Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 44 ทดสอบทดแทนตำแหน่ง

            ณ ขณะนี้เจษได้สวมเสื้อซ้อมสีแดงยืนอยู่ภายในสนามทดสอบ และเขาได้รับคำสั่งให้เล่นเป็นปีกขวาไม่ใช่หน้าเป้าเหมือนครั้งที่ผ่านมา

            ภายในสนามเจษกับวัยรุ่นชาวโปรตุเกสทีมเดียวกันกับเขาเมื่อเกมส์ที่แล้วทั้งสองยืนประชันหน้ากัน  

            พอสังเกตเห็นสีหน้าของวัยรุ่นผอมบางคนนั้นเจษอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ 

            "ว่าไงวัยรุ่น หน้าบูดเบี้ยวเชียวนะ.."เริมฝีปากบางพูดเป็นภาษาอังกฤษ

            ".."วัยรุ่นโปรตุเกสคนนั้นฟังเจษไม่เข้าใจ แต่ก็พอรับรู้กิริยาท่าทางของเจษได้เล็กน้อยก็มีสีหน้าที่คล้ำลง และพึมพำบางอย่างในลำคออย่างฉุนเฉียว

            'ฮิฮิๆๆ ฝีปากเราก็ไม่เพราลงเหมือนกันนะเนี่ย!'พอเจษเห็นคู่แข่งแสดงอาการแบบนั้นออกมาก็มีความสุขไม่น้อย

            ทว่าใบหน้ายิ้มแย้มนั้นพลันหายไปในทันทีกลายเป็นใบหน้าที่หมองคล้ำ เมื่อเขามองภาพรวมทีมของเขา..

            '..เป็นแบบนี้ต่อแย่แน่! จะแย่ยิ่งกว่าแข่งรอบที่แล้วเสียอีก..'เจษที่ปรายตามองทีมของเขาก็เคร่งเครียด เพราะต่างคนก็ต่างมีสีหน้าที่ไม่มั่นใจ ทั้งยังมีแววตาแบบนั้นอีก..

            แววตาที่มองแม้แต่เพื่อนร่วมทีมว่าเป็นคู่แข่ง..

            '..ฉันก็อยากรวมพวกเอ็งมาจับเข่าคุยกันอยู่หรอกนะ ถ้าเป็นแบบนี้ทีมแย่แน่ แต่พอฉันเห็นพวกเอ็งมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นแล้ว ฉันก็ตัดความคิดนี้ไปทันทีเลยล่ะ ถ้าฉันเข้าไปคุยกับพวกเอ็งมีหวังฉันโดนดูถูกกลับมาแน่ๆ..เอาวะ! จะรอดหรือจะร่วงก็อยู่ที่ดวงของเราแล้ว..'

            เจษพลางให้กำลังใจตนเองอย่างเหนื่อยๆ เขาที่ไม่เคยเชื่อเรื่องโชคลางเลยก็ได้หวังพึ่งมันในวันนี้ เพราะรู้สึกว่านี่เป็นเหตุผลเดียวที่เขาพึ่งได้ในขณะนี้แล้ว..

            ..

            ผู้ตัดสินเมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้ว เขาก็เป่านกหวีดเริ่มเกมส์..

            ปี๊ดดดด

            เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น เจษก็วิ่งไล่บอลในทันที เขาวิ่งไล่บอลที่อยู่ในโซนที่เขารับผิดชอบ

            พอในโซนที่เขาไม่มีบอลแล้ว เขาก็ปิดมุมบอลฝ่ายตรงข้าม ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นยากที่สุด

            เกมส์ดำเนินผ่านไป ก็เหมือนสิ่งที่เจษคิดจริงๆ ต่างคนต่างเล่นอีกเหมือนเคย ไม่สิ เละเทะกว่ามาก เพราะพวกเขาใช้สกิลของตนเองถนัดในการเล่นบอล ไม่สนใจตำแหน่งของตนเองและเพื่อนร่วมทีมเลย

            แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นแบบนั่นทุกคน มีบางคนที่พอจับจุดได้บ้างถ่ายบอลไปมากับเพื่อนร่วมทีม

            อย่างไรก็ตามพวกเขาเล่นตำแหน่งที่ตนเองไม่ถนัด ผลที่ออกมาจึงไม่ได้ดีนัก ซึ่งก็เป็นแบบนี้กันทั้งสองทีมเลย

            เจษเห็นแบบนั้นก็ใช้มือหนากุมขมับ พลางบ่นในใจ

            'พวกมึงเล่น..อะไรเนี่ย!..'

            ..

            บอลได้คลุกคลิกอยู่ตรงกลางสนามนานกว่าห้านาที ต่างฝ่ายก็ต่างครองบอลไม่ได้เกินห้าจังหวะ จนจู่ๆบอลก็ได้มาอยู่ข้างเท้าของเจษแบบงงๆ

            แม้แต่เจษก็ไม่รู้ได้ไงว่าบอลมาถึงเขาได้อย่างไร

            ขณะนี้เจษอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างไกลจากประตูของฝั่งตรงข้าม และค่อนข้างใกล้กับเส้นกลางสนาม

            พอเจษได้บอลเขาก็ไม่ตื่นตระหนก เขาจับบอลให้นิ่งอย่างใจเย็นก่อนจะเงยหน้ามองศัตรู..

            'กองกลางคนหนึ่งกำลังวิ่งมา.. ส่วนแบ็คอีกคนก็รอซ้อนอีกทางหนึ่ง แต่ว่าเขายืนระยะค่อนข้างไกล..'

            เจษวิเคราะห์แล้วก็เลี้ยงบอลไต่เส้นขึ้นไปแดนหน้า เขาเลี้ยงหนีกองกลางคนนั้นด้วยความรวดเร็ว ตรงไปหาแบ็คตนนั้น

            แบ็คฝ่ายตรงข้ามที่เห็นเจษเลี้ยงมาหาตนเองก็พลางขยับปิดมุม ไม่ได้เข้าพรวดพราด เพราะเขาไม่ค่อยเข้าบอลแม่นยำมากนัก

            ในตอนนี้เจษรู้สึกกดดันอย่างหนัก เพราะข้างหน้าเขาก็จะฝ่าไปยาก ข้างหลังก็มีคนกำลังวิ่งเข้ามา ไม่สิคนที่สามกำลังมาซ้อนแบ็คคนนั่นแล้ว..

            เจษกำลังจะโดนรุมกินโต๊ะ

            วินาทีต่อมาเจษเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ก็มองไม่เห็นทีมฝั่งตนเองเลยสักคน มองเห็นแค่สีแดงตรงที่หางตา..

            'บ้าเอ้ย! บดบังทางไปหมด!!'

            ขณะเดียวกันนั้นเอง เจษก็พลางคิดถึงตนเองเวลาเล่นเป็นกองหน้า มีแค่กองหน้าเท่านั้นที่ข่วยเขาได้ในเวลานี้

            'ถ้าเป็นฉันฉันก็จะวิ่งมาตรงนี้..'

            เมื่อคิดได้เช่นนั้น เจษก็ใช้เท้าซ้ายแต่งบอลไปข้างหน้านิดหน่อย ทันใดนั้นก็มีพื้นที่ให้เขาเล่นเพิ่มมากขึ้น

            เจษพลางใช่เท่าขวาชิพบอลเบาๆไปตรงพื้นที่ที่เขาคิดไว้ไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่นัก..

            สึบ!!

            ปึก!! ปึก! 

            บอลกระดอนพื้นสองที กองหลังฝั่งตรงข้ามที่วิ่งมาซ้อนแบ็คซ้ายมองเห็นวิถีบอลก็วิ่งไปรับบอลอย่างง่ายดาย..

            ".."

            ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นรอรับบอลตามที่เจษคิด ทั้งๆพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ว่าง..

            'บัดซบ!! ลืมไปเลยว่านี่เป็นการเล่นที่ไม่ใช่ตำแหน่งที่ตนเองถนัด!!'

            เจษพลันเก็บอารมณ์ไม่อยู่ขึ้นมาทันที เขาอุตส่าห์แต่งจังหวะให้สวยขนาดนี้แล้ว ทีมกลับยืนดูโง่ๆที่เขาเล่น

            "เป็นกองหน้าประสาอะไรวะ! มาช่วยกันหน่อยสิโว้ย!!!"

            เจษพลันตะโกนลั่นทั่วสนาม ขนาดฝั่งตรงข้ามยังหันมามองเจษอย่างสนใจ

            ซึ่งเสียงตะโกนของเขาทำให้กองหน้าทีมของเขาพลางเสียหน้า มันก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาเจษในเวลานี้ แต่มันก็ไม่อาจโต้แย้งได้เพราะมันก็ยืนดูอยู่จริงๆ..

            'บ้าเอ้ย ฉันเล่นเป็นแต่กองกลางนะเฟ้ย ไม่เคยเล่นเป็นกองหน้าเลยสักครั้ง!!'

            ..

            ณ ข้างสนาม เหล่าผู้คุมสอบต่างชมเกมส์กันด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม ไม่แสดงความคิดเห็นจังหวะเกมส์เลยสักครั้ง

            ทางฝั่งหนึ่งบนอรรถจันทร์ผู้ชม บรูโน่กับสมิทเพื่อนซี้ของเขาก็แสดงความคิดเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่เล็กน้อย

            "เป็นไงบ้างสมิท เด็กคนนี้เล่นใช้ได้เลยนะ ดึงตัวประกบมาตั้งสามคนแล้วก็จ่ายไปพื้นที่ว่างตรงนั้น.."

            "..ถึงจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่การเลี้ยงบอลเขาค่อนข้างแย่ และร่างกายที่ไม่ค่อยฟิตนั่นอีก.."

            "ร่างกายของเด็กเอเชียก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าเราฝึกดีๆผลรับอาจคาดไม่ถึงก็ได้นะ.."

            "ยากที่จะตัดสินใจ ขนาดฉันที่เป็นโค้ชยู18ยังไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจการคัดเลือกนี้เลย อีกอย่างฉันก็ได้ยินข่าวมาว่าพวกผู้ใหญ่ล็อคสองผู้เล่นที่กำลังทดสอบไว้แล้วด้วย.."

            "..ทั้งๆที่รับแค่ห้าคนอ่ะนะ"

            "เฮ้อ..เด็กที่ฉันตามเชียร์จะได้ผ่านเข้ามาไหมน้อ.."เมื่อได้ยินถึงผู้ใหญ่ทั้งสมิทแล้วก็บรูโน่ก็ไม่ค่อยอยากจะพูดกับเรื่องนี้มากนัก ได้แต่เลยตามเลย

            "แต่ว่าเด็กคนนั้นได้แสดงฝีมือออกมาขนาดนี้คงจะติดละมั้ง.." สมิทพึมพำเบาๆ ถ้าคณะกรรมกรไม่ตาบอดอย่างไรก็ตามเจษก็ต้องผ่านการคัดเลือกอย่างแน่นอน เพราะเขาเล่นฟุตบอลได้โดดเด่นขนาดนั้น

            ..

            ตัดมาที่สนามทดสอบ 

            ในเวลาต่อมาเจษก็ได้รับบอลมากขึ้น เนื่องจากเขาแสดงความสามารถของตนเองออกมาให้ทีมได้เห็นแล้ว

            การเล่นของเขาที่เชื่อมทั้งกองกลางและกองหน้านั่นนั้นลื่นตาสุดๆ ถึงจะไม่ได้ลากเลื้อยหวือหวา ทว่าเขาก็ทำได้ดีในหลายจังหวะ ไม่มีจังหวะไปนผิดพลาดเลยสักครั้ง

            อย่างไรก็ตามทีมของเจษก็ยังไม่สามารถทำได้สักประตูเดียว เจษคิดหนักมากในตอนนี้..

            'เอาไงดี! ทำอย่างไรดี..'

             

             

             

             

                                           I’m number 4