ประเทศไทย
ชายผู้นำรูปร่างสูงใหญ่แต่งกายด้วยชุดกันดูร่าสีขาวสะอาดตา สันกรามมีไรเคราบาง ๆ ดวงตาสีดำนิ่งสนิทยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อคมคาย เขากำลังเดินนำองครักษ์อีกเจ็ดคนออกจากอาคารที่ทำการสนามบินนานาชาติแห่งประเทศไทยตรงไปที่กลุ่มรถสปอร์ตหรูคันใหญ่สีขาวเมื่อทั้งหมดก้าวเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งของตนแล้วน้ำเสียงเรียบทรงอำนาจของชายผู้นำซึ่งนั่งเบาะหลังเอ่ยถามขึ้น
"นี่ก็สองทุ่มแล้วเื่ที่เราให้มาลิคไปทำ มีรายงานกลับมาหรือยัง"
"ยังพระเ้าค่ะท่านชีค" เสียงทุ้มตอบรับกลับไปอย่างนอบน้อมในมือของเขาถือแฟ้มข้อมูลปึกใหญ่จากการประชุมที่เพิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่
"ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ได้เื่!" ใบหน้าหล่อเข้มของผู้ทรงอำนาจปรากฏคิ้วมุ่นครุ่นคิดว่าคำตอบที่เขาตามหาเหตุใดช่างยากเย็นนักจากนั้นไม่นานรถสปอร์ตสีขาวคันใหญ่หรูและรถผู้ติดตามอีกสามคันเคลื่อนออกจากสนามบินอย่างรวดเร็ว
ชีคฟาร์คาลบิน ฟาร์ซาส อัล-ฟาริก ชีคหนุ่มวัย 39 ชันษาเ้าผู้ครองรัฐอัลคาซัส หนึ่งในเจ็ดรัฐอิสระที่มีดินแดนอยู่บนคาบสมุทรอาหรับทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับอ่าวเปอร์เซียนั่งมองวิวข้างทาง หากแต่สมองครุ่นคิดถึงภารกิจที่มอบหมายให้องครักษ์ไปดำเนินการ
การที่รัฐอัลคาซัสเคยมีทรัพยากรน้ำมันมากมายและได้พัฒนาสร้างฐานธุรกิจสายการบินทั่วโลกก่อเกิดรายได้มหาศาล จึงทำให้รัฐอัลคาซัสจัดอยู่ในรัฐที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จติดหนึ่งในสิบห้าอันดับของโลก
สถานที่ประทับของราชวงศ์อัล-ฟาริกส่วนใหญ่จะเป็โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับต้น ๆ ด้วยการเหมาเช่ายกชั้นทว่าที่เมืองไทยกลับเป็แห่งเดียวที่มีที่พำนักเป็คฤหาสน์ใหญ่เ้ารัฐอัลคาซัสทุกพระองค์ต่างต้องเสด็จมาพักผ่อนหลังจากราชกิจเสร็จสิ้นในแต่ละวัน ตัวตึกสองชั้นมีหลังคาเป็รูปโดมแสดงออกถึงวัฒธรรมที่อยู่อาศัยประจำชาติของผู้ที่เป็เ้าของได้อย่างดี
ขบวนรถของชีคเ้ารัฐแล่นเข้ามาจอดกลางลานกว้างหน้าคฤหาสน์หรูระดับมหาเศรษฐีอยู่ชานเมืองกรุงเทพมหานคร ถัดออกไปไม่ไกลคฤหาสน์หลังนี้มีสวนหลวงพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ปวงชนชาวไทยใช้เป็สถานที่พักผ่อนรอบบริเวณภายในคฤหาสน์ก็ไม่ต่างจากสวนพฤกษาด้วยรายล้อมพุ่มไม้ดัด ลานน้ำพุสวนสวยเสริมแต่งด้วยการปลูกไม้ดอกหลากสีสัน
แต่สิ่งสวยงามเหล่านี้หาได้เรียกความสนใจจากมหาบุรุษหนุ่มได้มากนักเพราะทันทีที่เห็นเหล่าองครักษ์คนอื่นกระจายตัวกันไปยืนตามตำแหน่งของตนแล้วท่านชีคก็ก้าวลงจากรถ สาวเท้ายาวเข้าด้านในอาคารโดยมีซามินองครักษ์คนสนิทเดินตามหลัง เขาเป็ทั้งเลขาและองครักษ์คนสนิทซามินญาติผู้น้องของมาลิค องครักษ์หนุ่มที่เติบโตมาพร้อมท่านชีค
ผ่านไปสองชั่วโมงชีคฟาร์คาลยังคงฉลองพระองค์ชุดเดิมภายในห้องทรงงานอันโอ่อ่า สายพระเนตรทอดยาวออกไปภายนอกหน้าต่างทัศนียภาพที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดยังดีที่มีแสงนวลแห่งดวงจันทร์จึงทำให้สิ่งสวยงามเบื้องหน้าไม่ถูกบดบังด้วยเงาของรัตติกาลไปเสียหมด
ชีคฟาร์คาลได้ทำหน้าที่เ้ารัฐมาเป็เวลาหนึ่งปีแล้วตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาพระองค์ประสบความสำเร็จกับการบริหารธุรกิจของรัฐไม่ต่างจากมหาบุรุษแห่งทะเลทรายท่านอื่นๆ ที่ปูทางสานต่อกันมาที่ท่านชีคองค์ใหม่สามารถทำให้เหล่าข้าราชบริพารและประชาชนได้ประจักษ์ถึงความสามาถในการขึ้นมาดำรงตำแหน่งเ้าผู้ครองรัฐได้นั้นเนื่องจากเมื่อครั้งที่พระองค์ดำรงตำแหน่งเ้าชายรัชทายาทได้รับมอบกิจการงานหลายต่อหลายอย่างที่ต้องลงมือติดต่อประสานงานด้วยองค์เอง แม้ว่าจะต้องร่ำเรียนการเมืองการปกครองอีกทั้งการบริหารกิจการและภาษาต่างประเทศอีกหลายภาษาหนักเพียงไรแต่ก็ไม่เคยทำให้ผู้ที่สนับสนุนพระองค์อยู่ขณะนั้น รู้สึกผิดหวังในประการใดเลย
ชีคเ้ารัฐคิดถึงการเดินทางตามตารางงานที่วางไว้กับภารกิจประชุมใหญ่ประจำปีเกี่ยวกับธุรกิจการบินสายเอเชียที่รัฐอัลคาซัสถือหุ้นใหญ่พระองค์เสร็จภารกิจจากหลายประเทศแล้ว จะเหลือก็แต่ประเทศไทยที่ถูกวางแผนงานไว้เป็แห่งสุดท้ายเพราะนอกเหนือจากตารางงานการประชุม พระองค์ยังอยากถือโอกาสพักผ่อนไปในตัวด้วยอากาศภายในประเทศไทยเย็นสบายไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไปสถานที่ท่องเที่ยวก็น่าสนใจอยู่หลายแห่งและที่สำคัญมีสถานโบราณแห่งหนึ่งที่ติดตรึงใจชีคหนุ่มอยู่มิรู้เลือน
"ซามินญาติผู้พี่ของเ้ากลับมาแล้วใช่ไหม" ร่างสูงสง่าตรัสถามเสียงเข้มขณะที่ยังทรงยืนหันหลังให้กับเลขาคนสนิทที่เฝ้ารอรับคำสั่งอยู่ไม่ห่างร่วมสองชั่วโมง
"กลับมาแล้วพระเ้าค่ะท่านชีค" ซามินกราบทูลเสร็จ ร่างสูงน้อยกว่าท่านชีคเล็กน้อยก้มโค้งคำนับแล้วถอยหันเดินออกจากห้องไปเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่เสียงกระซิบกระซาบดังแว่วมาจากภายนอก สักครู่ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับองครักษ์หนุ่มมาลิคก้าวเข้ามายืนโค้งคำนับ
"มาลิคเราหวังว่าคราวนี้เ้าคงได้เื่มาบ้าง" ชีคฟาร์คาลคาดหวังกับคำรายงานทั้งที่ยังทรงหันหลังให้กับผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่
มาลิค องครักษ์หนุ่มวัยเดียวกันสวมชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าครามกับกางเกงยีนสีเข้มยืดตัวขึ้นอีกนิดก่อนเอ่ยขึ้นกราบทูล
"เป้าหมายมีประวัติแค่ถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางยี่ห้อยุโรปต่อจากนั้นก็รับงานเดินแบบไม่กี่ชิ้น ก่อนจะหายตัวออกไปจากวงการส่วนทางด้านประวัติครอบครัว เธอไม่เคยเปิดเผยที่มาของตนเองการรับงานจะผ่านผู้จัดการของสำนักจัดหานางแบบนายแบบเท่านั้นพระเ้าค่ะ"
มาลิครายงานความคืบหน้าของเป้าหมายที่มีคำบัญชาให้ไปสืบหาประวัติมาอย่างละเอียดซึ่งตัวเขาเองก็มีลูกน้องที่จัดเป็ทีมค้นหาก่อนหน้านั้นเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลมารายงานท่านชีค
"ไม่ได้เื่อีกแล้วสินะ"ท่านชีคแห่งอัลคาซัสหันกลับมา พร้อมกับก้าวเท้ามายังโซฟายาวที่มีเบาะหนานุ่มขอบพนักฉลุลายดอกไม้เคลือบด้วยทองคำสวยงาม พระวรกายสูงใหญ่ทิ้งกายลงนั่งพร้อมเสียงระบายพระปัสสาสะเหนื่อยอ่อน
มาลิคลอบมองเ้านายผู้สูงศักดิ์ซึ่งจัดว่าเป็ชีคหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอย่างนึกเห็นใจเพราะถึงแม้ชีคฟาร์คาลจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถที่จะดูแลปกครองรัฐได้เป็อย่างดีแต่เท่าที่เขาเห็นตลอดมาคือพระองค์ไม่มีความสุขเท่าที่ควร
เพราะตำแหน่งเ้ารัฐที่ท่านชีคได้มามันมีความหมองหม่นวนเวียนอยู่ไม่จางหายเหมือนหมอกที่ไม่สลายเบาบางลงเลยเมื่อนึกมาถึงความรู้สึกนี้องครักษ์หนุ่มก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆกับความอึดอัดใจเฉกเช่นเ้านายก่อนพยายามขับไล่สิ่งรบกวนจิตใจด้วยการกระชับนิ้วที่ถือบางอย่างไว้และคาดหวังว่าสิ่งที่เขาถือมารายงานนี้คงสร้างความสำราญใจให้กับชีคหนุ่มได้มากทีเดียว
"เื่ที่ตามสืบอาจจะยังไม่ได้ข้อมูลแต่กระหม่อมก็มีเื่หนึ่งที่จะนำมากราบทูลท่านชีคพระเ้าค่ะ"มาลิคก้าวไปหยุดยืนหน้าโต๊ะกลาง โค้งกายคำนับ ก่อนจะวางสิ่งของที่อยู่ในมือไว้บนโต๊ะและถอยกลับมายืนยังที่เดิม
"หนังสือ?"
ชีคฟาร์คาลมองหนังสือที่องครักษ์วางถวายพระขนงเข้มบนพระพักตร์ขมวดมุ่นสงสัยในหทัยว่าหนังสือเล่มนี้มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับพระองค์
"หนังสือเล่มนี้เป็หนังสือนิยายของนักเขียนสาวกระหม่อมเผอิญพบเข้าขณะเข้าไปสืบหาดูข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายเป็นิยายอยู่บนชั้นหนังสือขายดีคราแรกกระหม่อมสะดุดตาเพราะเห็นว่ารูปหน้าปกคล้ายพระพักตร์ของท่านชีคเท่านั้นแต่พอกระหม่อมเข้าไปดูใกล้ ๆและขอให้ผู้จัดการร้านที่พูดสื่อสารภาษาอังกฤษได้ช่วยแปลคำโปรยปกหลังกระหม่อมก็ค่อนข้างแน่ใจว่ารูปที่หน้าปกต้องเป็ท่านชีคแน่ ๆ พระเ้าค่ะ"
"นักเขียนอาจหารูปมาจากเว็บที่ลงเื่ราวเกี่ยวกับราชวงศ์ต่างๆ ก็ได้ " สมัยนี้เหล่านักเขียนสามารถหาข้อมูลการเขียนด้วยการคลิกนิ้วหน้าจอคอมพิวเตอร์เยอะแยะไป ชีคฟาร์คาลขยับพระวรกายอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก แต่ยังทรงรับฟังคำบอกเล่าจากองครักษ์คนสนิท
"กระหม่อมคงจะคิดแบบท่านชีคไปแล้วถ้าผู้จัดการร้านจะไม่พูดออกมาว่านักเขียนสาวคนนั้นลงรายละเอียดของตัวละครชีคอย่างกับ.."มาลิคจงใจหยุดเว้น่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากอีกฝ่าย ซึ่งก็ได้ผล "เธอเคยพบกับท่านชีคหน้าบนหน้าปกมาก่อนพระเ้าค่ะ" ทูลจบมาลิคลอบกระหยิ่มใจการได้เติบโตมาด้วยกันและติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่ออารักขากันมาตลอด ทำให้มาลิคล่วงรู้ความลับที่เ้าผู้ครองรัฐเก็บซ่อนไว้ในหทัยมาแรมปี
คำพูดเน้นย้ำเล็ก ๆ น้อย ๆขององครักษ์คนสนิทสะกิดใจชีคหนุ่มได้พอสมควร แม้สีพระพักตร์เรียบเฉยทว่าแววเนตรสีนิลกลับฉายความครุ่นคิดเมื่อตรัสถามอย่างสนพระทัย
"มาลิคเ้าเชื่อว่านักเขียนสาวคนนี้เคยเห็นตัวจริงของเราหรือ"
"พระเ้าค่ะและกระหม่อมก็มั่นใจว่านักเขียนสาวคนนี้รู้ว่า พระองค์คือใครด้วยพระเ้าค่ะ"
ชีคฟาร์คาลหยิบหนังสือขึ้นมาดูภาพบนหน้าปกเป็ชายหนุ่มรูปหน้าคมคายล้อมด้วยเคราบางดวงตาดำคมหากดูลึกซึ้งชวนฝัน แม้ว่าภาพที่ปรากฏจะเป็ภาพวาดแต่ก็เป็ภาพวาดที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แปลงมาจากภาพถ่ายจริงไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่ใบหน้านั้นก็เหมือนพระองค์มิผิดเพี้ยน!
ชีคเ้ารัฐไม่รอช้าเปิดดูเนื้อหาด้านในทันทีแต่ด้วยภาษาไทยของชีคหนุ่มเน้นไปในการสนทนาเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับหุ้นส่วนคนไทยบางโอกาสเท่านั้นจึงไม่ชำนาญพอที่จะแปลความหมายของเนื้อหาหน้าแรกได้ทั้งหมด แต่ไอ้คำสั้น ๆ 'ชายในฝัน' นี่สิมันเรียกร้องความสนพระทัยจากชีคเ้ารัฐมากกว่า กระทั่งสายพระเนตรคมต้องไล่หาคำอื่นๆ จะทำให้รู้จักกับหนังสือเล่มนี้มากขึ้น
และเมื่อพระเนตรสีนิลไล่ลงมาถึงบรรทัดสุดท้ายเืในกายชีคหนุ่มก็แล่นพล่านสูบฉีดเนื้อหัวใจให้เต้นระส่ำด้วยว่านักเขียนสาวคนนั้นระบุอาชีพปัจจุบันของตนไว้ข้างนามปากกา '...ประชาสัมพันธ์เมืองโบราณ'
ชีคฟาร์คาลทิ้ง่เวลากับบรรทัดนี้นิ่งนานโดยไม่ได้เงยพระพักตร์ขึ้นมาสบตาองครักษ์คนสนิท เสียงเรียบทรงอำนาจตรัสขึ้น
"ดึกมากแล้วเ้าไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เรายังมีงานให้เ้าทำอีกมาก"
"พระเ้าค่ะ"มาลิคก้มโค้งรับคำสั่ง
ร่างสูงใหญ่หันหลังและก้าวเดินพอประตูบานใหญ่ปิดลงองครักษ์หนุ่มก็อดที่จะยิ้มให้กับผู้ที่อยู่ด้านในไม่ได้กับความรู้สึกคาดหวังว่าความสุขเล็ก ๆ อาจทำให้ท่านชีคได้มีความรื่นรมย์ขึ้นมาบ้างหลังจากต้องเผชิญกับความหม่นหมองในหทัยมานาน
ทางด้านชีคฟาร์คาลที่ยังนั่งไม่ขยับองค์ไปไหนทรงให้ความสนพระทัยกับนักเขียนสาวและไม่นานการตัดสินพระทัยก็มาพร้อมกับการคลิกพระดัชนีเข้าสู่หน้าเว็บไซด์สำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์ผลงาน คลิกเข้าสู่รูปหน้าของนักเขียนและขยายรูปนั้นเต็มจอภาพ
'หึ..ในที่สุดเราก็เจอกันอีกครั้งนะสาวน้อย'
ภายในห้องพักที่จัดเป็สัดเป็ส่วนขององครักษ์คนสนิทเสียงโทรศัพท์มือถือข้างกายดังขึ้น มาลิคคว้าขึ้นมากดรับ
“มาลิคเ้าบอกให้ซามินเลื่อนนัด่เช้าให้เป็ห้าโมงเย็นและบอกกับทุกคนว่าที่เราเลื่อนนัดเพราะเราจะเลี้ยงอาหารค่ำพวกเขาหลังการประชุมเสร็จ”
“พระเ้าค่ะ”
พอวางสาย มาลิคยิ้มกริ่มขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำสั่งที่ทรงตรัสผ่านโทรศัพท์หลังจากที่เขาเข้ามานั่งรอภายในห้องพักของตนได้ไม่นาน เขาย่อมรู้ถึงเหตุผลของการเลื่อนนัดของพระองค์เป็อย่างดีก็จะอะไรเสียอีกล่ะ นอกจากท่านชีคมีนัดกับนักเขียนสาวคนนั้น ที่จะขึ้นเวทีเปิดใจถึงผลงานในเวลาเที่ยงตรงของวันพรุ่งนี้เื่นี้เขารู้มาก่อนแล้วจากผู้จัดการร้านหนังสือและผู้จัดการร้านก็รู้ข้อมูลจากลูกค้าที่ชื่นชอบผลงานของนักเขียนสาวแต่ถึงจะรู้อะไรมามาลิคก็ไม่ได้กราบทูลเพราะไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายความรู้สึกส่วนตัวของเ้านายมากเกินไปรอลุ้นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าอย่างเงียบ ๆ ดีกว่า
เมื่อวางสายจากองครักษ์คนสนิทแล้วชีคฟาร์คาลกลับมาสนพระทัยใบหน้าของเ้าของผลงานเทพบุตรสุดรอยทราย อีกครั้งพระองค์จำเธอได้และจำได้ดีด้วย แม้เวลาจะผ่านมาแล้วหนึ่งปีก็ตามพระโอษฐ์ได้รูปเผยยิ้มเล็กน้อย ขณะทรงนึกย้อนไปถึงการกระทำของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยกล้าเสี่ยงกระทำในสิ่งที่เป็คำสั่งห้าม
เ้าชายฟาร์คาล บินฟาร์ซาส อัล-ฟาริกเมื่อครั้งยังเป็เ้าชายรัชทายาทแห่งรัฐอัลคาซัสพระองค์เสร็จสิ้นภารกิจการเป็ตัวแทนซึ่งได้รับมอบหมายจากชีคเ้ารัฐเพื่อมาร่วมประชุมกับคณะกรรมการสายการบินในประเทศไทยทรงเดินทางมาเยี่ยมชมเมืองโบราณตามกำหนดการที่ได้มีจดหมายมาแจ้งไว้กับสถานที่ล่วงหน้าร่างสูงใหญ่เดินทางมาพร้อมกับองครักษ์มาลิคและเลขาซามินจังหวะที่เ้าชายหนุ่มกำลังจะก้าวผ่านบริเวณด้านหน้าของแผนกประชาสัมพันธ์ทรงได้ยินเสียงแชะ! ใช่ มันดังจากอุปกรณ์ถ่ายรูปทรงหยุดฝีเท้าลงขณะที่สององครักษ์ต่างเดินตรงไปหาหญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดทำงานของสถานที่เหมือนพนักงานคนอื่นโดยเธอถือกล้องอยู่ในมือ
“กรุณาส่งกล้องนั้นมาให้เรา”น้ำเสียงเรียบแต่ดวงตาแข็งกร้าวกล่าวเป็ภาษาอังกฤษ ดังมาจากองครักษ์มาลิคทั้งสีหน้าและแววตาของมาลิคบ่งบอกให้อีกฝ่ายทำตามคำขอแต่โดยดีก่อนที่มาลิคจะยื่นมือไปรอรับอุปกรณ์นั้นจากเธอเพราะถึงแม้ว่าหญิงสาวผู้นี้จะไม่รู้ว่าบุคคลที่ตนถ่ายรูปไปนั้นเป็ใครแต่เขาก็ยอมให้รูปถ่ายของเ้าชายรัชทายาทถูกเผยแพร่ไปไม่ได้
“แต่..แต่ ว่ากล้องนี้เป็ของลูกค้านะคะ” เสียงหวานบอกเหตุผลและปฏิเสธไปในตัว
แม้ภายในแววตาของเธอจะสั่นไหวกับเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลต่อสถานที่ทำงานและหน้าที่การงานของตนแต่เธอก็เลือกที่จะห่วงใยทรัพย์สินของลูกค้าโดยไม่คำนึงถึงภัยที่จะมาถึงตัวและการที่หญิงสาวเลือกที่จะยอมรับผิดโดยไม่นำพาผลกระทบไปสู่ผู้อื่นทำให้เ้าชายรัชทายาทผู้ที่ไม่เคยพบพานหญิงสาวที่มีทั้งความสวยและความบ้าบิ่นอยู่ในตัวเกิดความรู้สึกชื่นชมเธอ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดึงรูปถ่ายมาให้เรา”เป็เสียงเรียบแต่นุ่มนวลของเลขาคนสนิทที่รูปร่างเล็กกว่ามาลิคเล็กน้อยกล่าวขึ้น
ถึงน้ำเสียงซามินจะอ่อนโยนกว่ามาลิคแต่เธอผู้นั้นก็เลือกที่จะส่งกล้องเ้าปัญหาคืนให้กับลูกค้าในทันทีซึ่งสองผู้ติดตามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวส่งกล้องคืนให้ลูกค้าแล้วหันมาเผชิญหน้ากับตนมาลิคก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“คุณกำลังมีปัญหากับเรา”
ทว่าก่อนที่เื่จะลุกลามจนทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เริ่มทยอยกันเข้ามาเช็คบัตรเข้าชมสถานที่เกิดความสนใจเ้าชายฟาร์คาลก็ทรงยกพระหัตถ์ห้ามองครักษ์ทั้งสองไว้จากนั้นทรงเคลื่อนองค์ไปใกล้หญิงสาวผู้มีใบหน้าเรียวดวงตากลมโตมีั์ตาสีน้ำตาลเข้มกว่าสาวชาวเอเชียทั่วไปขนตายาวเรียงเป็แพกะพริบถี่ ขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับเ้าชายร่างสูงใหญ่
“ขอโทษแทนน้องสาวดิฉันด้วยค่ะเธอเพ้อฝันตามประสาวัยรุ่นไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอกค่ะ” ขนิษฐาหญิงสาวหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์เดินเข้ามายืนใกล้กับพระองค์พร้อมกล่าวเสียงกระซิบอย่างนึกห่วงใยผู้ช่วยสาวรุ่นน้องโดยใช้ภาษาธรรมดาอย่างที่เ้าชายรัชทายาททรงกำชับไว้
เมื่อเ้าชายหนุ่มได้รับฟังคำแก้ต่างจากหญิงสาวหัวหน้าประชาสัมพันธ์ทรงวางพระพักตร์นิ่งก่อนพระสุรเสียงเข้มจะตรัสกับหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์เป็ภาษาอังกฤษออกมาเบาๆ
“ห้ามนำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด”
“หม่อมฉัน เออ.. ดิฉันสัญญาจะไม่ข้องเกี่ยวกับรูปนั้นเลยค่ะ”
ใบหน้านวลเงยขึ้นสบกับพระเนตรเข้มคมภายในดวงตาสวยวาวระริกด้วยความหวาดหวั่น แต่กลับทำให้หทัยผู้จ้องมองสั่นไหวและนับเป็ครั้งแรกที่เ้าชายหนุ่มรับรู้ถึงก้อนเนื้อหัวใจในพระวรกายที่เต้นแรงกว่าปกติโดยเฉพาะ่ที่พระองค์เห็นรอยยิ้มหวานปนความซุกซนของหญิงสาวในขณะที่กำลังสนทนากับนักท่องเที่ยวผู้เป็เ้าของกล้องทรงรู้สึกฉงนและสับสนองค์เองยิ่งนัก
ความฉงนที่เกิดขึ้นในใจอย่างไร้เหตุผลในครานั้นพระองค์ได้รับคำตอบมานานแล้ว และคำตอบนั้นก็ฝังอยู่ในหทัยของพระองค์มาแล้วหนึ่งปี
ชีคฟาร์คาลเริ่มขยับพระดัชนีอีกครั้งทรงคลิกหน้าจอ และคราวนี้จุดที่ทรงเลือกกดเข้าไปดูคือภาพหญิงสาวที่พระองค์ได้จัดเก็บไว้ในรายชื่อ ‘เธอ’ ซึ่งเป็ภาพหญิงสาวร่างระหงแต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงยีนมีตราสถานเมืองโบราณอยู่บนตัวเสื้อเธอกำลังยืนประนมมืออยู่หน้าประตูทางเข้ากับขนิษฐาหญิงสาวหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ชีคฟาร์คาลจัดเก็บรูปภาพเหล่านี้มาจากแผ่นพับที่แนบมาพร้อมกับหนังสือท่องเที่ยวของเมืองโบราณที่พระองค์ได้รับมาจากผู้จัดการประเสริฐพงศ์ในคราวนั้น
‘คราวนั้นเราอาจพบกันโดยบังเอิญแต่คราวนี้เราจะพบกันด้วยความตั้งใจ’
นี่คือเหตุผลที่พระองค์จะใช้่เวลาที่เหลือในเมืองไทยไปพักผ่อนกับสถานโบราณแห่งนั้นอีกครั้งก่อนที่พระองค์จะต้องเดินทางกลับรัฐอัลคาซัส
สายพระเนตรคมกวาดลูบไล้ดวงหน้าเรียวสวยที่ได้ดวงหทัยไปกว่าครึ่ง ก่อนปลายนิ้วพระหัตถ์จะหยุดอยู่ตรงรอยยิ้มสองมุมปากกดลึกคล้ายมีลักยิ้มซึ่งเป็สิ่งที่ทำให้ดวงเนตรดำคมกระตุกตอบรับความมีเสน่ห์ของหญิงสาวในทันที
แต่ทว่าเมื่อทรงทอดพระเนตรนิ่งอยู่ที่รอยยิ้มนานเข้าจากความรู้สึกรื่นรมย์กลับมีความรู้สึกคุ้นตาเข้ามาแทรกช่างน่าแปลกเหตุใดจึงทรงรู้สึกเช่นนั้น
บ้านไม้สองชั้น..ภายในห้องนอนที่ประดับประดาอย่างเรียบง่ายด้วยเครื่องเรือนไม่กี่ชิ้นหากแต่สีสันและลายชุดเครื่องนอนผ้าม่านสีชมพูอ่อนหวานกลับสะท้อนถึงสถานภาพของผู้เป็เ้าของห้องได้ดีบริเวณหน้าต่างที่เปิดกว้างของบ้านไม้สีฟ้าตัดกับขอบเทาสายลมเย็นยามค่ำคืนพัดโชยผ่านเข้ามากระทบผิวกาย แต่ก็ไม่ทำให้หญิงสาวผู้กำลังนั่งอยู่รู้สึกหนาวสะท้านแต่อย่างใดดวงตากลมโตเปล่งประกายความสุขในขณะทอดสายตาชื่มชมแสงนวลของดวงจันทร์
แน่นอนว่าเวลาเกือบจะเที่ยงคืนเป็เวลาที่ทุกคนภายในบ้านไม้หลังนี้ต่างหลับใหลกันหมดแล้วคงเหลือแต่เธอเพียงผู้เดียวที่ไม่อาจข่มตาหลับลงได้หลังจากต้องพยายามระงับความตื่นเต้นในหัวใจมาตลอดวี่วัน
ความเย็นเยียบััผ่านใบหน้าของเธอจนจมูกโด่งเป็สันเล็กกะทัดรัดเริ่มมีอาการคัดสองมุมปากปรากฏรอยกดลึกคล้ายลักยิ้มเล็ก ๆขณะยิ้มหวานอำลาเทวีดวงจันทร์ผู้งดงามยามค่ำคืน ก่อนร่างระหงจะโน้มตัวไปปิดหน้าต่างและทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ที่มีหนังสือและสิ่งของวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะตรงหน้า
บนโต๊ะเขียนหนังสือที่เธอใช้ชีวิตประจำวันทุกค่ำคืนอยู่กับมันมีอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือสามเล่มที่วางทับกันไม่เป็ระเบียบอีกทั้งหนังสือนิยายที่เธอโปรดปรานอีกเกือบสิบเล่มจัดเรียงกันเป็ตั้งสูงทว่าสิ่งเ่าั้ไม่อาจเรียกความสนใจจากสายตากลมมนได้เท่าหนังสือนิยายที่วางอยู่ข้างโน้ตบุ๊ค
หญิงสาวขยับปลายนิ้วเรียวลากไล้รูปหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ปรากฏอยู่บนปกหนังสือและอดที่จะนึกย้อนไปถึงที่มาของมันและเขาคนนั้นไม่ได้ เธอยังจำ่เวลานั้นได้ดีแม้จะผ่านมาแล้วหนึ่งปีก็ตาม..
' เรจ๊ะมีหมายกำหนดการแจ้งมาทางผู้ใหญ่ว่าอีกสองวันจะมีแขกพิเศษมาเยี่ยมชมเมืองโบราณของเรา'ขนิษฐาหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ลูกค้าวัยยี่สิบเจ็ดเอ่ยกับผู้ช่วยสาวสวยผู้อ่อนวัยกว่าด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้น
'ใครคะพี่นิด?' ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์รุ่นน้องตื่นเต้นตามรุ่นพี่สาวไปด้วย
'เ้าชายฟาร์คาลเ้าชายรัชทายาทจากรัฐอัลคาซัส' เมื่อตอบคำถามผู้ช่วยสาวรุ่นน้องแล้วขนิษฐาก็ป้องปากเพื่อกระซิบกระซาบให้ได้ยินเพียงสองคน 'แต่เื่นี้ทางผู้ใหญ่เน้นให้เป็ความลับตอนนี้มีรู้อยู่สามคนคือผู้จัดการ พี่ แล้วก็ เร'
จากนั้นขนิษฐาก็ลากตัวเธอเข้ามาใกล้ ๆและกระซิบบอกต่อ 'ที่ พี่บอกเรเพราะวันนั้นพี่ต้องต้อนรับเ้าชายรัชทายาท ระหว่างนั้นหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เร จะต้องทำแทนพี่ทั้งหมด พี่ขอแรงหน่อยนะเร งานนี้คงยุ่งกันไม่เบา'
'อย่ากังวลไปเลยค่ะพี่นิดเรเต็มร้อยกับงานที่ทำอยู่แล้ว ว่าแต่เขาจะมากันกี่คนล่ะ หรือยกขบวนมากันเลย'
'ไม่นะเห็นผู้จัดการว่ามากันสามคน ตัวเ้าชายแล้วก็องครักษ์ติดตามอีกสองคน'
'แล้วเราต้องจัดให้พนักงานทุกคนมายืนต้อนรับเ้าชายรัชทายาทด้วยหรือเปล่าคะ'
'เห็นว่าทางผู้ใหญ่ตั้งใจไว้อย่างนั้นเพราะมันดูเป็การต้อนรับที่สมพระเกียรติเ้าชายรัชทายาทแต่เ้าชายให้เลขาส่วนพระองค์แจ้งมาว่าจะเสด็จมาเป็การส่วนตัวไม่้าให้ออกสื่อ อีกทั้งจะฉลองพระองค์ด้วยชุดธรรมดามาในฐานะนักท่องเที่ยวจึงกำชับให้ทางเราเก็บการมาเยือนของพระองค์ไว้เป็ความลับและให้ต้อนรับกันเพียงภายในเท่านั้น'
'อ๋อเ้าชายคงอยากจะพักผ่อนน่ะสิ' ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์สาวรุ่นน้องคาดเดาพร้อมกับส่งยิ้มหวาน
'คงงั้นมั้ง' ขนิษฐามองหญิงสาวรุ่นน้องอย่างนึกเสียดายเพราะเ้าของใบหน้าเรียวสวยกับรอยยิ้มมีเสน่ห์ชวนหลงใหล คงสร้างความประทับใจให้กับแขกกิตติมศักดิ์ได้มิใช่น้อยถ้าเพียงอีกฝ่ายจะมีประสบการณ์ทำงานมากกว่านี้
'เรพี่บอกตามตรงว่าพี่ตื่นเต้นจังเลยอยู่มาตั้งนานเพิ่งมีโอกาสได้ต้อนรับเ้าใหญ่นายโตระดับเ้าชายรัชทายาท" ใบหน้าและน้ำเสียงที่ตกอยู่ในภวังค์ความฝันของขนิษฐาบ่งบอกอาการที่พูดได้ชัดเจนและนั่นก็พลอยให้ก้อนเนื้อหัวใจของเธอกระตุกตื่นคอยลุ้นระทึกกับการมาเยือนของเ้าชายรัชทายาทผู้ที่จะขึ้นปกครองรัฐอัลคาซัสไปด้วย
ผ่านไปสองวันสิ่งที่สองสาวรอคอยก็มาถึงเมื่อรถสปอร์ตคันใหญ่หรูสีขาวแล่นเข้ามาจอดเทียบลานกว้างด้านหน้าสำนักงานเมืองโบราณทุกคนต่างอยู่ในอาการปกติเพราะไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมาเยือนของเ้าชายแห่งรัฐอัลคาซัสจะมีก็แต่เธอที่ต้องมายืนประจำตำแหน่งผู้ดูแลฝ่ายประชาสัมพันธ์ลูกค้าเพื่อต้อนรับการมาของเขาอย่างเงียบ ๆ
ทว่าชายสามคนซึ่งสวมชุดธรรมดาเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงยีนสีเข้มที่เดินเข้ามาตามหลังการเชื้อเชิญอย่างนอบน้อมของผู้จัดการประเสริฐพงศ์และขนิษฐาหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนภายในอาคารอยู่มิใช่น้อยโดยเฉพาะชายผู้เดินนำที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลามีไรเคราบาง ๆเรียงตัวเป็ระเบียบรับกับใบหน้าเป็อย่างดีแต่ไม่ว่าเขาจะสะดุดตากับผู้พบเห็นคนอื่นๆ ในลักษณะไหนสำหรับเธอดวงตาสีรัตติกาลที่นิ่งสนิทดูลึกลับมีเสน่ห์ชวนค้นหากลับสะดุดใจเธอยิ่งกว่าและสาวช่างฝันอย่างเธอยังมโนภาพให้เขาสวมชุดกันดูร่าบนศีรษะโพกผ้าสีขาวและนั่งขี่อูฐอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเข้าไปอีก
ชั่วขณะที่ความคิดสะกิดผ่านหญิงสาวซึ่งกำลังออกอาการฝันค้างก็นึกอยากจะเก็บใบหน้าเขาผู้นี้บันทึกไว้เป็ความทรงจำเผอิญที่นักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งยื่นกล้องโพลารอยด์และเอ่ยปากขอร้องให้เธอช่วยถ่ายรูปให้กับครอบครัวพวกเขาและด้วยจังหวะที่เขาคนนั้นกำลังจะเดินผ่านครอบครัวนี้ไปเพื่อตามผู้จัดการและพี่ขนิษฐาเข้าไปด้านในที่จัดเป็ห้องรับรองพิเศษเธอก็คว้ากล้องรีบจับจุดโฟกัสไปที่เป้าหมายพร้อมกับกดชัตเตอร์บันทึกภาพทันที !
แม้ว่านาทีหลังจากนั้นเธอจะต้องเสี่ยงกับอาญาที่เธอฝ่าฝืนคำสั่งของเขาด้วยการย้อนกลับไปขอภาพถ่ายใบนั้นกับนักท่องเที่ยวผู้ใจดีแต่เธอก็คิดว่าคุ้มแล้วกับการตัดสินใจที่มาพร้อมกับความเสี่ยง !
หญิงสาวเลื่อนเปิดลิ้นชักและหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมารำพันขึ้นในใจ
'ผ่านมาแล้วหนึ่งปีเวลานี้เขาขึ้นเป็ท่านชีคปกครองรัฐอัลคาซัสแล้วสินะ'
แต่ไม่ว่าขณะนี้เขาจะดำรงตำแหน่งใดเธอก็กำหนดให้เขาเป็ท่านชีคในดวงใจของหญิงไทยไปเรียบร้อยแล้ว
ดวงตาสวยเพ่งมองดวงตาสีรัตติกาลด้วยใจเสน่หาอย่างที่ทำอยู่บ่อยครั้งก่อนจะวางมันลงข้างหนังสือนิยายที่เธอรังสรรค์ปั้นแต่งมันขึ้นมากับมือและมันกำลังส่งผลให้เธอได้ััประสบการณ์ดี ๆ อีกรูปแบบหนึ่งในอีกไม่ช้า
จากนั้นร่างระหงลุกเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มและบอกกับตัวเองว่าดึกมากแล้วถึงเวลาที่เธอต้องนอนเพื่อที่จะตื่นไปพบกับกิจกรรมแปลกใหม่ในวันพรุ่งนี้เพียงแค่ร่างงามล้มตัวลงนอนไม่นานความง่วงซึมแทรกเข้าควบคุมความนึกคิดทั้ง มวลและทำให้เธอหลับใหลด้วยความสุขในใจตลอดคืน