เช้าวันอาทิตย์ที่แสนจะสงบ บ้านหลังใหญ่ทรงยุโรปที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่ตรงหัวมุมถนนทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเหลียวมองด้วยความชื่นชมกับความสวยงามของต้นไม้ที่ปลูกอยู่ล้อมรอบรั้วบ้านรวมไปถึงรูปทรงและสีสันของบ้านที่ดูเหมือนจะเกิดจากการตกแต่งของสถาปนิกที่มีฝีมือ บุคคลที่อยู่ภายในบ้านหลังนี้น่าจะมีความสุขที่สุด
“เมย์ เมย์ เมย์อยู่ไหนน่ะ”
เสียงของมิ้นต์ร้องเรียกหาฝาแฝดของเธอดังมาจาก้าเนื่องจากเธอเพิ่งตื่นนอนและพบว่าฝาแฝดของเธอที่น่าจะอยู่บนเตียงกลับไม่อยู่เสียแล้ว
เมย์ที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ สวมแว่นตากันรังสี ผมที่ยาวสลวยวันนี้กลับขมวดมุ่นอยู่บนศีรษะ้าเผยให้เห็นลำคอขาวผ่องหญิงสาวเหลือบตาไปดูทางบันไดเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจข้อมูลในอินเทอร์เน็ตต่อ
“อ้าว!! อยู่นี่เอง ให้มิ้นต์เรียกตั้งนาน”
มิ้นต์เดินลงมาพบเมย์ที่กำลังง่วนอยู่หน้าจอ บ่นพึมพำด้วยความแปลกใจ
“ทำอะไรอยู่น่ะ”
มิ้นต์ถามพร้อมกับเดินไปหยิบขนมปังที่ป้าโจวแม่บ้านที่คอยดูแลเธอทั้งคู่ั้แ่คุณแม่เสียไป ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้บนโต๊ะอาหาร
เพียะ !
“โอ๊ย !!” เสียงตีมือดังพอๆ กับเสียงร้องของหญิงสาว
“เดี๋ยวเถอะ คุณหนูเล็ก น้ำก็ไม่อาบ ฟันรึก็ไม่แปรง ยังจะมาหยิบขนมปังทานอีก”ป้าโจวดุมิ้นต์เสียงเข้ม
“แหม....ป้าก็ มิ้นต์หิวแล้วนี่นา” มิ้นต์ร้องโอดครวญพร้อมกับเอามือลูบท้องด้วยท่าทางน่าสงสาร
“ไม่ได้ค่ะ คุณหนูเล็กต้องไปอาบน้ำ แปรงฟันก่อน ถึงจะมาทานได้ดูคุณหนูใหญ่สิคะ เธอยังทำอะไรเรียบร้อยแล้วเลย”
ป้าโจวดุมิ้นต์อย่างไม่จริงจังนักก่อนจะวางไข่ดาว 1 จาน และไข่เจียว 1 จาน น้ำผลไม้ 2 แก้วไว้ข้างๆ จานขนมปัง
“ก็ได้ๆ ยอมแพ้แล้วเ้าค่ะ งั้นมิ้นต์ไปอาบน้ำก่อนนะ”
มิ้นต์ยิ้มทะเล้นใส่ป้าโจว พร้อมกับรีบคว้าขนมปังมาแผ่นนึงก่อนวิ่งหนีขึ้นไปชั้นบนทันที
“คุณหนูเล็ก !!” ป้าโจวเอ็ดเสียงดังลั่นก่อนจะส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ
เมย์หัวเราะออกมาเบาๆ กับการถกเถียงของป้าโจวและมิ้นต์ก่อนจะสนใจหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตต่อไป เธอคลิกดูข่าวเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับนักเรียนหญิงที่โดดตึกฆ่าตัวตาย โดยรายละเอียดของข่าวบอกว่า “นักเรียนหญิงชื่อ กนกวรรณ จันจินดา ได้เกิดความเครียดทางประสาท ทำให้ะโตึกฆ่าตัวตายโดยอาจารย์และเพื่อนร่วมห้องได้พยายามเกลี้ยกล่อมแล้ว แต่เธอไม่ฟัง ซึ่งเพื่อนสนิทของเธอให้การว่า นกคงเครียดเื่สอบ เพราะเธอสอบไม่ผ่านหลายวิชา และกลัวพ่อแม่จะว่า เธอจึงคิดสั้น
………………….”
ข่าวต่อมา “……………..หลังจากเหตุการณ์นักเรียนหญิงโดดตึกฆ่าตัวตาย 2 เดือนต่อมาเพื่อนสนิทของผู้ตายก็เสียชีวิตโดยพลัดตกจากตึกที่ผู้ตายได้โดดลงมา ในขณะที่นำดอกไม้ไปเคารพตรงที่เกิดเหตุ เพื่อนๆร่วมห้องให้ความเห็นว่า น่าจะเป็ฝีมือของผีเพื่อนสาวที่ตายไปก่อน คงทนความเหงาไม่ได้จึงมาพาไปด้วย ทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ นานาขึ้นเกี่ยวกับตึกหลังนี้ว่ามีอาถรรพ์…………….”
เมย์อ่านข่าวอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจปริ๊นต์ข่าวออกมาจากนั้นเธอก็เดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร พร้อมกับรับประทานอาหารเช้าด้วยท่าทางสบายๆ
“โอ๊ย...หิวจริงๆ เลย”
มิ้นต์ร้องเสียงดังพร้อมกับเดินลงมาหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว หญิงสาวใส่เสื้อเชิร์ตสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นแค่คืบเผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องผมที่หยักโศกได้ถูกรวบขึ้นไปไว้บนศีรษะเฉกเช่นเดียวกับฝาแฝดของเธอมิ้นต์เดินตรงไปยังโต๊ะอาหารเพื่อร่วมทางข้าวเช้าพร้อมกับเมย์
“นี่เมย์”
มิ้นต์ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับเรียกเมย์ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมปังมา1 แผ่น
“หือ?”
เมย์ทำเสียงเป็เชิงถาม แต่สายตาของเธอยังไม่ละจากเอกสารที่พิมพ์ออกมา
“เมื่อวานนี้ เกิดอะไรขึ้น ตอนเมย์ไปช่วยอาจารย์เตรียมของว่างน่ะ” มิ้นต์ถามพร้อมกับกัดขนมปังที่ทาเนยไปหนึ่งคำ
“อาจารย์แกถึงได้หน้าบานเป็จานกระด้งเลยแถมยังหาขนมมาเลี้ยงไม่อั้นอีกต่างหาก” มิ้นต์พูดต่อพร้อมกับนึกถึงสีหน้าของอาจารย์หนุ่มเมื่อวานนี้
“ก็เปล่านี่”
เมย์ปฏิเสธเรียบๆ พร้อมยกน้ำผลไม้ขึ้นดื่มด้วยท่าทางเรื่อยๆมิ้นต์มองหน้าเมย์ด้วยความสงสัย เพราะความรู้สึกของเธอมั่นใจว่าเมย์ต้องเป็ต้นเหตุที่ทำให้อาจารย์เป็เช่นนั้นอย่างแน่นอน
“เลิกคิดอะไรไร้สาระได้แล้ว ว่าแต่เธอเถอะ กับริวน่ะเป็ยังไงมั่ง?” เมย์พูดดักคอก่อนจะย้อนถามเสียงเรียบ
“เอ้อ…….” มิ้นต์มีสีหน้าแดงระเรื่อเมื่อเมย์พูดถึงริวชายหนุ่มที่ถูกใจของเธอไม่ใช่น้อย
“ไม่มีอะไรซักหน่อย ก็คุยกันธรรมดาๆ นี่” มิ้นต์ตอบด้วยท่าทางเขินๆ
“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ” เมย์ถามพร้อมกับยิ้มล้อๆ
“ก็แหม...ริวออกจะหล่อ นิสัยดี สุภาพ เหมือนกิตเลย อุ๊ย!”
มิ้นต์หยุดชะงักคำพูดทันทีเมื่อเผลอตัวพูดชื่อ “กิต” ออกมาคำพูดของเธอทำให้สีหน้าของเมย์เปลี่ยนไปเป็เคร่งขรึมทันที
“มิ้นต์ขอโทษนะ มิ้นต์ไม่ได้ตั้งใจ” มิ้นต์ขอโทษเมย์เสียงอ่อยๆ
“ไม่เป็ไรหรอกมิ้นต์ เื่มันผ่านมานานแล้วน่ะ” เมย์รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติเช่นเดิมพร้อมกับลุกจากโต๊ะเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น
“เฮ้อ ! ปากหนอปาก”
มิ้นต์บ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมกับเขกหัวของตนเองเป็การลงโทษก่อนจะรีบลุกขึ้นและเดินตามเมย์ออกไป
“อ่านอะไรอยู่น่ะเมย์” มิ้นต์ยิ้มประจบแล้วเดินไปนั่งข้างๆ เมย์ ด้วยสีหน้าของคนสำนึกผิด
“ข่าวน่ะ”
“เหรอ”
มิ้นต์ยื่นหน้าเข้าไปดูข่าวที่เมย์นั่งอ่านก็เห็นหัวข้อข่าวนักเรียนหญิงโดดตึกฆ่าตัวตาย
“นี่มันโรงเรียนที่เราเรียนนี่!!” มิ้นต์อุทาน เมย์พยักหน้าเล็กน้อย
“พอดีเมย์ได้ยินที่เขาลือกันเื่ตึกผีสิง ก็เลยลองหาข่าวเก่าๆ อ่านดูน่ะ”
“ไหน ดูหน่อยซิ....โห...เครียดจัดจนฆ่าตัวตายเหรอเนี่ย” มิ้นต์อุทานตาโต เมื่อไล่สายตาอ่านตามบรรทัด
“ใช่ ที่แปลกก็คือ หลังจากที่นักเรียนหญิงคนนี้ตายเพื่อนสนิทของเธอก็ตกตึกตายเหมือนกัน”เมย์เอานิ้วชี้ไปยังบรรทัดข่าวที่ต่อกัน
“หรือว่า...ตึกนั้นจะมีผีจริงๆ”มิ้นต์ถามด้วยท่าทางหวาดกลัว
“บ้าเหรอ! มิ้นต์เชื่อเื่ผีสางรึไง” เมย์ม้วนกระดาษเคาะศีรษะน้องสาวฝาแฝดเบาๆ เป็เชิงหยอก
“อ้าว...ถ้าไม่ใช่ผี แล้วเพื่อนของเขาจะตายได้ไงล่ะ สงสัยจะเหงาก็เลยมาพาไปอยู่เป็เพื่อนแน่เลย” มิ้นต์รู้สึกขนลุก
“เมย์ว่า เื่นี้น่าจะมีเื้ัมากกว่านี้นะ”เมย์บอกด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“พูดแบบนี้แปลว่า เมย์ต้องพอรู้เื่แล้วแน่ๆ เลย เล่ามาเดี๋ยวนี้นะ”มิ้นต์พูดพร้อมคาดคั้นพี่สาวฝาแฝด
“ยังไม่รู้อะไรเลยซักอย่าง เมย์ก็พูดไปเรื่อยๆ เท่านั้นล่ะ” เมย์ปฏิเสธหน้าตาย
“ฮื้อ ทุกทีเลย เมย์ชอบเก็บเื่เอาไว้เป็ความลับคนเดียวแล้วก็มาแกล้งมิ้นต์ทีหลังใช่มะ?” มิ้นต์ทำเสียงกระเง้ากระงอด
“คิดมากน่า เอาไว้เมย์รู้เื่มากกว่านี้ แล้วเมย์จะเล่าให้มิ้นต์ฟังเป็คนแรกเลยดีมั้ย?” เมย์ถามยิ้มๆ
“ก็ด้ายยย” มิ้นต์ลากเสียงยาวเป็เชิงล้อเลียน
“เอ้อ จริงสิ มิ้นต์เช่าหนังเื่ The X-File มาเมย์จะดูด้วยกันมั้ย?” มิ้นต์ถาม
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน” เมย์พยักหน้า
“งั้นเดี๋ยวมิ้นต์ไปเอาก่อนนะ”มิ้นต์บอกพร้อมกับลุกขึ้นวิ่งขึ้นไปชั้นบนด้วยท่าทางร่าเริง
“.............”
เมย์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะจ้องมองข่าวด้วยสีหน้ายุ่งยากใจจากนั้นเธอจึงตัดสินใจยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาต่อหาคุณลุงของเธอ
“สวัสดีค่ะ เมย์นะคะ”เมย์กรอกเสียงลงไปเมื่อปลายสายรับ
“พอดีเมย์มีเื่อยากจะขอให้คุณลุงช่วยหน่อยน่ะค่ะ”เมย์บอกสิ่งที่เธอ้าเรียบร้อยแล้ว เธอจึงวางโทรศัพท์ลงด้วยสีหน้ายินดี
“เมย์ !”
“ไม่ได้ผลหรอกน่ะ มิ้นต์” เมย์บอกเสียงเรียบ
“โธ่เอ๊ย....แกล้งเมย์ไม่เคยสำเร็จซักที”
มิ้นต์บ่นกระปอดกระแปด ก่อนจะเอาแผ่นหนังใส่ลงในเครื่องเล่นเพื่อเปิดดู
“รู้อยู่แล้ว ยังจะทำอีก”เมย์ยีผมของมิ้นต์อย่างเอ็นดู
“ฮื้อ..เมื่อไหร่มิ้นต์จะแกล้งเมย์ได้ซักทีเนี่ย”มิ้นต์ย่นจมูกใส่ ก่อนจะหันไปสนใจโทรทัศน์ที่เริ่มต้นฉายหนัง
“...คงไม่มีทางหรอก มิ้นต์เอ๊ย...”เมย์ได้แต่คิดอยู่ภายในใจเท่านั้น
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
ตลอดเกือบทั้งสัปดาห์ทุกกลางวันเมย์จะนัดพบกับอาจารย์สมชายที่อาคารร้างด้านหลังของโรงเรียนริวรู้สึกเป็ห่วงหญิงสาวไม่น้อย แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาได้แต่คอยดูอยู่ห่างๆเท่านั้น
“มิ้นต์ ทำไมหมู่นี้เมย์หายไปไหนตอนกลางวันบ่อยจัง?”นุ่นถามมิ้นต์ที่เก็บข้าวของเตรียมกลับบ้านด้วยความแปลกใจ
“อืม...ไม่รู้สิ แต่เห็นว่ามีอะไรปรึกษากับอาจารย์สมชายน่ะ” มิ้นต์ส่ายหน้าตอบ
“เหรอ...หรือว่าที่เขาลือกันเป็ความจริงน่ะ”นุ่นกระซิบถามเสียงเบา
“อะไรเหรอ ?”
“ก็...เขาลือกันว่า อาจารย์สมชายสลัดยัยฟ้าทิ้ง หันมาสนใจนักเรียนใหม่แทนยังไงล่ะ” นุ่นบอกเสียงเบา
“นักเรียนใหม่? หรือว่า....” มิ้นต์เบิกตากว้างเมื่อได้ยิน
“ถูกต้อง !! เขาหมายถึงเมย์น่ะล่ะ” นุ่นพยักหน้าให้
“เมย์สนใจอาจารย์สมชายเหรอ?” เจี๊ยบถามด้วยความแปลกใจ
“ไม่มีทางหรอก เมย์ไม่ใช่คนสนใจใครง่ายๆ ถ้าไม่มีเื่อะไรน่ะ” มิ้นต์เถียงทันควันทันที เพราะเธอรู้จักฝาแฝดของเธอดี
“คุยอะไรกันอยู่จ๊ะ สาวๆ”เสียงของป๊อปดังขึ้นอย่างร่าเริง
“ยุ่งอะไรด้วย!” นุ่นตวาดแว้ดใส่ทันที
“เอ๊ะ ฉันไม่ได้ถามเธอนะ ฉันถามมิ้นต์ต่างหากล่ะ” ป๊อปหันไปตอกกลับทันที
“บังเอิญมิ้นต์ไม่อยากคุยกับนายย่ะ!”นุ่นแลบลิ้นใส่ป๊อปด้วยความหมั่นไส้
“พอได้แล้วทั้งสองคนนั่นล่ะ” ริวเข้ามาห้ามทัพ
“สองคนนี้ เจอหน้ากันทีไรต้องกัดกันทุกทีเลยแฮะ”ริวส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ
“เชอะ!”
นุ่นกับป๊อปมองหน้ากันก่อนจะสะบัดใส่กันอย่างไม่ชอบใจ
“มิ้นต์ เห็นเมย์มั้ย?”ริวหันไปถามหญิงสาวด้วยความสงสัย
“เมย์กลับไปแล้วน่ะ เห็นว่าจะไปหาคุณลุงน่ะ”มิ้นต์ตอบพร้อมกับปิดกระเป๋านักเรียนของเธอ
“เหรอ...” ริวมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย
“มีอะไรรึเปล่า?”
“ปะ..เปล่า ไม่มีอะไร เอ้อ..จริงสิ วันนี้รีบกลับบ้านรึเปล่า?” ริวเปลี่ยนเื่ทันที
“ก็เปล่านะ ทำไมเหรอ?” มิ้นต์เอียงคอมองชายหนุ่ม
“พอดีมีร้านขนมปังมาเปิดใหม่ ที่สำคัญกำลังลดราคาด้วยสิ น่าลองไปชิมดูน่ะ” ริวส่งยิ้มให้
“เหรอ....” มิ้นต์ลากเสียงยาว
“ไปด้วยกันมั้ย?”
“อื้อ ไปสิ” มิ้นต์ตอบเสียงใสด้วยความดีใจ
“โหย...อะไรกัน ชวนแต่มิ้นต์รึไงเนี่ย”นุ่นยื่นหน้าเข้ามาขัดจังหวะทั้งคู่
“นุ่นกับเจี๊ยบจะไปด้วยก็ได้นะ เพราะไอ้ป๊อปก็ไปเหมือนกัน” ริวรีบบอกแก้เขิน
“ช่ายคร้าบบบ เดี๋ยวผมจะคอยดูแลมิ้นต์อย่างดีเลย”ป๊อปรีบเสนอหน้าเข้ามาทันที
“นายหลบไปไกลๆ เลย มิ้นต์ไม่้าคนอย่างนายหรอกย่ะ” นุ่นเอามือยันหน้าป๊อปให้ออกไปห่างๆ เพื่อนสาวของตน
“เอ๊ะ ยัยนี่ !”
“ทำไมยะ !” สองคนต่างจ้องหน้าหาเื่
“เฮ้อ..เราไปกันเถอะ” ริวหันไปบอกมิ้นต์กับเจี๊ยบพร้อมกับเดินออกจากห้องเรียน
“เฮ้ย รอกูด้วยสิ” ป๊อปนึกขึ้นได้ รีบร้องเรียกริว
“เดี๋ยวสิ มิ้นต์ เจี๊ยบ”นุ่นรีบหยิบกระเป๋าลุกขึ้นตามเพื่อนโดยที่ทั้งคู่พยายามแย่งกันออกจากประตูห้องเรียนก่อนจะวิ่งตามทั้งสามคนไปด้วยความรวดเร็ว
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
“เป็ยังไงบ้าง เมย์”ชายหนุ่มวัยกลางคนถามหญิงสาวที่นั่งอ่านเอกสารด้วยสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ตรงโซฟา
“อืม...คุณลุงคะ หนูขอเอกสารชุดนี้กลับไปดูที่บ้านได้มั้ยคะ?” เมย์ถอนหายใจออกมาก่อนจะบอกลุงของเธอ
“เอกสารฉบับนั้นเป็ความลับของราชการ ลุงคงให้หนูไปไม่ได้หรอก” ชายวัยกลางคนปฏิเสธอย่างนิ่มนวล
“แต่ถ้าเป็ข้อมูลในแผ่นดิสก์ ลุงก็พอจะให้หนูได้”ลุงของเธอบอกยิ้มๆ
“ขอบคุณมากค่ะ คุณลุง” เมย์ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“หนูคงไม่ได้มาเพราะเื่แค่นี้หรอกนะ”ลุงของเธอดักคอเมื่อเห็นเมย์กำลังจะอ้าปากถาม
“แหม...หนูปิดคุณลุงไม่ได้เลยนะคะ” เมย์ยิ้มประจบกริยาเช่นนี้เธอมักแสดงกับบุคคลในครอบครัวเท่านั้น
“แล้วหนู้าอะไรอีกล่ะ?”ลุงของเธอหัวเราะออกมาก่อนจะถาม
“คือ..หนูอยากดูศพของนักเรียน 2 คนนั้นน่ะค่ะ”เมย์บอกด้วยสีหน้าแหยๆ
“หนูจะดูไปทำไมกัน ?”
“คือ..หนูอยากรู้ ‘ความจริง’บางอย่างน่ะค่ะ” เมย์ตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“เฮ้อ..ถึงลุงห้าม หนูก็คงดื้อจะดูให้ได้สินะ”ลุงของเธอส่ายศีรษะด้วยความอ่อนใจ
“นะคะ คุณลุง บางทีหนูอาจจะคลี่คลายคดีนี้ให้กับคุณลุงก็ได้” เมย์บอกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“แต่..ลุงไม่อยากให้หนูเอาตัวเข้าไปเสี่ยง”ลุงของเธอรู้ดีว่าเมย์พูดจริงเพราะเธอเคยช่วยเหลือเขาไขคดีที่แปลกประหลาดมาหลายครั้งแล้ว
“หนูจะระวังตัวค่ะ” เมย์ส่งยิ้มให้ซึ่งทำให้ลุงของเธอรู้ว่า เธอไม่มีวันเปลี่ยนใจ
“ก็ได้ ตามลุงมาสิ” ชายวัยกลางคนถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นและเดินนำหญิงสาวออกจากห้องไป
-๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑-
“กลับมาแล้วเหรอคะ คุณหนูใหญ่” ป้าโจวทักเมื่อเห็นหญิงสาว
“ค่ะ มิ้นต์ล่ะคะ?”
“นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นน่ะค่ะ”
ป้าโจวรับกระเป๋าของเมย์พร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู
“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวน่ะ หืม?” เมย์ทักพร้อมกับแตะไหล่ของมิ้นต์ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว
“อุ๊ย! เมย์อะ”มิ้นต์ค้อนใส่เมย์อย่างงอนๆ
“มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย”
“เอ้า ไม่งั้นเมย์จะได้เห็นมิ้นต์นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเหรอ” เมย์หัวเราะชอบใจ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับมิ้นต์
“มีเื่อะไรดีๆ ล่ะสิ” เมย์ยิ้มล้อๆ
“เปล่าซะหน่อย..” มิ้นต์หน้าแดงด้วยความเขิน
“วันนี้มีผู้ชายมาส่งคุณหนูเล็กด้วยล่ะค่ะ”ป้าโจวบอกพร้อมกับวางน้ำส้มคั้นให้เมย์บนโต๊ะ
“ป้าอะ !”
“หึหึ ริวล่ะสิ” เมย์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“โหย....เมย์อะ พูดอะไรแบบนั้นล่ะ”มิ้นต์เอาหมอนอิงปาใส่ฝาแฝดผู้พี่แก้เขิน
“เอ้า พูดเื่จริง เขินซะงั้น”เมย์ยิ่งหัวเราะมากขึ้น
“ไม่เอาละ มิ้นต์ไม่คุยละ” มิ้นต์ลุกหนีจากไปทันทีทิ้งให้เมย์หัวเราะชอบใจคนเดียว ก่อนจะมีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อลับร่างของน้องสาวฝาแฝด
หญิงสาวหยิบเอกสารออกจากซองพร้อมกับนั่งอ่านข้อมูลที่ได้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในเอกสารมีข้อมูลบางอย่างที่เธอ้า
“……จากการชันสูตรศพนักเรียนหญิงที่โดดตึกตายพบว่าเธอตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนและผู้เห็นเหตุการณ์ผู้หนึ่งเล่าว่า วันที่เธอจะโดดลงมาจากตึก ได้มีอาจารย์และเพื่อนของเธอพาเธอเข้าไปในตึกก่อนที่เธอจะเสียชีวิต …………….จากการชันสูตรศพเพื่อนสนิทผู้ตายพบว่า เธอท้องได้ 2 เดือนเช่นกัน และพบว่ามีร่องรอยการฉุดรั้งที่ข้อมือและข้อเท้า ซึ่งจากการพิสูจน์ลายนิ้วมือแล้วพบว่าตรงกับลายนิ้วมือของผู้ตาย จึงเป็สิ่งที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนสนิทของเธอ……….”
เมย์นิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น ความรู้สึกขนลุกยามเมื่อได้แตะต้องตัวศพยังคงหลงเหลืออยู่เธอไม่เคยเจอความอาฆาตแค้นที่รุนแรงขนาดนี้มานานมากแล้ว
เมย์ครุ่นคิดว่า เธอจะเปิดโปงผู้อยู่เื้ัการตายของนักเรียนหญิง 2 คนนี้อย่างไรดี