“คุณชายท่านจะบอกข้าดีๆ หรือไม่?”
เว่ยหลีเหว่ยหอบหายใจแรงทั้งยังครางออกมายาวเมื่อหญิงสาวยังใช้มือที่กำตัวตนของเขาไว้รูดขึ้นลงอย่างบีบคั้นกระทั่งตัวเขาเริ่มจะทนไม่ไหวนางกลับปรับจังหวะให้ช้าลงราวกับจะกลั่นแกล้ง
“แฮ่กๆแฮ่กๆ เ้าคิดจะทำให้ข้าขาดใจตายหรือไร?”เขากระซิบถามเมื่อนางก้มลงดูดใบหูเขาเร่าร้อนแต่กลับไม่ยอมขยับมือต่อ
“ข้าติดตามท่านคอยดูแลความปลอดภัยให้ท่าน เหตุใดต้องปกปิดข้าด้วย?”
เว่ยหลีเหว่ยนิ่วหน้า่ล่างของเขาร้อนระอุราวจะะเิโดยเฉพาะส่วนที่อยู่ในมือของนางหน้าอกของเขากระเพื่อมแรงสองสามครั้ง
“ได้! ข้ายอมบอกเ้าแล้วรีบทำต่อเถอะไม่เห็นนั้นข้าก็คงจะขาดใจตายก่อนแล้ว”
“ท่านรับปากแล้วนะเ้าคะ”นางยิ้มน้อยก่อนขยับขึ้นไปนั่งคร่อมร่างของเขา “ข้าจะให้รางวัลท่านเอง”
อุณหภูมิในม่านมุ้งสูงขึ้นพร้อมกับเสียงครางของหญิงชายที่ตกอยู่ในห้วงสวาทที่พร้อมใจกันขยับโขยกร่างกายไปจนบรรลุจุดหมาย
เว่ยหลีเหว่ยซบอยู่ซอกคอของมือปราบหญิง“เ้าอยากรู้เื่นั้นหรือ?”
“ตกลงว่าพวกท่านกำลังตามสืบเสาะเื่ผู้ใด?”
“รองหัวหน้ามือปราบฉางจื่อเหลียงดูท่าเขาคือคนที่จัดฉากให้คนของพรรคัเทพกลายเป็คนร้ายและรู้เห็นเื่ทำให้คนอีกสี่คนที่แสร้งบุกเข้าไปในจวนนายอำเภอต้องตายด้วย”
ไป๋สือจิ่นขมวดคิ้ว“ข้าพอจะรู้ว่าเขาแอบรับเงินค่าคุ้มครองจากบ่อนการนันและหอนางโลมที่ผ่านมาหัวหน้าอู๋ก็พอจะรู้แต่ก็แสร้งหลับตาข้างหนึ่งหากเขาจะไม่ล้ำเส้นสร้างคดีที่ร้ายแรงแต่นี่...ไม่รู้ว่าหัวหน้าอู๋รู้เห็นด้วยหรือไม่?”
“นั่นล่ะที่ข้าสงสัย”
“ให้ข้าไปสืบดูดีหรือไม่เ้าคะ?”นางเงยหน้าขึ้นถาม เว่ยหลีเหว่ยสบตากับนางนิ่งครู่หนึ่ง
“ได้!แต่ขอข้าพิสูจน์ความจริงใจของเ้าอีกสักหน่อย” เขาพลิกกายขึ้นซุกริมฝีปากลงดูดซอกคอนางเบาๆ
ไป๋สือจิ่นรู้ว่านางไม่อาจจะปฏิเสธเพราะบุรุษผู้นี้มักจะเคี่ยวกรำนางเสียจนเหนื่อยจึงยอมปล่อยให้นางได้พัก
หัวหน้ามือปราบอู๋เจี้ยนมองไป๋สือจิ่นที่เดินเข้ามาในสำนักมือปราบด้วยความประหลาดใจ
“ดูเหมือนเ้าจะมีเื่สำคัญจึงได้กล้าทิ้งท่านผู้ตรวจการมาหาข้า?”
“ใช่เ้าค่ะข้าไม่อาจจะปิดบังหัวหน้าได้เลย”
อู๋เจี้ยนรู้ว่าโหลวฉางซีมือปราบหญิงที่เขาเคยชอบก็เดินทางมาในครั้งนี้ด้วยอู๋เจี้ยนขัดเคืองนักที่นางแต่งงานกับเถ้าแก่ไฉแต่ในเมื่อเื่ราวมันเกิดไปแล้วเขาก็ได้แต่ทำใจ
“ตกลงว่ามือปราบโหลวกับหัวหน้าเหยาคิดจะมาสืบเื่คดีป้ายเหวยเจียนหลงใช่หรือไม่?”
“ใช่เ้าค่ะไม่เพียงเท่านั้น ยามนี้ฉางจื่อเหลียงเองก็ตกเป็ผู้ต้องสงสัยว่าจัดฉากห้าศพนั่นขึ้น”
“เอ๋?!”
“พวกเขามิได้บุกเข้ามาแล้วถูกมือปราบฆ่าตายหากแต่ถูกคนฆ่าปิดปากเพื่อให้ศพทั้งห้าเป็แพะรับบาปต่างหากเ้าค่ะ”
อู๋เจี้ยนถอดหายใจยาวเขาอุตส่าห์เก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับแต่กลับมีคนรู้เห็นเพิ่มจนได้ “ข้าเองก็กำลังสืบหาความจริงเช่นกันเพียงแต่ยังไม่พบเบาะแสชัดเจนจึงมิได้กระโตกกระตาก”
“หือ?!ท่านเองก็สงสัยเื่นี้หรือเ้าคะ?”
“เ้าคิดว่าข้าโง่นักหรือไง?จะมีคนร้ายคนใดนำเอาของสำคัญเข้ามาบุกบ้านนายอำเภอโดยไร้จุดหมาย อีกอย่างข้าให้คนชันสูตรศพดูก็รู้ว่าคนที่ตายคนแรกเป็แค่ศพที่พวกเขาแบกมาด้วยเท่านั้นมิได้ถูกลงมือฆ่าในตอนจับกุม สักหน่อยตัวข้าเองก็สงสัยมือปราบฉางแต่เพราะยังไม่มีหลักฐานและพยานยืนยันจึงไม่อยากให้พวกเขาไหวตัวทัน”
“ตอนนี้มีพยานแล้วคือมือปราบหลิงเพียงแต่หลักฐานคงจะไม่มีหนทางเดียวที่เราจะทำได้คือทำให้หนึ่งในสี่คนสารภาพออกมาเอง”สีหน้าของไป๋สือจิ่นดูเหี้ยมเกรียม
อู๋เจี้ยนมองหญิงสาวตรงหน้าอดีตนักฆ่าที่เขาชักชวนให้มาเป็มือปราบผู้นี้ยังไม่ทิ้งสัญชาตญาณเดิมในยามที่ต้องโหดนางก็โหดได้ยิ่งกว่าและเขาก็ชอบนางตรงนี้
“เ้าคงมีวิธีสินะ”
“ใช่!ในเมื่อเราหาหลักฐานไม่ได้เราก็ควรจะบีบให้พวกเขาสารภาพ”
“เช่นนั้นข้าฟังเ้าเราจะทำเช่นใดดี?”
“รองหัวหน้าฉางเป็คนใจแข็งและอำมหิตไม่เหมาะที่จะจับเขาในตอนที่ยังไม่มีหลักฐานและพยานไม่ได้ แต่ถ้าเป็เ้าคนแซ่ว่านนั่นน่าจะง่าย”
“อืม...มือปราบว่านอยู่ในหน่วยที่สองเขาเป็คนขี้ขลาดทุกครั้งที่มีเื่มักจะอาศัยให้ผู้อื่นออกหน้าเสมอเ้าจึงคิดจะ....”
“ใช่! พาไปที่เรือนของข้า!”
หัวหน้ามือปราบอู๋รู้สึกหวาดหวั่นแทนมือปราบว่านที่จะต้องเจอกับเครื่องทารุณที่เขาเคยเห็นในห้องลับที่บ้านของไป๋สือจิ่นทุกครั้งที่พวกเขาไม่อาจจะหาหลักฐานและพยานได้แต่รู้ระแคะระคายว่าเป็ฝีมือของคนกลุ่มใดอู๋เจี้ยนจะร่วมมือกับไป๋สือจิ่นลักพาตัวพวกนั้นมาเพื่อทรมานให้พวกเขาสารภาพ
นี่ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง...และอู๋เจี้ยนก็ไม่กล้าให้ไป๋สือจิ่นทำโดยพลการจนกว่าจะค่อนข้างชัดเจนเื่ผู้ต้องสงสัย
“ก่อนที่เราจะจับพวกเขาไปลงทัณฑ์ก็ควรจะตรวจสอบความจริงอีกสักรอบหนึ่งก่อน”
“ได้!เช่นนั้นเราสองคนก็ต้องเริ่มงานั้แ่ตอนนี้”
เว่ยหลีเหว่ยได้ฟังรายงานจากมือปราบหลิงก็รู้สึกหงุดหงิดไป๋สือจิ่นอ้างว่าต้องไปสืบคดีกับหัวหน้าอู๋จึงจะไม่กลับมาพักที่เรือนรับรองสักระยะหนึ่งท่านผู้ตรวจการถึงกับฟาดงวงฟาดงากับคนรอบข้างเมื่อคิดขึ้นมาว่าคืนนี้เขาจะไม่ได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับนาง
‘ไม่ห่วงข้าหรืออย่างไร? คดีแค่นั้นใช้ให้ผู้อื่นไปสืบก็ได้นี่?เหตุใดต้องทิ้งให้ข้านอนคนเดียวด้วย?’
หลิงจวิ้นเห็นว่าเ้านายของตนอารมณ์เสียจึงพยายามเสนอสถานเริงรมย์เพื่อให้คุณชายเว่ยออกไปผ่อนคลาย
“หอจันทร์ฉายก็ดีนะขอรับข้าได้ยินว่าดาวเด่นสองคนงดงามและเอาใจเก่งยิ่งนัก ที่สำคัญนางเลือกรับแขกเฉพาะที่เป็คนสำคัญเท่านั้น”
“หืม!!! ฟังดูน่าสนใจ!”
************************
ไรท์แนะนำ...อีบุ๊กมีจำหน่ายแล้วทาง mebmarket นะคะ
