ทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด

    Ep.65 ความในใจของซูเจิน

            สิ้นคำพิพากษา ซูเจินก็ต้องน้ำตานองหน้าอีกครั้งภายในวันเดียวกัน นางไม่สนใจราชโองการที่เสี่ยวไป๋นำมาให้ด้วยซ้ำ สิ่งที่นางสนใจคือความรู้สึกที่นางมีต่อองค์ชายฝาแฝดคู่นี้ พวกเขาดูเปลี่ยนไปและไม่เหมือนคนเดิมที่นางรู้จัก ซูเจินวิ่งฝ่าวงล้อมอันตึงเคลียดนั้นออกมาพร้อมๆกับที่อาเหมยที่กำลังวิ่งตามเจ้านายไปอย่างติดๆ อี้เถียนเข้าใจความรู้สึกของนางและอี้เฉียนดี เขาทำได้เเค่เดินไปตบไหล่ให้กำลังใจพี่ชาย

             "พวกเราจะต้องเล่นบทนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ท่านพี่?"

         "ก็จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะคลี่คลายนั่นแหละ เจ้าก็ใจแข็งหน่อยแล้วกัน อย่าเพิ่งใจอ่อนให้กับน้ำตาของสตรีง่ายๆสิ"

          "ตัวข้าไม่มีปัญหาอะไรหรอก เเต่ซูเจินน่ะสิ..นางจะทนสภาพแบบนี้ไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน อย่างน้อยๆเราน่าจะยอมให้นางพบกับสนมลีบ้างก็ยังดี..ยิ่งตอนนี้นางถูกกักบริเวณ มันจะไม่ยิ่งไปกันใหญ่หรือท่านพี่"

            "ก็จริง…เช่นนั้นข้าจะลองไปคุยกับนางดู จริงด้วย..ข้าได้ข่าวว่าสนมดีอาการไม่สู้ดี นางเป็นอย่างไรบ้าง?"

          "หมอหลวงบอกว่า นางมีอาการผิดปกติอันเนื่องมาจากได้รับแสงและสภาพอากาศถ่ายเทน้อย ทำให้ร่างกายของนางต่อต้านกันเองหรือเรียกง่ายๆว่าโรคป่วยดิบพะยะค่ะ"

             "โรคนี้..ข้าเคยอ่านในตำรามาบ้าง รักษาได้ไม่ยาก"

       "หมอหลวงบอกว่าอาการของนางหน้าเป็นห่วงเนื่องจากนางปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่อยู่เร็วเกินไปจึงทำให้ร่างกายของนางปรับตัวไม่ทัน หมอหลวงเองก็ได้เเต่เฝ้าดูอาการ ท่านพี่พอจะเเนะนำเรื่องนี้ได้หรือไม่?"

          "เจ้านำร่างฉุนเป่ยมาต้มให้นางกินสามเวลาหลังอาหาร อาการของนางก็จะทุเลาลง.."

           "ขอบพระทัยพะยะค่ะ ว่าเเต่..ท่านจะปล่อยให้นางเข้าใจพวกเราเช่นนี้ต่อไปจริงๆหรือ?"

            "ข้าบอกแล้วไงว่า ข้าจะพูดความจริงกับนางทั้งหมดก็ต่อเมื่อเรื่องนี้คลี่คลายลงแล้ว เจ้าเองก็อย่าหลุดแล้วกัน"

            "ข้าอยู่ทางนี้คงไม่ค่อยได้เจอนางหรอก มีแต่ท่านพี่นั่นแหละที่ต้องรับมือนางให้ได้ ไหนจะสนมฮงอีก นี้ท่านคงกลัวว่าสนมฮงจะก่อเรื่องกับซูเจินสินะ..ท่านพี่ถึงได้ทำราชโองการปลอมนี้ขึ้นมา ถึงขั้นต้องยืมมือเสี่ยวไป๋ขนาดนี้ ฮึ?"

            "สมแล้วที่เจ้ากับข้าเป็นฝาแฝดคลานตามกันมา เอาเป็นว่า..เรื่องนี้ให้คนรู้น้อยมากที่สุด ข้าจะรีบไปจัดการเรื่องที่คุกใต้ดินแล้วข้าจะเข้าไปเจรจากับนางอีกที"

            "ท่านพี่ไม่ต้องห่วง ทางนี้ข้าจะดูแลเอง"

           "อืม!!..อาฉางไป!!" อี้เฉียนตัดสินใจที่จะไม่แจ้งเรื่องนี้ให้ทางการทราบและเขาอาสาเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง เเน่นอนว่านักโทษทุกคนถูกจับตัวกลับมาได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นนัมมีที่รู้จักทางหนีทีไล่ได้ดีเพราะมีความเป็นโจรอยู่ในตัว…การหลบหลีกทหารออกนอกเมืองจึงเป็นเรื่องเชี่ยวชาญของเขา ซูเจินกลับมาถึงจวนพร้อมกับทหารที่เดินจามหลังนางมาอีกสี่นาย แน่นอนว่าพวกเขาได้รับคำสั่งจากอี้เฉียนให้มาดูแลหน้าจวนของนางเพื่อป้องกันไม่ให้นั่งหลุดออกไปได้นั่นเอง เวลานั้นซูเจินเอาเเต่นั่งนิ่วคิ้วขมวดในหลายๆอย่าง โกรธสองพี่น้องฝาเเฝด เคียดเเค้ดสนมฮง โมโหราชโองการและยังมีสงสารสนมลีอีก..เวลานี้นางเหมือนหนูติดจั่นจะออกไปไหนก็ไม่ได้ ทำได้เพียงเเค่นั่งมองประตูตาปริบๆเพื่อรอให้พ้นโทษนั่นเอง เวลาบ่ายคล้อยใกล้เย็น…ซูเจินเดินวนไปมาเพื่อระงับอารมณ์ของนาง ทว่าบางสิ่งตรงหน้าก็ทำให้นางหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง อี้เฉียนปรากฏตัวพร้อมกับถาดขนมหยุนลี่..ซูเจินมองเขาด้วยสายตาไม่สบอารมณ์สลับกับถาดขนมแล้วคิดในใจว่า…*ท่านทำผิดกับข้าขนาดนั้น คิดจะเอาขนมถาดเดียวมาล่อแล้วจบงั้นหรอ ไม่มีทาง ข้าไม่ยอมแน่นอน* 

           "อาเหมย!!"

           "เจ้าค่ะพระชายา?"

         "ที่นี่เป็นจวนของข้า ข้าไม่สะดวกที่จะต้อนรับผู้ใด เชิญเขาออกไปซะ"

         "นี่เจ้าโกรธข้าถึงเพียงนั้นเลยหรอซูเจิน ดูนี่เสียก่อนข้ามีอะไรมาให้เจ้าด้วยนะ ของโปรดเจ้าเลยไม่ใช่รึ?"

         "ท่านคิดจริงๆหรอว่าขนมแค่ถาดเดียวจะทำให้ข้ายกโทษให้ท่าน ท่านสั่งกักบริเวณข้า เพียงเพราะข้าปล่อยนักโทษคนนึงไปและท่านก็รู้ว่าข้าต้องไปที่นั่น แผนการที่ให้อาฉางมาบอกข้าเรื่องสนมลี ท่านเป็นตั้งตั้งตัวตีในเรื่องนี้ใช่ไหม!!"

            "เจ้าโยงเรื่องทุกอย่างมาปนกันหมดเเล้ว เจ้ารู้ตัวไหม?"

         "ข้าไม่สนหรอก!! ตอนนี้ต่อให้ข้าจะทำยังไง ข้าก็ไม่ได้อยู่ในสายตาท่านอยู่แล้ว เวลานี้ข้าถูกมองว่าเป็นเพื่อนของนักโทษ สิ่งที่ข้าทำทุกอย่างมันเลวร้ายไม่ต่างกับนักโทษ..แต่ท่านอย่าลืมสิว่านักโทษคนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งท่านเองก็รู้ว่านางบริสุทธิ์!!! อี้เฉียน..ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกท่านทั้งสองกำลังทำอะไรอยู่ รวมถึงการที่ท่านไปทำดีกับสนมฮงและที่อี้เถียนพยายามหลบหน้าข้าด้วย…ฮือฮือ..(สะอึก) พวกท่านสองคนทำเหมือนว่าไม่ต้องการข้าแล้วอยู่ดีๆก็ไม่มีใครสนใจข้าเลยปล่อยให้ข้าต้องโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว ทั้งๆที่ข้าก็พยายามแสดงตัวแล้วว่าข้าอยู่ตรงนี้ข้าเองก็มีจิตใจมีความรู้สึก (สะอึก)..ข้าไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรแต่ข้าไม่ชอบที่พวกท่านทำแบบนี้กับข้าเลย ในตอนแรกข้ายอมรับเลยนะว่าการอยู่ที่นี่ มันทำให้ข้ามีความสุขมาก ข้าอยากทำอะไรก็ได้ทำแถมยังมีคนดูแลข้าอย่างใกล้ชิดถึง 2 คนด้วยกัน..ทุกอย่างมันดีไปหมดจนมันทำให้ข้าไม่อยากกลับไปในที่ที่ข้าจากมาเลย….เเต่พอมาถึงตอนนี้ข้ารู้สึกพอแล้ว....ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่และข้าก็ไม่อยากเป็นชายาของพวกท่านแล้ว..ทันทีที่ข้าหาทางกลับบ้านได้ ข้าจะไปจากที่นี่ทันที!! ท่านได้ยินไหมว่าข้าจะไปจากที่นี่ ไปจากพวกท่านทันที!! ฮือฮือ..อาเหมย!!ส่งเเขก!!!"

            ".................." ซูเจินปาดน้ำตาแล้วรีบหันหลังให้อี้เฉียนทันที..นางไม่แน่ใจว่าอี้เฉียนจะเข้าใจความหมายที่นางพูดหรือเปล่า เเต่นางต้องหลบหน้าจากเขาเพราะนางเพิ่งจะสารภาพว่านางเองก็รู้สึกดีกับพวกเขาสองพี่น้องไปแล้ว ด้านอี้เฉียนเองก็อึ้งไปพักใหญ่เพราะเขาไม่นึกเลยว่าซูเจินจะเสียใจถึงเพียงนี้..ในใจลึกๆแล้วเขาเองก็รู้สึกเสียใจมากที่ต้องทำเช่นนี้กับนาง เเต่เพื่อป้องกันให้นางไม่เป็นเหมือนสนมลี เขาจำเป็นต้องทำ อี้เฉียนวางขนมหยุนลี่ไว้ที่โต๊ะแล้วเดินออกจากจวนไปอย่างเงียบๆ ทว่าไม่ทันที่อี้เฉียนจะก้่วขาออกไปพ้น ถาดขนมเมื่อครู่ก็ถูกโยนผ่านเเขนขวาของเขาออกไป ภาพที่เห็นคือขนมหล่นกระจุยกระจายเต็มพื้นไปหมด เสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาคือเสียงร้องไห้ที่สุดแสนจะเสียใจของซูเจินนั่นเอง มันเป็นเสียงที่ทำให้อี้เฉียนทรมานใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากเดินออกมาอย่างเงียบๆ….

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด ที่คุณอ่าน