อี้เฉินกลอกดวงตา มองชายหนุ่มอยู่เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดพลางอธิบายออกมา “ไม่ใช่อย่างนั้นพ่อหนุ่ม จะว่าอย่างไรดี สตรีที่ข้าเคยมีความสัมพันธ์ พวกนางไม่มีใคร มีเรือนผมสีฟ้าเช่นเจ้าเลยนะ ..ไม่ทราบว่าท่านน้าของเจ้า นางมีนามว่า อะไรเช่นนั้นหรือ?”
ซีห่าว จ้องตาเขม็งมองอี้เฉินอย่างไม่วางตา ทว่าก็จริงอย่างที่อี้เฉินผู้นี้ว่า “ท่านน้าของข้ามีนามว่า ซีเยว่ ชื่อนี้ ท่านพอจะคุ้นหูหรือไม่”
อี้เฉินใบหน้าเขาตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยิน นามของพี่ซีเยว่ ไม่อยากเชื่อว่าบัดนี้พี่ซีเผิง จะเป็นพ่อคนแล้ว
ด้านซีเผิงที่ยืนมือไพล่หลังหลับตาพริ้ม ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เขายังต้องเปิดเปลือกตา ขึ้นมามองชายหนุ่ม ที่อยู่ตรงหน้า ด้วยดวงตาวูบไหว เอ่ยไต่ถามออกมา ด้วยน้ำเสียงสั่นกระตุกในทันใด “หนุ่มน้อยแล้วแม่ของเจ้า นางมีนามว่าอะไร ใช่สตรีนามว่า กงหนานหรือไม่?”
ซีห่าว อ้ำอึ้งอยู่เล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้ซีเผิง “ใช่ถูกต้อง” ทว่าเมื่อเห็นสายตาที่วูบไหว ของชายหนุ่มที่ไต่ถาม ซีห่าวก็หัวใจสั่นสะท้านไม่น้อย ครั้นเห็นภาพภายในครรลองสายตา เห็นชายหนุ่มผมสีฟ้า ชัดๆ ถนัดตา มันช่างเหมือนตัวเขาเหลือเกิน
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมาทันที ก่อนเขาจะหัวเราะออกมาก้อง เมื่อเดินเข้าไปตบไหล่ชายหนุ่ม ที่ถูกซีเผิงกอดลูกชาย ของเขาเอาไว้จนแน่น “ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก ท่านแม่ กับ ท่านน้าเจ้า สบายดีหรือไม่”
ซีห่าวคลี่ยิ้มออกมากว้าง เหมือนว่าเขาอยากจะเจอ ท่านพ่อของเขาไม่น้อย “ท่านน้า กับท่านแม่สบายดี ขอรับ”
ซีเผิงเองก็กล่าวพูดออกมาเช่นกัน “ข้าขอเวลาไปพูดคุยกับซีห่าว เป็นการส่วนตัวหน่อยอี้เฉิน เจ้าจัดการเรื่องที่อยู่ตรงหน้า ไปก่อนแล้วกัน”
อี้เฉินพยักหน้า “อืมๆ ข้ารู้ ท่านมีเรื่องหลายอย่าง ที่อยากจะพูดคุยกับซีห่าว บุตรชายมากมายในตอนนี้ ท่านไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง” แม้แต่ผู้คนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขายังไม่อยากเชื่อ ว่าซีห่าว ศิษย์นิกายสวรรค์สุราลัย ผู้โดดเด่น เขาจะมีสายเลือด ของคนดินแดนเทพ อยู่ภายในกาย
ราชาอมตะชรา กระแอมไอออกมาทันที “เอาเช่นนี้ไม่เล่าจักรพรรดิ อี้เฉิน เรามาประลองตัดสิน ว่าผู้ใดจะได้ครอบครอง ต้นโพธิ์อายุเก่าแก่ ที่อยู่ห่างออกไปต้นนี้ ด้วยการประลองของ ศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์” คำพูดนั้นต่างก็พาให้ เหล่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ ทั้งสองดินแดนต่างก็พากันฮึกเหิม ใบหน้าลำพองตนขึ้นมา
ก่อนที่ราชาอมตะจะ คลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นเห็นอี้เฉินเงียบนิ่งไปชั่วครู่ “คงไม่ใช่ว่าตัวท่าน จะกลัวเกรงศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ ของท่านพ่ายแพ้ พวกเราหรอกกระมัง”
อี้เฉินที่ได้ยินเขากลอกตาเล็กน้อย ที่เขากังวลเกรงว่า จะเป็นบริเวณ ต้นโพธิ์อายุเก่าแก่ เหมือนว่า มันจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ก่อนอี้เฉิน จะลอบถอนหายใจออกมายาว “ได้ข้ารับคำท้าพวกเจ้า สงครามน้อย ออกไปต่อสู้กับพวกเขาหน่อยไป”
“ขอรับท่านอาจารย์”ครั้นชายหนุ่มรับคำของผู้เป็นอาจารย์ สืบฝีเท้า ออกมาเบื้องหน้าหมู่ชนในทันใด ทว่าคนดินแดนจักรพรรดิ มีหลายคนต่างก็ขำออกมาก้อง กับชื่อของสงครามน้อย “ฮ่าๆ ชื่ออะไร เห่ยชะมัด”
“ใช่ๆ ช่างเป็นการตั้งชื่อ ที่ไร้รสนิยมจริงๆ” คำพูดถากถางเหล่านั้น ถึงกับทำให้สงครามน้อยเดือดดาล เป็นโทสะ นี่เป็นชื่อที่มีความหมายสำหรับตัวเขา ที่ผู้เป็นอาจารย์ตั้งให้ เป็นสิ่งย้ำเตือนตัวเขามาตลอดว่า ตัวเขาเกิดมาในช่วงเวลาสงคราม แห่งความยากลำบาก
สงครามน้อย กล่าวพูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ “พวกเจ้าอย่ามัวแต่เห่าหอน รีบออกมาได้แล้วกระมัง”
“คำพูดของเจ้า ช่างสามหาวนัก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียแล้ว” ชายหนุ่มร่างกายใหญ่ กระโดดสืบฝีเท้า ออกมาประจันหน้า กับสงครามน้อย ในไม่กี่เสี้ยวอึดใจ แม้แต่ศิษย์อนุชนคนอื่นๆ ยังไม่กล้าค้าน ในพลังของชายหนุ่มผู้นี้
ด้านอี้เฉินที่สัมผัสถึงสายเลือด ที่แปลกประหลาดของชายหนุ่ม เขายังหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ “หืม!!คนของเผ่าทอง แถมยังมีสายเลือดบริสุทธิ์ เข้มข้นเสียด้วย”
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าหมู่ชน จากริ้วคลื่นปราณพลัง สีทองที่โพยพุ่ง จู่ๆ พื้นดินก็เกิดการสั่นไหว พร้อมน้ำเสียง ชายหนุ่มที่ตบฝ่ามือ ออกมาเบื้องหน้าดังก้อง “โลงศพปฐพี”
แผ่นดินที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ถูกยก บดขยี้ร่างของสงครามน้อยในทันใด หลายคนต่างก็รับรู้ ว่าเผ่าทองจะได้เปรียบเป็นอย่างมาก เมื่อต่อสู้ท่ามกลางธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ต่างๆ ให้พวกเขาเผ่าทอง ได้ควบคุม
เสียงตู้มที่ดังออกมากึกก้อง ส่งให้ร่างสงครามน้อย ถูกบีบอัดไว้ภายในพื้นปฐพี โลงศพในทันใด ก่อนน้ำเสียงที่โอหังชายหนุ่มเผ่าทอง จะประกาศกร้าวออกมาเสียงดังก้อง “จบเพียงเท่านี้แหละ”
ฉับพลันที่ฝ่ามือชายหนุ่ม โบกสะบัดออกมาเบื้องหน้า สสารสีทองใต้พื้นดินหลั่งไหล ออกมาพรั่งพรู ก่อกำเนิดเป็นหนามแหลมสีทอง หลายสิบแท่ง หมุนควงสว่านอย่างเร็วจี๋ พุ่งปราดเข้าใส่ โลงศพปฐพีหมายมั่นจะจบการประลอง ในไม่กี่สิบกระบวนท่า
เสียงตู้ม!!ที่ดังออกมากึกก้อง ส่งเศษหินดินทราย ลอยกระจายออกมาคละคลุ้ง พร้อมกับชายหนุ่มเผ่าทอง ที่ยืนมือไพล่หลังด้วยความโอหัง แม้แต่เสียงสรรเสริญ ยังดังออกมาอึกทึกครึกโครม ผู้อาวุโสบางคน ยังแอบยกยิ้มบริเวณมุมปาก
ก่อนพวกเขาเหล่านั้น จะเบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง เมื่อฝ่ามือปราณพลังสีทองข้างหนึ่ง พุ่งปราดออกมาจากกลุ่มควัน คว้าหมับ จับชายหนุ่มเผ่าทองเอาไว้แน่น พร้อมร่าง สงครามน้อยที่บาดเจ็บเผยร่างออกมา ค่อยๆ บีบรัดร่าง ชายหนุ่มเผ่าทองจนร้องอ๊าก!!ออกมาดังก้อง
“เจ้ายอมแพ้เสีย” ครั้นสิ้นเสียงของสงครามน้อย เสียงกระดูกภายในร่างชายหนุ่มเผ่าทอง ก็ดังลั่นออกมาทั่ว จากฝ่ามือปราณพลัง สีทองที่ค่อยๆ บีบรัด
“เจ้า! เจ้า! บัดซบเป็นไปได้อย่างไร เจ้าสามารถก่อร่างวิถีธรรม ขึ้นมาได้เช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มเผ่าทอง เขาไม่อยากเชื่อสายตา ทว่าแววตาของเขาไม่มี ท่าทีว่าจะยอมแพ้ ริ้วคลื่นสีทองที่บ้าคลั่ง จากธาตุทองเริ่มเคลือบกาย เขาให้แข็งขึ้นช้าๆ หมายมั่นจะสลัดให้หลุดจากการโจมตี
ทำให้สงครามน้อยเกิดความเดือดดาลขึ้นมา ครั้นเห็นความดื้อรั้นของชายหนุ่มผู้นี้ ฝ่ามือสีทองที่เหวี่ยงฟาด ส่งเสียงปังดังออกมากึกก้อง ส่งให้ร่างชายหนุ่มเผ่าทอง กระแทกพื้นอย่างรุนแรง ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ พร้อมเสียงร้อง อ๊ากกก!! ออกมาดังก้อง ด้วยสภาพที่น่าสังเวช แม้ไม่ตายตก แต่กระดูกทั่วร่าง แตกหัก ดังลั่นไปทั้งตัว
ราชาอมตะ ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม เขายังไม่คาดคิด ว่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ของดินแดนเทพ จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ หากชายหนุ่มผู้นี้ คิดจะฆ่าสังหาร จริงๆ ละก็เขาก็สามารถทำได้ อย่างไม่ยากเย็นนัก ชายแก่เอ่ยพูดออกมาทันที “เจ้าไปเอาตัวเขากลับมาเสีย”
ชายหนุ่มเผ่าทองที่พยายามจะยืนหยัดขึ้นมาต่อสู้ แววตาเขาไม่จำยอมเท่าใดนัก “แต่ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ข้ายังไม่แพ้เสียหน่อย ข้ายังสามารถต่อสู้ได้อยู่นะ”
ราชาอมตะ ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม เขาแค่นเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาดังก้อง “ถอยกลับมาเสีย เจ้าพ่ายแพ้แล้ว หากตะกี้ชายหนุ่มผู้นั้น เขาลงมือเต็มแรง เกรงว่าร่างเจ้าจะกลายเป็นเศษเนื้อ ติดอยู่กับพื้นแล้วกระมัง”
คำพูดนั้นของชายแก่ ส่งให้เกิดเสียงกลืนน้ำลาย ของหมู่ชนดินแดนจักรพรรดิ ดังออกมาอึกใหญ่ ด้วยความไม่อยากเชื่อ ผิดกับด้านคนดินแดนเทพ ที่โหร้องออกมาด้วยความยินดี ที่สงครามน้อยได้รับชัยชนะ
ทันใดร่างชายหนุ่มผมสีทอง ยาวประบ่า ผู้เป็นอันดับหนึ่งของอนุชนรุ่นเยาว์ ของดินแดนจักรพรรดิ นามว่าจิงเชา จะสืบฝีเท้าออกมาประจันหน้า กับสงครามน้อย เอ่ยพูดออกมาเสียงดังก้อง “เจ้าจะเดินหนีไปไหน มาสู้กับข้าดูสักตั้งหน่อยเป็นไง ไอ้หนุ่มชื่อเห่ย”
ชายหนุ่มท่ามกลางหมู่ชนผู้หนึ่งชี้มือ กล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ “เขา! เขา! จิงเชา ผู้เป็นอันดับหนึ่ง ของอนุชนรุ่นเยาว์ดินแดนจักรพรรดิ เขาจะลงประลองเช่นนั้นหรือ?”
ปิงหยวน นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น ทว่าสายตาดูถูกเย้ยหยัน ผู้คนไม่น้อยมองปราดเดียวก็รู้ว่า สตรีนางนี้ปลื้มชายหนุ่มนามว่า จิงเชา ไม่น้อย “ไอ้เด็กเวรนั้นมันยังจะคิดสู้กับ จิงเชา ศิษย์ของท่านพี่ เซี่ยงอวี่ อีกเช่นนั้นหรือ ช่างไม่สำเหนียกตนเอง เหมือนผู้เป็นอาจารย์ของมัน จริงๆ”