ติ้ง
หลังจากที่แยกกันไม่นานเขาก็มีข้อความเข้า
คนที่ส่งข้อความมาคือนกนั่นเองพออ่านข้อความออสก็ต้องช๊อคก่อนหน้านี้ตอนเข้าห้องประชุมรุ่นพี่ให้ทุกคนปิดมือถือจะได้ไม่ดังรบกวนในห้องทำให้เธอเตือนออสไม่ได้ พอปล่อยออกมาพวกรุ่นพี่ก็รวมปี1ครู่หนึ่งเพื่อพูดคุยแล้วถึงปล่อยกลับ นกจึงพึ่งมีเวลาส่งข้อความมา
เวรกรรมโดนเล่นแล้ว
สิ่งที่นกส่งข้อความมาคือพวกรุ่นพี่ไม่ได้ให้เขาลงทะเบียนเท่ากับไม่ได้เข้างานนั่นเอง
ออสถอนหายใจออกมานี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่ เพียงแต่เขาหงุดหงิดพวกรุ่นพี่บัดซบนั่นต่างหาก ออสไล่ดูรายชื่อคนของอิกดราในมหาวิทยาลัยว่ามีใครที่พอจะจัดการเรื่องนี้ได้บ้าง เขาพบรายชื่ออาจารย์2-3คนที่อยู่ในระดับผู้บริหารของมหาวิทยาลัย
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรจูนก็โทรหาเขาก่อน ออสจึงยังไม่ได้โทรหาอาจารย์พวกนั้น
ยังไงก็ไม่รีบอยู่แล้วค่อยว่ากันแล้วกันจริงๆแล้วถ้าออสจะใช้วิธีให้ระดับผู้บริหารใส่ให้เขาผ่านกิจกรรมนี้รอปี3-ปี4ก่อนค่อยทำก็ยังได้เลยแต่เขากลัวพวกยักษ์จะตกใจหลังรู้ว่าเสียรู้รุ่นพี่เลยตั้งว่าจะทำเลยแต่จูนดันโทรมาเสียก่อน
เอาเถอะยังไงก็คงไม่ได้เอาขึ้นระบบไวขนาดนั้นอยู่แล้ว
"หวัดดีจ้า ออสยังอยู่ในมหาวิทยาลัยมั้ย"
"ยังอยู่มีอะไรหรอ"ออสไม่ได้แปลกใจที่เธอรู้ว่าเขาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเพราะเมื่อเช้าก่อนออกมาจูนก็อยู่ที่บ้านทำให้เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาออกมางานปฐมนิเทศของคณะ
"ฉันจะพานายไปที่ๆหนึ่งหนะอยู่ในมหาวิทยาลัยนี่แหละมาด้วยกันหน่อยสิ"
"ได้สิงั้นมาเจอกัน"
หลังจากที่นัดเจอกันจูนก็พาออสไปที่ตึกที่เขียนว่าอาคารกิจกรรมเธอบอกว่าเป็นอาคารที่ห้องชมรมต่างๆอยู่ถึงบางชมรมที่สร้างขึ้นมาใหม่จะยังไม่มีห้องในอาคารนี้ก็ตามแต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่นี่แหละ
"เอ่อแต่เขาเลือกชมรมกันตอนเปิดเทอมไม่ใช่หรอ"ออสถามเนื่องจากเขารู้มาแบบนั้นเลยไม่เข้าใจว่าจูนจะมาพามาที่นี่ทำไม
"ที่นี่มีชมรมลับอยู่หนะ"จูนยิ้ม
"แต่มันไม่ใช่ความลับอะไรหรอกคนที่เรียนที่นี่ส่วนใหญ่ก็รู้จักแต่ที่บอกว่ามันเป็นชมรมลับก็เพราะว่ามันเลือกเข้าไม่ได้ต้องให้คนที่เป็นสมาชิกเชิญเข้าไปเท่านั้น"
จูนอธิบายว่าชมรมนี้เป็นชมรมที่มีไว้เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาด้วยกันเวลามีเรื่องเดือดร้อนแล้วร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือตามระบบแล้วมันไม่ได้เรื่องนักศึกษาจะมาขอร้องให้ที่นี่ช่วย
เอ่ม นี่มันชมรมประท้วงอะไรพวกนั้นรึเปล่าวะเนี่ย
อดคิดไปทางนั้นไม่ได้จริงๆแต่อย่างจูนคงไม่พามาที่แบบนั้นหรอกมั้ง
"ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกชมรมที่เข้ามาขอทุนสนับสนุนเวลาเงินไม่พอใช้หละนะ"
ออสเลิกคิ้วเล็กน้อยการที่ชมรมอื่นมาขอเงินสนุนเนี่ยแปลว่าสมาชิกแต่ละคนน่าจะรวยน่าดู ปกติแล้วชมรมจะต้องได้เงินจากการสนุนของมหาวิทยลัยโดยมีสภานักศึกษาคอยจัดสรรค์เงินที่ได้จากกองกลางให้ แต่ชมรมนี้กลับเป็นฝ่ายออกเงินให้ชมรมอื่นแทนซะงั้น
ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าสมาชิกชมรมคือพวกลูกหลานผู้มีอำนาจในสังคมทั้งนั้นเลยต้องให้คนในแนะนำถึงเข้าได้นี่แหละ เพราะถ้าให้คนทั่วๆไปเข้ามาก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่ดี
พอขึ้นมาชั้นบนสุดของอาคารก็พบป้ายเขียนว่าชมรมที่ปรึกษาสำหรับนักศึกษาที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือเนื่องจาก............
"ชื่อยาวไปไหนเนี่ย"
"ก็นะชมรมนี้อยู่มา50ปีแล้วคนสมัยก่อนชอบตั้งอะไรยาวๆแล้วเอามาย่อประจำแหละ"
"แล้วชื่อย่อมันคืออะไร"
"ไม่รู้แต่พวกนักศึกษาเรียกที่นี่ว่าคลับไฮโซ"
ชั้นอื่นๆในอาคารกิจกรรมจะมีชั้นละ4-5ห้องแบ่งกันไปห้องละชมรม แต่ที่ชั้นนี้เป็นห้องใหญ้ห้องเดียวเลยหอเดินเข้าไปก็พบด้านในมีโถงตรงกลางด้านข้างมีห้องเล็กๆอยู่เผื่อไว้ใช้พูดคุยกับคนที่มาขอให้ช่วย มีมุมหนึ่งเป็นมุมพักผ่อนมีน้ำชากาแฟแล้วก็ขนมไว้ให้กินเล่น
"เอานั่นคุณหนูจูนนี่พาใครมาหละเดือดร้อนมาหรอ"
ตรงกลางนั้นเป็นโต๊ะใหญ่ตั้งอยู่ไว้สำหรับประชุม หรือไม่ก็นั่งทำงานตอนนี้มีคนนั่งอยู่ราว10กว่าคนมีคนหนึ่งหันทักตอนเห็นจูนเข้า
"เปล่าฉันอยากแนะนำหมอนี่ให้เข้าร่วมกับชมรม"
"โอ้แต่เขาไม่คุ้นหน้าเลยใครกันหละเนี่ย"ตอนนี้ทุกคนหันมาสนใจทางนี้เรียบร้อยแล้ว
"คู่หมั้นฉันเอง"จูนตอบยิ้มๆแต่ทำเอาคนฟังสะดุ้งกันเป็นแถวๆ
ต้องเข้าใจก่อนว่าจูนนั้นเป็นลูกของประธานฝ่ายบริหารของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแถมยังมีเบื้องหลังเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถึงแม้ว่านายปิยะจะถูกแต่งตั้งมาไม่ใช่เป็นเจ้าของธนาคารจริงๆแต่เขาก็เป็นคนที่รวยติดอันดับท๊อป10ของประเทศ แถมในด้านธุรกิจยังถูกโหวตให้เป็นบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในประเทศ การที่จูนมีคู่หมั้นนั่นหมายถึงต้องมีฐานะไม่ธรรมดาแน่ไม่งั้นไม่มีทางที่พ่อของเธอจะยอมยกลูกสาวให้
"เขาเป็นลูกหลานใครหรอฉันไม่เคยเห็นหน้าเลย"
"นั่นสิไม่่คุ้นเลย"
หลายคนพูดคุยกันเพื่อถามว่ามีใครรู้จักออสบ้างแต่ก็ไม่มีใครรู้จักเลย แต่คนที่นั่งอยู่นั้นมีอยู่4คนที่เงียบพวกเขารู้ดีว่าออสเป็นใครเพราะพวกเขาเป็นสมาชิกอิกดราซิล
"ปี1หรอ"
"ใช่ครับ"ออสตอบทันทีหลังจากถูกถามจากคนที่อยู่หัวโต๊ะ
"คุณหนูจูนแนะนำมาเองเราคงเมินไม่ได้หรอก แต่ยังคงต้องทำตามกฏนะ"
กฏที่ว่าคือ
1.ต้องมีความสามารถพอที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้
2.ต้องมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย3คน
3.ไม่เคยมีประวัติใช้อำนาจรังแกคงอื่น
อืมเขาเล่นงานพวกไอ้พงษ์ยับเลยแบบนี้ยังผ่านข้อสามรึเปล่านะ แต่ต่อให้เช็คยังไงก็ไม่มีทางเจออยู่แล้วเพราะข่าวทุกช่องที่ออสเช็คตอนนี้บอกเหมือนกันหมดว่าพวกนั้นบริหารผิดพลาดเลยฆ่าตัวตาย
"ข้อแรกไม่มีปัญหาแน่นอนเพราะหมอนี่รวยมากฉันรับรองเรื่องนั้น"
"พวกเรารับรองเขา"มี4คนยกมือขึ้นมาทันทีที่จูนพูดจบพวกเขาเป็นสมาชิกของอิกดราซิลนั่นเอง
"โอเคข้อสุดท้ายฉันจะไปเช็คทีหลังเองแต่คุณหนูจูนแนะนำมาคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก"
หลังจากที่ชายที่อยู่หัวโต๊ะตอบรับให้ออสเข้าร่วมชมรมแล้วคนสมาชิกของอิกดราซิลเข้ามาทักทายทันทีก่อนที่เขาจะนึกบางอย่างได้
"เออขอถามอะไรหน่อยจูนบอกที่นี่จะคอยช่วยนักศึกษาที่มีเรื่องเดือดร้อนนี่บังเอิญผมมีปัญหานิดหน่อย"
"อะไรงั้นหรอ"หลายคนหันมาสนใจทันทีสมาชิกใหม่มีเรื่องให้พวกเขาช่วยหรอ ทุกคนในนี้ต่างก็เป็นคนที่มีฐานะทั้งนั้นเป็นว่าถ้าช่วยเหลือสมาชิกกันเองก็จะเป็นการสร้างบุณคุณเอาไว้
"เรื่องรับน้องของคณะบริหาร"
เงียบ มีหลายคนทำหน้าน่าเกลียดทันที แม้แต่คนที่อยู่หัวโต๊ะก็ทำสีหน้าเซ็งๆรุ่นพี่ส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่ายังมีคณะบริหารและวิศวะที่ยังรับน้องแบบบ้าอำนาจอยู่
"เราช่วยไม่ได้หรอกถ้าเป็นเรื่องรับน้อง"
"ทำไมหละ"
"เพราะรุ่นพี่นายที่จบไปแล้วก็มีหลายคนที่เคยอยู่ในชมรมไม่รู้มีใครบ้างที่เห็นด้วยกับการรับน้องแบบนั้น ฉันยอมให้เราตีกันเองไม่ได้หรอก"
ใบหน้าออสเปลี่ยนไปทันที ถ้างั้นเขาจะอยู่ในชมรมนี้ไปทำไมหละเนี่ย ไม่สิชมรมนี้อยู่เพื่อช่วยคนอื่นนี่ถ้าเข้ามาแปลว่าเข้าต้องคอยช่วยคนอื่นงั้นหรอ เฮ้ออช่างเหอะอยู่ๆไปก่อนไม่โอเคค่อยออกแล้วกัน
"งั้นแปลว่าถ้าผมตอบโต้ไปแรงๆคุณก็จะไม่เข้ามายุ่งเหมือนกันใช่ไหม"
"ใช่"