เช้าวันที่สองของการดูแล เสี่ยวหรู ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงแรกของอรุณที่ส่องผ่านหน้าต่างไม้ของห้องพักเล็กๆ ของนาง ความรู้สึกหนักใจที่เคยกดทับอยู่ในอกเมื่อคืนก่อนเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว หลังจากที่ได้ใช้เวลาทั้งวันเมื่อวานในการดูแลจางเหวิน นางพบว่าการได้ทำสิ่งที่มีประโยชน์เพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทำให้จิตใจของนางสงบลงได้มาก
นางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนไผ่ที่ปกคลุมไปด้วยหยาดน้ำค้างยามเช้า ใบไผ่เขียวขจีแกว่งไสวไปตามสายลมอ่อนๆ สร้างเสียงใสๆ ที่ผ่อนคลาย บรรยากาศของสำนักพยัคฆ์เมฆายามเช้าตรู่มีความสงบและสวยงาม แตกต่างจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน
นางเดินไปตามเส้นทางเดินไม้ของสำนักพยัคฆ์เมฆาด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายขึ้น เสียงฝีเท้าของนางบนไม้เก่าส่งเสียงแ่เบาที่กลมกลืนกับเสียงธรรมชาติรอบข้าง นกเล็กๆ บินไปมาระหว่างกิ่งไผ่ ส่งเสียงร้องเพราะพริ้งที่ทำให้อารมณ์ของนางดีขึ้น แสงแดดยามเช้าส่องผ่านใบไผ่สร้างแสงเงาลายที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเคลื่อนไหวของใบไผ่ ทำให้พื้นหินของทางเดินดูมีชีวิตชีวา
นางตัดสินใจแวะไปที่ห้องพักศิษย์สายในทางทิศเหนือเพื่อพบอาเฉิงก่อน แม้อาเฉิงจะถูกกักบริเวณเพื่อให้สำนึกตน แต่กฎของสำนักในยามปกติไม่ได้ห้ามการเยี่ยมเยียนจากคนในด้วยกัน นางรู้ว่าอาเฉิงคงกำลังทรมานใจอยู่ และการได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับจางเหวินคงจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง
ขณะเดินผ่านลานฝึกที่เคยเกิดเหตุการณ์น่าใ นางหยุดชะงักเล็กน้อย ภาพของดาบไม้ที่พุ่งมาหานางและร่างของจางเหวินที่เข้ามาปกป้องยังคงชัดเจนในความทรงจำ แต่ความรู้สึกกลัวและใเมื่อก่อนได้เปลี่ยนเป็ความรู้สึกผิดและความกตัญญูแทน นางส่ายหน้าเบาๆ เพื่อไล่ความคิดเ่าั้ออกไป แล้วเดินต่อไปยังจุดหมายของนาง
บริเวณห้องพักศิษย์สายในเป็แถวอาคารไม้ยาวที่สร้างขนานกับกำแพงด้านเหนือของสำนัก แต่ละห้องมีขนาดเล็กแต่เพียงพอสำหรับศิษย์คนหนึ่ง มีหน้าต่างเล็กๆ หันออกไปทางสวนไผ่ และประตูไม้เก่าที่แกะสลักลายเมฆาอย่างเรียบง่าย บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบ เนื่องจากศิษย์ส่วนใหญ่ออกไปฝึกซ้อมกันแล้ว
เมื่อนางมาถึงหน้าห้องของอาเฉิง นางได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวเบาๆ จากข้างใน ดูเหมือนเขาจะตื่นแล้วและกำลังทำอะไรอยู่ นางเคาะประตูเบาๆ สามครั้งตามมารยาทของสำนัก
"อาเฉิง ข้าเสี่ยวหรูเ้าค่ะ มาเยี่ยมท่าน" นางเรียกด้วยเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
เสียงการเคลื่อนไหวข้างในหยุดลงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะดังเข้ามาใกล้ประตู แล้วประตูไม้ก็เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าของอาเฉิงที่ดูซูบซีดและมีรอยคล้ำใต้ตา เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวธรรมดาของศิษย์ในสำนัก แต่ดูยับย่นและไม่เรียบร้อยเหมือนปกติ ผมของเขาก็ดูไม่ค่อยเป็ระเบียบ แสดงให้เห็นว่าเขาคงไม่ได้นอนหลับให้สนิท
เมื่อนางผลักประตูเข้าไป พบ อาเฉิง กำลังนั่งเช็ดกระบี่อยู่ด้วยท่าทางสำนึกผิด ใบหน้าของเขาดูแจ่มใสขึ้นเมื่อเห็นนาง แต่ยังคงมีเงาของความเศร้าโศกและความรู้สึกผิดอยู่ในดวงตา
ห้องของอาเฉิงเรียบง่ายและสะอาดเป็ระเบียบ มีเตียงไม้เล็กๆ ที่ปูด้วยผ้าขาวสะอาด โต๊ะเขียนหนังสือที่วางหนังสือและเครื่องเขียนเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ และชั้นวางดาบที่มีกระบี่คู่ใจของเขาวางอยู่ บนโต๊ะมีกระดาษเขียนหนังสือกองหนึ่งที่ดูเหมือนเขาจะกำลังคัดลอกตำราอยู่ ตามที่ท่านอาจารย์สั่งให้ทำเพื่อฝึกสมาธิ
"เสี่ยวหรู! ข้ากำลังนึกถึงเ้าอยู่พอดี" อาเฉิงลุกขึ้นทักทายด้วยความดีใจที่ได้เห็นหน้านาง แต่ความดีใจนั้นก็ถูกความรู้สึกผิดบดบังไปอย่างรวดเร็ว "ท่านอาจารย์สั่งให้ข้าคัดตำราพยัคฆ์คำรณห้าสิบจบเพื่อฝึกสมาธิ ข้าคงไม่ได้ออกไปเดินเล่นกับเ้าอีกสองสามวันนะ"
เสียงของเขาฟังดูเหนื่อยล้าและเศร้าใจ นางเห็นได้ว่าการถูกกักบริเวณและไม่สามารถออกไปดูแลจางเหวินด้วยตนเองทำให้เขาทรมานใจมาก ดวงตาของเขาที่เคยเปล่งประกายด้วยความร่าเริงกลับดูหม่นหมองและเต็มไปด้วยความกังวล
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะอาเฉิง ข้าเข้าใจ" เสี่ยวหรูยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางวางห่อขนมน้ำตาลกรวดที่นางตั้งใจเตรียมมาให้ลงบนโต๊ะ ขนมเหล่านี้เป็ขนมที่นางทำเองจากน้ำตาลปี๊บและงาที่หาได้จากครัวของสำนัก หวังว่าจะช่วยให้อาเฉิงมีกำลังใจมากขึ้น "ข้ากำลังจะไปดูแลศิษย์พี่จางต่อ ท่านไม่ต้องกังวลเื่ทางนั้นนะเ้าคะ"
อาเฉิงมองดูห่อขนมด้วยความซาบซึ้ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความกตัญญู "เ้าใจดีมากเลยเสี่ยวหรู ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วที่ได้เห็นเ้า เมื่อคืนข้านอนไม่หลับเลย นึกแต่เื่ที่เกิดขึ้น คิดว่าถ้าข้าระวังตัวมากกว่านี้ ถ้าข้าไม่ซุ่มซ่าม ศิษย์พี่จางคงไม่ต้องเจ็บ"
เขาหยุดพูดแล้วนั่งลงบนเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก "ข้าเคยฝึกท่านี้มาหลายร้อยครั้งแล้ว แต่ทำไมถึงได้ผิดพลาดในเวลาที่สำคัญที่สุด ถ้าเ้าโดนดาบไม้นั่น..." เขาไม่กล้าพูดต่อ เพียงแค่คิดถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นก็ทำให้เขาสั่นเทาไปหมด
เสี่ยวหรูเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เขาบนเตียง แล้วเอามือไปจับมือของเขาเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ "อาเฉิง ท่านอย่าโทษตัวเองเลยเ้าค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็อุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือทุกคนปลอดภัยดี ศิษย์พี่จางก็กำลังหายดีขึ้นทุกวัน"
"ฝากเ้าด้วยนะเสี่ยวหรู" อาเฉิงกุมมือนางไว้หลวมๆ ด้วยความซาบซึ้ึง "ศิษย์พี่จางเขามักจะเอ็นดูข้าเสมอ ั้แ่วันแรกที่ข้าเข้ามาในสำนัก เขาก็คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำข้าเสมอ เวลาข้าฝึกดาบไม่เป็ เขาก็จะมาสอนให้ด้วยความอดทน เวลาข้าเศร้าใจ เขาก็จะมาปลอบใจ"
อาเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความเสียใจ ดวงตาของเขาเริ่มมีน้ำตาคลอ "ครั้งนี้ข้าซุ่มซ่ามทำเขาเจ็บจนขยับมือไม่ได้ ข้ารู้สึกแย่มากเลยเสี่ยวหรู เหมือนกับว่าข้าทรยศคนที่ดีกับข้า เ้าช่วยดูแลเื่อาหารการกินและหยิบจับยาให้เขาแทนข้าทีนะ หากเขาหายดี ข้าจะรีบไปขอบคุณเขาด้วยตัวเอง"
น้ำเสียงของอาเฉิงสั่นเทาด้วยอารมณ์ นางเห็นได้ว่าเขากำลังพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ความรู้สึกผิดที่หนักหน่วงนี้คงทำให้เขาทรมานมาก นางรู้สึกเห็นใจเขาอย่างมาก เพราะนางเองก็รู้สึกผิดเช่นกัน
"ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านเ้าค่ะ" เสี่ยวหรูพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเข้าใจ "ข้าเองก็รู้สึกผิดมากเหมือนกัน ถ้าข้าไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น ศิษย์พี่จางคงไม่ต้องเจ็บ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือดูแลเขาให้ดีที่สุด"
นางหยุดพูดแล้วมองดูใบหน้าของอาเฉิงที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก "ข้าสัญญาว่าจะดูแลศิษย์พี่จางให้ดีที่สุด จะทำทุกอย่างที่ท่านอยากทำให้เขา และจะมาบอกข่าวคราวของเขาให้ท่านฟังทุกวัน ท่านไม่ต้องกังวลเลยเ้าค่ะ"
คำฝากฝังด้วยความซื่อบริสุทธิ์ของคนรัก ทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกว่าหน้าที่นี้ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การชดเชยความผิดพลาดของตนเอง แต่ยังเป็การทำหน้าที่แทนอาเฉิงที่ไม่สามารถออกมาดูแลเพื่อนได้ด้วย
อาเฉิงยิ้มให้นางอย่างซาบซึ้ง แม้ดวงตาจะยังคงเศร้าโศก "ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหรู ข้าโชคดีจริงๆ ที่มีเพื่อนอย่างเ้า เ้าใจดีและเข้าใจข้าเสมอ ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถ้าไม่มีเ้า"
นางรู้สึกอบอุ่นใจกับคำพูดของเขา แต่ก็รู้สึกหนักใจกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น นางต้องดูแลไม่เพียงแค่จางเหวิน แต่ยังต้องคอยปลอบใจอาเฉิงด้วย
"ท่านอย่าพูดแบบนั้นเลยเ้าค่ะ เราเป็เพื่อนกัน การช่วยเหลือกันเป็เื่ธรรมดา" นางยิ้มให้เขาแล้วลุกขึ้นยืน "ตอนนี้ข้าต้องไปดูแลศิษย์พี่จางแล้วเ้าค่ะ ท่านพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าคิดมากเลยนะ"
"ไปเถอะเสี่ยวหรู ข้าจะคิดถึงเ้า" อาเฉิงโบกมือลา ใบหน้าของเขาดูดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้คุยกับนาง
นางลาอาเฉิงแล้วมุ่งหน้าออกจากบริเวณห้องพักศิษย์สายใน เดินผ่านลานฝึกที่ตอนนี้มีศิษย์หลายคนกำลังฝึกซ้อมกัน เสียงดาบปะทะกันและเสียงะโของศิษย์ที่กำลังฝึกฝนทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวา แตกต่างจากความเงียบงันเมื่อสองวันก่อน
ขณะเดินผ่าน นางสังเกตเห็นว่าศิษย์หลายคนมองมาที่นางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจและความเข้าใจ บางคนพยักหน้าให้นางด้วยความเคารพ เพราะทุกคนต่างรู้ว่านางกำลังดูแลจางเหวินที่ได้รับาเ็เพื่อปกป้องนาง
นางเดินต่อไปตามทางเดินที่นำไปสู่ป่าไผ่ด้านหลังสำนัก บรรยากาศเปลี่ยนจากความคึกคักของลานฝึกเป็ความสงบเงียบของธรรมชาติ เสียงใสๆ ของใบไผ่ที่เสียดสีกันและเสียงนกร้องไกลๆ ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย
ป่าไผ่ด้านหลังสำนักเป็บริเวณที่สวยงามและเงียบสงบ ต้นไผ่สูงใหญ่เรียงรายสร้างทางเดินธรรมชาติที่โค้งคดเคี้ยวไปตามภูมิประเทศ แสงแดดส่องผ่านใบไผ่สร้างแสงเงาที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา อากาศในป่าไผ่เย็นสบายและหอมด้วยกลิ่นของใบไผ่สด
หลังจากเดินไปประมาณสิบนาที นางก็มาถึงเรือนพักท้ายป่าไผ่ของจางเหวิน เรือนหลังนี้เป็เรือนไม้หลังเล็กที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย มีหลังคาไม้และผนังไม้ที่ทาสีน้ำตาลอ่อน รอบๆ เรือนมีต้นไผ่เล็กๆ ปลูกไว้เป็แนว และมีสวนเล็กๆ ที่ปลูกสมุนไพรและผักใบเขียวต่างๆ
เมื่อถึงเรือนพัก นางพบว่าประตูเปิดแง้มอยู่ แสงแดดยามเช้าส่องเข้าไปในห้องสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น นางได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวเบาๆ จากข้างใน ดูเหมือนจางเหวินจะตื่นแล้วและกำลังพยายามทำอะไรอยู่
นางเคาะประตูเบาๆ แล้วเรียก "ศิษย์พี่จาง ข้าเสี่ยวหรูเ้าค่ะ มาดูแลท่านแล้ว"
"เข้ามาได้เสี่ยวหรู" เสียงของจางเหวินดังตอบกลับมาจากข้างใน ฟังดูเหนื่อยๆ และมีความลำบากเล็กน้อย
เมื่อนางเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้นางใและรู้สึกเห็นใจอย่างมาก จางเหวิน นั่งอยู่บนม้านั่งไม้ริมหน้าต่าง พยายามจะใช้แขนที่เข้าเฝือกไขว้กันเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นไปหยิบกาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ข้างหน้าต่าง
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อจากความพยายามและความเ็ป แขนทั้งสองข้างที่ถูกพันด้วยผ้าขaวและไม้เฝือกดูอ่อนแรงและใช้การไม่ได้ เขาพยายามใช้ศอกและไหล่ในการเคลื่อนไหว แต่ทว่าจังหวะที่เขาลุกขึ้น ขาที่ยังไม่มั่นคงนักเพราะการขาดการออกกำลังกายกลับสะดุดเข้ากับขาโต๊ะไม้ จนเขาเสียหลักเซไปด้านข้าง
"ศิษย์พี่! ระวังเ้าค่ะ!"
เสี่ยวหรูทิ้งตะกร้าที่ถือมาแล้วรีบถลาเข้าไปประคองต้นแขนของเขาไว้ทันที ร่างของจางเหวินเซมาพิงไหล่นางเพียงชั่วครู่ก่อนที่เขาจะทรงตัวได้ ััที่เกิดขึ้นเป็ไปอย่างรวดเร็วและเป็อุบัติเหตุโดยแท้จริง แต่นางรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของร่างกายเขาที่หนักกว่าที่คิด และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าของเขา
"โอ๊ะ... ขอบใจเ้ามากเสี่ยวหรู ข้าขอโทษจริงๆ" จางเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจและเต็มไปด้วยความอาย ใบหน้าของเขาแดงเล็กน้อยจากความอึดอัดใจ "ข้าแค่อยากจะรินน้ำกินเองบ้าง ไม่อยากรอให้เ้ามาลำบากทุกอย่าง ข้ารู้สึกเหมือนเป็ภาระของเ้า"
เขาพูดพลางรีบถอยห่างออกไปนั่งลงที่เดิมอย่างสุภาพ ความเกรงใจและความไม่สบายใจที่ต้องให้คนอื่นมาดูแลเห็นได้ชัดจากท่าทางของเขา
"ท่านอย่าฝืนเลยเ้าค่ะ แขนยังเจ็บอยู่นิ่งๆ เถิด" เสี่ยวหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง พลางเก็บตะกร้าที่ทิ้งไว้แล้วเดินไปที่โต๊ะ "เดี๋ยวข้าจัดการให้เองทุกอย่าง ท่านไม่ต้องเกรงใจข้าเลยนะเ้าคะ การดูแลท่านเป็หน้าที่ของข้า"
นางรินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยเซรามิกเล็กๆ ที่มีลายเมฆาแกะสลักอย่างประณีต น้ำชาที่รินออกมามีสีเหลืองอ่อนใสและมีกลิ่นหอมของชาใบบัวที่ผสมกับสมุนไพรบำรุงร่างกาย นางเป่าให้น้ำชาเย็นลงเล็กน้อยก่อนจะเดินไปส่งให้เขา
"ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหรู" จางเหวินรับถ้วยชามาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แล้วจิบอย่างสงบ "ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าการใช้มือเป็เื่สำคัญขนาดนี้ เมื่อใช้ไม่ได้แล้วถึงรู้ว่าทุกอย่างลำบากไปหมด"
เขาไม่ได้จ้องมองนางด้วยสายตาประหลาด หรือพยายามจะหาเศษหาเลยจากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่นางต้องประคองเขา เขายังคงเป็ศิษย์พี่ที่ดูซื่อตรงและถ่อมตัวเช่นเดิม ความเงียบสงบในห้องยาและการวางตัวที่ให้เกียรติของเขา ทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกว่าการดูแลครั้งนี้เป็เพียงเื่ของความมีน้ำใจระหว่างศิษย์ร่วมสำนักเท่านั้น
ห้องของจางเหวินจัดแต่งอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่น มีเตียงไม้ขนาดกลางที่ปูด้วยผ้าห่มสีน้ำเงินอ่อน โต๊ะเขียนหนังสือที่วางหนังสือและม้วนกระดาษไว้เป็ระเบียบ และชั้นวางของที่มีขวดยาและสมุนไพรต่างๆ วางเรียงรายอยู่ หน้าต่างเปิดออกไปสู่สวนไผ่เล็กๆ ทำให้อากาศในห้องหมุนเวียนได้ดีและมีกลิ่นหอมของไผ่ลอยเข้ามา
"ศิษย์พี่จาง วันนี้ท่านรู้สึกเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ" นางถามขณะที่เริ่มจัดเตรียมยาและสมุนไพรที่นำมา "ข้อมือยังเจ็บมากไหม"
"ดีขึ้นกว่าเมื่อวานแล้วเสี่ยวหรู" เขาตอบด้วยรอยยิ้มเล็กๆ "ยาที่เ้าให้กินเมื่อวานช่วยได้มาก ข้านอนหลับได้สนิทกว่าเดิม แต่ข้อมือยังเจ็บอยู่บ้าง โดยเฉพาะตอนเช้าที่พยายามขยับ"
คำชมเชยของเขาทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจ นางยิ้มให้เขาแล้วเอายาที่ผสมเสร็จแล้วไปให้ "ท่านดื่มยานี้เ้าค่ะ จะช่วยแก้ปวดและลดการอักเสบ"
จางเหวินรับยามาดื่มโดยไม่ลังเล แม้รสจะขมเล็กน้อย เขาก็ดื่มหมดโดยไม่บ่น "ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหรู ข้ารู้สึกโชคดีมากที่มีเ้ามาดูแล"
หลังจากให้เขาดื่มยาแล้ว นางก็เริ่มเปลี่ยนผ้าพันแผลและตรวจดูสภาพของข้อมือ การบวมลดลงเล็กน้อยแล้ว และสีของิัก็ดูดีขึ้น แสดงว่าการรักษากำลังได้ผล
"การหายของท่านดีมากเลยเ้าค่ะ" นางพูดด้วยความดีใจ "อีกสักสัปดาห์หนึ่งคงจะสามารถขยับนิ้วได้เล็กน้อยแล้ว"
"จริงหรือเสี่ยวหรู" เขาถามด้วยความหวัง "ข้าเริ่มกังวลว่าจะใช้มือไม่ได้อีกเลย"
"ไม่ต้องกังวลเลยเ้าค่ะ" นางปลอบใจ "ข้าจะดูแลท่านให้ดีจนกว่าจะหายสนิท"
คำสัญญาของนางทำให้จางเหวินรู้สึกอบอุ่นใจและมีความหวัง เขามองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและความชื่นชม ในใจลึกๆ ของเขา ความพึงพอใจกำลังเพิ่มขึ้นทุกวินาที แผนการของเขากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี