น้องแนน 4: แอบอิงริมระเบียง
ยามพลบค่ำค่อยๆ เคลื่อนคล้อยเข้ามาปกคลุมผืนฟ้าเหนือหาดทรายขาวของรีสอร์ตส่วนตัว แสงแดดเจิดจ้าในยามบ่ายมลายหายไป แทนที่ด้วยเฉดสีส้มทองอมชมพูของแสงทไวไลท์ที่ทอประกายอาบไล้ไปทั่วแผ่นน้ำทะเลอันสงบนิ่ง คลื่นลูกเล็กๆ ซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะแผ่วเบา ส่งเสียงซ่าละมุนเคล้าคลอไปกับสายลมทะเลอุ่นๆ ที่พัดเอื่อยนำพาความเค็มสดชื่นและไอชื้นมาปะทะผิว บรรยากาศรอบบังกะโลไม้สไตล์บาหลียามนี้เงียบสงบ เป็นส่วนตัว และโรแมนติกจนแทบทำให้ลมหายใจหยุดนิ่ง
ทว่าภายในห้องนั่งเล่นของบังกะโล ความเงียบสงบกลับแฝงไว้ด้วยความตึงเครียดบางเบา ‘ปุ้ย’ ภรรยาสาวหน้าตาคมคายในชุดลำลองสบายๆ กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกตัวเตี้ยกลางห้อง แสงไฟสีวอร์มไวท์จากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าเนียนที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น ปุ้ยเปิดหน้าจอแล็ปท็อปคู่กับกองแฟ้มเอกสารสัญญาและบัญชีค่าใช้จ่ายของรีสอร์ต เธอกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบตัวเลขอย่างขะมักเขม้น ปลายนิ้วเรียวกดเครื่องคิดเลขสลับกับพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดอย่างต่อเนื่อง หน้าที่การงานที่รัดตัวทำให้เธอแทบไม่มีเวลาได้เงยหน้าขึ้นมาดื่มด่ำกับบรรยากาศอันงดงามนอกห้องพัก
บนโซฟาหวายบุเบาะนุ่มตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกมุมหนึ่ง ‘อาร์ท’ นั่งเอนแผ่นหลังพิงพนัก แสร้งทำเป็นจับจ้องหน้าจอโทรทัศน์ที่เปิดรายการท่องเที่ยวทิ้งไว้ แต่ความจริงแล้วสายตาและสมาธิของเขาไม่ได้อยู่ที่รายการบนจอแม้แต่น้อย ในหัวของชายหนุ่มยังคงวนเวียนอยู่กับภาพความทรงจำอันเร่าร้อนริมสระน้ำส่วนตัวเมื่อช่วงบ่าย สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มของน้องเมีย กลิ่นกายสาวแรกรุ่น และเสียงครางหวานหูของแนนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ปลุกเร้าความตื่นตัวในกายเขาให้แล่นริ้วขึ้นมาเป็นระยะ
อาร์ทเหลือบมองแผ่นหลังของภรรยาที่กำลังจดจ่ออยู่กับงาน ความอึดอัดที่ต้องนั่งเก็บซ่อนอารมณ์เสน่หาอันพลุ่งพล่านเอาไว้ทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหาทางปลีกตัวออกไปข้างนอกเพื่อสูดอากาศ
“ปุ้ยจ๊ะ...” อาร์ทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทำลายความเงียบในห้อง “พี่ขอออกไปยืนรับลมทะเลที่ระเบียงหน่อยนะ นั่งดูทีวีอยู่ในนี้รู้สึกอุดอู้นิดหน่อย”
ปุ้ยเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอแล็ปท็อปเพียงครู่เดียว ดวงตาของเธอดูล้าจากการเพ่งเอกสารมานาน เธอส่งยิ้มบางๆ ให้สามีอย่างไม่ทันคิดอะไร “ตามสบายเลยค่ะพี่อาร์ท ปุ้ยขอเคลียร์ยอดบัญชีของลูกค้ารายนี้อีกสักสิบยี่สิบนาทีนะคะ ใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะได้ไปทานมื้อเย็นพร้อมกัน”
“ไม่ต้องรีบหรอก ค่อยๆ ตรวจไปนะ” อาร์ทบอกอย่างเอาใจใส่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินตรงไปยังประตูกระจกบานเลื่อนบานใหญ่
ชายหนุ่มเลื่อนประตูกระจกออกเบาๆ แล้วก้าวข้ามธรณีประตูออกสู่ระเบียงไม้กว้างหน้าบังกะโล ทันทีที่ก้าวพ้นตัวห้อง สายลมอุ่นยามพลบค่ำก็พัดกรูเข้ามาปะทะใบหน้าและลำตัว นำพาความสดชื่นเข้ามาแทนที่ความอึดอัด อาร์ทยืนเกาะราวระเบียงไม้สัก ทอดสายตามองเส้นขอบฟ้าที่ดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตกำลังจะลับหายไปในผืนน้ำสีครามเข้ม สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดเพื่อดับความร้อนรุ่มที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ลึกๆ ภายในใจ
ครืน...
เสียงเลื่อนประตูกระจกดังขึ้นแผ่วเบาอีกครั้งจากด้านหลัง ทำให้อาร์ทต้องเอี้ยวใบหน้าหันกลับไปมอง
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกไหวอย่างรุนแรง ‘แนน’ น้องเมียคนสวยก้าวเดินออกมาจากตัวห้องพัก เธอเพิ่งอาบน้ำสระผมเสร็จใหม่ๆ หยดน้ำเล็กๆ ยังคงเกาะพราวอยู่ตามไรผมยาวสลวยที่ถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงมาเคลียคลอแผ่นหลังและลาดไหล่ ร่างระหงสมส่วนสวมใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินเนื้อนิ่มสีฟ้าคราม ชายกระโปรงสั้นพริ้วไหวเหนือเข่า เนื้อผ้าบางเบาแนบสนิทไปตามส่วนโค้งเว้าของเรือนร่าง เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่ว สะโพกกลมกลึงผายแน่น และเนินอกอวบอิ่มที่ดันตัวเด่นชัดอยู่ใต้คอเสื้อทรงเว้าลึก เรียวขาขาวเนียนเสลาคู่สวยก้าวเดินอย่างแผ่วเบาราวกับแมวเหมียว
สายลมทะเลยามเย็นพัดพาเอากระโปรงเดรสของเธอให้พลิ้วไสว พร้อมทั้งหอบเอาประกายกลิ่นหอมละมุนของสบู่อาบน้ำและแชมพูกลิ่นผลไม้อ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายสาวแรกรุ่นที่สะอาดบริสุทธิ์ ลอยเข้ามาเตะจมูกอาร์ทอย่างจัง กลิ่นหอมนั้นหวานชื่นจนชายหนุ่มรู้สึกมึนเมา ลำคอแห้งผากขึ้นมาในชั่วพริบตา
“วิวตอนเย็นสวยจังเลยนะคะพี่อาร์ท ลมพัดเย็นสบายตัวดีจัง” แนนเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา สองมือเรียวสวยยกขึ้นเกาะราวระเบียงไม้ ดวงตากลมโตเป็นประกายทอดมองไปยังแสงอาทิตย์อัสดงเบื้องหน้า รอยยิ้มหวานระบายอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ
“อืม... สวยมากจริงๆ” อาร์ทตอบรับเสียงแผ่ว ทว่าสายตาของเขาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่วิวทิวทัศน์ของทะเลเลยแม้แต่น้อย หากแต่กวาดมองดวงหน้าหวานใส ปลายจมูกรั้น และซอกคอขาวผ่องที่โผล่พ้นสายเดี่ยวเส้นเล็กบาง “แต่พี่ยังรู้สึกว่า... มีอย่างอื่นที่สวยและน่ามองกว่าวิวทะเลตั้งเยอะ”
คำพูดกึ่งหยอกกึ่งจริงทำให้แนนเอียงหน้าหันมาสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับไปด้วยความขี้เล่น เธอแกล้งทำตาโตแล้วเอ่ยกระเซ้าเสียงใส “แหม พี่อาร์ทปากหวานจังนะคะ พูดแบบนี้ถ้าพี่ปุ้ยได้ยินเข้าล่ะก็ แนนโดนพี่สาวตีตายแน่ๆ เลย”
“ปุ้ยกำลังจดจ่ออยู่กับงาน ไม่ได้ยินหรอก” อาร์ทตอบพลางชำเลืองมองผ่านประตูกระจกใสเข้าไปในห้องพัก
ภายในห้อง ปุ้ยยังคงนั่งหันหลังให้ประตู ก้มหน้าอ่านเอกสารและจิ้มแป้นพิมพ์อย่างตั้งใจ โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าที่ริมระเบียงด้านนอกกำลังมีบรรยากาศแปลกประหลาดก่อตัวขึ้น
ความมืดสลัวเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมระเบียง เงาของต้นกล้วยพัดและพุ่มลีลาวดีริมระเบียงช่วยทอดร่มเงาบดบังสายตาจากด้านในห้องพักได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มรู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้ เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้นท้าทาย
อาร์ทขยับเท้าเข้าไปประชิดด้านหลังของน้องเมียอย่างเงียบกริบ แขนแกร่งทั้งสองข้างค่อยๆ สอดผ่านเอวคอดกิ่วเข้ามารวบกอดร่างอรชรเอาไว้จากข้างหลัง ดึงร่างนุ่มนิ่มของแนนให้ถอยหลังเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างและหน้าท้องแกร่งของเขาในทันที
“อุ๊ย! พี่อาร์ท...”
แนนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ร่างบางสะท้านไหวเมื่อรับรู้ถึงความร้อนจากอ้อมแขนที่รัดแน่น เธอรีบเอี้ยวคอชำเลืองมองเข้าไปในห้องพักผ่านกระจกใสด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมานอกอก สองมือน้อยเกร็งแน่นกุมทับท่อนแขนของเขาไว้ “พี่อาร์ททำอะไรคะ... ปล่อยแนนก่อน เดี๋ยวพี่ปุ้ยเงยหน้าขึ้นมาเห็นเข้าจะทำยังไง!”
“ไม่เห็นหรอกครับคนดี...” อาร์ทกระซิบตอบชิดริมใบหูเล็ก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้ออ่อนบางจนแนนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “มุมนี้เป็นมุมมืด ต้นไม้บังมิดชิด ปุ้ยนั่งหันหลังให้เรา แถมยังยุ่งกับงานบัญชีไม่มีเวลาหันมามองหรอก”
“แต่ว่ามันอันตรายนะคะ... แนนใจหายใจคว่ำหมดแล้ว” แนนบ่นอุบอิบเสียงสั่นกระเส่า ทว่าน้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความหวาดระแวงปนเปไปกับความตื่นเต้นที่แอบซ่อนอยู่
อาร์ทไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ชายหนุ่มโน้มใบหน้าคมสันลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอขาวเนียนสะอาด ปลายจมูกโด่งกดลงสูดดมความหอมละมุนของสบู่อาบน้ำและกลิ่นกายสาวแรกรุ่นเข้าเต็มปอด ริมฝีปากร้อนผ่าวไล้จูบไปตามแนวลำคอระหง ลากเรื่อยขึ้นมาจนถึงติ่งหูเล็กๆ ก่อนจะขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกเย้า
“อื้อ... พี่อาร์ท... อย่าค่ะ... มันเสียว...” แนนครางแผ่วในลำคอ ใบหน้าหวานสะบัดเบี่ยงหนีสัมผัสอันชวนวาบหวิว แต่การขยับหนีนั้นกลับยิ่งเปิดโอกาสให้อาร์ทได้ซุกไซ้ซอกคอของเธอได้ถนัดถนี่ขึ้น
ความอุ่นซ่านจากริมฝีปากและลมหายใจของพี่เขยทำให้ร่างกายของแนนอ่อนระทวย ขนอ่อนทั่วร่างลุกเกรียว นิ้วเรียวสวยที่เคยพยายามจะแกะมืออาร์ทออกกลับเปลี่ยนไปกำราวระเบียงไม้สักแน่นเพื่อใช้เป็นหลักยึดเหนี่ยวไม่ให้เรียวขาของเธอทรุดฮวบลงไปกับพื้น
และสิ่งที่ทำให้อาร์ทถึงกับสูดปากด้วยความสยิวซ่าน ก็คือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายสาวแรกรุ่น แม้ปากของแนนจะร้องห้ามและแสดงความหวาดกลัว แต่บั้นท้ายกลมกลึงภายใต้ผืนผ้าซาตินบางเบากลับค่อยๆ แอ่นโค้งเบียดถอยหลังเข้ามาแนบชิดกับท่อนล่างของเขาอย่างลืมตัว
ความนุ่มหยุ่นของสะโพกมนปะทะเข้ากับแท่งเอ็นร้อนผ่าวที่เริ่มตื่นตัวและดุนดันอยู่ใต้กางเกงขาสั้นของอาร์ทอย่างจัง เนื้อผ้าบางเฉียบของชุดเดรสแทบไม่ได้ช่วยกั้นขวางความร้อนเลยแม้แต่น้อย ยิ่งแนนขยับสะโพกเบียดส่ายไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ตัวตนความเป็นชายของเขาก็ยิ่งแข็งขึงดุนดันร่องก้นของเธอหนักแน่นขึ้น
“อืม... แนน...” อาร์ทครางทุ้มในลำคอด้วยความเสียวซ่าน ชายหนุ่มเลื่อนมือข้างหนึ่งลงมาจากเอวคอด ลูบไล้ผ่านสะโพกผายแน่น แล้วกอบกุมบั้นท้ายนุ่มหยุ่นเต็มไม้เต็มมือ บีบเคล้นเนื้อนิ่มผ่านผืนผ้าเดรสอย่างแผ่วเบาแต่เปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนา
“อ๊ะ... พี่อาร์ท อย่าบีบตรงนั้นสิคะ...” แนนส่งเสียงกระซิบกระเส่า หายใจหอบถี่ ใบหน้างามแดงซ่านราวกับลูกตำลึงสุก สัมผัสความร้อนจากฝ่ามือใหญ่ที่เคล้นคลึงบั้นท้ายของเธอส่งกระแสไฟแล่นริ้วไปทั่วช่องท้องน้อย หัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่แสนท้าทาย
การได้แอบแนบชิดสัมผัสกันในระยะห่างจากภรรยาเพียงแค่กระจกบานเดียวกั้น มันสร้างความรู้สึกเสียวสะท้านที่รุนแรงยิ่งกว่าสถานการณ์ปกติหลายเท่า ทั้งกลัว ทั้งหวาดเสียว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างเย้ายวนและชวนให้ถลำลึกจนยากจะถอนตัว
อาร์ทกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนร่างของแนนแทบจะจมหายเข้าไปในอกแกร่ง ปลายคางของเขาวางเกยอยู่บนลาดไหล่บาง กดจูบไล้จากต้นคอขึ้นมาแนบชิดกับแก้มเนียนใส สูดความหอมหวานเข้าปอดอีกฟอดใหญ่
“ตัวแนนหอมจัง... หอมไปทั้งตัวเลย” อาร์ทกระซิบชมเสียงพร่า “เมื่อบ่ายยังทำให้พี่ยังคิดถึงไม่หาย ตอนนี้ยิ่งออกมาแต่งตัวแบบนี้อีก แนนตั้งใจจะแกล้งให้พี่คลั่งตายใช่ไหม”
แนนที่ยืนหอบหายใจซบหลังพิงอกเขา ค่อยๆ เอี้ยวใบหน้าหวานกลับมาหา ริมฝีปากอวบอิ่มชุ่มฉ่ำอยู่ห่างจากริมฝีปากของชายหนุ่มเพียงแค่ปลายเล็บ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบตาเขาด้วยประกายวิบวับ แฝงความซุกซนและเสน่ห์ยั่วยวนที่เติบโตเกินวัย
“แนนไม่ได้แกล้งสักหน่อยค่ะ...” แนนกระซิบตอบข้างแก้มเขา น้ำเสียงหวานหยดย้อยแฝงแววเย้าแหย่ “ก็ใครใช้ให้พี่อาร์ทใจร้ายกับแนนเมื่อตอนกลางวันล่ะคะ... เล่นเอาแนนเจ็บระบมไปหมดทั้งตัวเลย สระน้ำตรงนั้นก็น้ำกระเด็นเลอะเทอะไปหมด”
อาร์ทยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาเป็นประกายวาววับเมื่อนึกถึงบทรักริมขอบสระที่เพิ่งผ่านพ้นมา “ก็ใครบอกให้แกล้งทำสายบิกินีหลุดล่ะ หืม? ถ้าไม่น่ารักขนาดนั้น พี่คงไม่จัดหนักขนาดนั้นหรอก”
“แหม... โทษแนนอีกแล้วนะคะ” แนนหัวเราะคิกคักในลำคออย่างชอบใจ แววตาของเธอทอประกายเร่าร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงความรู้สึกซ่านเสียวในตอนนั้น “แต่แนนจะบอกอะไรให้รู้อย่างหนึ่งนะคะพี่อาร์ท...”
“บอกอะไรครับ?” อาร์ทถามพลางกดริมฝีปากลงประทับที่ขมับบางเบาๆ
แนนยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบสัมผัสกับใบหูของเขา แล้วเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานกระเส่าที่เต็มไปด้วยมนต์สะกด “ทริปนี้แนนเตรียมบิกินีตัวจิ๋วเว้าสูงสวยๆ มาใส่อวดพี่อาร์ทอีกตั้งหลายตัวเลยนะคะ... มีทั้งตัวที่บางกว่าเมื่อบ่าย แล้วก็มีตัวที่สายผูกหลุดง่ายกว่าเดิมอีกเยอะเลยค่ะ”
คำพูดหยอกเย้าที่แสนเย้ายวนทำเอาอาร์ทถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก อารมณ์ดิบในกายพุ่งพล่านจนแทบจะทนไม่ไหว ฝ่ามือหนากระชับบีบสะโพกมนแน่นขึ้นอีกอย่างมันเขี้ยว “จริงเหรอ... แนนจะใส่ให้พี่ดูเมื่อไหร่ล่ะ”
“ก็... แล้วแต่ว่าพี่อาร์ทจะหาโอกาสพาแนนไปเที่ยวที่ไหนสิคะ” แนนตอบพลางขยับสะโพกเบียดสู้มือเขาเบาๆ อย่างท้าทาย “หรือถ้าพี่อาร์ทใจดี แนนอาจจะแอบใส่มาให้พี่อาร์ทช่วยถอดในห้องนอนคืนนี้ก็ได้นะคะ...”
“พูดแบบนี้ พี่ไม่ยอมให้นอนคนเดียวแน่” อาร์ทขู่เสียงเข้ม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความต้องการอันล้นปรี่
“คิก... พี่อาร์ทน่ะโลภมากจัง” แนนยิ้มหวานหยดย้อย ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงเลื่อนเก้าอี้และเสียงเปิดแฟ้มเอกสารจากในห้องนั่งเล่นก็ดังแว่วออกมาผ่านประตูกระจก
กึก!
เสียงนั้นทำเอาแนนได้สติ เธอรีบดันแผงอกของอาร์ทออกเบาๆ ด้วยความตกใจ “อุ๊ย... พี่ปุ้ยน่าจะเคลียร์งานเสร็จแล้วค่ะพี่อาร์ท แนนต้องรีบเข้าไปข้างในแล้ว ปล่อยให้พี่ปุ้ยอยู่คนเดียวนานๆ เดี๋ยวพี่สาวจะสงสัยเอานะคะ”
อาร์ทจำต้องค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกอย่างแสนเสียดาย ทว่าก่อนที่ร่างบางจะทันได้ผละหนีไป แนนกลับหันตัวกลับมา เธอยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาไว้ชั่วพริบตา เขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วกดริมฝีปากอวบอิ่มลงบนแก้มสากของอาร์ทอย่างจัง
ฟอดดด!
เสียงหอมแก้มดังฟอดใหญ่พร้อมกับสัมผัสเนียนนุ่มและกลิ่นหอมฟุ้งที่ประทับลงบนผิวแก้มชายหนุ่ม แนนส่งสายตาวาววับหวานเชื่อมให้อาร์ทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือแล้วรีบจัดแจงชุดเดรสสายเดี่ยวให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
“แนนเข้าไปก่อนนะคะพี่อาร์ท... แล้วเจอกันมื้อค่ำค่ะ”
ร่างอรชรส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เขาก่อนจะหมุนตัวเดินเปิดประตูกระจกกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างแนบเนียน เธอส่งเสียงทักทายพี่สาวด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใสราวกับไม่มีเรื่องวาบหวิวใดๆ เกิดขึ้นที่ริมระเบียงเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย
อาร์ทยืนนิ่งค้างอยู่ริมระเบียงไม้เพียงลำพัง ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบพวงแก้มตรงจุดที่ถูกน้องเมียหอมฟอดใหญ่ สัมผัสอุ่นซ่านและกลิ่นหอมละมุนยังคงติดตรึงอยู่ไม่จางหาย หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวแรงด้วยความตื่นเต้นและซ่านหวาม
สายตามองผ่านกระจกใสเข้าไปข้างใน เห็นแนนกำลังยืนคุยหยอกล้อกับปุ้ยอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่สายลมทะเลยามค่ำคืนเริ่มพัดแรงขึ้น แต่มันก็ไม่อาจดับความร้อนรุ่มและไฟปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในอกของเขาได้เลย ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยิ้มรับกับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น ร่างกายและหัวใจของเขาเฝ้ารอคอยให้ค่ำคืนนี้มาถึงอย่างใจจดใจจ่อ... ค่ำคืนที่เขากับน้องเมียจะได้สานต่อความเร่าร้อนให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม