10
โรงพยาบาล
“อรุณสวัสดิ์ เ้าบ่าวป้ายแดง” หมอไนท์แซวเพื่อน
“อรุณสวัสดิ์” หมอภีมตอบกลับเพื่อนในขณะที่สายตายังคงอ่านรายงานชาร์ตของคนไข้
“เฮ้” หมอไนท์สะกิดเพื่อนให้เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับเขา แต่หมอภีมยังคงกวาดสายตาที่ชาร์ตเช่นเดิม โดยไม่สนใจหมอไนท์เลย
“เมื่อคืนเป็ไงบ้างอ่ะ เล่าหน่อยดิ น่านะ” หมอไนท์ใช้ศอกกระแทกเข้าข้างลำตัวเพื่อนเบาๆ
“เล่าอะไรของแกวะ” หมอภีมที่เริ่มรำคาญเพื่อน ที่พูดไม่ยอมหยุดสักที
“ก็ แกกับ..... เมื่อคืน” หมอไนท์ทำมือทำไม้เป็ท่าทาง พร้อมทำปากจู๋ แล้วยื่นหน้าเข้าใกล้หมอภีม
“ไม่ใช่โว้ยยยย ไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอกน่า”
“ฮั่นแน่ แกหน้าแดงนี่หว่า หมอภีมแกกำลัง....”
“คุณหมอภาคินค่ะ มีเคสพิเศษค่ะ” เป็พยาบาลเข้ามาขัดจังหวะการพูดแหย่ของหมอไนท์กับหมอภาคิน
“ครับเดี๋ยวผมจะไปเดี๋ยวนี้” พูดจบก็รีบตามพยาบาลออกไปทันที
“เฮ้ยยยย ไปแบบนี้เลยหรือวะ” หมอไนท์ที่ร้องแซวตามหลังเพื่อน
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ไนท์” หมอภาคินพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมเดินตามพยาบาลไปที่ห้องพิเศษของคนไข้
เมื่อมาถึงเขาก็หยิบประวัติคนไข้ขึ้นมาดู พยาบาลเดินมารายงานเขาด้วยเสียงเบา
“คนไข้เป็ดาราค่ะ ประสบอุบัติเหตุขณะถ่ายทำ เขา้าความเป็ส่วนตัว และไม่อยากเป็ข่าวค่ะ”
“อืม” ภาคินพยักหน้ารับทราบ แล้วเดินไปที่เตียงคนไข้
“สวัสดีครับ” หมอภาคินทักทายคนไข้
“สวัสดีครับ” ดีแลนด์ตอบทักทายหมอเช่นกัน
ดีแลนด์มองหมอที่อยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าที่สวมด้วยหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเอาไว้พร้อมแว่นตาใส่ แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกคุ้นๆ จัง ก็พึ่งจะมาหาหมอที่นี่นิ ดีแลนด์คิดในใจและยังคงจับจ้องหมอภาคินอยู่นาน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ภาคินรับรู้ได้ว่าคนไข้ตรงหน้ากำลังจ้องเขาอยู่จึงได้เอ่ยถามออกไป
“เอ่อ ปะ..เปล่าครับ” หมอภาคินก้มลงมาจับที่ขาของคนไข้เบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองคนไข้ที่ตอนนี้ทำหน้าเจ็บมาก
“เจ็บไหมครับ”
“ครับ”
“ตอนเกิดเหตุกระแทกชนกับอะไรหรือเปล่าครับ”
“ครับ ตอนกำลังถ่ายทำฉากบู้อยู่ อุปกรณ์ประกอบฉากหล่น มากระแทกเข้าที่ข้อเท้าพอดีครับ”
“อืม หมอขอเอ็กซเรย์ดูก่อนนะครับ” หมอภาคินเดินออกมาสั่งพยาบาลให้นำเครื่องเอกซเรย์มาเอกซเรย์ให้คนไข้ที่ห้อง
….
10นาทีต่อมา
“ผลเอกซเรย์ออกแล้วนะครับ โชคดีที่กระดูกไม่ได้แตก อาการ ที่ปวดมากเกิดจากการโดนกระแทกอย่างแรง ทำให้เกิดการบวม ตอนนี้หมอจะฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้ก่อน เอ่อ คนไข้จะแอดมิดนอนดูอาการสักคืนก่อนก็ได้นะครับหรือจะกลับเลย”
“เอ่อ ผมไม่..”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ประตูถูกเปิดออก ดีแลนด์หันหน้าไปที่ประตูดูผู้ที่เยือน
“นอนครับหมอหลายวันก็ได้ไม่มีปัญหา” เสียงพูดรัวเร็วแต่สายตายังคงจับจ้องที่หน้าประตู
“พู่มาแล้วหรอ” หมอภาคินเมื่อได้ยินชื่อที่คล้ายชื่อภรรยา ของตัวเองจึงหันไปตามคนไข้ เป็เขาที่ยืนนิ่งนาน ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขามองท่าทางของภรรยาที่ดูหอบเหนื่อย เหมือนเธอพึ่งผ่านการวิ่งมา อย่างเร็ว หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบอย่างแรงนั้น
“ทำไมเธอดูเหนื่อยขนาดนั้นละ” คนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงได้เอ่ยถามแทนเขาไปเรียบร้อยแล้ว
“ก็ฉันเห็นข้อความของนายก็รีบมาเนี่ยไง” พูดจบเธอก็หันไปเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง พู่กันตาโตที่เห็นสามีของตัวเอง อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น เธอกำลังจะหันหลังกลับ
“เธอจะไปไหน” เป็ดีแลนด์ที่รีบร้องออกไป
“หมอตรวจเสร็จแล้วนะครับ พยายามอย่าขยับขาก่อนนะครับ ่นี้
“ครับ ขอบคุณครับ” หมอภาคินเดินออกไปโดยไม่มองหน้าเธอ เลยแม้แต่น้อย พู่กันแอบถอนหายใจ
“เป็อะไร”
“พี่ภีมไง เมื่อคืนนายก็เจอเขาแล้วไม่ใช่หรอที่งานแต่ง นายจำเขาไม่ได้หรือไง”
“ห๊ะ อะไรนะ เธอจะบอกว่าหมอคนเมื่อกี้นี้คือสามีเธองั้นหรอ” พู่กันพยักหน้า ดีแลนด์พยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ใช่จริงๆ ด้วยเขานึกออกแล้ว ถึงว่าละทำไมหมอคนนี้หน้าคุ้นๆ
“ใช่”
“เดี๋ยวนะ ทำไมเมื่อกี้เขาไม่ทักเธอเลยละ” พู่กันก้มหน้า
“เอ่อ ไม่รู้สิ เขาคงไม่อยากทักละมั้ง”
“หมายความว่าไง”
“เอ่อ...” เธอไม่รู้ว่าจะบอกเพื่อนยังไงเื่ความสัมพันธ์ของเธอ
“ว่าไง” คนที่รอคำตอบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดถามจนกว่าจะได้คำตอบที่พอใจ
“ก็เราแต่งงานเพราะผู้ใหญ่นะ ไม่ได้เหมือนสามีภรรยาคู่อื่น” พู่กันบอกความจริงเพื่อนออกไป ดีแลนด์ยังทำหน้าสงสัย
“ก็ตอนนั้นไงที่พี่ณัฐโทรมาบอกว่าให้รีบกลับอ่ะ” ดีแลนด์พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว ถึงว่าทำไมอยู่ๆ เขาก็ได้รับบัตรเชิญงานแต่งจากเธอ เขาไม่เคยได้ยินเธอพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ถึงว่าสามีอะไรที่เห็นภรรยาตัวเองจะหน้านิ่งได้ขนาดนั้น” พู่กัน ทำหน้าหงอย เมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูด ใช่เขาพูดถูกทั้งหมด มันกระแทก โดนใจเธอมากเลยล่ะ
“อืม” เธอก้มหน้า
“ก็เขาไม่ได้รักฉันนิ”
“พูดแบบนี้เหมือนว่าเธออกหักเลยนะ”
“เปล่าสักหน่อย” พู่กันตอบเสียงสูง
“หือออ” เป็ดีแลนด์ที่เพ่งมองท่าทางแปลกๆ ของเธอ
“จะเป็ไปได้ยังไง” ดีแลนด์ยังคงจ้องเธออยู่ไม่วาง
“ก็ฉันอยู่ที่นู่นห้าปี ฉันจะเอาเวลาไหนไปรู้จักแล้วชอบเขาละ”
“ก็จริงนะ” ดีแลนด์คล้อยตามคำพูดที่มีเหตุผลของเธอ
“แล้วทำไมเธอต้องแต่งงานกับเขาด้วยละ”
“เป็สัญญาหมั้นหมายที่มีขึ้นั้แ่ที่ฉันเกิด ความจริงที่ฉัน ไปเรียนอยู่ที่นู่นตลอดเวลาห้าปีโดยที่ไม่กลับมาที่นี่เลยก็เพราะเื่นี้แหละ แต่สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องกลับมาแต่งงานอยู่ดี ไม่ใช่ว่าฉันไม่ลองพยายาม แต่เหมือนมันจะไม่มีผลอะไร”
“แบบนี้แกก็ไม่ได้รักเขา แสดงว่าฉันก็ยังมีโอกาสสิ” ดีแลนด์ ทำท่าทางดีใจ ฉันรักเขาไปตั้งนานแล้วต่างหากละ เธอคิดในใจ แต่เดี๋ยวก่อนนะมื้อกี้ นายว่าอะไรนะ
“นี้ นาย...อย่ามาล้อฉันเล่นนะ”
“พู่ถ้าเธอจะให้โอกาสฉันบ้างฉันรอได้นะ” ดีแลนด์จับมือเธอ กระพริบตาปริบๆ ทำท่าทีน่าสงสาร พู่กันทำตาโตใส่
“ยังจะแกล้งได้อีกนะ” พู่กันเตรียมจะฟาดเพื่อน ด้วยความลืมว่าเพื่อนยังเจ็บอยู่ ดีแลนด์ขยับตัวหนีฝ่ามือของเธอ
“โอ้ยยย....” ดีแลนด์ร้องเสียงดัง เขาลืมไปเลยว่าตัวเองยังเจ็บ ที่ขาอยู่
“ฉันขอโทษ เจ็บมากไหม” พู่กันถามเพื่อนด้วยความเป็ห่วง
“พู่ฉันพูดความจริงนะ” ดีแลนด์ยังทำท่าทีหยอกทีจริง เขาอยากให้เธอรู้ความรู้สึกของเขาจริงๆ เธอจะได้รู้ว่าเขารอเธอมานานแค่ไหน แต่เธอ ก็ไม่ยอมเปิดใจให้เขาสักที
“พูดอะไรของนาย ฉันยังไม่อยากโดนแฟนคลับนายสับเป็ชิ้นๆ หรอกนะ” ดีแลนด์ ได้แต่แอบมองเธออยู่ห่างๆ เพราะเขากลัวว่าแม้แต่ความเป็เพื่อนก็จะหายไปถ้าหากว่าเขาบอกความรู้สึกที่มีต่อเธอออกไป ได้แต่เก็บมันไว้กับเขาเพียงคนเดียวโดยไม่แสดงออกมาให้เธอได้เห็น
“หึหึ แค่แหย่เล่นหรอกน่า อย่างเธอถ้าคิดจะเป็แฟนดาราสุดหล่ออย่างฉันก็ยากหน่อยละ เพราะเธอคงต้องไปต่อแถวอีกยาว” พู่กัน หัวเราะให้กับคำพูดของเพื่อน เขาที่เห็นว่าเธอผ่อนคลายแล้ว ก็ยิ้มตาม อย่างอ่อนโยน
“ค่ะพ่อเทพบุตรสุดหล่อ” พู่กันลากเสียงพูดยาวเป็การบอกเพื่อนว่ารับทราบ แล้วทั้งสองก็หัวเราะให้กันอีกครั้ง
ภาคินเดินออกมาจากห้องคนไข้ด้วยหน้าตาที่บูดบึงจนไนท์ต้องเอ่ยทัก
“เป็อะไรของแกวะ หน้ายังกับไปกินรังแตนที่ไหนมา เมื่อเช้า ยังดีๆ อยู่นิ”
ภาคินเดินผ่านไนท์ไปไม่พูดไม่จาทำหน้าบูดบึ้งเช่นเดิม จนหมอไนท์ต้องส่งสายตามถามพยาบาลที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พยาบาลส่ายหน้าเป็คำตอบให้เขา นั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยเข้าไปใหญ่ ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยเห็นว่าเพื่อนของเขาจะมีอาการแบบนี้ เขาได้แต่ส่ายหน้าตาม
ภาคินพยายามสลัดภาพในหัวของตัวเอง ภาพที่หญิงหนึ่งคือภรรยาของตัวเองกับชายอีกหนึ่งที่มีดีกรีเป็ถึงดาราดัง ภาพที่ทั้งสองคนทักทายกันด้วยความสนิทสนม ภาพที่ทำให้เขาหงุดหงิดได้ทั้งวัน แกเป็อะไรของแกวะไอ้ภีม เขาบ่นกับตัวเองในใจ แกกำลังกลัวอะไรกันแน่ กลัวเสียหน้า กลัวว่าเขาจะหักหลัง หรือว่าแกหึงเขา จะเป็ไปได้ยังไง เขาไม่เคยชอบเธอ เธอจะมาหาใครก็เื่ของเธอสิเขาพยายามสลัดความคิดนั้นออกจากหัว แต่อย่างน้อยเธอก็ควรจะให้เกียรติเขาบ้างสิเพราะยังไงเราก็แต่งงานกันแล้ว ภาคินถอนหายใจอย่างหงุดหงิด พร้อมลุกขึ้นเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
ภาคินเดินออกมาจากห้องทำงานเป็จังหวะที่พู่กันกำลังเดินผ่านมาพอดีห่างกันเพียง่ตัว เหมือนเวลาหยุดหมุน พู่กันหยุดก้าวเดิน ภาคินยืนนิ่งที่หน้าประตูห้อง นานนับนาที ต่างคนต่างจ้องมองกันด้วยความเงียบ พู่กันกัดที่ริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขา
“เธอยังไม่กลับหรอ” เป็ภาคินที่เอ่ยถามก่อน
“กำลังจะกลับค่ะ แล้วพี่ภีมละคะ”
“พี่ก็กำลังจะกลับเหมือนกัน กลับด้วยกันสิ” เธอพยักหน้าให้เขา เพราะถึงยังไงเธอกับเขาก็มีจุดหมายเดียวกัน ไม่มีเหตุผลให้เธอต้องปฏิเสธนิ
“ดาราคนนั้นเพื่อนเธอหรอ” ภาคินที่กำลังขับรถอยู่หันหน้ามาถาม
“ค่ะ” ภาคินหันมามองหน้าพู่กัน ทำเอาเธอต้องหลบหน้าหันออกไปนอกหน้าต่าง ค่ะ แล้วก็เงียบงั้นหรอ ภาคินหันมาจ้องเธออีกครั้ง แต่เธอก็เอาแต่มองหน้าต่าง เธอไม่คิดจะอธิบายอะไรให้มันมากกว่านี้เลยหรือยังไง ยายตัวแสบ คำตอบของเธอมันทำให้เขาหงุดหงิดชะมัด