บทที่ 7 ตอกกลับแบบไม่เกรงใจ
“ครับ ขอบคุณที่ช่วยเหลือนะครับ”
พูดถึงเื่นี้ คุณปู่ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก “ตอนนี้แกก็ไม่เด็กแล้วนะ พี่ชายแกมีลูกสองคนแล้ว ตอนนี้แกก็แต่งงานแล้ว รีบมีลูกบ้างสิ”
เห็นได้ชัดว่าฮั่วฉางชิงไม่ได้คาดคิดว่าคุณปู่จะพูดเื่แบบนี้กับเขา ทำเอาชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ เื่ลูกไว้ค่อยว่ากันทีหลัง”
ตอนนี้ในบ้านมีเด็ก ๆ อยู่สามคนแล้ว ถ้ามีอีกคนก็คงดูแลไม่ไหว อีกอย่างเขาไม่ได้วางแผนจะมีลูกเร็ว ๆ นี้ เด็กสามคนยังปรับตัวเข้ากับชีวิตตอนนี้ไม่ได้เลย ถ้ารีบมีลูกอีก เกรงว่าเสี่ยวเยว่จะคิดมาก
แม้คนโตจะอายุแค่หกขวบ แต่ก็ฉลาดมาก ตอนนี้ฮั่วฉางชิงแค่อยากให้คนในครอบครัวสนใจพวกเขามากขึ้น ไม่อยากให้พวกเขาถูกละเลย
อีกอย่าง เขากับจางจิงจิงถือว่าเป็คนแปลกหน้าต่อกัน ไม่มีพื้นฐานความรักเลย การแต่งงานครั้งนี้ก็ตรงกับ่ที่จางจิงจิงมีประจำเดือนพอดี อีกสามวันเขาก็ต้องกลับกองทัพแล้ว ครั้งหน้าจะได้กลับมาอีกทีเมื่อไรก็ไม่รู้ การจะให้จางจิงจิงท้องไม่ใช่เื่ง่าย
จริง ๆ แล้วคุณปู่ไม่อยากยุ่งเื่แบบนี้ แต่บังเอิญได้ยินคนอื่นพูดว่าฮั่วฉางชิงดูเหมือนไม่มีแผนจะมีลูก บอกว่าจะเลี้ยงดูลูกกำพร้าของเพื่อนทหารเป็ลูกของตัวเอง
ในฐานะที่เป็ผู้ใหญ่คนหนึ่ง ย่อมอยากให้ลูกหลานสืบสกุล
“ตอนนี้แกก็ไม่เด็กแล้ว เก่งรอบด้าน ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งมากนัก แต่แกจะไม่มีลูกไม่ได้ การไม่กตัญญูมีสามประการ การไม่มีลูกสืบสกุลเป็เื่ใหญ่ที่สุด”
ใบหน้าที่แน่วแน่ของคุณปู่แผ่รังสีกดดันอย่างมหาศาล ฮั่วฉางชิงจึงจำต้องพยักหน้ารับ “ครับ ผมทราบแล้ว”
หลังจากจางจิงจิงกับคุณย่ากลับมาจากซื้อผัก ก็พบว่าในบ้านมีผู้ชายเพิ่มมาอีกคน
ผู้ชายคนนั้นมีใบหน้าที่หล่อเหลา บริเวณระหว่างคิ้วมีความคล้ายคลึงกับฮั่วฉางชิงอยู่สองสามส่วน
เมื่อเห็นพวกเธอกลับมา สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ตัวหญิงสาวสองสามวินาที ไม่รู้ทำไม จางจิงจิงรู้สึกได้ถึงความเ้าชู้ในแววตาของอีกฝ่าย
“นี่คงจะเป็น้องสะใภ้สินะ ต้องขอโทษด้วย เมื่อวานฉันติดธุระ เลยไม่ได้ไปร่วมงานแต่งงานของเธอกับฉางชิง เสียดายจริง ๆ ได้ยินมาว่างานแต่งจัดได้ค่อนข้างดีเลยนี่”
ชายคนนั้นเผยยิ้มที่มุมปาก
เขาสวมแว่นตาขอบทองบนสันจมูก ยิ้มแบบปลอม ๆ ดูเหมือนคนเ้าชู้ที่ทำตัวเป็สุภาพบุรุษ
จางจิงจิงรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าไม่อยากติดต่อกับคนแบบนี้ จึงตอบกลับไปลวก ๆ “ไม่เป็ไรค่ะ เื่งานสำคัญกว่า”
คุณย่ามองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง “เด็กคนนี้ พูดถึงเื่นี้ทำไมกัน เธอมาทำอะไรที่นี่ มีธุระอะไรกับพวกเราหรือเปล่า?”
ฮั่วเจี้ยนิถอนหายใจ
“คุณย่า ถ้าผมไม่มีเื่อะไร ก็คือจะแวะมาไม่ได้เลยใช่ไหมครับ? มีแค่ญาติของผมที่มาได้เหรอ?”
“พูดอะไรน่ะ เด็กนี่ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย ในเมื่อมาแล้ว ก็กินข้าวด้วยกันเลยสิ”
คุณย่าฮั่วเอ่ยจบก็ถือตะกร้าผักเข้าไปในครัว จางจิงจิงจึงถือโอกาสนั่งลงข้าง ๆ ฮั่วฉางชิง
ส่วนฮั่วเจี้ยนินั่งลงฝั่งตรงข้ามฮั่วฉางชิง เขามองจางจิงจิงแวบหนึ่ง แล้วมองฮั่วฉางชิงด้วยดวงตาเป็ประกายล้อเลียน
“ฉางชิง พี่ชายคนนี้อิจฉานายจริง ๆ อายุยังน้อยก็มีลูกตั้งสามคน แถมตอนนี้ยังได้ภรรยาที่...เอ่อ ที่ตรงไปตรงมาแบบนี้ เรียกได้ว่า งานมงคลซ้อนงานมงคล ยินดีกับนายด้วยนะ”
จางจิงจิงคิดในใจ ฮั่วฉางชิงไม่เห็นจะน่าอิจฉาตรงไหน ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงพูดจาเย้ยหยันถากถางแบบนี้นะ
ฮั่วฉางชิงไม่พูดอะไร แต่จางจิงจิงกลับทนไม่ไหวแล้ว
“จริงเหรอคะ? สามีของฉันเขามีความรับผิดชอบ ยอมช่วยดูแลลูก ๆ ของเพื่อนทหาร เป็คนดีจริงๆ ถ้าคุณอิจฉาขนาดนั้น ที่หมู่บ้านเรายังมีแม่ม่ายอยู่คนหนึ่งนะ สามีหล่อนเสียไปนานแล้ว ตอนนี้เลี้ยงลูกอยู่คนเดียวสี่คน จะให้ฉันแนะนำให้รู้จักไหมคะ?”
ฮั่วเจี้ยนิจงใจพูดจาไม่ดี ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ฟังออก ตอนนี้เธอเป็ภรรยาของฮั่วฉางชิงแล้ว แน่นอนว่าต้องช่วยเหลือคนในครอบครัวตัวเอง
ไหน ๆ ชื่อเสียงของเธอก็เสียหายไปั้แ่เมื่อวานแล้ว เธอก็ไม่กลัวว่าจะแย่ไปกว่านี้นักหรอก
สีหน้าของฮั่วเจี้ยนิเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำทันที เขาแค่ได้ยินมาว่าภรรยาที่ฮั่วฉางชิงแต่งงานด้วยเป็หญิงบ้านนอกปากจัด แต่ไม่คิดว่าเธอจะพูดเก่งขนาดนี้ ทำเอาเขาถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ฮั่วฉางชิงที่อยู่ข้าง ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังกลั้นหัวเราะ
“น้องสะใภ้พูดเล่นใช่ไหม? ฉันคงรับมือกับแม่ม่ายอะไรแบบนั้นไม่ไหวหรอก”
จางจิงจิงยิ้มเล็กน้อย
“งั้นก็ลืมไปเถอะ พอดีฉันนึกขึ้นได้ว่าแม่ม่ายหลิวเคยพูดว่าไม่ชอบผู้ชายที่สายตาไม่ดีต้องใส่แว่น คงจะไม่ยอมตกลงด้วยนั่นแหละ”
ฮั่วเจี้ยนิ “...”
ฮั่วฉางชิงกับคุณปู่ยังพอทนได้ แต่สาวน้อยอย่างเสี่ยวเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับทนไม่ไหว ก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ
ฮั่วเจี้ยนิรู้สึกเสียหน้า อยากจะเอาคืนแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรแรง ๆ เพราะกลัวว่าคุณปู่กับคนอื่น ๆ จะโกรธ เลยรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หน้าอก
พวกเขาเป็ญาติกันแต่ไม่ถูกกัน พอเจอกันก็ต้องมีเื่กันทุกที เพียงแต่ปกติแล้วฮั่วฉางชิงมักจะไม่เอาเื่เอาราวด้วย ฮั่วเจี้ยนิเลยได้ใจ แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะโดนสาวบ้านนอกคนหนึ่งสวนกลับ
จางจิงจิงเห็นว่าเขาไม่หาเื่แล้ว จึงลุกขึ้นไปที่ครัว
“คุณย่าคะ ให้หนูช่วยไหมคะ?”
คุณย่าใช้มือผลักหญิงสาวเบา ๆ พลางขมวดคิ้ว “ออกไป อย่ามาเกะกะแถวนี้ เธอทำกับข้าวเป็ที่ไหน อย่ามาวุ่นวายเลย”
เด็กบ้านนอกแบบนี้ คงจะได้กินเนื้อปีละไม่กี่ครั้ง นับประสาอะไรกับการผัดผัก เธอไม่ได้ดูถูกคนบ้านนอกหรอกนะ แค่ไม่อยากให้สิ้นเปลืองวัตถุดิบ
“หนูทำเป็ค่ะ ทำอร่อยด้วย จริง ๆ นะคะ”
“ออกไป ไม่ต้อง”
คุณย่าผลักจางจิงจิงอีกครั้ง หญิงสาวไม่มีทางเลือก ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินออกไป
ตอนแรกเธอกะว่าเพิ่งมาถึง จะลองดูหน่อยว่าตีสนิทใครได้บ้างเผื่อไว้เป็พวก ปรากฏว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด
ตอนนั้นเอง ฮั่วฉางชิงที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ลุกขึ้นยืน ก้าวขายาว ๆ สองสามก้าวก็มาถึงหน้าครัวแล้ว
“คุณย่าครับ ทำคนเดียวแบบนี้มันเหนื่อยเกินไป ปล่อยให้เธอช่วยเถอะ ฝีมือทำอาหารของเธอก็ใช้ได้เลยครับ”
จางจิงจิงอดไม่ได้ที่จะมองฮั่วฉางชิงเพิ่มอีกสองสามครั้ง คิดสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็พยาธิในท้องเธอหรือเปล่า ถึงได้รู้ใจขนาดนี้
คุณย่าฮั่วบ่นพึมพำสองสามคำ ก่อนจะเลิกไล่จางจิงจิง
ตอนแรกจางจิงจิงตั้งใจจะช่วยแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่กลับพบว่าคุณย่าต่างหากที่ทำอาหารไม่เป็ แค่หมักเนื้อธรรมดายังใส่เกลือเยอะ ผัดออกมาแล้วจะมีกลิ่นหอมได้ยังไง กลัวว่าจะมีแต่รสเค็มอย่างเดียวน่ะสิ
“คุณย่าคะ ปล่อยให้หนูหมักเนื้อเถอะ ใส่เกลือเยอะแบบนี้ เดี๋ยวจะไม่มีรสชาตินะคะ”
ไม่นานนัก ฮั่วฉางชิงก็เดินมาดูอีกครั้ง กลับกลายเป็คุณย่าที่ยืนช่วย ส่วนจางจิงจิงกำลังผัดผักอย่างคล่องแคล่ว
สุดท้าย จางจิงจิงก็ลงมือลงแรงอย่างเต็มที่
“คุณย่าออกไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูทำเอง”
คุณย่าฮั่วงงไป ทำไมอยู่ดี ๆ คนทำอาหารถึงเปลี่ยนคนไปได้ล่ะ?
เมื่อเห็นว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้ อีกทั้งจางจิงจิงก็ดูเป็งาน คุณย่าฮั่วจึงยอมออกไป
จริงอย่างที่คิด ฝีมือการผัดผักของจางจิงจิงนั้นคล่องแคล่วรวดเร็ว ไม่นานก็ผัดเสร็จแล้วห้าอย่าง เป็เนื้อสามอย่าง ผักสองอย่าง แถมยังมีสลัดแตงกวามาเพิ่มหนึ่งจานอีกด้วย
“กับข้าวเสร็จแล้ว มากินข้าวกันเถอะค่ะ”
จางจิงจิงร้องบอก แล้วค่อย ๆ ยกกับข้าวออกไป
คุณย่าและคนอื่น ๆ ก็เข้ามาช่วย
คุณปู่เห็นแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้
“หน้าตาน่ากินไม่เลวเลยนี่”
เขาอายุมากแล้ว ความ้าด้านอาหารการกินจึงไม่มากนัก ขอแค่เพียงอิ่มท้องก็พอ