จ้ะ”แม่ ยิ้มอย่างอ่อนโยนมองดูเด็กๆ ที่รักใคร่ปรองดองกันเพียงเท่านี้แม่ของเธอก็มีความสุขมากจริงๆ
“ไปกันลูก วันนี้เราคงจะรีบร้อนไม่ได้เดี๋ยวน้องจะใตื่น”แม่
“ครับ” “ค่ะ” พี่ชายและพี่สาว
4 คนแม่ลูกพากันเดินเท้าเข็นรถที่ใส่ของขายออกมาจากตัวหมู่บ้านอย่างช้าๆ และพวกเขารู้ดีว่าไปถึงสายอาจจะมีคนออกมาซื้อของน้อยลงแต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อนำลูกสาวคนเล็กที่กำลังป่วยอยู่ออกมาด้วยทำให้การเดินทางล่าช้าลงกว่าเดิม
ปรกติก็จะออกมาเช้ากว่านี้ และไปถึงในเมืองก็ร่วมสายอยู่แล้วเพราะแม่ของน้อง3ซิงพาลูกๆ ออกไปขายของทุกวัน บางวันออกถึง 2 รอบก็มี
“เด็กๆ เหนื่อยกันไหมลูกจะนั่งพักกันก่อนไหม”แม่ หันมามองดูเด็กๆ อยู่เรื่อยๆ
“ไม่ค่ะ” “ไม่ครับ” เด็กๆ
การเดินเท้าเข้าตัวเมืองของที่นี่ใช้เวลาเดินทางร่วมชั่วโมง สำหรับคนโตทั่วไปแต่ครอบครัวตระกูลซิงต้องใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆในการเดินทางเข้าตัวเมืองกัน
*****
ณ ตัวเมืองชุนจี้
“พวกเราถึงตัวเมืองกันแล้วค่ะแม่”พี่สาวเยว่ชิง
“ค่ะ”แม่ ส่งยิ้มให้เด็กๆ
4 แม่ลูกพากันเดินเข้าตัวเมืองและหาพื้นที่วางขายของซึ่งก็ได้ท้ายๆ อีกเหมือนเดิมแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีพื้นที่เหลือให้วางของขาย
“แม่ครับผมจะไปนั่งจองที่ไว้ก่อนนะครับ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“ได้จ้ะ”แม่
พี่รองเยว่เลี่ยงรีบวิ่งและไปนั่งจองพื้นที่เอาไว้ สักพักพี่ใหญ่เยว่เผิงและแม่ก็ขนตะกร้ามาวางและนำใบตองและใบไม้ใบใหญ่วางลงโต๊ะขนาดกลางที่ทำขึ้นมาเองที่มีจากบ้านนำมาเพื่อวางของที่หาได้จากูเานำมาวางเรียงไว้บนโต๊ะไม้
ส่วนพี่สาวเยว่ชิงก็คอยดูน้องอยู่บนรถเข็นเป็ระยะๆ และคอยมองแม่และพวกพี่ชายที่กำลังนั่งขายของอยู่ไม่ไกลกันมากห่างไม่เกิน 5 เมตรจากจุดต้นไม้ใหญ่บริเวณแถวนี้ที่มีคนกระจัดกระจายกันวางของและรอคนในครอบครัวมาขายของที่นี่เช่นเดียวกันกับครอบครัวของน้อง3ซิง
ใช้เวลาเกือบ 40 นาทีแล้วของที่ขายได้ก็มีแต่จะน้อยกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด พี่สาวเยว่ชิงหยิบขวดน้ำและเดินเอาไปให้แม่และพี่ชายทั้งสองของเธอได้ดื่มแก้กระหายกันเพราะแดดเริ่มร้อนแล้ว และร่มก็มีเพียงอันเดียวเท่านั้นเอง
“แม่คะ พี่ชายคะ ดื่มน้ำก่อนค่ะ”พี่สาวเยว่ชิง
“น้อง3ซิง ตื่นหรือยังน้องเยว่ชิง”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“ยังค่ะ น้อง3ซิงหลับสบายอยู่เลยตัวไม่ร้อนด้วยค่ะสีหน้าดีกว่าตอนที่เริ่มเป็ไข้จากเมื่อวานด้วยนะคะ”พี่สาวเยว่ชิง
“ดีจัง”พี่รองเยว่เลี่ยง
“น้องของหนูไม่มีไข้ขึ้นจริงๆนะลูก”แม่ ถามอีกครั้งแต่ท่านดีใจมากที่อาการของลูกดีขึ้นจริงๆ เพราะท่านกลัวและกังวลที่จะต้องพาลูกสาวคนเล็กมาด้วยในวันนี้เป็อย่างมากเลย
“ค่ะแม่ เยว่ชิงจับตัวน้องอยู่เรื่อยๆค่ะน้องปรกติดีทุกอย่างจริงๆ นะคะ”พี่สาวเยว่ชิง
ทุกๆ คนได้ยินก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะที่น้อง3ซิงของพวกเขาไม่เป็อะไรแล้ว ในระหว่างที่ทุกคนกำลังดื่มน้ำและพูดคุยถึงอาการของน้อง3ซิงกันอยู่นั่น เ้าตัวที่ทุกคนกำลังเอ่ยถึงก็เริ่มจะลืมตารู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว
วีนัสค่อยๆ รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาก็เจอสภาวะแวดล้อมที่แปลกไปไม่เหมือนเดิมเธอใมากจริงๆ
“ที่นี่ที่ไหนกัน ไม่ใช่ห้องนอนของเรานี่หน่า”วีนัส ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่งที่เหมือนกับมีคนวางผ้ารองไว้ให้บนอะไรสักอย่างเท่านั้นเองเธอแหวกผ้าคลุม้าเพื่อดูบรรยากาศแปลกตาด้านนอก และก็เห็นแบบชัดเจนเลยว่าเธอกำลังนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไหนสักแห่งบนรถเข็นเก่าๆ คันหนึ่งอีกต่างหาก
และสภาพแวดล้อมที่นี่ดูแปลกตามากไม่ใช่โลกเดิมที่เธอเคยอยู่สถาปัตยกรรมบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้อยู่ที่โลกเดิมอีกแล้ว
“โอ๊ย..!!!!!”วีนัส รู้สึกว่าลมแถวนี้พัดแรงและมีอะไรบางอย่างตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างจังเลย
“อะไรกันเนี่ยฮะตื่นขึ้นมาก็ซวยเลยเหรอเราเฮ้อ…นะ….นี่มัน………เงินนี่หน่า!!!!!เราโดนเงินตบหน้างั้นเหรอ”วีนัส ที่กำลังโมโหนิดหน่อยที่อยู่ดีๆ อะไรไม่รู้ตีเข้าที่หน้าของเธออย่างจังแต่พอหยิบออกมาแล้วมันคือเงินถึง 3 ใบ ใบละ 1,000 หยวนเสียด้วยสิจากที่โมโหก็แปรเปลี่ยนเป็หัวเราะอย่างมีความสุข
“แต่เดี๋ยวนะทำไมมือของเราสั้นและหดแบบนี้ล่ะ ขาก็สั้นด้วย..โอ้ไม่นะเรากลับไปเป็เด็กเหรอเนี่ย!!”วีนัส(3ซิง)ใเป็อย่างมาก พอสักพักความทรงจำของเด็กน้อยคนนี้ค่อยๆ เข้ามาทำให้เธอทราบเื่ราวทุกอย่างชัดเจนขึ้น
*********
(จะใช้แทนชื่อว่าน้อง3ซิงเลยนะคะ)
บ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งมีสมาชิกในครอบครัวอยู่ด้วยกันเพียง 5 คนแม่ลูก คนเป็พ่อพึ่งเสียชีวิตไปจากการเกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อ 3 เดือนที่แล้วทำให้ความเป็อยู่ของครอบครัวนี้เริ่มลำบากมากขึ้น
คนเป็แม่ต้องพาลูกๆ ออกมาตระเวนขายของเล็กๆ น้อยและนำของกลับไปทำเพื่อแลกกับรายได้นิดๆ หน่อยพอได้ซื้อข้าวสารกินในแต่ละวัน บางครั้งจำเป็จะต้องทิ้งเด็กๆ ไว้ที่บ้านให้พวกเขาดูแลกันเองก็มี แต่ก็น้อยครั้งเพราะแม่ของเด็กๆ เป็ห่วงลูกๆของเธอ
“ชีวิตรันทดจริงๆ เลยเฮ้อ…………..แต่ไม่เป็ไรแค่การมาในวันแรกกับโลกใหม่ ชีวิตใหม่ ก็โดนเงินตบหน้าตั้ง 3,000 หยวนนี่หน่า ถือว่าไม่เลวร้ายจนเกินไปนักนะชีวิตในวันแรกของโลกใบนี้”3ซิง นำเงินที่ถืออยู่ในมือใส่กระเป๋ากางเกงของเธอเอาไว้ก่อน
“โอ๊ย……!!!”3ซิง ต้องใร้องอีกครั้งเพราะโดนตบหน้าอีกรอบแล้ว แต่รอบนี้ดันหลุดมือของเธอไป
“โอ้….ไม่นะเงินบินหนีไปแล้วเราจะไม่ยอมโดนเ้าเงินนี่ตบหน้าฟรีแน่ๆ”3ซิง ค่อยลุกและไถลตัวลงจากรถเข็นอย่างรวดเร็ววิ่งตะครุบเงินที่มันบังอาจตบหน้าเธอและยังจะโบยบินหนีไปต่อหน้าต่อตาอีก
“ฮึ่บ………..ฮึ่บ……….ฮึ่บ……..นี่แน่ะได้แล้ว”3ซิง มองเงินที่อยู่ในมือมันเป็ธนบัตรใบสีแดงแบบสามใบแรกอีกแล้ว นี่หมายความว่าตอนนี้เธอมีเงินที่อยู่ดีๆ ก็ลอยมาตบหน้าถึง 6 ใบก็เป็เงิน 6,000 หยวนแล้ว เธอร่ำรวยั้แ่นาทีแรกที่ฟื้นคืนชีพมาในร่างเด็กน้อยนามว่า ซิงซิงซิง คนนี้ในโลกที่แปลกไปจากโลกเดิม
ทางด้านพวกพี่ชายที่กำลังช่วยแม่เก็บของมาใส่รถเข็นเตรียมตัวกลับหมู่บ้านนั้นก็ต้องใที่น้อง3ซิงของพวกเขาไม่ได้อยู่บนรถเข็นแล้ว
“น้อง3ซิง น้องอยู่ไหน”พี่ใหญ่เยว่เผิง / พี่รองเยว่เลี่ยง /พี่สาวเยว่ชิง
“นู้นค่ะน้อง3ซิงอยู่ตรงนู้นค่ะ”พี่สาวเยว่ชิง ที่มองเห็นน้องคนเล็กของเธอนั่งยองๆ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่รีบวิ่งไปหาน้องสาวคนเล็กทันที พวกพี่ชายทั้งสองคนด้วยเช่นกัน
“น้อง3ซิง”พวกพี่ๆ
น้อง3ซิงพวกเขาที่ตอนนี้ยังไม่ชินชื่อที่พวกเขาเรียกขานจึงไม่หันมัวแต่มองเงินในมือใบสีแดงๆ นี้อย่างอารมณ์ดีและหัวเราะอย่างมีความสุขที่สุด
พี่สาวเยว่ชิงมาถึงตัวน้องสาวคนเล็ก ก็สวมกอดน้องหอมน้อง เพื่อรับขวัญตัวเองและน้องของเธอ เพราะพวกเขาใอย่างมากกลัวน้องจะเดินหลงทางไปที่อื่นกัน
“พี่สาวขอโทษไม่น่าทิ้งน้อง3ซิงไว้ลำพังเลย ถ้าน้องหายไปพี่สาวต้องเสียใจมากแน่ๆ”พี่สาวเยว่ชิง ตาเริ่มแดงๆ เพราะเธอใมากอยู่ดีๆ น้องสาวคนเล็กก็หายไปจากบนรถเข็น
น้อง3ซิงของพวกพี่ๆ ก็กำลังงุนงงเช่นกันและมองสำรวจไปที่พวกเขาและก็นึกออกได้ทันทีเพราะความทรงจำจากร่างเดิมนี้นั่นเอง
“พวกพี่ๆ ไม่ต้องใค่ะตอนตื่นมามีลมพัดแรงๆ และหอบบางอย่างมาด้วย ซิงซิงโดนมันตบหน้าเข้าเต็มๆเลยค่ะ และพวกพี่ดูนี่สิที่มากับลมน่ะค่ะ”3ซิง ชูเงินทั้งหมดที่เธอเก็บมาได้ทั้งหมด 6 ใบสีแดงๆ ให้พวกพี่ชายพี่สาวได้ดูกันถึงสาเหตุว่าทำไมเธอถึงตื่นและลงจากรถเข็นไม่เรียกหาใคร
“เงิน!!”พวกพี่ชาย ใะโหลุดออกมา 3ซิงรีบนำมือของเธอที่ยังคงถือเงินอยู่ทั้งสองข้างปิดปากพี่ชายเอาไว้เพราะพวกเขาสองคนเสียงดังมาก ส่วนพี่สาวเยว่ชิงเพียงแค่อ้าปากเท่านั้นยังไม่ส่งเสียงใดๆ
“อย่าเสียงดังค่ะเดี๋ยวคนที่อยู่ใกล้แถวนี้ได้ยินและมาแย่งเงินของพวกเราไปนะคะ”3ซิง
“อือ..”พวกพี่ชายพยักหน้า
3ซิง เอามือออกและมองพวกเขาอย่างชัดๆ อีกครั้งพวกเขาคือครอบครัวของเธอแล้วตอนนี้ ทั้งตัวเธอและพวกพี่ๆ ต่างใส่เสื้อเก่ากันมากจริงๆ ยิ่งเธอเองดูแล้วคงจะใส่เสื้อของพวกพี่ชายอีกทีหนึ่ง
“เด็กๆ มาทำอะไรกันตรงนี้ลูกน้องของพวกเราพึ่งจะหายไข้นะอย่าชวนน้องมายืนตากลมนะลูก วันนี้ลมค่อนข้างแรกด้วย”แม่ ที่รอพวกเด็กๆ มารับของไปเก็บก็สงสัยที่เด็กๆ หายไปนานเลยหันหลังมาดูปรากฎว่าบนรถเข็นไม่มีลูกๆอยู่เลยสักคนเดียว
แม่ของ3ซิงเลย มองไปทั่วๆ ก็เจอเด็กๆ อยู่บริเวณแถวนี้ไม่ไกลจากรถเข็นมากนักเลยยกของไปวางไว้ที่รถเข็นและเข็นมาหาพวกเด็กๆ ทันที
“แม่คะ น้อง3ซิงเจอเงินปลิวมากับลมแล้วพัดมาตบหน้าน้อง3ซิงค่ะ และเงินพวกนี้น้องเก็บได้ค่ะแม่”พี่สาวเยว่ชิง พูดกระซิบกระซาบเสียงเบาเพราะกลัวคนอื่นๆ ได้ยินกัน ดีนะตอนที่3ซิงวิ่งไล่เก็บเงินพวกนี้บริเวณแถวนี้ไม่มีคนแล้วเพราะวันนี้ครอบครัวของเธอมาขายของช้ากว่าเพื่อนเลยทนนั่งนานกว่าเดิมเผื่อว่าจะมีคนหลงเหลือเดินมาซื้อของในตลาดนานกว่าทุกๆ วัน
“ว่าไงนะลูก”แม่ ใมากที่ได้ยินว่าลูกสาวคนเล็กน้อง3ซิงเจอเงินตบหน้าเข้า
“น้อง3ซิงเจอเงินจริงๆครับแม่ดูที่มือน้องสิครับ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
*******
ธนบัตร
1,000 หยวน สีแดง
500 หยวน สีเหลือง
100 หยวน สีส้ม
50 หยวน สีเขียว
20 หยวน สีฟ้า
********
แม่มองดูตามมือที่ลูกชายชี้ไป ก็เห็นในมือลูกสาวคนเล็กของเธอถือเงินเต็มทั้งสองของเลยและมันเป็ธนบัตรใบสีแด๊ง…….สีแดง……..อีกต่างหาก
“นี่มันเงินใบละตั้ง 1,000 หยวนเลยนะลูก”แม่
“มีแค่ 6 ใบเองค่ะแม่”3ซิง
“6 ใบก็ 1,000 หยวน………..2,000 หยวน……..3,000 หยวน……4,000 หยวน……5,000 หยวน 6….6,000 หยวน”พวกพี่ชาย ที่นับจำนวนเงินที่อยู่ในมือของน้อง3ซิงของพวกเขา
“มันเป็เงินของคนอื่นหรือเปล่าลูกอาจจะมีใครทำเงินหล่นก็ได้นะคะ ลองถามคนอื่นดีไหมคะ”แม่
“แม่คะ ซิงซิงว่าไม่มีหรอกค่ะเงินใบสีแดงแบบนี้ซิงซิงจำได้ว่ามันเงินเยอะสุดใช่ไหมคะ”3ซิง
“ใช่คะ”แม่
“ถ้าเงินเยอะขนาดนี้เ้าของทำหล่นหายเขาต้องโวยวายแล้วค่ะ และยิ่งถ้าเราไปถามแล้วถ้าเขาเกิดโลภมากอยากได้เงินก้อนนี้ที่สมควรจะเป็ลาภลอยที่ลมพัดมาให้เราล่ะค่ะ”3ซิง
“เอ่อ………..”แม่
“จริงอย่างที่น้อง3ซิงว่านะครับ ั้แ่เรามาขายของจนถึงตอนนี้ไม่มีใครเอะอะโวยวายว่าเงินหายเลยทั้งๆที่เงินเยอะมากขนาดนี้”พี่ชายเยว่เผิง
“ใช่ครับแม่ พวกเราไม่ได้ยินใครมาพูดเลยว่าเห็นเงินที่พวกเขาทำตกหายไปไหม”พี่รองเยว่เลี่ยง
“เงินพวกนี้ต้องเป็ของน้อง3ซิงแล้วล่ะค่ะ เพราะน้องเจอโดยบังเอิญและเราไม่ได้ขโมยของใครนะคะแม่ มันพัดมาตบหน้าน้อง3ซิงเองค่ะ”พี่สาวเยว่ชิง
“นี่ค่ะแม่เก็บเงินไว้นะคะ”3ซิง จับมือของแม่แบไว้และวางเงินสีแดง 6 ใบให้แม่ของเธอทันทีและส่งยิ้มไปให้
“เงินจำนวนนี้มันมากจริงๆลูกแม่ไม่เคยจับเงินมากขนาดนี้มาก่อนเลย”แม่ ยังมือสั่นๆ อยู่เลยตอนรับเงินใบสีแดง 6 ใบนี้ไป
พวกพี่ชาย พี่สาว ต่างก็ลูบคลำเงินใบสีแด๊ง……..สีแดง….ในมือของแม่พวกเขาด้วยและยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุข ดวงตาที่ไร้ซึ่งความหวัง และความกังวล และความหวาดกลัว หายไปหมดสิ้น
########
น้อง3ซิงของเราเปิดมาตอนแรกก็ประเดิมเจอเงินลอยมาตบหน้าของเธอถึง 2 ครั้ง และเป็ธนบัตรใบสีแดงที่เป็เงินอัตราที่แพงที่สุดในโลกยุคนี้เสียด้วย ถือว่าเป็การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกนี้ได้ไม่แย่เกินไปนัก
น้อง3ซิงกับครอบครัวจะนำเงิน 6,000 หยวนนี้ไปซื้ออะไรกันบ้างนะคะ ลองคาดเดากันดูว่า3ซิงของเราจะซื้อประเดิมอะไรเพื่อให้ชีวิตครอบครัวได้สบายขึ้นเป็ชิ้นแรกของการข้ามาในโลกแห่งนี้กัน❓❓❓
ไร้ท์เองก็อยากเจอแบงค์สีเทาตบหน้าหลายๆใบเหมือนกันค่ะ น้อง3 ซิงมาอยู่กับไร้ท์สักวันเหอะ