ตอนที่30พี่น้องที่ได้กลับมาเจอกัน
ภายใต้ความมืดอันนิ่งสงบแสงสว่างได้ลอดผ่านเข้ามาผ่านเปลือกตาของคนที่กำลังหลับอยู่ทำให้เ้าตัวอยากจะลืมตาขึ้นมาเพื่อมองแสงนั้นที่ลอดเข้ามาแต่ว่าแสงนั้นแวบไปแวบมาเหมือนกับมีอะไรมาปังแสงนั้น พร้อมกับมีเสียงแว่วๆเข้ามาเหมือนเสียงคนกำลังคุยกันอยู่ พอเธอเริ่มตั้งสติขึ้นมาก็เริ่มได้ยินเสียงนั้นมากขึ้นเสียงอันคุ้นเคยกำลังคุยกัน ทำให้หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีภาพตรงหน้าของเธอคือพี่น้องของเธอที่กำลังจ้องมองเธอ และพ่อแม่ที่กำลังคุยกัน
“อ๊ะ พี่โฟกัสตื่นแล้วค่ะ!” เรน่าพูดขึ้น
ผู้เป็พ่อแม่หันมามองผู้เป็ลูกสาวทันที
“ลูกแม่!!” แอนนาเบ็ธพอได้เห็นว่าลูกสาวนั้นได้สติเธอก็ดีใจมากๆ
“แม่...พ่อ...ทุกคน...” โฟกัสค่อยๆพยายามลุกขึ้น เธอรู้สึกปวดต้นคอของเธอชอบกล
“อย่าพึ่งขยับตัวสิ เธอนอนผิดท่าเลยปวดคอแน่ๆ นะ โฟกัส” โอราอุสเตือนน้องสาวอย่างเป็ห่วง
“นอนผิดท่าเหรอ?” โฟกัสงงว่าเธอนอนผิดท่าตอนไหน
“ก็ตอนที่พี่นอนคาอยู่ในป่าไงพ่อกับพี่ฟีนีอุสไปเจอพี่นอนคอตกอยู่ที่ต้นไม้นะ” มาร์โคพูดขึ้น
“นอนคอตก?” โฟกัสงงว่าน้องหมายถึงอะไรกัน
เธอยกมือลูบต้นคอของเธอก่อนที่เธอจะนึกถึงเื่เมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ โฟกัสพยายามลุกขึ้นนั่งดีๆแล้วดึงผ้าพรมออกจากตัวของตนเองพอเธอเห็นสภาพร่างกายของตนเองที่ไร้รอยขีดข่วนและาแที่สาหัสไปหมดทำให้เธอสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแต่เธอนึกได้ทันทีว่าคืนนั้นใครมาช่วยเธอและใครที่ช่วยรักษาเธอระหว่างที่เธอคิดบางอย่าง ครอบครัวเธอมองกันอย่างสงสัยว่าเธอเป็อะไรจนเพอร์ซีย์เข้ามาแตะไหล่ลูกสาวเบาๆ
“โฟกัส...”
โฟกัสเงยหน้ามองผู้เป็พ่อ “ค่ะ...”
“ลูกไปที่ป่านั้น เพราะจดหมายปลอมใช่ไหม?”
“อ๊ะ...คือว่า...”
“พ่อรู้แล้วนะว่าลูกได้รับจดหมายนั้นตอนนั้นลูกเจอใครมั้งไหมนะที่ล่อลวงลูกออกไปในป่านะ!?” เพอร์ซีย์ถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
“เอ่อ...” โฟกัสไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหมว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น
“ลูกบอกมาเถอะนะ โฟกัส”แอนนาเบ็ธลูบหัวของลูกสาวเบาๆ “ตอนพ่ออุ้มหนูมาแม่ใที่เห็นเสื้อผ้าของลูกมีแต่เื แม่คิดว่าจะเสียลูกไปแล้วนะ”
น้ำเสียงอันสั่นเคืองของผู้เป็แม่นั้นทำให้คนเป็ลูกอย่างโฟกัสมองผู้เป็แม่อย่างรู้สึกผิดที่ตัวเองนั้นทำให้ครอบครัวเป็ห่วงแต่เธอควรบอกไหมเื่แบบนี้ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา เธอพึ่งสังเกตว่ารอบๆนั้นไม่ใช่ที่บ้าน
“นี่...หนูอยู่สถานพยาบาล?”
“ใช่...เธออยู่ที่นี้นะพ่อเขาห่วงจนพามาที่นี้ เพื่อให้ทางนี้เขารักษาเธอนะ” เบเดอร์เอ่ยพูดขึ้น
“งั้น...”
โฟกัสมองซ้ายมองขวา เธอมองหาคนที่อยากเจอมากๆ ตอนนี้แต่พอมองๆ สถานพยาบาล แต่กับไม่เจออีกฝ่ายเลยเธอกำลังคิดว่าอีกฝ่ายหายไปไหนแล้วหรือว่าออกจากสถานพยาบาลไปแล้วกันโฟกัสกำลังครุ่นคิดอย่างปวดหัวไปหมด ก่อนจะมีเงาบางอย่างผ่านไปด้านข้างเตียงของเธอพอมองอีกทีเธอก็เห็นชายหนุ่มที่เธออยากเจอชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่นั่งลงบนเตียงข้างๆ เตียงโฟกัส
เอเดอร์ได้เห็นเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆเตียงน้องสาวก็คราวทักทายทันที “อ้าววันเดอร์เลอร์ นายยังไม่หายเหรอ?”
“หือ?” เมื่อมีเสียงทักทายเธอขึ้นมาเธอค่อยๆ เงยหน้ามองคนที่ทัก ก่อนจะนอนลงบนเตียง “อืม...ไข้ขึ้นเพิ่มนะเลยยังต้องนอนนะ”
“แย่จังเลยนะจ๊ะนั้นวันเดอร์เลอร์สนยาสูตรพิเศษของฉันไหมล่ะจ้ะ” แอนนาเบ็ธเสนอยาสูตรพิเศษของเธอในทันที
“ยี๊!!” ทุกคนต่างทำสีหน้าใกับสิ่งที่ผู้เป็แม่ถูกถึงยาสูตรพิเศษ
โพรทาเลียนึกถึงยาสูตรพิเศษของแม่ขึ้นมาทำเอาเธอหน้าซีดขึ้นมาเลย “มะ...ไม่ล่ะครับขอบคุณสำหรับความหวังดีครับ คุณแอนนาเบ็ธ”
“งั้นเหรอจ๊ะ เสียดายจัง”
“อย่าเอาไปให้ใครกินดีที่สุดนะ แอนนี่” เพอร์ซีย์ยังหน้าซีดเลยที่ภรรยาของเขาพูดแบบนั้นออกมาเขาจำรสชาติยานั้นได้ โคตรขมและไม่น่ากินเลยจริงๆ
“ทำไมล่ะ ทุกคนก็หายดีนี่น่า?” แอนนาเบ็ธสงสัยทันทีว่าทำไมถึงห้ามให้ใครกินยานั้นล่ะ
ทุกคนต่างนิ่งเงียบเพราะไม่กล้าบอกเลยว่ายานั้นมันทั้งขมและน่าอ้วกแค่ไหนจนไม่อยากกินมั้งโฟกัสหันไปมองผู้เป็พี่สาวอย่างสงสัยว่าเธอควรตอบคำถามพ่อแม่ยังไงดีโพรทาเลียเห็นว่าน้องสาวมองเธอเหมือน้าความเห็นบางอย่าง ก่อนที่เธอจะหลับตาลงแล้วพูดผ่านจิตออกไป
‘อยากได้ความเห็นเหรอโฟกัส’
‘อ๊ะ...พี่...’ โฟกัสใที่อยู่ๆเสียงของพี่สาวก็อยู่ในหัวของเธอ
‘อืม พี่เอง ดูเธอเหมือน้าความเห็นจากพี่นะ’
‘ค่ะ...หนูควรตอบคำถามพ่อแม่ไงดีว่าเมื่อคืน...’
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอก็แอบคิดว่าคงเป็วันนี้ที่เธอต้องโดนรู้ความจริงเขาสินะ
‘โทษนะ โฟกัสถ้าเธออยากบอกเื่นั้นกับพ่อแม่ เธอก็บอกไปเถอะแต่ถ้าเกิดเื่อันตรายกับเธอและครอบครัว พี่จะเป็คนปกป้องเอง’
‘พี่...ค่ะ…’ โฟกัสมองพี่สาวเธอรู้สึกผิดแทนพี่สาวเลย ’ ทำไมกันพี่เอาแต่ปกป้องพวกเราอย่างเดียวแบบนี้...’
‘ก็...หน้าที่...ของคนที่อยากปกป้องครอบครัวที่พี่รักนี่น่า’
โฟกัสได้ยินแบบนั้นสีหน้าเธอนั้นทั้งเศร้าและรู้สึกอึดอัดอยู่ภายในจิตใจของตนเองเพอร์ซีย์เห็นสีหน้าลูกสาวเปลี่ยนไป เขาเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงทันที
“โฟกัส ลูกเป็อะไรหรือเปล่า?”
โฟกัสได้สติกลับมาเธอก็เงยหน้ามาหาพ่อ เธอมองอย่างไว้ใจแต่ครั้งนี้เธอคงต้องโกหกอีกฝ่ายไป
“ไม่ค่ะ ไม่มีอะไรนะคะหนูแค่นึกถึงเื่เมื่อคืนที่อยู่ๆ ไปในป่าแล้วสลบไปนะคะ มันรู้สึกแปลกๆนะคะ”
"งั้นเหรอ? แต่จำไม่ได้จริงๆสินะว่าเจอใครไหมนะ ถ้าเจอพ่อจะไปล่ามันมาจัดการ"
“ไม่นะคะ ไม่เจอ...” โฟกัสคิดเลยว่าถ้าบอกไปว่าเป็ฝีมือนูอัสจะเป็ไง “เอ่อ...ว่าหนูรู้สึกว่าจดหมายมันเหมือนลายมือของใครบางคนนะคะ...”
“เหมือนของใครเหรอ? พี่”คารีเซลถามพี่สาวทันที
“เอ่อ...หนูรู้สึกว่าเหมือนของพี่โพรทาเลียนะคะ”
“!!”
ทุกคนต่างอึ้งไปทันทีแต่คนที่อึ้งเยอะกว่าคือคนที่แกล้งหลับไปแล้วอย่างโพรทาเลียที่นอนอยู่เตียงข้างๆนี่สิ
“ลูกพูดจริงเหรอ?” เพอร์ซีย์ถามด้วยความสงสัย
“ค่ะ...ก็...” โฟกัสหาจดหมายที่เธอแอบซ่อนทันทีก่อนจะยื่นให้ผู้เป็พ่อและแม่อ่าน “มันเหมือนพอควรนะคะ”
พอทั้งสองท่านรับจดหมายนั้นมา พวกเขาต่างมองจดหมายนั้นพวกเขาเหมือนสังเกตเห็นเลยว่าลายมือนี้เหมือนของใคร
“ถึงได้ว่าทำไมหนีออกไปจากค่าย!!” เพอร์ซีย์โกรธถึงขั้นขย้ำจดหมายนั้นทันที
“หนี...ใครหนี?” โฟกัสถามอย่างสงสัย
“ก็ยัยพี่สาวบ้านั้นหนีออกไปนอกค่ายนะครับพี่!!”
“จริงสิแล้วรู้ได้ไงว่าเขาหนีออกนอกค่ายไป?”
“ยัยนั้นทิ้งจดหมายไว้นะ พอพวกพี่ๆเห็นก็เอาไปให้พ่อ พ่อเขาเลยโกรธมากๆ เลยสั่งคนออกไปตาม แบบนี้คงได้ตามแบบเอาชีวิตแน่แฮะพอรู้ว่าพี่เขาทำอะไรพี่โฟกัสนะ”มาร์โคเอ่ยพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ
“ก็ดี พ่อจะได้พากลับมาสั่งสอนใช่ไหมคะ?”
“ใช่ ไม่นึกว่าโพรทาเลียจะทำแบบนี้นะทุกคนเป็ครอบครัวกับทำแบบนี้กันได้...ช่างผิดหวังในตัวเด็กคนนั้นขึ้นทุกวัน...”
“พ่อครับ / พ่อค่ะ...”
“ผมว่าพ่ออย่าไปสนใจดีกว่านะครับพ่อยังมีพวกเราอยู่นะครับ”
“จริงด้วยนะคะ พ่อ” สองสาวก็ต่างยิ้มให้ผู้เป็พ่อทันที
เมื่อเห็นลูกๆ ปลอบใจเขา เขาก็ดีใจแอนนาเบ็ธเห็นสามีอารมณ์ดีขึ้นก็ดีใจก่อนที่เธอจะเห็นว่าเวลานี้มันก็สายแล้วสำหรับการไปตรวจตราตามเวลาที่กำหนด
“อ๊ะ สายป่านนี้ล่ะงั้นเดียวพ่อกับแม่ไปทำงานนะจ๊ะ เด็กๆ ลูกๆ ก็ไปฝึกกันด้วยล่ะ สามแฝดก็ด้วยนะอย่าลืมไปฝึกล่ะ” แอนนาเบ็ธพูดไปแล้วก็ดันสามีออกไปทันที
“ครับ/ค่ะ”
เพอร์ซีย์หันไปมองภรรยาตนเองที่เอาแต่ดันตัวเขา “แอนนี่อย่าดันสิ!!”
“ก็เดินสิ!!” แอนนาเบ็ธเร่งอีกฝ่ายเดินทันทีก่อนที่งานจะทำงานช้าไปอีก
พอพวกพ่อแม่ออกไปจากสถานพยาบาลแล้วก็เหลือแค่พี่น้องทั้ง 6คนพวกเขายิ้มให้กันก่อนที่พวกสามแฝดจะคิดว่าถึงเวลาต้องไปกันได้แล้ว
“เอาล่ะคะทุกคน พวกเรากลับกันเถอะค่ะจะได้ไม่รบกวนพี่โฟกัสพักอีกสักแป๊บนะคะ”
“ไม่ต้องหรอก เดียวก็ไปฝึกมั้งแล้วล่ะ” โฟกัสกำลังพยายามลุกขึ้นแต่โอราอุสก็จับไหล่เธอแล้วดันเธอลง
“นอนพักสักหน่อยเถอะถือว่าเป็เวลาพักใน่ที่เหนื่อยๆ น่านะ”
“พี่ค่ะ...” โฟกัสรู้สึกเบาใจก่อนจะพยักหน้าทันที “ค่ะ งั้นขอพักอีกสักหน่อยละกันค่ะ”
“งั้นพวกเรากลับล่ะ พักผ่อนเยอะๆ นะน้องๆ”
คำพูดสุดท้ายของโอราอุสเหมือนสื่อถึงบางอย่างพอพวกพี่น้องออกไปแล้ว โฟกัสสงสัยในคำพูดขอพี่ก่อนจะหันไปหาโพรทาเลียที่นอนอยู่ข้างๆ เตียง เธอลุกขึ้นไปนั่งข้างๆ เตียงอีกฝ่ายใบหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังหลับตาอยู่นั้นทำให้ตัวเธอนั้นไม่กล้าที่จะทักถามอีกฝ่ายแต่อย่างใดเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายกำลังหลับอยู่ แต่เธอก็นึกสงสัยว่าพี่ชายพูดถึงคำว่าน้องๆนั้นหมายถึง เธอกับพี่สาวหรือเปล่านะ
“พี่โอราอุสเขารู้เื่พี่แล้วเหรอ?”โฟกัสพูดเบาๆออกมาคนเดียว
เมื่อได้ยินคำถามนั้น ตัวของโพรทาเลียก็เอ่ยพูดขึ้น “ใช่นะ...”
“เอ๋?” โฟกัสใทันที“พี่!! ไม่ได้หลับเหรอ?”
“ก็แค่หลับตาน่านะแต่ไม่นึกว่าเมื่อกี้เธอจะกล้าบอกว่าลายมือในจดหมายเป็ของนูอัสได้นะแต่ว่า...พี่คงต้องระวังตอนกลับร่างเดิม เพราะจะโดนพ่อหมายหัวไว้แน่ๆ ล่ะ”
“ขอโทษนะคะ พี่...” โฟกัสรู้สึกผิดเลยที่โบ้ยความผิดนั้นให้นูอัสแต่ใช้ชื่อพี่สาว “พี่ค่ะ...ขอบคุณนะ”
“หือ...เื่...?”
“ที่พี่มาช่วยหนูนะ...”
“ไม่เป็ไรนะแต่ว่าทำไมถึงรู้ว่าคีย์เป็พี่ล่ะ?” โพรทาเลียถามน้องสาวไปเพราะว่าอีกฝ่ายไม่ถามเลยว่าเธอคือใคร แถมยังเชื่อได้ง่ายๆ อีก
“พี่ก็น่าจะรู้นะ พี่เอาแต่ปกป้องหนูตลอดยัยนูอัสนั้นเข้ามาทำร้ายหนู พี่ก็เข้ามาช่วยตลอด จนหนูคิดแล้วว่าพี่เป็ใครกันและยิ่งได้ยินจากปากของยัยนั้น...พี่ค่ะ...” โฟกัสพูดแล้วมองพี่สาวอย่างโหยหา “ได้โปรดช่วยเล่าเื่ของพี่ให้หนูฟังั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ได้ไหมคะ”
“หึ...” โพรทาเลียค่อยๆพยายามลุกขึ้นช้าๆ “เล่านะเล่าได้ แต่ว่าขอเล่าให้จิตนะไม่งั้น คนอื่นๆ รู้กันหมดพอดีนะ”
“ค่ะ!!” พอจะได้รับรู้สึกชีวิตของพี่สาวนั้นโฟกัสโผเข้ากอดพี่สาวทันที โพรทาเลียอึ้งทันทีที่น้องเขามากอดเธอ
“โฟกัส...”
“หนูรักพี่นะคะ...หนูคิดถึง...พี่มากๆนะคะ”เสียงของโฟกัสนั้นสั่นเครือทำให้โพรทาเลียนั้นเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ เธอกอดตอบไปอย่างไม่ลังเล
“พี่ก็รักเธอนะ และก็คิดถึงมากๆ เลยล่ะคิดถึงมาตลอด”
สองพี่น้องกอดซึ่งกันและกันอย่างโหยหาอ้อมกอดที่ไม่เคยได้กอดกันมานานถึง9 ปี ทั้งสองคนต่างไม่เคยออกห่างกันั้แ่เด็กแต่ก็โดนแยกจากกันโดยไม่รู้นั้นทำให้ความรู้ที่เหมือนไม่ได้อยู่ด้วยกันมันเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่สามารถบอกสาเหตุของความรู้สึกโดดเดี่ยวแต่โฟกัสรู้แล้วว่ามันคืออะไร เธอนั้นเสียพี่สาวไปั้แ่เด็กเธอจะไม่ปล่อยให้เวลานั้นหายไปอีก
เวลาผ่านไปตกเย็น โอราอุสมาที่สถานพยาบาลอีกครั้งเขาเป็ห่วงว่าโฟกัสจะไม่ยอมนอนพัก และห่วงโพรทาเลียที่ยังเป็ไข้อยู่มันทำให้เขามีความห่วงมากขึ้นเป็สองเท่าอีก พอเขาเข้ามายังสถานพยาบาลเขาก็เจอกับหัวหน้าสถานพยาบาลอย่างโอลิเวอร์ทันที เขาเลยเดินเข้าไปทักทายทันที
“เฮ้! โอลิเวอร์”
“หือ? โอราอุสนายมีอะไร?” โอลิเวอร์หันไปตามทางที่คนทัก
“อ๋อ ฉันอยากถามนะว่าโฟกัสออกจากสถานพยาบาลไปหรือเปล่านะฉันห่วงเธออยากให้เธอพักนะ”
โอลิเวอร์จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ซีเรียสขึ้นมาจนโอราอุสเห็นก็สงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายทำหน้าแบบนั้น
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะนั้น? ดูซีเรียสเลยนะนั้น”
“นายเข้าไปน้องๆ ของนายเองเถอะ!”
“น้องๆ?”
โอราอุสได้ยินแบบนั้น เขาลองเข้าไปข้างในทันทีพอเข้าเดินตรงไปโซนที่โฟกัสและโพรทาเลียอยู่ก็ได้เห็นภาพที่เข้าไม่คิดว่าจะเห็นจริงๆ ทำเอาเขาใไปเลย สองคนพี่น้องเอาเตียงเข้ามาชิดด้วยกันนอนหันข้างจับมือกันอย่างกับภาพวาดของนางฟ้าที่กำลังหลับคู่กันสายตาทุกคู่จ้องมองและถ่ายรูปทั้งสองคน กันอย่างสนุกทำเอาโอราอุสถึงกับเครียดเลยว่าทำไมถึงนอนกันเป็คู่แบบนั้นล่ะลิซ่ากับคาเร็นน่าพึ่งกลับมาจากไปเติมน้ำใส่กระติกให้โพรทาเลียกับโฟกัสก็ได้เห็นโอราอุสกำลังยืนหน้าซีเรียสอยู่แถวๆ เตียงของสองแฝดทำให้เธอเข้าไปทักอีกฝ่ายทันที
“ไง โอราอุส” ลิซ่าทักทายอีกฝ่ายพร้อมกับเดินไปวางกระติกไว้บนโต๊ะข้างๆเตียงโพรทาเลีย
“ละ...ลิซ่า...เอ่อ...” พออีกฝ่ายทักทายเขาเขามีอาการใบหน้าแดงหน่อยๆ แต่ก็ถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “นี่มันเื่อะไรนะ?”
“อ๋อ คือว่า...” ลิซ่าเขยิบเข้าไปใกล้อีกฝ่ายก่อนจะกระซิบข้างๆ หู “พวกเขากำลังแบ่งปันการเล่าเื่นะ”
“อ๋อ พี่แบ่งปันการเล่าเื่?” โอราอุสพูดเบาๆเขางงว่าหมายถึงอะไรก่อนจะคิดออก “หรือว่าโพรทาเลียกำลังเล่าเื่ของเธอยู่เหรอ!!!”
“ชู่ววววว!!” ลิซ่าปิดปากอีกฝ่ายทันที“เสียงดังไปแล้วค่ะ!”
“ขอโทษที!!” เขาปิดปากของตัวเองทันที
“ฉันว่าเราไปคุยกันข้างนอกดีกว่านะปล่อยทั้งสองคนคุยกันไปดีกว่านะ”
“อ๊ะ...ก็จริงนะ ปล่อยพี่น้องคุยกันไป” โอราอุสมองเลยว่าทั้งสองคนคงคุยกันฝ่ายจิตแน่ๆ
“ไม่ต้องห่วงนะ คีย์ไม่ได้เป็ไข้นะแค่พลังเอ่อล้นจนตัวร้อนนะ”
“เอ๋? เอ่อล้นเหรอ?”โอราอุสงงอีกแล้วว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นหมายถึงอะไร
ลิซ่ายิ้มให้อีกฝ่าย “ค่ะเอ่อล้นจากการใช้พลังมากเกินไปนะคะ ไปกันเถอะค่ะ”
“อ๊ะ...อืม” โอราอุสพยักหน้าทันที
ลิซ่าหันไปหาคาเร็นน่าที่กำลังจะเดินกลับไปหาแม่ของเธอ “เดียวป้ามานะคาเร็นน่า”
“ค่ะ รีบๆ กลับนะคะ” คาเร็นน่าเดินกลับไปหาแม่ของตนทันที
ลิซ่าเดินนำอีกฝ่ายออกไปข้างนอกทันทีโอราอุสเสนอจะพาเธอไปยังที่เงียบๆ แทน ลิซ่าก็ยอมให้อีกฝ่ายพาไปแถมที่ที่ไปนั้นไม่ห่างจากสถานพยาบาลที่นั่นก็คือ บ้านของโอราอุสตามเดิมทำให้ลิซ่ารู้สึกแปลกๆ ที่มาบ้านเขาเป็ครั้งที่สองแล้วพอมาถึงโอราอุสก็จัดของเตรียมให้ลิซ่าเครื่องดื่มและขนมลิซ่ามองขนมครั้งนี้มันทั้งชิ้นเล็ก มีลักษณะที่แปลกๆ มันมีรูปทรงคล้ายๆคุกกี้ชิ้นเล็กสองอันประกบ แล้วก็มีไส้อยู่ตรงกลาง
“นี่คือ?”
“อ๋อ เขาเรียกว่ามาการองนะ”
“มาการอง?” ลิซ่าสงสัยก่อนจะลองยิ้มขึ้นมากินสักชิ้นพอเข้าไปในปากมันทั้งนุ่มและเหนียวหน่อยๆ รสชาติของมันหวานไม่มาก “อร่อยจัง”
“ดีใจที่เธอชอบนะ” โอราอุสนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็มีความสุขที่อีกฝ่ายดูมีความสุข
“อืม ชอบมาเลยล่ะถ้าใครได้เ้าเป็สามีคงมีความสุขมากๆ แน่ๆ เลยล่ะ”
“อ๊ะ...ฮ่าๆ เขินจัง”
พอได้รับคำชมแบบนั้น เขาถึงกับเขินเลยเขาลูบต้นคอของตนเอง จนเผลอนึกถึงตอนเขาเป็สามีของใครสักคน ได้ทำขนมและดูแลอีกฝ่ายพอเขากำลังนึกอยู่นั้นอยู่ๆ ก็เห็นภาพอีกฝ่ายเป็ภรรยาในอ้อมกอดของเขาทำเอาโอราอุสต้องส่ายหัวโดยทันควัน
“เอ่อ...มาเข้าเื่ดีกว่านะว่าเธอชวนฉันออกมาชวนคุยนี้คือ?”เขาพูดไปหน้าก็แดงไปด้วย
พออีกฝ่ายถามขึ้นสีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปเป็สีหน้าจริงจังทันที “เ้าค่ะข้าจะมาคุยเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานนะคะ”
จบตอนที่ 30 โปรดติดตามตอนที่31 ต่อไป
ข้อความจากไรท์
ขอโทษที่ลงนิยายช้านะคะ พอดีแก้งานนานไปนิดนะคะขอบคุณที่ตามอ่านกันนะคะ