บทที่ 30 ละมั่งทราย
“แม่เ้า มันคือละมั่งทราย!”
เฉียวซู่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นสิ่งมีชีวิตอย่างละมั่งทราย
ในชาติก่อน ละมั่งทรายอาศัยอยู่เฉพาะในพื้นที่แห้งแล้งอย่างตะวันออกของเอธิโอเปียและโซมาเลียตอนเหนือ ซึ่งในพื้นที่นั้น มันก็เป็สัตว์คุ้มครองที่หายากมากด้วยเช่นกัน
แต่ในโลกคู่ขนานนี้ แม้ว่าละมั่งทรายจะกระจายอยู่ในจีน แต่เนื่องจากจำนวนที่มีน้อย จึงได้ถูกบันทึกชื่อไว้ในสัตว์ใกล้สูญพันธุ์สีแดงของสมาคมเพื่อการคุ้มครองสัตว์แห่งประเทศจีน ซึ่งเป็เป้าหมายสำคัญในการคุ้มครอง
ละมั่งทรายที่อยู่ตรงหน้าลำตัวยาวประมาณ 1.5 เมตร มีหัวแบนเล็ก ดวงตาโตของมันเบิกกว้างอย่างว่างเปล่า แสดงถึงการขาดการหายใจเป็เวลานานแล้ว
ลำตัวของมันผอมมาก ขาและคอก็ยาวลีบมากเช่นกัน มีหางสีดำยาวโค้งงอ ซึ่งความยาวประมาณ 30 เิเ
ลักษณะโดยรวมของละมั่งทรายก็คือเพรียวบาง ซึ่งก็เปรียบดัง ‘สุนัขผอมแห้ง’ ในโลกของแกะ
เฉียวซู่ยื่นมือออกไปปัดไล่พวกแมลงวันและแมลงตัวเล็ก ๆ ที่อยู่เหนือตัวละมั่งทรายให้ออกไป ก่อนจะออกแรงจับเขาคู่งาม และพลิกด้านไปหนึ่งที
หนักประมาณ 30 กิโลกรัม ซึ่งนับว่าล่ำมากในหมู่ละมั่งทรายที่ผอมบาง
มีาแสาหัสขนาดใหญ่ที่ผิวท้องจนเผยให้เห็นแนวซี่โครงสีขาว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าที่ตรง่ท้องนี้คือแผลที่ทำให้มันถึงแก่ความตาย
“าแนี่…” เฉียวซู่กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง “นอกจากบริเวณรอบ ๆ ที่ถูกนกแร้งจิกจนเป็รอย แผลอื่น ๆ ก็ดูเหมือนเป็รอยเขี้ยวของพวกสุนัข”
ในทะเลทรายและพื้นที่กึ่งแห้งแล้งมีสัตว์ตระกูลสุนัขอาศัยอยู่มากมาย ยกตัวอย่างเช่น จิ้งจอกเฟนเนกน้อยน่ารักตัวนี้ที่อยู่ในอ้อมแขนของเฉียวซู่
อีกตัวอย่างหนึ่งคือจิ้งจอกทราย ซึ่งเป็สัตว์ตระกูลเดียวกันที่มีหน้าตาเป็รองลงมาจากจิ้งจอกเฟนเนกหนึ่งระดับ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีหมาป่าทะเลทราย หรือก็คือหมาป่าอาหรับที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายถิ่นทุรกันดารของอาหรับในชาติก่อน
นอกจากนี้ สัตว์ตระกูลสุนัขอย่าง แจ็กคัล*[1] หมาไนสีน้ำตาล สุนัขจิ้งจอกทราย ก็ยังปรากฏให้เห็นในพื้นที่ทะเลทรายเป็ครั้งคราว
พวกสุนัขกินเนื้อเหล่านี้ นอกจากอาหลีที่เป็ญาติห่าง ๆ อย่างเผ่าจิ้งจอกแล้ว ที่เหลือเกือบทั้งหมดก็เป็สัตว์ที่ออกล่าเป็ฝูง ซึ่งต่อกรด้วยยากลำบาก
หากมีฝูงหมาป่าหรือไฮยีนาอยู่ใกล้ ๆ นั่นถือเป็ข่าวร้ายสำหรับเฉียวซู่อย่างแน่นอน
เฉียวซู่จ้องมองไปที่าแของละมั่งทราย ถือโอกาสปลดล็อกข้อมูลคู่มือภาพประกอบของมัน
เนื่องจากนี่เป็สิ่งมีชีวิตที่เพิ่งตาย ร่างกายยังไม่กลายเป็กระดูก ดังนั้นคู่มือภาพประกอบยังคงปลดล็อกได้อยู่
[ชื่อ : ละมั่งทราย]
[ชื่อสามัญ : ละมั่งของคลาร์ก]
[อาณาจักร : สัตว์]
[ชั้น : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]
[วงศ์ : วัวและควาย]
[สกุล : อัมโมดอร์คัส]
[แนะนำโดยสังเขป : อาศัยอยู่ในพื้นที่กึ่งแห้งแล้งซึ่งหนาแน่นไปด้วยพุ่มไม้ที่กระจัดกระจาย และพื้นที่ราบซึ่งมีไม้พุ่มหรือหญ้า พื้นที่ที่อาศัยจะมี่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลอยู่ระหว่าง 200-1,200 เมตร เป็สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่กินตอนกลางวันโดยลำพังและชอบเข้าสังคม สามารถอยู่ตามลำพังและอยู่เป็กลุ่มครอบครัวเล็ก ๆ 3-9 ตัวได้]
[อาหาร : กินพืชเป็อาหาร โดยมีพวกต้นหน่อเล็ก ๆ ใบไม้ กิ่ง และผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่อยู่ตามพุ่มไม้ สายพันธุ์นี้สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ทั้งสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย]
เฉียวซู่มองหน้าต่างข้อมูลของละมั่งทรายด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
เหมือนกับอูฐและจิ้งจอกเฟนเนก มันคือสัตว์ที่ธรรมชาติเลือกให้เป็สิ่งมีชีวิตแบบดั้งเดิมในทะเลทราย
สัตว์ทะเลทรายเหล่านี้เหมาะสมที่จะอยู่ที่นี่มากกว่ามนุษย์อย่างเห็นได้ชัด และเนื่องจาก่บ่ายเขาดื่มน้ำไปไม่มาก เฉียวซู่จึงรู้สึกวิงเวียนศีรษะ
ในอีกด้านหนึ่ง อาหลีน้อยซึ่งไม่ได้ดื่มน้ำมากเหมือนกัน กลับเป็จิ้งจอกที่แข็งแรงดีทั่วไป มันยังสามารถยืดอุ้งเท้าเล็ก ๆ มาััคางเขาเล่นได้อีกเสียด้วยซ้ำ
“เลิกดื้อได้แล้ว” เฉียวซู่จับอุ้งเท้าเล็ก ๆ ของอาหลีออก “แกไปเล่นตรงนั้นก่อนเถอะ ฉันจะทำเนื้อแกะสักหน่อย”
อาหลีที่เพิ่งถูกเฉียวซู่ย้ายออกมาจากในเสื้อผ้ารู้สึกไม่เต็มใจเล็กน้อย
โชคดีที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว อุณหภูมิในทะเลทรายก็เย็นลงมาก เ้าตัวน้อยที่ไม่ได้ขัดขืนอะไรก็นั่งจ้องมองเฉียวซู่อยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทีที่งดงามราวกับลูกแมวน้อย
ท่าทางที่เป็รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นดูราวกับมนุษย์มาก ช่างคล้ายกับภรรยาอ้อนแอ้นตัวน้อยของประธานจอมเผด็จการ…
“ละมั่งทรายตัวนี้ถูกสัตว์บางชนิดกินไปแล้ว แถมยังได้รับาแจากอีแร้งอีก เนื้อส่วนมากของมันกินไม่ได้แล้ว” เฉียวซู่หยิบมีดทหารออกมาแล้วอธิบายให้เหล่าผู้ชมฟัง
“ตระกูลสุนัขอย่างหมาป่า มีแบคทีเรียหลายชนิดอยู่ตามปากและฟัน ส่วนที่มันเคยกัดไปแล้วนั้นจึงกินไม่ได้โดยเด็ดขาด”
“แม้จะเป็จุดที่ไม่เคยถูกกัดก็ต้องระวังให้มาก ห้ามกินดิบ ๆ ตอนแปรรูปก็พยายามใช้วิธีที่เพิ่มความร้อนเป็ระยะเวลานานเพื่อทำให้สุก”
สายตาที่เฉียบคมของเฉียวซู่เห็นจุดอ่อนตรงขนที่หาง เขาแทงมีดเข้าไปในจุดตัดของิัและเนื้อดัง ‘ฉึก’
มีดทหารอันแหลมคมกรีดไปตามิัของละมั่งทราย เกิดเป็เสียงครูดเบา ๆ ฟังดูแล้วให้ความรู้สึกฟินอย่างบอกไม่ถูก
“การถลกหนังนั้นง่ายมาก ๆ เราต้องเริ่มจากส่วนหางแล้วตัดตามแนวกึ่งกลางของ่ท้องไปถึงคอจนถึงกรามล่าง”
เฉียวซู่ใช้มือข้างหนึ่งจับขอบหนังที่ตัดไว้แน่น และอีกข้างหนึ่งกำหมัดตีไปตามกล้ามเนื้อ ทั้งตีทั้งดึงในเวลาเดียวกัน
“เพียงแค่ทำแบบผม ก็สามารถแยกหนังและเนื้อเยื่อใต้ิัที่อ่อนนุ่มออกจากกันได้” เฉียวซู่พูดกับผู้ฟังในขณะที่ออกแรง “การถลกหนังไม่ใช่งานเทคนิคอะไร เพียงแค่ต้องเรียนรู้และปฏิบัติให้มาก เว้นแต่ว่าคุณ้าผลงานระดับศิลปะอย่างหนังฟอก*[2]”
อาหลีน้อยที่นั่งอยู่ข้างละมั่งทรายจ้องดูเฉียวซู่ลอกเนื้ออย่างตั้งใจ เห็นได้ชัดว่ามันสนใจในเื่นี้มาก
“จากนั้นเราจะกรีดเป็แนวตั้งไปตามข้างแขนขาและส่วนหน้าท้องแบบนี้”
ละมั่งทรายตัวผู้น้ำหนักเกือบ 30 กิโลกรัมถูกจัดการอย่างราบรื่นด้วยมือของเฉียวซู่ เหล่าผู้ชมเห็นเพียงเฉียวซู่ที่ค่อย ๆ หั่นมันออกเป็ชิ้น ๆ หลังจากตัดแล้ว หนังละมั่งชิ้นใหญ่ก็ถูกแยกออกจากเนื้อ
“สุดท้ายลอกิับริเวณแขนขาหน้าและหลัง ศีรษะ หน้าอก และหน้าท้องตามลำดับ ซึ่งขั้นตอนนี้ยุ่งยากที่สุดจึงต้องมีความอดทน”
“ระหว่างลอกผิวก็ต้องจัดการเฉือนแผลให้เรียบร้อย อย่าตัดโดนิัและไขมัน อีกทั้งควรลอกเนื้อเยื่อเกี่ยวพันออกให้สะอาด”
เหล่าผู้ชมต่างก็มึนงงกันไปหมด ปกติดูไลฟ์สดกลางแจ้งล้วนเป็พวกทัวร์ท่องเที่ยว เยี่ยมชมร้านค้าร้านอาหาร จะมีที่ไหนที่เคยเห็นไลฟ์สดถลกหนังละมั่งทราย?
แม้แต่คลิปลดความดันสมองบนโต่วอินยังเป็แค่คลิปตัดแต่งเกือกม้า ซักพรม และกำจัดสิวหัวดำเท่านั้น...
[เชี่ย ลอกผิวได้ไหลลื่นขนาดนี้เชียว?]
[เ้าของไลฟ์ใช้รีจอยซ์*[3] ทุกวันใช่ไหม ถึงลื่นไหลได้ขนาดนี้]
[พี่ซู่ อะไรทำให้พี่คิดว่าแค่พวกเรามองครั้งเดียวก็สามารถถลกหนังเป็ได้?]
[ถึงจะกลัวนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้นองเือย่างที่คิด แถมไอ้ความรู้สึกฟินแบบไม่คาดคิดนี่คืออะไรกัน?]
เฉียวซู่มองไปที่คอมเมนต์ มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
เดิมทีการถลกหนังก็ไม่ได้เป็อะไรที่เืสาดขนาดนั้น นายพรานหรือพ่อค้าเนื้อที่ชำนาญนั้นแทบไม่ได้ัักับเืในระหว่างการถลกหนังเลย
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีชื่อเสียงอย่างมาก ในตระกูลเฉียวก็มีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ั้แ่เด็กเฉียวซู่ได้เคยถลกหนังอย่างพวกกระต่าย กวางโรไซบีเรีย*[4]
“เอาละ สามารถนำหนังทั้งตัวออกมาได้แล้ว” เฉียวซู่พูดกับกล้องด้วยรอยยิ้ม “ฉากต่อไปนี้มีประโยชน์ต่อการรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำเป็อย่างมาก อย่าพลาดไปเชียวละครับ”
พูดจบเฉียวซู่ก็คว้าขอบของหนังที่ตัดแล้วด้วยมือทั้งสองข้างฉีกออกเป็ตะเข็บ มือซ้ายดึงหนังไว้แน่น แล้วใช้หมัดมือขวาทุบไปตามหนังอย่างแรง
หนังทั้งหมดถูกแยกออกจากเนื้ออย่างสมบูรณ์ และหนังละมั่งทรายที่สมบูรณ์ก็ปรากฏขึ้นในมือของเฉียวซู่ทันที
ขั้นตอนทั้งหมดราบรื่นอย่างเห็นได้ชัด
[1]แจ็กคัล สัตว์กินเนื้อในวงศ์สุนัขจำพวกหนึ่ง มีขนาดเล็กกว่าหมาป่า แต่มีขนาดใหญ่กว่าหมาจิ้งจอก
[2]หนังฟอก เป็หนังดิบที่ผ่านการฟอกแบบต่าง ๆ เพื่อไม่ให้หนังเน่าเปื่อย
[3]รีจอยซ์ แชมพูสระผมยี่ห้อหนึ่ง
[4]กวางโรไซบีเรีย เป็สายพันธุ์ของละมั่งกวางที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ