ตอนที่ 11 การช่วยเหลือที่หลอกลวง
เส้นทางที่ต่ำลงไปเรื่อย ๆมีเพียงแสงสว่างเจิดจ้าตามกำแพงที่ส่องสว่างจนเดินมาถึงปลายทางที่มีประตูบานหนึ่งอยู่มิรารีจ้องมองทางตรงหน้าอย่างสงสัยว่าประตูตรงหน้าคือประตูไปไหน เธอค่อย ๆใช้มือดันมันเข้าไปประตูก็เริ่มขยับทางข้างหน้าก็เริ่มมีแสงไฟสว่างขึ้น ก็มีเพียงเส้นทางโค้งด้านขวากับซ้ายแล้วตรงหน้าเป็กำแพงโปร่งใส่ มิรารีค่อย ๆเดินตรงไปข้างหน้าว่ามีอะไรอยู่หลังกำแพงโปร่งใสก็ได้เห็นลานกว้างขนาดใหญ่ที่มีชั้นวางของมากมายและลานจอดยานพาหนะมากมายที่เธอไม่เคยเห็นดวงตาของมิรารีลุกวาวอย่างใที่เธอเจอสิ่งไม่คาดคิด
“นี่มัน...ห้องเก็บของขนาดใหญ่ชัดๆ” มิรารีกล่าวออกมา
“กู้ด...”
“อืม...เอาล่ะ...ลองไปดูข้างล่างกัน!!”
มิรารีพาเ้าตัวเล็กเดินไปดูข้างล่างว่ามีอะไรมั้งจนเธอนั้นพบกับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์มากมายที่ดูน่าสนใจมากๆ และยานพาหนะอีกมากที่น่าสนใจ ทำเอาอยากเก็บเอาไปข้างบนเลยระหว่างที่กำลังตรวจสอบบางอย่างนั้นเธอก็เห็นตามเครื่องคอมมันเขียนบางอย่างเธอก็ลองกดไม่กี่นาทียานพาหนะแต่ละครั้งก็หดลงนั้นทำเอาเธอตกตะลึงก่อนจะเดินไปดูนั้นเป็ครั้งแรกที่เห็นอะไรแบบนี้นั้นทำให้เธอรู้ว่าพวงกเขาย้ายยานพาหนะกันมายังไงเธอเห็นมีกระเป๋าสีดำหนังสี่เหลี่ยมผืนผ้าแอบอยู่เปิดมาก็เห็นเลยว่ามันถูกจัดไว้ให้อะไรเธอเก็บพวกยานยนต์ทุกแบบเข้ากระเป๋าจนหมด ก่อนจะเดินไปตามจุดต่าง ๆเธอก็อยากได้ขอหลายอย่างจนกระทั่งเธอเดินผ่านไปที่กระเป๋าบางอย่าง
“กระเป๋ามิติ...?” มิรารีเห็นก็ตาลุกวาวอย่างใ“มีของแบบนี้บนโลกด้วยเหรอ!?”
เธอไม่รอช้าก็ลองเอาของแถวนั้นเข้ากระเป๋าดูมันได้ผลนั้นทำให้มิรารีมีความคิดอยากจะลองเอาของพวกนั้นกลับไปให้หมดเธอเก็บทุกอย่างในชั้นล่างออกไปหมดจนเหลือเพียงกระเป๋ามิติอันเดียวเธอไม่คิดว่ากระเป๋าขนาดเล็กแค่นี้จะบรรจุของในเยอะแบบนี้
“ต้องชมคนที่สร้างจริง ๆ”
“กู้ด?”
“อ๋อเื่คนที่สร้างกระเป๋าใบนี้นะ เก่งมาก ๆ เลยนะ”
“กู้ด”
“กลับขึ้นไปข้างบนระหว่างรอพวกที่มาช่วยเราดีกว่านะ”
มิรารีสะพายกระเป๋าก่อนจะเดินออกจากชั้นใต้ดินเธอเห็นทางออกมามีสองสามทางตามแผนที่ในคอมจนเห็นว่ามีเส้นทางหนึ่งตรงดิ่งไปยังตึกแรกที่เธออยู่ได้พอเป็แบบนั้นเลยเดินไปตามทางนั้นจนมาเจอทางที่เธอเจอครั้งแรกที่เธอไม่กล้าลงมาเพราะมันมืดมากๆตอนนี้เธอก้าวออกมาจากพื้นที่นั้นก็รู้สึกประหลาดใจที่ข้างล่างนั้นไม่ได้น่ากลัวอะไรแต่เพราะความกลัวทำให้เธอไม่กล้าลงไป แต่เธอก็ประหลาดใจที่คนสร้างได้สร้างทางเชื่อมที่ไปได้ทุกตึก
“อืม!ทางข้างล่างเชื่อมต่อกับหลาย ๆ ตึกเลยแฮะ...ดีจริง ๆ” มิรารีกล่าวอย่างชอบใจก่อนจะหันไปหากู้ดนี่ที่อยู่บนไหล่ของเธอ“เอาล่ะ เราไปพักกันดีกว่านะกู้ดนี่”
“กู้ด!”
มิรารีเดินพาอีกฝ่ายกลับไปยังชั้นสี่เธอก็เข้าไปในห้องพร้อมกับวางกู้ดนี่ที่ดูจะง่วง ๆลงที่ตะกร้าไม่นานกู้ดนี่ก็หลับไปแล้วมิรารีนั่งลงก่อนจะเตรียมตัวตรวจสอบของที่เธอเอามาจากข้างล่างหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมามันคล้ายๆ เข็มขัด แต่มีหน้าจอมิเตอร์ให้กด มิรารีก้มมองก่อนจะมีข้อมูลขึ้นมา
“อืม...ว้าว...น่าสนใจแฮะ...”
มิรารีลองเลื่อนหน้าจอแล้วมีข้อความว่านำพลังมาใช้เธอสงสัยว่าเอาพลังของอะไรมาใช้ ก่อนจะมีข้อมูลภาพของใครขึ้นมาแต่เธอไม่รู้จักก่อนจะกดรูปภาพนั้น พอกดไปแล้วก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร
“อืม...ไม่เห็นมีอะไรเลยแฮะ...”
มิรารีกล่าวพร้อมกับกำลังกล่าวไปข้างหน้านั้นร่างกายของเธอก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนตัวเธอตั้งสติไม่ทันภาพตรงหน้าของเธอก็เจอกับกำแพงจนชนเขาเต็มๆ
“อ๊ากกกกกกกกกก!!”
ตึ๊ก!!!
เสียงกำแพงดังจนะเืทั้งตึกที่มิรารีอยู่เธอรู้สึกเจ็บหน้าอกไปหมด เพราะร่างกายของเธอกระแทกกับกำแพงจนล้มอยู่กับพื้น
“อึ้กกกกกกก!! เจ็บชิบ!!!”
มิรารีดิ้นไปดิ้นมาเพราะความเจ็บแล้วไม่กี่หน้าที่ร่างกายของเธอก็ไม่รู้เจ็บอีกนั้นเป็สิ่งที่แปลกยิ่งกว่าอะไรในสิ่งที่เธอเจอในตอนนี้ เธอหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะมองเพดานแล้วพูดบางอย่าง
“หายเจ็บไวจริง ๆ ด้วยสิ...”
มิรารีประหลาดใจทุกครั้งที่ร่างกายของเธอหายไวเหมือนกับปรากฏการณ์เวลาน้ำแข็งเจอน้ำมันก็จะแช่แข็งอย่างรวดเร็วหรือว่าร่างกายของเธอจะเป็แบบนั้น ทำให้มิรารีสงสัยแต่ตอนนี้เธอกำลังสนุกกับอุปกรณ์นี้เธอวนกลับมาที่ห้องก็ยังเห็นว่ากู้ดนี้ยังหลับอยู่คงจะเหนื่อยแน่ ๆเธอเลยแอบทิ้งอีกฝ่ายลงมาข้างล่างตอนนี้ยังมืดอยู่เธอมาถึงหน้าตึกก็เตรียมตัวที่จะลองอะไรสักอย่าง
“มาลองกัน!!”
มิรารีถูมือของตนเองก่อนจะเตรียมตัววิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเธอวิ่งไปตามเส้นทางที่อยากไปั้แ่เธออยู่ที่นี่ไม่เคยไปจุดไหนนอกจากภายในตึก แต่ตอนนี้เธอวิ่งไปทั่วทั้งป่าโดยที่เธอนั้นไม่เคยวิ่งไปตรงไหนเลยเธอไม่ระวังเลยว่าตรงไหนมันจะมีอะไรแต่พอเธอเจอร่างกายรอบตัวเธอก็ช้าลงก่อนที่เธอจะหลบมันสุดยอดและทำให้เธอสนุกสุดเหวี่ยง ๆเหมือนเธอกำลังเป็ยอดมนุษย์ที่วิ่งเร็วที่สุดยังไงอย่างนั้นล่ะเธอะโสุดเสียงอย่างสนุกโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีภัยเข้าหาตัวเธอห่างออกไปภายใต้ท้องฟ้าอันดำมืดสะท้อนกับพื้นทะเลเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่มีเหล่าผู้โดยสารคนจำนวนมากกำลังเตรียมตัวแต่งกายเต็มยศรอที่จะออกรบกันก็มีชายหนึ่งที่อยู่บนหลังคาเฮลิคอปเตอร์ก็ได้เห็นสิ่งที่พวกเขากำลังจะเดินทางไป เขาค่อยๆ ลงมาจากหลังคาแล้วจ้องมองไปที่หญิงสาวที่มีหนาวตามตัว
“หัวหน้า ฉันเห็นเกาะนั้นแล้ว”
“ดีจำที่ท่านเคสเนอร์บอกด้วยล่ะ จับตัวมาเป็ ๆ แต่...” หญิงสาวนั่งอยู่ด้านหน้าก่อนจะเอ่ยมองลูกน้องทุกคนด้วยรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ“ไม่ได้บอกว่าห้ามทำร้ายถ้าขัดขืนก็ทำให้สงบซะ เข้าใจไหม? ทุกคน”
รอยยิ้มของลูกน้องทุกคนนั้นคล้ายกับตัวหัวหน้าที่ดูไม่น่าไว้ใจกันมากๆ ก่อนที่พวกเขาจะขานตอบหัวหน้า
“เข้าใจครับ/ค่ะ!!”
ตัวหญิงสาวยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เธอไม่สนใจว่าต้องทำอะไรถ้าอีกฝ่ายขัดขืนเธอก็แค่เล่นงานให้รู้จักการยอมจำนนก็เท่านั้นเฮลิคอปเตอร์กำลังตรงดิ่งไปยังเกาะที่ฝ่ายศัตรูไม่ช้าเครื่องก็ใกล้ถึงจุดหมายนั้นทำให้เสียงโดยรอบเกิดการสั่นขึ้นทำให้มิรารีที่มาวิ่งเล่นในตึกที่สองรู้สึกถึงการสั่นตามกระจกนั้นทำให้เธอต้องวิ่งออกไปยังบนดาดฟ้าเธอมาถึงร่างกายของเธอสั่นไปหมด เพราะการใช้พลังไม่คุ้นเคยทำให้ร่างกายอ่อนล้าแต่เธอก็พยายามฝืนตัวเองก็หายดี เธอเห็นบางอย่างกำลังลงมาช้า ๆนั้นคือเฮลิคอปเตอร์มิรารีเห็นก็ฉีกยิ้มอย่างดีใจก่อนจะวิ่งออกไปหากู้ดนี่ที่อยู่ตึกแรกอย่างรวดเร็ว
“กู้ดนี่!! กู้ดนี่!!” มิรารีเปิดประตูเข้าไปอย่างดังจนกู้ดนี่สะดุ้งตื่นทันที
“กู้ด!!”
มิรารีวิ่งตรงมาหาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีความสุข“ตื่นได้แล้ว!!มีคนมารับเราแล้ว!!”
“กู้ด?” กู้ดนี่เอียงคอมองอย่างสงสัยว่ามีคนมาช่วยแล้วเหรอ
“จริงสิ!!เมื่อกี้มีเฮลิคอปเตอร์กำลังจะจอดลงบนเกาะด้วยล่ะนะ!!” มิรารีกล่าวก่อนจะนึกบางอย่างได้ "เดี๋ยวนะฉันต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน!!เพราะตัวฉันมีแต่เหงื่อ!!”
มิรารีหันไปที่ตู้เสื้อผ้าเอาแต่ตัวที่ใส่สบายและขยับร่างกายได้ง่ายๆเธอนึกบางอย่างได้ขึ้นมาว่าคนที่ส่งข้อความบอกว่าให้ระวังตัวและจำสิ่งที่เธอเขียนไว้เธอไปถึงจะทำตามที่อีกฝ่ายพูด ก่อนจะเตรียมตัวอะไรเสร็จเธอก็หันไปหยิบกระเป๋าที่เตรียมเอาไว้ดีที่มันเล็กพอจะแบกไปได้ง่าย ๆมิรารีหันไปหากู้ดนี่แล้วก็ยื่นมือไปหาอีกฝ่าย
“เอาล่ะ!!เตรียมตัวกลับสู่โลกของฉันเถอะ กู้ดนี่!!”
“กู้ด!!”
ทั้งสองคนเตรียมตัวเดินออกจากสถานที่แห่งนี้เธอจะไม่มานั่งรออยู่ในที่นี้อย่างเดียวแน่ ๆเธออยากเจอคนที่มาช่วยแล้วกลับไปหาครอบครัวเพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่ฝันเห็นเธอพยายามก้าวข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทำเอากู้ดนี่ที่อยู่ในมือเกือบเกาะไม่ทันมิรารีที่กำลังวิ่งก็ลืมไปว่าเธอมีอีกฝ่ายอยู่ด้วยก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าทางเข้าตึกแรก
“ตายแล้ว! ขอโทษนะ กู้ดนี่!!เธอไม่เป็อะไรนะ!?”
“กู้ด...” กู้ดนี่ถึงกับหน้าตาหมุน
“ขอโทษนะ...ฉันลืมเธอเลย...พอดีได้ของเล่นใหม่เลยเอามาเล่นซะเลยนะ...” มิรารีขยับตัวอีกฝ่ายให้มาอยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต“เอาล่ะ...งั้นเดินทางต่อกัน...”
มิรารีพยายามจะวิ่งต่อแต่ทว่าการวิ่งของเธอมันช้าลงนั้นทำให้เธองุนงงก่อนจะก้มมองอุปกรณ์ที่คาดเอว
“ตายล่ะ!!ใช้จนเครื่องน็อกซะงั้น!! ฮืออออ คงต้องเดินไปล่ะ!”
“กู้ด...”
กู้ดนี่มองอีกฝ่ายที่กำลังร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เขาไม่รู้แต่ว่ากู้ดนี่ก็มองบางอย่างก็เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด
“กู้ด!”
“มีอะไรเหรอ?”
กู้ดนี่ชะโงกหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วก็ชี้ไปจุดจุดหนึ่ง“กู้ด!!”
มิรารีเงยหน้ามองไปดูจุดที่กู้ดนี่ชี้ก็เห็นชามที่เธอเอามาวางเอาไว้เมื่อตอนเที่ยงๆ ว่าตอนนี้มันวางเปล่าไปหมดแล้ว มิรารีรู้สึกประหลาดไปก่อนจะเดินไปดู
“ตายจริง...มีนกมากินเหรอ?แต่...ไม่เหลือเลยนี่สิ...”
“กู้ด?”
“ฉันเป็คนเอามาให้พวกเขากินนะเห็นกู้ดนี่ชอบเลยเอามาให้มั้งนะ...แต่ว่า...หลังจากนี้คงต้องจากกันแล้วล่ะนะ...”
มิรารีเงยหน้าขึ้นมามองต้นไม้ข้างหน้าแล้วยกมือขึ้นมาไหว้ “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะขอบคุณที่เป็ลมเงามาให้ตลอด พวกเราต้องไปแล้วนะคะ”
“กู้ด~” กู้ดนี่ทำตามมิรารียกมือขึ้นไหว้ต้นไม้ข้างหน้า
มิรารีมองอีกฝ่ายที่ทำตามเธอมันช่างน่ารักมากๆ จนอยากให้แม่เห็นว่ามีสิ่งน่ารักแบบนี้อยู่ด้วย ก่อนจะเตรียมเดินทาง
“เอาล่ะ...เราจะไปหาพวกเขา...แต่ว่า...เมื่อกี้พวกเขาจอดตรงไหนของเกาะนะ...?”
“กู้ด?” กู้ดนี่มองอีกฝ่ายที่พูดอะไรที่ทำให้เหนื่อยใจขึ้นมาทันที
“แหะ ๆ” มิรารีได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ อย่างเขิน ๆ
ห่างจากที่มิรารีอยู่ไม่กี่เมตรเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่จอดลงณ ลานจอด ทุกคนกำลังลงมาจากเฮลิคอปเตอร์พวกเขาก็เตรียมอาวุธครบมือและตรวจสอบะุจนไปถึงอาวุธมือหญิงสาวมีหนามลงมาหลังจากทุกคนลงมาพวกเธอเตรียมตัวทำตามคำสั่งของนายใหญ่ให้จับเป็ ๆ หญิงสาวที่มีผิวกายสีขาว ผมขาวดวงตาสีฟ้าออกเธอหันไปคุยกับคนขับก่อนจะหันไปหาเหล่าลูกน้องที่ตั้งท่าเตรียมรับคำสั่งจากเธอพอเห็นแบบนั้นเืข้างในของเธอก็ร้อนฉ่าขึ้นมา
“เตรียมพร้อมออกล่า!!”
“โอ้!!!”
กลุ่มคนอาวุธครบมือก็เริ่มออกค้นหาหญิงสาวตามคำสั่งที่ได้รับพวกเขาเดินไปข้างหน้าโดยไม่สนใจอะไรว่าการจับตัวหญิงสาวจะต้องใช้วิธีไหนแต่แค่จับตัวมาเป็ ๆ เหมือนที่นายใหญ่สั่งทำให้ผู้ชายบางคนที่อยู่ในกลุ่มกำลังคิดบางอย่างที่ไม่ดีขึ้นมาพวกเขาเริ่มทำการแยกย้ายไปตามจุดต่าง ๆ ภายในเกาะแต่บางคนจับทางได้ว่าถ้ามีการอยู่บนเกาะอาจจะอยู่ภายในตึกร้างที่พวกเขาเคยมาโจมตีก็เป็ได้
ความมืดทำให้มิรารีต้องจ้องมองทางอย่างเหนื่อยใจยิ่งไม่มีความสามารถในการมองในที่มืดอีกทำให้เธอไม่รู้ว่าตัวเองนั้นอยู่จุดไหนของป่า ระหว่างที่กำลังเดินนั้นเธอก็นึกบางอย่างได้ว่าตอนเก็บอุปกรณ์ต่างๆ มีบางอย่างที่คล้ายกล้องจุลทรรศน์สำหรับสวมด้วยเธอลองหาบางอย่างในกระเป๋าที่สะพายมาด้วย ระหว่างเดินไปเรื่อย ๆตามทางก็มีสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มไม้ก่อนจะะโออกมา
“อ๊ากกกกกกกก!!!”
มิรารีเกือบจะช็อกก่อนจะเห็นสิ่งที่ออกมาคือกระต่ายตัวเล็กๆ หันมามองแล้ววิ่งหนีไป มิรารีเห็นก็ถอนหายใจเบา ๆ
“เฮ้อ...ใหมด...กระต่ายเหรอ?”
“กู้ด...”
“เฮ้อ...แต่ว่า...ที่นี่มีสัตว์ด้วยเหรอ?ั้แ่อยู่มาไม่เคยเจอเลยนะ?”
มิรารีเอียงคอมองอย่างงุนงงว่าตลอดหลายวันมานี่เธออยู่ไม่เห็นสักตัวแต่ตอนนี้มีโผล่มายิ่งทำให้ความรู้สึกข้างในบอกว่าให้ระวังตัวมากขึ้นแต่แล้วก็มีเสียงอย่างดังขึ้นมาอีก
“หรือว่า...จะเป็กระต่ายอีกนะ?”
สิ้นคำพูดนั้นก็มีบางอย่างพุ่งตัดผ่านข้างแก้มของเธอจนเกิดเป็รอยแยกบางๆ ความแสบกำลังแล่นผ่านใบหน้าของเธอ มิรารียื่นนิ่งอย่างอ้ำอึ้งก่อนจะค่อย ๆหันไปมองข้างหลังที่มีต้นไม้อยู่มันมีรอยบางอย่างทำให้เกิดรูมิรารีเห็นก็เข้าใจว่าตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะมาเดินหากลุ่มคนที่มาช่วยเธอตอนนี้เธอต้องเตรียมวิ่งหนีกลับตึกอย่างเร็วที่สุด แต่การโจมตีเมื่อกี้ทำให้เพื่อในกลุ่มหนึ่งหันไปะโว่าคนที่ใช้อาวุธยิงบางอย่าง
“นี่แก!! เมื่อกี้แกยิงอะไร!!”
“เมื่อกี้...ฉันเหมือนเห็น...ผีสีขาวๆ นะสิ!!”
“ผีสีขาว!! หรือว่า!!นี่แกยิงผู้หญิงสีขาว!”
“ฉันไม่รู้!!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังย่อตัวเมื่อมีกระต่ายมาหาเขาแล้วเหมือนเขากำลังสื่อบางอย่างกัน
“ผู้หญิงสีขาวอยู่หลังพุ่มไม้!!เธอกำลังหนี!! ตามเร็ว!!”
“โอ๊ส!!”
เหล่ากลุ่มคนรีบวิ่งตามไปยังเส้นทางที่ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวออกมาจากการสื่อสารกับกระต่ายสีน้ำตาลของเขาระหว่างที่พวกเขากำลังวิ่งตามไป มิรารีก็ก้าวขาอย่างไม่คิดชีวิต เธอไม่นึกว่าจะมีคนใช้ปืนยิงใส่ในที่แบบนี้การยิงเมื่อกี้ก็ผ่านแก้มเธอไปเต็ม ๆ จนเกิดเืไหลออกมาระหว่างที่วิ่งเธอเริ่มได้ยินเสียงคนวิ่งตามมาเธอหันหน้าไปมองก็เห็นคนติดอาวุธเต็มมือไปหมดกำลังวิ่งไล่ตามมาทางเธอทำให้มิรารีรู้สึกเลยว่าพวกนี้ไม่ใช่คนที่มาช่วยเธอแน่ ๆก่อนที่หนึ่งในนั้นจะะโไล่หลังเธอมา
“เธอหนีแบบนั้นไม่มีทางที่เราจะจัดได้แน่ ๆ”
“งั้นฉันจัดการเอง!!”
หนึ่งในกลุ่มหยุดวิ่งพร้อมกับยกปืนที่ถือขึ้นมาเล็งไปผ่านเลนส์ก่อนจะเล็งไปทางยิ่งสาวก่อนจะกดไกปืนทันที
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับสีแดงชาดที่พุ่งออกมาจากแขนของมิรารีเธอเห็นเืที่กระเด้งออกมาก่อนจะล้มลงกับพื้นแล้วไถลไปข้างหน้าความเ็ปแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!”
ความเ็ปครอบงำประสาทััของเธอเหมือนตอนะโลงมาจากชั้นสองไม่มีผิดแต่ตอนนี้มันเ็ปมากกว่าอะไรเหมือนใจจะขาด เธอพยายามจะลุกขึ้นหนีต่อก่อนที่จะมีเสียงปืนดันขึ้นอีกนัดพุ่งตรงมาที่น่องของมิรารี
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!”
เสียงกรีดร้องของเธอทำหญิงสาวหนามแหลมได้ยินก็เดินตรงมาจากอีกทางก็ตรงดิ่งมาเจอเหล่าลูกน้องของตนเอง
“พวกแกยิงทำไม!!”
“เธอหนีนะ หัวหน้า!!เราเลยต้องยิงเพื่อหยุดเธอนะ!!” ลูกน้องคนหนึ่งหันหน้าไปแจ้งกับหัวหน้า
“อ๋อ แบบนี้เอง แล้วยิงโดนไหม?”
“โดนสิ!! เธอล้มอยู่ทางนั้น!!”
ชายคนหนึ่งชี้จุดจุดหนึ่ง หญิงหนามแหลมเดินไปข้างหน้าพร้อมกับอุปกรณ์บางอย่างเธอเดินผ่านพุ่มไม้ก็เจอร่างสีขาวซีดกำลังเ็ปจากการโดยยิงโดยมีสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ กำลังพยายามปลอบเธอที่กำลังเ็ปมิรารีที่กำลังเ็ปอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าบางคนเธอค่อย ๆลืมตาหันไปมองเห็นกลุ่มคนตรงหน้า
“ทำไม...ต้องทำแบบนี้...!?”
“ทำไมทำแบบนี้เธออยากหนีเองนี่น่า...”
“ก็มีคนยิงใส่ฉันไม่หนีทำไม...ตอบคำถามฉันมา พวกคุณเป็ใครกัน!?”
“ทำไมฉันต้องตอบ? แค่เ้านายของฉัน้าได้แกก็เท่านั้น!!”
มิรารีเบิกตากว้างกับคำตอบไม่ได้เป็อย่างที่เธอคาดคิดนั้นทำให้เธอรู้ว่ากลุ่มคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะมาช่วยเธอ
“ตอบผิดแล้วล่ะ!!”
“หือ?” หญิงหนามแหลมจ้องมองอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้นออกมา
มิรารีไม่พูดทำเพลงอะไรเธอสะบัดมือไปข้างหน้าแท่งน้ำแข็งที่เหมือนหอกแหลมก็โผล่ออกมาอยู่ข้างหลังเธอเหล่ากลุ่มคนตรงหน้าเห็นสิ่งที่พวกเขาไม่คิดอยู่ตรงหน้าก็อ้ำอึ้งทันทีก่อนที่มิรารีจะะโออกมา
“ไปตายซะ!!”
สิ้นคำพูดนั้นหอกน้ำแข็งพุ่งตรงใส่เหล่ากลุ่มคนตรงหน้าบางคนรีบวิ่งหนีสุดกำลัง บางคนก็หาที่บัง บางคนหนีไปทันก็โดนหอกแทงร่างกายอย่างจัดมิรารีเห็นสถานการณ์ตรงหน้าก็พยายามลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีโดยรีบอุ้มกู้ดนี่ออกจากตรงนั้นด้วยอาการาเ็ที่น่องและแขนหญิงหนามแหลมที่กำลังหลบเห็นอีกฝ่ายกำลังหนีก็รีบะโทันที
“ตามเธอไป!! เร็วเข้า!!”
“ครับ/ค่ะ!!”
เหล่าลูกน้องรีบหาทางหนีแล้ววิ่งตามกันไปทันทีหญิงหนามแหลมรีบออกมาด้วยความรู้สึกโกรธที่โดนเล่นงานกลับก่อนที่จะมีมือหนึ่งจับขาเธอจนทำให้เธอต้องหยุดชะงักมอง
“หัวหน้า...ช่วยด้วย...ฉัน...ฉันยังไม่อยากตาย!!!”
หญิงหนามแหลมจ้องมองลูกน้องก่อนจะใช้มือจับไปที่หน้าผากอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
“หัวหน้า!!”
“สภาพแบบนี้คิดว่าไม่ตายก็จงตายซะเถอะ!!”
เมื่อเธอกล่าวจบมือของเธอก็ปล่อยหนามแหลมออกมาแทงเข้าที่หน้าผากอีกฝ่ายจนอีกฝ่ายดิ้นพล่านจนน้ำลายฟูมปากก่อนที่เธอจะปล่อยตัวอีกฝ่ายลงกับพื้นอย่างแรงบางคนที่ยังอยู่ตรงนั้นต่างหวาดกลัวกับการกระทำอีกฝ่ายก่อนที่เธอจะหันไปมองลูกน้องของเธอ
“มัวทำอะไรกัน!!รีบไปตามล่าผู้หญิงคนนั้นซะ!!”
“ครับ/ค่ะ!!”
เหล่าลูกน้องรีบวิ่งกันไปตามทางที่กลุ่มแรกวิ่งไปกันเหลือแค่หญิงสาวคนหนึ่งที่รู้สึกอัปยศที่โดนโจมตีเธอยกมือขึ้นมาแตะใบหน้าของเธอที่โดนแท่งน้ำแข็งพุ่งผ่านจนเืไหล
“แก...กล้าดียังไงมาทำให้หน้าฉันเป็รอย!!”
หญิงสาวหนาวแหลมโกรธเคืองยิ่งกว่าอะไรเธอประมาทคนที่กำลังาเ็ไม่นึกว่าจะโจมตีใส่ได้รุนแรงแบบนั้นเธอจำอีกฝ่ายได้คงต้องสั่งสอนที่กล้ามาเล่นงานกันเสียหน่อยระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินมาจากข้างหลังของหญิงสาว
“ดู ๆ โกรธเพียงเพราะแผลแค่นี้ไม่สมกับเป็เธอเลยนะ เธอร์ร่า!!”
หญิงสาวได้ยินเสียงปริศนาเธอก็หันไปมองเ้าของเสียงที่โผล่มาที่นี่ได้อย่างใด
“แฟลช!!” เธอร์ร่าหันไปจ้องมองชายตรงหน้าอย่างแปลกใจ “ทำไมแกมาอยู่นี้!!”
“ก็...บอสสั่งมานะว่ากลัวเธอจะทำงานพลาด!!”
“!!” เธอร์ร่าได้ยินแบบนั้นก็แอบหน้าซีดเล็กน้อยเธอไม่นึกว่าบอสจะไม่ไว้ใจเธอถึงขั้นต้องส่งคนตามมาด้วย “นายตามมาตอนไหนกัน?”
“ฉันก็ปลอมเป็ลูกน้องของเธอไงล่ะ!”
“ชิ!!”
“แล้วจะทำไงต่อกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ!!”
“ฉันก็ให้ลูกน้องฉันตามล่าอยู่ไง!!”
“เธอนี่มันไม่เก่งจริง ๆ!!” แฟลชเดินมาอยู่ข้าง ๆ หญิงสาว “เอาแต่ยืมมือคนอื่นก็แบบนี้ล่ะแล้วตอนไหนมันจะสำเร็จกัน!!”
“!!” เธอร์ร่าใช้สายตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจ
ชายหนุ่มพอเดินมาตรงจุดที่มีน้ำแข็งเขายกมือขึ้นเหนือหัวของตนเองท้องฟ้าสีดำเริ่มมีก้อนเมฆสีดำมากมายมารวมตัวกันพร้อมกับเสียงดังขึ้นเปรี้ยงปร้างอยู่ภายในก้อนเมฆทำให้เธอร์ร่าจ้องมองอย่างสงสัยทันทีว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
“นี่นายจะทำอะไร!?”
“ก็จัดการด้วยไม้หนักไงล่ะ!!” เขาพูดจบก็ใส่แว่นที่ตัวเองสวมมันมีกล้องจำสัญญาณการเต้นของหัวใจอยู่“อยู่นั้นเอง!”
ชายหนุ่มเห็นหัวใจหลายด้วยกำลังไหลตามหัวใจที่มีสีฟ้าอยู่ก้อนเมฆมากมายกำลังก่อตัวกันมากขึ้นหล่อรวมกันเพื่อเกิดสิ่งบางอย่างขึ้น
“ธันนิ่งกัน!!”
พอพูดแบบนั้นก็มีสายฟ้าลูกใหญ่พุ่งลงมาใจกลางระหว่างมิรารีกับพวกลูกน้องหน่วยฟูโรทันทีจนเกิดเป็เหมือนะเิลูกใหญ่จนทุกคนกระเด็นออกไปคนละทาง
“อ๊ายยยยยยยยย!!”
“อ๊ากกกกกกกกก!!”
จบตอนที่ 11 โปรดติดตามต่อตอนที่ 12ต่อไป