ราวสี่สิบนาทีถัดมาหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวอยู่ที่หน้าสเฟียร์ของพวกแทนและเมื่อผู้หญิงผมสีแดงหยักเป็นลอนที่แต่งตัวด้วยชุดเอี้ยมยีนส์ขาสามส่วนมองเห็นมิร่าอยู่ข้างในเธอก็เข้ามาทันที
“เรียกฉันมีอะไรหรือคะหัวหน้ามิร่า” เธอพูดเรียบร้อยผิดกับท่าทางและชุดห้าวที่สวมอยู่เมื่อเธอเข้ามาใกล้จึงทำให้พวกของแทนสังเกตเห็นว่าเสื้อสีดำของเธอมีลายกะโหลกติดอยู่ด้านหลังและบนหมวกสีดำที่คาดแว่นตากันลมเอาไว้ก็ปักรูปปากขนาดใหญ่แสยะยิ้มอยู่
“คนนี้ชื่อเรนเป็นทั้งช่างเครื่องและเป็นคนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับราคาสินค้าเกี่ยวกับยานบินคนหนึ่งของพวกเราเลย” มิร่าแนะนำเพื่อนของเธอก่อนจะหันไปพูดกับคนที่เธอพูดถึง“เรน...นี่เพื่อนเราเป็นพันธมิตรของทเวลฟ์วิงก์เธอช่วยเขาเรื่องราคาส่วนประกอบยานบินหน่อยได้ไหม”
“ได้สิคะหัวหน้าเรื่องแค่นี้เอง” เรนพยักหน้ารับ
“แต่ห้ามยุ่งกับคุณคนนั้นนะ” มิร่าชี้ไปที่เอ็ดเวิร์ด ในขณะที่เรนมองตามไป “คนนี้เราชอบ...” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้ม
“หา...!?” แทนทำเสียงตกใจเมื่อได้ยินมันไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่อยู่ในกิลด์ของแทนเลยแต่ดูท่าคนที่จะออกอาการตกใจมากที่สุดก็คือเอ็ดเวิร์ดเอง...
“มันจะดีหรือคะหัวหน้า คนไม่ใช่น้องหมานะคะคุณหนูไม่ควรจะเอาปลอกคอไปใส่แล้วจูงเล่นนะคะ” เรนพูดกับมิร่า
หญิงสาวผมเงินส่ายหัวไปมา“ไม่ๆ เราไม่ทำอย่างนั้นหรอกหน้าตาเขาเหมือนเซบาสเตียนน่ะ เราชอบ” เธอยืนยันสีหน้าจริงจัง
“เซบาสเตียน...?” แทนทำเสียงสงสัย
“เอ่อ...” เอ็ดเวิร์ดพูดอะไรไม่ออกปกติเขาเคยแต่พูดหยอกเย้าสาวๆ แต่การถูกจู่โจมฉับพลับแบบนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาพบ
“แต่อีตาเอ็ดมีแฟนแล้วนะ” นิกกี้พูดขึ้น
“ห่ะ...แฟน!?” เอ็ดเวิร์ดที่ยังทำหน้างงๆหันไปมองนิกกี้ด้วยสีหน้างงคูณสอง และไม่ใช่มีแต่สายตาของเขาสายตามิร่าก็มองไปเช่นกัน
“ก็แฟนนายที่สวยๆ คนนั้นไง ที่เจ้าบลานซ์เล่า” นิกกี้ว่า
“บ้า...! นั่นยัยพี่สมหญิง...พี่สาวฉัน!บอกตั้งหลายครั้งแล้วไม่ฟังกันเลย” เอ็ดเวิร์ดโวยวายก่อนจะแนะนำอีกหนึ่งในพี่น้องตระกูล ‘สม’ ของเขา
“อ่าว...บังเอิญเรื่องที่นายพูดมันมีสาระน้อยมาก ฉันเลยไม่รู้ว่าจะฟังอันไหน” นิกกี้ว่า “ถ้างั้นนี่ก็บุญหล่นทับแล้วสินะที่หน้าตานายดันไปเหมือนกับแฟนเก่าของมิร่า” หญิงสาวพูดติดยิ้ม
“เอ่อ...ไม่ใช่หรอกนะ” เรนที่ยืนอยู่ข้างมิร่าพูดออกมา
“หืม...?” แทนและนิกกี้ทำเสียงสงสัยเกือบจะพร้อมกัน
“เซบาสเตียนน่ะ เป็นน้องหมาเซนต์เบอร์นาร์ดตัวใหญ่เบิ้มที่หัวหน้าเลี้ยงไว้แล้วมันเกิดตายไปน่ะหัวหน้ามิร่าคิดถึงมันมาก” หญิงสาวคนเดิมบอกออกมา
“หมา...?” เอ็ดเวิร์ดยื่นคอแล้วหรี่ตาถามย้ำด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วล่ะคุณเซบาสเตียนเป็นน้องหมาที่น่ารักมากเลยนะ เราว่าหน้านายเหมือนคุณเซบาสเตียนเลย...เราชอบ” มิร่าพูดพร้อมกับอมยิ้ม
เมื่อทุกคนได้ฟังเรื่องที่ว่าก็พากันหัวเราะเอ็ดเวิร์ดทำหน้าแบบที่เรียกได้ว่าไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีที่มีสาวสวยมาชอบแต่เหตุผลคือหน้าของเขาเหมือนน้องหมาที่คุณเธอรัก...ซับซ้อนเหลือเกินหัวใจหญิงสาว
“เดี๋ยว...” นิกกี้แทรกขึ้นอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องที่เป็นปัญหากันอยู่ก่อนก็แล้วกัน” เธอว่า
“อือ...นี่เรน” มิร่าหันไปหาสมาชิกกิลด์ของเธอ“ช่วยดูของให้พวกเขาหน่อยสิว่ามันราคาเท่าไรกันบ้างตอนนี้”
“ได้ค่ะหัวหน้า” เรนรับคำก่อนจะหันไปหาพวกของแทน“ไหนล่ะ พวกนายมีอะไรที่จะเอามาขายบ้าง” เธอถามออกไปก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้สำหรับลูกค้า
เอ็ดเวิร์ดเรียกพวกของต่างๆที่เขามีออกมา “ก็ประมาณนี้น่ะ” ชายหนุ่มค่อยๆ ยื่นไอเทมที่เกี่ยวกับการสร้างเรือเหาะให้เรนค่อยๆตรวจดู
หญิงสาวผมแดงตรวจดูสิ่งที่ถูกส่งมาให้แล้วบันทึกราคาลงไปในอีกหน้าจอหนึ่งการตีราคาดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงไอเทมที่ชื่อว่า...ผลึกแห่งใจ
“โห...พวกนายมีของดีด้วยนะเมื่อก่อนเจ้าของนี่ใช้สร้างอาวุธหรือชุดเกราะบางอย่างก็มีราคาอยู่แล้วนี่พอมีการสร้างยานบินขึ้นมาแล้วแต่ละลำในระดับซิลเวอร์ต้องใช้เจ้านี่ด้วย แถมผลึกแห่งใจนี่ดรอปจากพวกมอนสเตอร์บนท้องฟ้าด้วยแล้วขอบอกมันดรอปยากสุดๆ ตอนเราจะสร้างยานบินของทเวลฟ์วิงก์ต้องเกณฑ์คนออกไปหากับเกือบทั้งกิลด์กว่าจะได้ครบสามสิบชิ้น” เธอพูดขณะมองดูไอเทมที่เป็นผลึกสีแดงที่มีแสงสว่างส่งออกมาจาจากด้านใน
“ฉันก็พอรู้ว่าราคามันเป็นล้านดูจากร้านอื่นเห็นตั้งกันล้านกว่าแต่ฉันลองตั้งสองล้านดูไม่ถึงนาทีโดนซื้อไปเลยนี่ตั้งราคาสองเท่าแล้วนะ” เอ็ดเวิร์ดว่า
“บ้า!” เรนทำเสียงโวยวายทันที“นายจะบ้าเหรอ...ผลึกแห่งใจน่ะมันมีสองแบบนะแบบที่ไว้สร้างอาวุธน่ะแสงที่ส่งออกมาจากข้างในจะเป็นสีแดงส้มแต่ที่จะใช้ทำยานบินได้น่ะต้องเป็นผลึกแห่งใจที่มีแสงสีขาวสว่างพวกเราเรียกว่าผลึกเกรดยานบิน ถ้านายจะเทียบราคาต้องเทียบจากร้านที่ตั้งขายของพวกนี้” หญิงสาวอธิบายถึงความแตกต่างของผลึกทั้งสอง
“ผลึกเกรดยานบิน...?” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับใช้ความคิดดูเหมือนเขาจะคุ้นตากับชื่อนี้แต่ในตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจมันมากนักเพราะไม่ใช่ของที่พวกเขามีและในรายละเอียดของการสร้างยานบินก็ลงไว้แค่ว่าผลึกแห่งใจแต่ไม่ได้ระบุอะไรมากกว่านั้น
“เอ้ย!” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงสูงเมื่อนึกขึ้นได้“มันขายกันสิบกว่าล้านเลยไม่ใช่เรอะ!” ชายหนุ่มเสียงตื่น
เรนพยักหน้ารับก่อนจะตอบออกมา“ใช่สิ...พวกนี้ฆ่ามอนสเตอร์เป็นพันตัวนะกว่าจะตกสักชิ้นแล้วต้องเป็นพวกที่อยู่บนฟ้าด้วยแค่หาตัวก็ยากแล้ว...ตอนนี้ราคาพุ่งไปสิบกว่าล้านแล้วด้วยความเห่อยานบินของผู้เล่น” เธอสรุป
“พี่เอ็ดเราเหลือไอ้ผลึกนี่เท่าไรมันคือที่ผมเอามาให้พี่ใช่ไหม” แทนถามออกไป
“มีราวๆ แปดสิบก้อน” เอ็ดเวิร์ดตอบออกไป
“หา! พวกนายมีแปดสิบก้อน! บ้าแล้ว...” เรนโวยวายขณะที่มิร่าที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้เดินไปนั่งพักอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของร้าน
“อือใช่...เจ้าแทนไปหามาน่ะ” เอ็ดเวิร์ดว่า
“พวกนายจะสร้างยานบินรุ่นไหนกัน” เรนถาม
“สกายแซฟไฟร์เออร์” นิกกกี้ตอบออกมาทันที
“ใช้สามสิบก้อนนี่ ที่เหลือจะขายใช่ไหม” เรนถามอีกครั้ง
“ตอนนี้เราได้คันเกียร์สายลมมาแล้วขาดเตาพลังงานเพลิงนิรันดร์กับฟันเฟืองดำแห่งความมืด” เอ็ดเวิร์ดว่า
“ฟันเฟืองดำแห่งความมืดพวกเรามีเหลือเฟือเอาเป็นว่าขอแลกกับผลึกแห่งใจสิบก้อนก็แล้วกัน” เรนพูดขึ้น
“ผลึกเกรดธรรมดาน่ะนะ” เอ็ดเวิร์ดตีหน้ามึน
“เดี๋ยวจะโดนถีบหน้าเข้าให้!” คำพูดของเรนถูกส่งออกมาด้วยความเร็วแสงดูเหมือนเธอจะลืมตัว แต่เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไปเธอก็พูดขึ้นอีกครั้ง “ขอโทษๆ พอดีฉันเป็นพวกปากไวน่ะ” เธอว่า
เอ็ดเวิร์ดทำหน้าจ๋อยแล้วพูดอุบอิบ“ไวมากๆ แหม...เอ็ดจังล้อเล่นหน่อยเดียวเอง” เขาพูดเสียงเอื่อย
“โอเคเราตกลงผลึกเกรดยานบินสิบก้อนไม่ใช่ปัญหาหรอก” นิกกี้ตัดบท
“งั้นพวกนายก็ขาดแค่อย่างสุดท้าย แถมหายากสุดๆเตาพลังงานเพลิงนิรันดร์” เรนตีหน้าเข้ม ส่วนคนอื่นๆเงียบรอฟังเธอพูดอยู่หญิงสาวใช้มือซ้ายถอดหมวกที่คาดด้วยแว่นกันลมออกแล้วใช้มือขวาเสยผมตามด้วยถอนหายใจยาว
“พวกนายต้องไปจัดการมอนสเตอร์ที่มันจะดรอปเจ้าของนี่ออกมาแต่มันจะดรอปแค่อาทิตย์ล่ะชิ้น และมันก็มีอยู่ราวๆ สิบชนิดที่ดรอปนะ กิ้งก่าเพลิงที่ทะเลลาวาม้าไฟไนท์แมร์ในถ้ำไร้แสง ดากัสอัศวินเพลิงใปราสารทใต้ดิน รามานากีสปีศาจเพลิงแห่งหอคอยร้อยชั้นลาวาซาลาแมนเดอร์ที่ภูเขาไฟฟารัค...” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้เสียงของแทนก็ขัดขึ้นเสียก่อน
“เดี๋ยวๆๆๆๆ”
“หืม?” เรนหันไปมองหน้าแทน
“ลาวาซาลาแมนเดอร์นั่นฉันเคยฆ่าไปเพียบ แต่ไม่เห็นได้ของที่ว่าเลยนะไอ้เตาพลังงานอะไรนั่น” แทนว่า
“มันไม่ได้ตกง่ายๆ นะแล้วอีกอย่างมันก็ไม่ได้ตกเป็นเตาพลังงานเพลิงนิรันดร์มันจะตกมาเป็นการ์ดลาวาซาลาแมนเดอร์ที่ขายไม่ได้ใช้ไม่ได้แล้วก็ทิ้งไม่ได้พวกการ์ดที่เป็นแบบนี้จะต้องเอาไปเปลี่ยนที่วิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงแล้วจะได้การ์ดคาถาใช้ครั้งเดียวแล้วสลายไปออกมาแล้วพอเรียกใช้การ์ดคาถานั้นถึงจะได้เตาพลังงานที่ว่า” เรนอธิบาย
“พี่เอ็ด...” แทนหันมองหน้าเอ็ดเวิร์ดซึ่งเขาก็มองกลับมา
“มันจะใช่หรือแทน” เอ็ดเวิร์ดกลืนน้ำลายขณะมองหน้าคนเรียก
“อีแบบนี้ไม่น่าจะพลาดแล้วล่ะพี่” แทนตอบกลับ
“มีอะไรกัน...พวกนายสองคนคุยอะไรฉันไม่รู้เรื่อง” เรนถามออกมาอย่างสงสัย
เอ็ดเวิร์ดเรียกหน้าจอการ์ดที่มีอยู่ออกมาหลังจากนั้นเขาก็หาการ์ดใบหนึ่ง และเมื่อพบแล้วก็หยิบออกมาให้กับเรนตรวจดูการ์ดลาวาซาลาแมนเดอร์ที่เขาได้มาตอนไปทำเควสเปลี่ยนหัวหน้ากิลด์พร้อมกับแทน
หญิงสาวรับการ์ดใบนั้นมาและเมื่อเธอเห็นก็ทำตาโต “เอ้ย!พวกนายนี่มันน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ มีทั้งผลึกแห่งใจเป็นกระบุงแล้วก็มีของนี่ด้วยนี่ล่ะการ์ดที่ว่า...นายไปเปลี่ยนที่วิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงแล้วเอาการ์ดคาถาที่ได้มาใช้ก็จะได้เตาพลังงานไฟนิรันดร์แล้วล่ะ” เรนบอกออกมามันทำให้ทุกคนมีสีหน้าตกใจผสมกับดีใจที่จะได้ยานบินมาไว้ใช้เป็นของตัวเอง
“เอ็ดเวิร์ด...” นิกกี้เรียก “ถ้าอย่างนั้นนายไปเปลี่ยนการ์ดนี่ พาอายะ...ทากะแล้วก็ลินไปด้วยเผื่อมีเรื่องอะไร” หญิงสาวว่า
“เราไปด้วย” มิร่าพูดขึ้นมันเรียกสายตาทุกคนให้มารวมกันที่เธอแล้วย้ายไปที่เอ็ดเวิร์ดที่กำลังกลืนน้ำลายอึกใหญ่“เดี๋ยวเราช่วยดูแลคุณเซบาสเตียนเอง” มิร่าทำเสียงขึงขัง
“ฉันก็อยากไปดูด้วยน่ะ” แทนพูดขึ้นสีหน้าอ้อนวอน
“ฉันก็อยากเห็นนะนิกกี้” บลานซ์ว่า
นิกกี้กอดอกคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้นมา“ก็ดีเหมือนกันปล่อยพวกนายไปกันเองเละตลอดกาล เอาเป็นว่าพวกเราไปกันหมดเลยก็แล้วกัน” เธอพูดออกมาก่อนจะหันไปถามเรนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ “ไปด้วยกันไหมเรน” นิกกี้หันไปชวน
หญิงสาวในชุดเอี้ยมใช้หมวกที่ถอดออกมาโบกให้ลมกระทบหน้าแล้วใช้ความคิดอยู่ไม่กี่วินาทีเธอก็ตอบตกลง“เอาสิ ฉันว่าๆ อยู่ด้วยตอนนี้พี่สโนว์แย่งฉันจัดการยานบินของทเวลฟ์วิงก์จนฉันแทบจะว่างงานอยู่แล้วไปเดินเล่นกับพวกเธอก็เข้าท่าดีเหมือนกัน” เรนว่าและเมื่อทุกคนเตรียมพร้อมกันเรียบร้อยก็พากันออกจากสเฟียร์ เดินผ่านร้านค้าต่างๆที่เรียงรายหลายร้อยร้านพวกเขามุ่งหน้าสู่ทิศเหนืออันเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงสถานที่ซึ่งมีไว้เปลี่ยนการ์ดมอนสเตอร์ให้เป็นการ์ดเวทมนต์...
ราวๆสิบนาทีนาทีทั้งเก้าคนก็มาถึงวิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงวิหารของเมืองดัสท์วัลเลย์สร้างขึ้นด้วยหินทรายที่มีสีน้ำตาลอ่อนรูปปั้นเทพธิดาเรียงรายอยู่ตลอดทางเดิน สองฟากทางขนาบด้วยทางน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมันไหลไปตามเส้นทางที่วนไปรอบวิหารแห่งนี้ ทำให้มีเสียงของน้ำดังจางๆ อยู่ตลอดเวลาที่ด้านลึกไปในสุดเป็นแทนสูงระดับอกที่มีถาดหินวางอยู่มี่นั่นเอ็ดเวิร์ดจัดการซื้อหินเทวทูตที่มีราคา 24,000 กิลด์จาก Npc นักบวชที่อยู่ในวิหารเพื่อใช้ในการเปลี่ยนการ์ดระดับ11 ถึง 20 ดาวให้เปลี่ยนเป็นการ์ดเมจิก
“เอานะ...” เอ็ดเวิร์ดหันมาถามเพื่อนๆของเขา ถ้าไม่ใช่ว่าการ์ดนี้ห้ามเปลี่ยนมือเจ้าของ นิกกี้ก็อยากจะจัดการเองเพราะไม่ไว้ใจเอ็ดเวิร์ดที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในทุกๆ เรื่องไม่แพ้แทนเลยทีเดียว
“เดี๋ยวๆ” เสียงแทนเรียก
“มีอะไรอีกล่ะ คนยิ่งเครียดๆ นะ” เอ็ดเวิร์ดที่เพิ่งเตรียมใจจะยื่นการ์ดไปใส่ในถาดศิลาหันมาถามแทนด้วยน้ำเสียงต่อว่า
“พี่ดูการ์ดให้ดีก่อนนะเดี๋ยวเกิดพลาดเอาการ์ดแอเรียใส่ลงไปนี่เน่าเลยนะพี่หรือไม่ดีไม่ดีโดนเควสขึ้นมาซวยเลย” แทนพูดพร้อมกับชะโงกหน้าไปดูการ์ดที่เอ็ดเวิร์ดกำลังจะใส่ลงไปให้แน่ใจ
“จะบ้าเหรอ!พวกนายนี่ตลกอย่างที่หัวหน้ามิร่าบอกไว้จริงๆ’ เรนพูดพร้อมกับหันไปมองหน้ามิร่าที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ “มันจะมีใครงี่เง่าขนาดเผลอเอาการ์ดแอเรียใส่เข้าไป” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะแต่เมื่อมองดูสีหน้าพวกนิกกี้แล้วเธอก็ต้องหยุดเสียงหัวเราะที่ว่าลง
“อย่าบอกนะว่ามีจริงๆ” เรนจ้องไปที่ทุกคนพร้อมกับถามออกมา
“นี่ไง” นิกกี้ชี้ไปที่แทนในขณะที่เอ็ดเวิร์ดบลานซ์และลินก็ทำเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายส่วนทายะและทากะรู้สึกว่ามันมีบรรยากาศแปลกๆ จึงมองสำรวจไปทั่วๆ
“เวรกรรม...คนอย่างนี้ก็มีในโลก” เรนพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่หน้าแห้งๆ ของแทน
“พ่อคนนี้เขาจิบเดียวก็ซึ้งแมนเลยเชียวล่ะ” เอ็ดเวิร์ดยืนยัน
“จัดการให้เสร็จเถอะ” นิกกี้บอกกับเอ็ดเวิร์ด
“ได้ๆ” ชายหนุ่มรับคำพร้อมกับตรวจดูการ์ดในมืออีกครั้งหลังจากนั้นจึงค่อยๆ ยื่นมันไปวางไว้บนถาดหิน แสงว่างปกคลุมการ์ดที่ถูกวางลงไปไม่นานนักมันก็กระจายเป็นละอองแสงแล้วกับมารวมตัวกันใหม่กลายเป็นการ์ดสีแดงสดการ์ดเวทมนต์ระดับ 20 ดาวที่มีตัวอักษร NB อยู่ที่ด้านบนของการ์ด

หลังเอ็ดเวิร์ดอ่านคำอธิบายของการ์ดปรากฏออกมาก็ต้องประหลาดใจกับตัวอักษรNB ที่อยู่มุมซ้ายบนของการ์ด “NB นี่มันอะไรน่ะ” เขาถามขึ้น
“อ่าว...พวกนายไม่รู้หรอ NB ย่อมาจาก Non-Battle น่ะสิ มันเป็นการ์ดที่ใช้ได้ในตอนที่ไม่อยู่ในการต่อสู้เท่านั้นการ์ดพวกนี้จะมีสีแดง มันเป็นการ์ดชนิดที่เพิ่มเข้ามาพร้อมๆกับการอัพเดตแพทสำหรับยานบิน” เรนพูดขึ้น
“จริงสิ...มิน่าคุ้นๆ” นิกกี้นึกถึงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของเกมนี้ที่เธอได้อ่าน
“ลินรู้แต่บอกไม่ทันค่ะ แฮะๆ” ลินพูดออกมาถ้าดูจากสายตาแล้วเธอน่าจะรู้อยู่ก่อนแล้วจริงๆ
“ลองเลยพี่เอ็ด!” แทนยุ
“เอาเลยพี่” บลานซ์สนับสนุน
“เอาเลยค่าพี่!” ลินพูดออกมาพร้อมกับเอามือประสานกันที่ระดับออก