เยี่ยซางมีความสุขมากยามเขาชักมือกลับพลังของหัตถ์ผลักภูผาค่อนข้างดีถ้าเขาต่อสู้โดยไม่มีอาวุธแล้วก็คงเป็เื่ยากสำหรับคนอื่นที่สู้กับเขาด้วยทักษะนี้
อย่างไรก็ตามเยี่ยซางยังรู้สึกถึงข้อบกพร่องอยู่หลังเขาตบไม้ไผ่แล้วปราณแท้จริงที่มือก็สลายไปส่วนตันเถียนกลับเหลือปราณแท้จริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นเขาไม่สามารถใช้หัตถ์ผลักภูผาเป็ครั้งที่สองได้
เมื่อไม่สามารถโจมตีครั้งที่สองได้เยี่ยซางก็รู้สึกไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง เขาเหยียดมือซ้ายไปข้างหน้าถ่ายโอนพลังจากเืเนื้อของร่างกายไปยังมือซ้ายจากนั้นจึงทำตามวิธีของคัมภีร์หัตถ์คลุม์ด้วยพลังจากร่างกาย
ในไม่ช้าลมพายุสีแดงขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเยี่ยซางพร้อมประกายสีเงินที่แทบมองไม่เห็นแทรกอยู่ในลมพายุนั้น
หลังจากฝึกฝนมาระยะหนึ่งเยี่ยซางก็ลุกขึ้นยืนเขารู้แล้วว่ามันเป็ไปได้ที่จะใช้พลังปราณในร่างกายของเขาเพื่อฝึกฝนหัตถ์คลุม์แต่ตอนนี้เป็ไปไม่ได้เขาฝึกฝนคัมภีร์หมื่นวิถีถึงขั้นที่สามของขอบเขตเลี่ยนเซวี่ยรากฐานของเขาต่ำเกินไปและพลังปราณที่มีอยู่ในร่างกายก็ไม่เพียงพอ
แม้ว่าผลที่ได้จะไม่ชัดเจนเท่าไรนักแต่เยี่ยซางก็ยังมีความสุขล้น ตอนนี้ยังทำไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดเขาก็ได้คิดหาวิธีหากลมปราณในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้น เขาจะสามารถใช้หัตถ์คลุม์ได้
เมื่อเยี่ยซางหยุดบ่มเพาะเทียนอวี่ก็กลับมาพร้อมนำแกะสีเขียวกลับมาด้วย
หลังจากปล่อยแกะสีเขียวไว้ที่พื้นแล้วเทียนอวี่ก็มาอยู่ข้างๆ ััเยี่ยซางด้วยปีกของมันอย่างใกล้ชิด
เยี่ยซางจัดขนของเทียนอวี่แม้ว่าขนของมันจะเป็ระเบียบราวกับเส้นไหมสีขาวอยู่แล้ว แต่มันก็ยังชอบให้เยี่ยซางจัดขนให้
ขณะที่เยี่ยซางกำลังจัดขนของเทียนอวี่ศิษย์ช่วยงานทั่วไปสองคนก็นำเหล้าและชาชั้นดีของเยี่ยซางมาให้อีกครั้ง
“ขอบคุณพวกเ้าทั้งสองคน”แม้พวกเขาจะเป็ศิษย์ช่วยงานทั่วไป แต่เยี่ยซางก็ยังสุภาพด้วยมาก
“ท่านเยี่ยซาง ไม่ต้องถือสา นี่คือสิ่งที่เราควรจะทำพวกเราจะไปย่างแกะนะขอรับ” คนใช้ทั้งสองโค้งคำนับเยี่ยซางและไปทำงานต่อ
เยี่ยซางและศิษย์รับใช้ทั้งสองไม่รู้เลยว่ายังมีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วยเขาตามศิษย์รับใช้มาที่นี่แต่กลับเข้าไปในป่าโดยเว้นระยะห่างจากบ้านไม้ไผ่ของเยี่ยซาง ในเวลานี้ชายชราในชุดคลุมสีเขียวกำลังมองไปที่เยี่ยซางชายชราผู้นี้เป็ผู้าุโคุมกฎของยอดเขาไท่เสวียนเขาได้รับคำสั่งไท่เสวียนให้มาปกป้องเยี่ยซาง
แม้ว่าจะมีบางคนไม่เข้าใจแต่เมื่อประมุขยอดเขามีคำสั่ง พวกเขาก็จะทำตามอย่างจริงจัง
หลังจากให้อาหารเทียนอวี่แล้วเยี่ยซางก็กลับไปที่บ้านไม้ไผ่เพื่อฝึกฝนหัตถ์คลุม์และหอกไล่ลมล้วน้าการบ่มเพาะเป็พื้นฐานทำให้เยี่ยซางกระตือรือร้นในการบ่มเพาะเป็อย่างมากดังนั้นแรงจูงใจในการบ่มเพาะก็สูงมากเช่นกัน
เมื่อพูดถึงการใช้ทรัพยากรตอนนี้เยี่ยซางไม่ตระหนี่อีกต่อไป ระหว่างทางที่มาหุบเขาโอสถครั้งล่าสุดทำให้เขาเข้าใจว่าตราบใดที่การบ่มเพาะของเขาดีขึ้นแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรหากทรัพยากรของเขาจะหมดอย่างไรแล้วความแข็งแกร่งของเขาเป็สิ่งที่ดีที่สุด
เยี่ยซางกินยาหนิงเสินและยาจิงเซวี่ยเพื่อฝึกฝนคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีพร้อมกัน
หลังจากฝึกฝนทั้งคืนเยี่ยซางก็ไปที่สนามเพื่อฝึกหัตถ์คลุม์ ตอนนี้เขาไม่มีหอกเหล็กดำอยู่ในมือจึงทำได้เพียงฝึกหัตถ์คลุม์เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาเท่านั้น
เมื่อเห็นเยี่ยซางตบไม้ไผ่ที่มีความหนาเท่าศีรษะมนุษย์ได้ด้วยฝ่ามือเดียวชายชราที่สวมชุดสีเขียวก็เปลือกตากระตุก แน่นอนว่าเขารู้เยี่ยซางกำลังฝึกอะไรอยู่นั่นคือวิชาของประมุขยอดเขาหลิ่วหยางอวี่ ในเวลานี้ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้รับคำสั่งไท่เสวียนให้ปกป้องเ้าตัวเล็กที่มีปราณขั้นที่ห้าเท่านั้นด้วยพลังของเลี่ยนชี่ขั้นห้าเขากลับสามารถฝึกฝนทักษะการต่อสู้ระดับสองที่ยากมากได้ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครในหุบเขาโอสถทำได้มาก่อน
หลังจากใช้ปราณแท้จริงฝึกฝนหัตถ์คลุม์แล้วเยี่ยซางก็ไปฝึกหัตถ์คลุม์ที่ใช้พลังของร่างกายต่อแต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง
เมื่อเยี่ยซางฝึกเสร็จเทียนอวี่ก็กลับมาคราวนี้เทียนอวี่นำงูเหลือมสีดำที่มีความหนาประมาณเอวของผู้ชายและยาวสองหรือสามจั้งกลับมา
งูเหลือมสีดำยังมีชีวิตอยู่จะงอยปากที่แหลมคมของเทียนอวี่จิกคอของงูเหลือมสีดำขณะที่กรงเล็บคู่หนึ่งของมันจับตัวของงูเอาไว้และร่อนลงไปที่สนามหน้าบ้าน
เมื่อร่อนลงไปที่สนามหน้าบ้านแล้วเทียนอวี่ก็ร้องเรียกเยี่ยซางสองครั้งราวกับว่ากำลังเสนอสมบัติเมื่อเทียนอวี่ร้องเรียกเยี่ยซาง งูเหลือมสีดำซึ่งไม่ถูกเทียนอวี่จิกไว้ก็บิดตัวและเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว
สิ่งนี้ทำให้เทียนอวี่โกรธจัดดวงตาสีทองคู่นั้นมีประกายดุดันปรากฏขึ้น จากนั้นมันก็สะบัดปีกขึ้นบินและใช้กรงเล็บอันแหลมคมคว้าเข้าที่หัวของงูเหลือมดำระดับสองเพื่อสังหารในทันที
“ไม่เลว เ้าสามารถจับเหยื่อที่ทรงพลังเช่นนี้ได้แต่จำไว้ว่าเ้าจะต้องไม่ยั่วยุเหยื่อที่ทรงพลังในอนาคต”เยี่ยซางก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและเตะร่างงูเหลือมสีดำที่กำลังบิดร่างไปมาอยู่ออกไป
ชายชราในชุดคลุมสีเขียวสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อวานเขาเห็นเทียนอวี่แต่ไม่ได้สนใจเพราะมันอยู่ไกลออกไปเขาจึงคิดว่ามันเป็แค่นกธรรมดา แต่วันนี้เขาเห็นมันอย่างชัดเจนแล้วว่ามันก็เป็สัตว์อสูรระดับสองเช่นกันแต่เทียนอวี่แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรระดับสองทั่วไปมากนัก
เทียวอวี่ที่ว่าไม่ปกติแล้วเยี่ยซางนั้นกลับผิดปกติเข้าไปใหญ่เขาเตะงูเหลือมสีดำที่หนักสามร้อยหรือสี่ร้อยจินไปไกลสี่หรือห้าจั้งด้วยการเตะธรรมดาๆความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขามากเกินกว่าจะประเมินได้ทำให้ชายชราชุดเขียวเข้าใจว่าทำไมเยี่ยซางที่อยู่ขั้นห้าของเลี่ยนชี่จึงสามารถเริ่มฝึกหัตถ์คลุม์ได้
เมื่อเห็นเยี่ยซางเตะงูเหลือมสีดำออกไปเทียนอวี่ก็ร้องออกมาอย่างไม่พอใจ มันร่อนลงตรงหน้าศพของงูเหลือมสีดำในพริบตาใช้กรงเล็บที่แหลมคมกรีดเข้าที่ท้องของงูเหลือมสีดำแล้วคาบถุงน้ำดีงูสีเขียวมรกตออกมาจากนั้นมันก็กลับไปหาเยี่ยซาง และส่งถุงน้ำดีงูให้แก่เขา
“เ้าหมายถึงให้สิ่งนี้กับข้าใช่หรือไม่? ไม่ต้องหรอก ข้ารู้ว่าถุงน้ำดีงูเป็สิ่งที่ดี เ้ากินมันได้เลย!”เยี่ยซางตบหัวของเทียนอวี่เบาๆ ขณะพูดด้วยรอยยิ้ม
เทียนอวี่สั่นศีรษะแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลืนถุงน้ำดีของงูเหลือมดำลงไปในคำเดียว
เยี่ยซางพาเทียนอวี่ไปอาบน้ำเมื่อพวกเขากลับมาศิษย์ช่วยงานทั่วไปสองคนก็เข้ามาโดยคนหนึ่งมาเพื่อจัดการกับงูเหลือมสีดำส่วนอีกคนหนึ่งมาทำความสะอาดบ้านไม้ไผ่
ครั้งนี้เยี่ยซางไม่ได้ให้ศิษย์รับใช้ทั้งสองย่างงูเหลือมสีดำทั้งหมดแค่ย่างส่วนใหญ่เท่านั้น แล้วเขาจึงใช้หม้อหินต้มน้ำและเคี่ยวเนื้องูเหลือมชิ้นหนึ่ง
ซุปงูบำรุงร่างกายได้ดีมากตอนที่อยู่ในหมู่บ้านจู๋หยวนพ่อเฒ่ามักจะต้มซุปงูให้ดื่มเสมอ
หลังจากได้รับคำแนะนำของเยี่ยซางไม่กี่วันทักษะการย่างเนื้อของศิษย์รับใช้ทั้งสองก็สูงขึ้นมากเนื้องูเหลือมดำถูกย่างจนเป็สีน้ำตาลทองเคลือบด้วยน้ำมันเงาแวววาว
ซุปงูในหม้อหินสุกได้ที่แล้วก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลจนชายชราในชุดคลุมสีเขียวแทบซ่อนตัวต่อไปไม่ได้ เขาอยากจะออกไปกินมันเหลือเกินแต่ตอนที่กงเสวียนถ่ายทอดคำสั่งไท่เสวียน อีกฝ่ายบอกว่าจะต้องปกป้องอย่างลับๆและไม่เปิดเผยตัวตนโดยเด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอดทน
เยี่ยซางเรียกศิษย์รับใช้มารับประทานอาหารกับเขาพร้อมดื่มเหล้าเล็กน้อยก่อนจะให้ศิษย์รับใช้สองคนกลับไป
เมื่อศิษย์รับใช้จากไปเยี่ยซางก็เริ่มบ่มเพาะหลังจากกินยาเข้าไปแล้วใน่นี้การบ่มเพาะของเขาดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เขาก็ยังห่างไกลจากขั้นที่หกของเลี่ยนชี่ ส่วนการฝึกร่างกายของเขานั้นดีกว่ามากหลังจากใช้ยาจิงเซวี่ยแล้วการฝึกฝนคัมภีร์หมื่นวิถีของเยี่ยซางก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเขาจะใช้เวลาไม่นานนักในการเข้าสู่เลี่ยนเซวี่ยขั้นสี่
สองวันต่อมาเยี่ยซางยังคงฝึกฝนอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครมารบกวนเขาแม้แต่ฉู่หนิงและถังเทียนก็ไม่ได้มาเช่นกัน
สิ่งที่เยี่ยซางไม่รู้ก็คือถังเทียนและฉู่หนิงกำลังดิ้นรนและทนทุกข์กับภัยพิบัติอยู่กงเสวียนไปดูการบ่มเพาะของพวกเขาทุกวัน พอกงเสวียนไม่พอใจแล้วก็จะตีพวกเขาด้วยหวาย
หลังจากฝึกฝนคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีอีกครั้งหลิ่วหยางอวี่และกงเสวียนก็ปรากฏตัวขึ้นก่อนที่เยี่ยซางจะฝึกหัตถ์คลุม์
“ไม่เลว รากฐานการฝึกฝนพัฒนาขึ้นมาก นี่คือหอกของเ้าลองดูว่าใช้ได้หรือไม่?” หลิ่วหยางอวี่หยิบหอกยาวออกมาจากวงแหวนมิติ
ปลายหอกสีดำมีประกายแสงสลัวๆสีดำนี้แตกต่างจากสีดำของหอกเดิมอย่างสิ้นเชิง อันหนึ่งสีเทาดำด้านอีกอันกลับดำเปล่งประกาย ด้ามหอกเป็สีเงินและสีดำราวกับมีจิติญญาของงูสองตัวพันอยู่ด้วยกัน