เถ้าแก่นั้นดีใจมากที่ขายปราสาทหลังนี้ออกซะที แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ คนในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าปราสาทแห่งม่านหมอกน่ากลัวเพียงใด ขนาดทางวังหลวงเองยังได้ว่าจ้างสำนักใหญ่และนักรบรับจ้างมากมายเพื่อหาต้นเหตุของความน่ากลัวในปราสาทแห่งนี้ แต่ทั้งหมดที่เข้าไปนั้นในเวลาไม่กี่ชั่วยามล้วนตกตายไปทั้งสิ้นพร้อมป้ายิญญาที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตก็แตกดับ
ไม่เว้นแม้แต่อีก 5 ทวีปใหญ่ ที่ก็้าหาความจริงเกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้แต่ก็หนีไม่พ้นความตายดังเช่นคนอื่นๆ เรียกได้ว่าปราสาทแห่งม่านหมอกนี้ทั่วทั้ง 6 ทวีปใหญ่ต่างให้การยอมรับว่าปราสาทแห่งนี้อันตรายเป็อย่างมาก
"นายท่านเอาเป็ว่าท่านลองไปดูปราสาทหลังนั้นก่อนค่อยตัดสินใจก็ได้นะนายท่าน" เถ้าแก่ถึงจะดีใจที่มีผู้สนใจปราสาทแห่งนี้แต่ก็ไม่อยากส่งคนไปสู่ความตาย
"เอาอย่างที่เ้าว่าก็ได้"
ผ่านไปครึ่งชั่วยามก็มาถึงหน้าทางเข้าปราสาทแห่งม่านหมอก
"นายท่าน ท่านลองเข้าไปสำรวจดูก่อน ข้าจะรอท่านอยู่นอกประตูทางเข้า ถ้าท่านออกมาภายใน 1 ชั่วยาม ข้าจะยอมขายปราสาทนี้ให้ท่าน"
"เ้าบอกราคาปราสาทแห่งนี้มาเลยข้าจะได้นับเงินรอเ้า" เมื่อมาเห็นปราสาทจริงๆ จินหลงชื่นชอบเป็อย่างมาก โดดเดี่ยว ไม่วุ่นวาย นี้แหละที่ตน้า แถมยังมีม่านหมอกคอยบดบังวิสัยทัศน์ของพวกชอบสอดรู้สอดเห็นอีก
"500,000 เหรียญทอง"
"ไม่สิ ไม่สิ เอาเป็ว่าถ้าท่านออกมาได้ ข้าเอาแค่ 300,000 เหรียญทองก็พอ" เถ้าแก่กังวลอย่างมาก แค่อยู่หน้าทางเข้าปราสาทแห่งม่านหมอกแห่งนี้ก็รู้สึกได้ว่าความตายกำลังเรียกหามัน
"งั้นก็เอาตามที่เ้าว่า" จินหลงเดินเข้าไปในม่านหมอกทันที
ปราสาทแห่งม่านหมอกนั้น เมื่อมอกจากภายนอกจะเห็นเเค่ตัวปราสาทเลือนลางเพราะมีหมอกคอบบดบัง แต่ม่านหมอกนั้นกินบริเวณไปจนถึงประตูทางเข้าปราสาท จากหน้าประตูทางเข้าปราสาทต้องเดินเกือบครึ่งชั่วยามได้กว่าจะถึงตัวปราสาท
"มีผู้ที่คิดอยากจะปราสาทแห่งนี้อีกคนเเล้วอย่างนั้นรึ ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง" มีเสียงดังขึ้นมาจากภายในม่านหมอก
"ข้าจะมาเป็เ้าของปราสาทแห่งนี้ทำไมข้าจะไม่สิทธิ์"
"ปราสาทแห่งนี้ข้าสร้างนายท่านผู้ล่วงลับของข้า เพราะฉนั้นเ้าไม่มีสิทธิ์"
"ถ้าพูดกันไม่รู้เื่คงต้องใช้กำลังซินะ" ทันใดนั้นจินหลงได้จุดเปลวเพลิงสีขาวที่ฝ่ามือ
"เปลวเพลิงนั้นมัน.." เสียงลึกลับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"พึบ"
มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งปรากฎต่อหน้าจินหลง
"ใช่ ใช่.. นี้มันเป็เปลวเพลิงของนายท่าน"
จินหลงแปลกใจกับคำพูดของชายตรงนี้
"เ้าชื่ออะไร"
"ทำไมข้าต้องบอกเ้า" จินหลงหงุดหงิดเล็กน้อย
"ได้โปรดบอกข้าเถอะ" ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
"ข้าชื่อจินหลง" จินหลงเห็นชายตรงหน้าแสดงท่าทีอ้อนวอนจริงบอกกล่าวไป
"แล้วบิดาท่านชื่ออะไร"
จินหลงเริ่มทนไม่ไหวเพราะชายตรงหน้าที่เป็ใครก็ไม่รู้อยากทราบนามอันยิ่งใหญ่ของบิดาตน
"ได้โปรดบอกแก่ข้าเถอะ" ชายวัยกลางคนเห็นจินหลงไม่ยอมตอบจึงอ้อนวอนอีกครั้ง
"บิดาข้าชื่อ หวงหลง" จินหลงอดสงสารไม่ได้ที่เห็นชายตรงหน้าสอบถามด้วยมารยาทและแค่บอกชื่อของบิดาตนไปคงไม่มีปัญหาอะไรอยู่เเล้วอยากมากก็เเค่ฆ่าชายตรงหน้าทิ้งซะ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุด ในที่สุด.." ชายวัยกลางคนะโออกมาด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ
"นายน้อย ท่านเป็นายน้อยของข้า ไป๋หู่ผู้นี้"
"เ้าหมายความเช่นไร"
ทันใดนั้นได้มีแสงพุ่งออกมาจากหน้าอกจินหลง
"ท่านพ่อ"
"นายท่าน"
"ไม่ได้เจอกันนานนะไป๋หู่"
"นายท่าน เป็ท่านจริงๆด้วย" ไป๋หู่พูดออกมาพร้อมกับน้ำตาไหลอาบเเก้ม
"ท่านพ่อ เป็ท่านจริงๆ"
"จินหลงข้าเฝ้ามองเ้าผ่านจิตที่ข้าเหลือทิ้งไว้ในตัวเ้า การที่เ้าลงมาจุติเช่นนี้เเละได้กลายไปเป็บุตรของมนุษย์นั้น.." หวงหลงหยุดพูดไป
"เเต่ก็เอาเถอะข้าเข้าใจความคิดของเ้า...ต้องโทษข้าเองที่ปกป้องมารดาของเ้าไว้ไม่ได้ แต่จากการกระทำของเ้าทำให้ข้าภูมิใจในตัวเ้ามากถึงการแก้ปัญหาของเ้าออกจะดูรุนแรงไปบ้างก็ตามที"
"ส่วนเ้าไป๋หู่ฝากดูแลลูกข้าด้วย"
"ข้าจะติดตามรับใช้นายน้อยจนกว่าร่างกายข้าจะดับสูญ ดวงิญญาจะแตกสลาย"
"สุดท้ายนี้เวลาของข้าเหลือไม่มากเเล้ว.. จินหลงบุตรข้า เ้าไม่อาจใช้ชีวิตอยู่คนเดียวบนโลกแห่งนี้ได้ ฉนั้นคิดให้ดีก่อนลงมือกระทำสิ่งใด อีกอย่างดูเเลปราสาทของข้าให้ดีหละ "
เมื่อพูดจบหวงหลงก็อันตรธานหายไป