คืนนี้ค่อนข้างพิเศษและแปลกสำหรับเรา เพราะบ้านเรามีย่าที่กำลังป่วยนอนอยู่ด้วย ถึงย่าจะช่วยเหลือตัวเองหรือพูดไม่ได้ แต่ย่าก็มีสติสมบูรณ์ดี
ในตอนดึกพอเราสังเกตว่าย่านอนแล้ว เราเลยลากนุ๊กไปที่ห้องน้ำและคราวนี้เราเป็ใ่ายที่เริ่มจู่โจมก่อนทันที รสจูบที่ปนกับกลิ่นบุหรี่ของนุ๊กชัดมาก จริง ๆ สเปคของเราคือไม่ชอบคนสูบบุหรี่
เราไม่ได้คิดว่าคนที่สูบุหรี่ไม่ดี เพราะพ่อเราก็สูบบุหรี่เหมือนกัน แต่ถ้าเรารักใคร เราก็อยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับเค้าไปนาน ๆ นุ๊กคือผู้ชายที่ตรงข้ามกับสเปคของเราหมดทุกข้อ ยกเลยเว้นหน้าตา
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยถนัด แต่มือเราก็พยายามที่จะปลดเข็มขัด ไปพร้อม ๆ กับที่กำลังประกบปากกับอีกฝ่ายไปด้วย จากคืนนั้นเราจะพอััได้ว่า นุ๊กชอบให้เราใช้ปากกับจุดอ่อนไหวตรงหน้าอกข้างขวา เพราะตอนแรกเรายังไม่รู้เลยไปจัดการที่ข้างซ้าย แต่นุ๊กก็ดันหัวของเราย้ายมาที่ข้างขวา ก่อนจะครางเบา ๆ ออกมา
ในที่สุดเราก็ปลดเข็มขัดออกได้ แต่ด้วยความที่กางเกงยีนส์ของผู้ชายจะค่อนข้างหนา ทำให้เราเล่นกับนุ๊กน้อยไม่ค่อยสะดวก แต่พอปลดได้เราก็เริ่มใช้มือต่อทันที นุ๊กน้อยที่ดูเหมือนเครื่องจะติดแล้ว ก็พุ่งตัวออกมาเหมือนกับว่าทนอึดอัดอยู่ในนั้นมานาน
นุ๊กค่อย ๆ เอนตัวยืนพิงกำแพงห้องน้ำ ก่อนจะค่อย ๆ กดไหล่ของเราลง นุ๊กน้อยค่อนข้างสะอาดดี ไม่มีกลิ่นเหม็น มีแค่กลิ่นอับอ่อน ๆ แบบเหงื่อที่เพิ่งออก ผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ
ยิ่งนุ๊กครางเท่าไหร่ เราก็จำไว้แล้วก็อยากจะลองทำอีกครั้ง เพื่อให้ใจว่าตรงจุดไหน ที่ทำให้มันร้องครางจนเกร็งไปทั้งตัวได้
'หืม..เส้นรอยหยักตรงกลางนี่หรอ?'
'อื้ม...ต้องรูดลงมาสุดจนถึงโคนเลยหรอ?'
อึ๊ก! อ่อก!
เราที่มัวแต่ลอง แล้วก็เพราะเป็ครั้งแรกของเราด้วย
ก็เลยยังไม่รู้แม้แต่สรีระของตัวเองเหมือนกัน หัวนุ๊กน้อยเลยทิ่มลิ้นไก่ ทำให้เกือบอ๊อกออกมา เราเลยต้องถอนหน้าออกมา พร้อมกับที่เราเงยหน้าไปเจอกับหน้าของนุ๊กพอดี หน้าของนุ๊กตอนนี้กำลังแดงไปถึงใบหู นุ๊กกำลังมองมาที่เราพร้อมกับถอนหายใจหนัก ๆ
"ใกล้แล้ว..."
สายตาของนุ๊กคล้ายกับคนกำลังเมาอะไรสักอย่าง แต่มันดูนุ่มนวลมากกว่าตอนเวลาปกติมาก ๆ นุ๊กใช้มือลูบใบหูของเรา ก่อนจะค่อย ๆ ประคองหลังคอของเราเข้าหานุ๊กน้อย ที่กำลังแข็งเต็มที่จนเป็สีแดงจัดไปทั้งแท่ง
พอหัวของนุ๊กน้อยโดนลิ้นเราอีกครั้ง นุ๊กครางออกมาพร้อมกับหายใจถี่ขึ้น ไม่นานเราก็ค่อย ๆ ปรับจังหวะการขยับคอของเรา ตามจังหวะการหายใจของนุ๊ก
"อืมม..."
นุ๊กครางพร้อมกับเกร็งมือแล้วบีบมาที่ไหล่ของเรา ทำให้เราต้องเร่งจังหวะขึ้นอีก
"ไนท์ ๆ ๆ "
และนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เราได้ลองกินน้ำอุ่น ๆ จากจุ๊ดจู้ น้ำอุ่นจากนุ๊กน้อยค่อนข้างติดเปรี้ยว ๆ
'คนปกติเป็รสนี้เหมือนกันหมดมั้ยนะ?'
ตอนนั้นเราได้แต่สงสัยอยู่ในใจ เพราะมันเป็ครั้งแรกของเราเหมือนกัน ทำให้เราอยากรู้อยากลองไปหมด แต่เราเดาว่าน่าจะเป็เพราะนุ๊กค่อนข้างสูบบุหรี่จัด หลังจากคืนนั้นเราก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันต่ออีก
ไม่ได้บอกรัก หรือตกลงพัฒนาความสัมพันธ์อะไร แต่นุ๊กชอบพูดติดเล่น ๆ เวลาคุยกันในกลุ่มเพื่อนว่า
"เฮ้ย..นั่นเมียกู!!!" ซึ่งเราก็มักจะตอบกลับไปว่า
"ใครเมียมึง!!"
เราไม่รู้ว่าคนอื่นรู้เื่ความสัมพันธ์นี้ของเราสองคนมั้ย แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเด็กผู้หญิงมาะโหาเราที่บ้านในตอนกลางคืน
"พี่ไนท์.. พี่ไนท์.. พี่นอนรึยังคะ?" เสียงเด็กผู้หญิงมาเรียกเราอยู่ที่หน้าบ้าน
และด้วยจากอาการป่วยของย่าเรา ทำให้บ้านของเราไม่ได้ปิดหน้าต่าง เพราะทุกคนกังวลว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับย่า เพื่อนบ้านจะได้ไปตามพ่อ หรือญาติของเราให้มาช่วยได้ทัน
นั่นทำให้คนที่เดินผ่านหน้าบ้าน สามารถมองเข้ามาเห็นในบ้านของเราได้ตลอดเวลา และเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างนอก ก็กำลังมองมาที่เรา แต่ด้วยเป็เวลากลางคืนค่อนไปทางดึกแล้ว การมองผ่านมุ้งลวดเลยทำได้ไม่ค่อยชัดนัก
"อ้าว.. ตาล!"
"พี่ไนท์มากับหนูแป๊ปนึงซิ หนูขอรบกวนเวลาพี่แป๊ปนึง" ตาลพูดกับเราด้วยท่าทางร้อนใจ
"มีอะไรหรอ? นี่..ตาลเป็อะไรรึเปล่า?" เราที่สังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของอีกฝ่าย
"คือหนูมีเื่จะปรึกษา แล้วก็..อยากให้พี่ช่วย"
"...ให้พี่? ช่วย?" เราค่อนข้างงงกับการมาถึงของตาล
และยิ่งงงมากขึ้นไปอีก เมื่ออีกฝ่ายระบุว่าต้องเป็เราที่อยากจะให้ช่วย ตาลเดินนำเราขึ้นไปที่ชั้นสี่ซึ่งเป็ชั้นที่ตาลอยู่ ระหว่างทางที่เดินตามตาลขึ้นบันได เราก็พยายามใช้ความคิด
'หรือว่า.. นุ๊กมันยังคบกับตาลอยู่? แล้วตาลจะรู้เื่ของมันกับเรา?'
สมองเราก็คิดไปต่าง ๆ นานา แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าไม่น่าจะมีใครรู้ เพราะแม้แต่ตัวของเราเอง ยังดูไม่ออกเลยว่ามันคิดอะไรอยู่ แล้วเราเองก็ไม่ได้ชอบไปเกาะแกะผู้ชาย แบบที่พวกวัยรุ่นมักจะทำกัน
เพราะไฟทางเดินตรงบันไดเสีย ทำให้ทางขึ้นแฟลตนี้ค่อนข้างมืดสลัว ที่ชั้นสี่ปรากฏเงาของคนสองคน คนนึงนั่งอยู่ที่บันไดทางขึ้นชั้นห้า ส่วนอีกคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงริมระเบียงทางเดิน และหันหน้ามาทางบันไดพอดี
คนที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ก็คือนุ๊ก ส่วนอีกคนที่นั่งอยู่ตรงบันไดเป็ผู้หญิง มีชื่อเล่นคล้ายกับพี่ลูกเป็ด ชื่อว่า "เป็ด" เป็เพื่อนสนิทของตาล ซึ่งบ้านอยู่ที่ชั้นห้าแฟลตเดียวกันนี้
"โถ่ตาล..นี่มึงไปตามมันมาทำไม! ไนท์มันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย!!"
นุ๊กค่อนข้างใมาก ที่เห็นเราปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของตาล
"ก็เราคุยกันไม่รู้เื่แล้วไงนุ๊ก งั้นมึงก็ลองอธิบายมาดิว่าบอกเลิกกูทำไม?!"
"ก็กูแค่อยากเลิก.. ก็แค่นั้น"
"มันพูดง่ายไปป่าววะ อยากจะเลิกก็เลิกงี้หรอ?"
"เออ!"
"แล้วที่ผ่านมาอ่ะนุ๊ก?"
เราพยายามจับใจความ จากสถานการณ์ที่เราก็คิดไม่ถึงมาก่อน
'คือกูมาที่นี่ทำไมวะเนี่ย?'
เราได้แต่คิดในใจ แต่เราก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
"มีอะไรมึงก็ชอบเดินหนีอ่ะ เป็อะไรก็พูดดิวะ?"
เป็ดที่น่าจะเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดีกว่าเรา ะโขึ้นมาร่วมด่านุ๊กด้วยอีกคน ดูเหมือนว่าตาลจะให้เป็ดเฝ้าไม่ให้นุ๊กหนีไปไหน ตอนที่ลงไปตามเราขึ้นมา
"นุ๊ก มึงอยากให้กูเปลี่ยนอะไรมึงก็บอกมาดิ.."
ตาลพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า พร้อมกับมีน้ำตาไหลลงมาตามแก้ม
"....." นุ๊กสูบบุหรี่และไม่ยอมตอบอะไร
"มึงจะเปลี่ยนอะไรอีกตาล คนที่ต้องเปลี่ยนอ่ะไม่ใช่มึงแล้ว!" เป็ดหงุดหงิดเพราะท่าทางของนุ๊กที่พูดใส่ตาล
แล้วก็เป็ตอนนั้นเองที่ตาลหันหน้ามาหาเรา
"พี่ไนท์.. พี่สนิทกับนุ๊ก พี่ช่วยพูดให้หนูหน่อยสิ หนูไม่รู้จะพูดกับมันยังไงแล้ว..ฮือออ"
ตาลพูดจบก็เริ่มร้องไห้ออกมา
"เอ่อ..." เราที่ยัง งง ๆ อยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร
'อ้าวนี่กูต้องพูดอะไรวะ? ตอนกำลังเดินขึ้นมามึงก็ไม่ได้บอกอะไรกูสักอย่าง..'
'..แล้วตอนนี้มาบอกให้กูพูด แล้วกูจะต้องพูดอะไร?!!..'
ตาลที่เห็นเราไม่ยอมพูดอะไรก็เริ่มร้องไห้หนักขึ้น
'..อ้าวเฮ่ย ไหงทำไมมากดดันกูซะงั้นอ่ะ..'
'..นอกจากเรียกกูมาช่วยกดดันไอ้นุ๊กแล้ว ก็ยังจะมากดดันกูด้วยอีกคนหรอวะ เอ้อเอาสิ..'
"....." ซึ่งเราก็ยังไม่รู้จะพูดอะไร
'..แฟนกูก็ไม่เคยมี คนมาจีบก็ยังไม่เคยมี กูแค่อายุมากกว่าพวกมึงแค่ปีเดียว แล้วจะนี่ให้กูพูดอะไร๊?!!!'
เราได้บ่นพวกมันอยู่ในใจ พร้อม ๆ กับพยายามคิดหาคำพูด
"เออ..นุ๊ก มึงก็.. ใจเย็น ๆ มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยค่อย ๆ อธิบาย คุยกันดี ๆ ..."
ตอนนี้เรารู้สึกเป็ส่วนเกินมาก ๆ แต่ไม่ใช่เพิ่งจะรู้สึกนะ ตอนนี้ความรู้สึกของเรามันแย่มาก ที่กลายเป็ว่าเราถูกบังคับให้มากดดันนุ๊กอีกที แต่ดูเหมือนว่านุ๊กจะเข้าใจความลำบากใจของเรา หรือว่ามันจะด่าเราด้วยก็ไม่รู้
"เื่นี้ไม่เกี่ยวกับมึง..ไนท์"
แต่ด้วยสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง โดยเฉพาะสายตาที่มันมองมาที่เรา เหมือนกับมันกำลังบอกว่า เื่ที่มันกำลังจะเลิกกับตาลไม่ได้เป็เพราะเรา เราที่เห็นท่าทางแบบนั้น ใจนึงก็รู้สึกโล่งอก แต่อีกใจนึงก็แอบเจ็บอยู่เหมือนกัน
'มันไม่ได้เลิกกันเพราะเรา อย่างน้อยเราก็ไม่ใช่คนที่ทำให้มันสองคนเลิกกัน'
'..แต่ว่ามันก็ไม่ได้เลือกเรา...เหมือนกันนี่หว่า..'
'..อ้าวอยู่ดี ๆ ทำไมกูก็ต้องมารู้สึกเจ็บซะงั้น เฮ่อ ๆ ' เราได้แต่ประชดตัวเองอยู่ในใจ
่ที่ทุกคนกำลังนิ่งเงียบกันอยู่นั้น นุ๊กมันก็พุ่งตัวเดินลงบันไดไปเฉย ๆ ทิ้งให้ทุกคนยืนนิ่งอึ้งกันหมด
"นุ๊ก!! มึงจะหนีไปไหน กลับมาคุยกันรู้เื่ก่อน นุ๊ก!!!"
ตาลวิ่งตามไปะโโวยวายที่บันได จนเสียงดังลั่นไปทั้งแฟลต จนในที่สุดไม่นานห้องที่ติดกับทางเดินก็เปิดประตูออกมาดู
"ดึกดื่นแล้วมาเอะอะเสียงดังอะไรกัน! ไม่เกรงใจคนจะหลับจะนอนเล...อ่ะ อ้าวไนท์?"
ป้าขายโจ๊กชะโงกหน้าออกมา ก่อนสายตาจะเพิ่งปรับกับแสงนอกบ้าน และสังเกตเห็นเรา
"ขอโทษครับป้า เดี๋ยวจะแยกย้ายกันแล้ว ..ขอโทษที่เสียงดังนะครับ"
เรายกมือไหว้ทักทายก่อนหนึ่งครั้ง ก่อนจะไหว้ครั้งที่สองเป็การขอโทษ
"อ่ะ ๆ อย่าเสียงดังนานมากนักล่ะ ป้าต้องขายของแต่เช้า" ป้าร้านโจ๊กพูดจบก็ปิดประตู
ด้วยความที่เราค่อนข้างเป็ที่รู้จักของคนในชุมชน ป้าร้านโจ๊กรู้จักกันกับย่าเรา แต่เราไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ ในชุมชน รู้จักย่าเราเหมือนที่รู้จักเรากับพ่อมั้ย
เพราะของพ่อเราค่อนข้างเป็คนหน้าตาดี แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พ่อเรามีมนุษยสัมพันธ์และการวางตัวที่ดีมาก ๆ เราเลยมักจะได้รับการปฏิบัติจากผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชน ด้วยความละมุนละม่อมอย่างเกรงอกเกรงใจอนู่เสมอ
และแม่เลี้ยงของเรา ก็ค่อนข้างเป็ผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในชุมชน นี่เลยทำให้เราค่อนข้างเป็ที่รู้จักและปลอดภัย เพราะขนาดโจรที่กำลังดักรีดไถคนตามมุมตึกมืด ๆ พอเห็นว่าเป็เรา มันกลับไล่ให้เรารีบ ๆ เดินไปให้พ้น
เหมือนกับตอนกรณีของแม่อีเปรี้ยว ที่ไม่ได้มาโวยวายกับเรา แต่มาบอกกับเราก่อนว่าอีเปรี้ยวมันเป็แผล เค้าเลยต้องไปบอกพ่อเรา เพราะมีค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเราก็โอเค ให้เค้าไปคุยกับพ่อของเราได้เลย ก็เลยเป็ไปตามเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่พ่อของเราให้แม่อีเปรี้ยวมาตามเรา ไปคุยต่อหน้าพร้อม ๆ กัน
ส่วนไอ้นั่นที่มันมาหลอกเราเข้าไปที่ห้องขยะ มันไม่รู้จักเรามาก่อน แล้วก็น่าจะเพิ่งมารู้จักเราจากเจ้
ตัดกลับมาที่สถานการณ์ที่โคตรน่ากระอักกระอ่วน เพราะนุ๊กมันดันชิ่งหนีไปแล้ว
'แล้วกูจะอยู่ทำไมล่ะเนี่ย' เราก็เลยจะหาทางกลับบ้าง
"เอ่อตาล.. พี่ว่าเราแยกย้ายกันก่อนดีกว่า... ส่วนไอ้นุ๊ก เดี๋ยวพี่จะลองช่วยคุยกับมันให้ แต่พี่คงรับรองอะไรให้ไม่ได้นะ.."
"..เพราะกับพี่ มันก็ไม่เคยจะฟังพี่เหมือนกัน"
ตาลพยักหน้าให้เรา เราเลยเดินไปตบบ่าเบา ๆ ให้กำลังใจ ก่อนจะเดินกลับลงมา หลังจากนั้นเราก็ได้ข่าว การเลิกรากันของนุ๊กกับตาล พร้อม ๆ กับที่พวกตาลได้มาชวนเราไปงานเปิดพิธีโรงเรียนใหม่อย่างเป็ทางการ
ถึงแม้โรงเรียนแห่งใหม่จะเปิดทำการมาได้สองปีกว่า ๆ แล้ว แต่ดูเหมือนว่า เพิ่งจะถึงฤกษ์ยามในการทำพิธีเปิด การไปงานครั้งนี้ทำให้ได้เจอเด็กรุ่นน้องในรุ่นของนุ๊ก ทำให้เรากลายเป็ศิษย์เก่าเพียงคนเดียวที่ไปร่วมงานด้วย
ประธานผู้อุปถัมป์ที่มาเปิดพิธีในวันนั้น เห็นว่าเราแต่งชุดต่างจากเด็กคนอื่น ๆ เลยมองมาที่เราเป็เชิงถาม คุณครูที่กำลังทำหน้าที่เดินนำชมโรงเรียนใหม่ เลยแนะนำเราให้กับประธานผู้อุปถัมป์โรงเรียนว่า
"นี่คือศิษย์เก่า รุ่นก่อนจะนับรุ่นที่หนึ่งค่ะ"
เลยทำให้เรารู้ว่า โรงเรียนใหม่มีการนับรุ่นยังไง และรุ่นของเราถูกเรียกว่าอะไร แต่แล้วตอนที่เรากำลังจะเรียนจบม.3 ก็เกิดเื่ที่ทุกคนไม่คาดฝันขึ้น ย่าของเราได้จากไปอย่างกระทันหัน