"โอ๊ยยยย"เสียงร้องอันเ็ปที่เกิดจากศีรษะกระแทกกับเสาเตียงดังขึ้น
ทำให้ชายหนุ่มต้องหันมอง แล้วรีบเดินเข้าไปหาหลังจากจัดการกับคนร้ายได้แล้ว
"ซ่งอวี้ รีบตามหมอมาดูท่านหญิงเข้าเร็ว"
ะโบอกคนสนิทเรียบร้อยเขาพยุงพานั่งบนเตียง เฉิงเจินจูทำหน้าตาบึ้งตึง มือยังคงจับที่หน้าผากอยู่
"ฉันไม่ได้เป็อะไรมาก จะตามหมอมาทำไม แค่เอาถุงประคบเย็นมาประคบแค่นี้ก็หายแล้ว"
"ถุงประคบเย็นคือสิ่งใดกัน" ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทีมึนงง ว่าที่กล่าวมาเมื่อสักครู่คืออะไร?
เฉิงเจินจูเห็นท่าทีของชายหนุ่ม ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เพราะตัวเองก็ยังเจ็บที่หน้าผากอยู่ จึงะโเรียกหาผู้จัดการส่วนตัว
"ซือซืออยู่ไหน เอาถุงประคบเย็นมาให้ฉันหน่อย"
ะโหาผู้จัดการส่วนตัวเรียบร้อย ก็หันกลับมามองหน้าชายหนุ่ม จากนั้นก็สำรวจั้แ่หัวจดเท้า เพิ่งสังเกตผู้ชายคนนี้ใส่ชุดแต่งงานแบบจีนโบราณด้วย
ด้วยความสงสัยจึงถาม เขาคือพระเอกคนใหม่ที่มารับบทเป็แม่ทัพน้อยใช่ไหม
แต่คำถามของหญิงสาว ยิ่งทำให้ชายหนุ่มทำหน้างงงวยประหลาดใจอย่างที่สุด
เขาขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน สายตาดำดิ่งลึกยิ่งกว่ามหาสมุทร เอาแต่จ้องมอง จากนั้นจึงขยับปากถาม
"ท่านหญิงหัวกระแทกเพียงเล็กน้อย ทำให้ความจำเสื่อมเลยหรือ"
"ความจำเสื่อมบ้าอะไรล่ะ นายนั่นแหละที่เป็ แล้วนี่ทีมงานไปไหนหมด ทำไมเหลือแค่เราสองคน"
"ทีมงาน?"
ยิ่งถามยิ่งไม่ได้คำตอบอะไรเลย เฉิงเจินจูรู้สึกว่า ควรต้องไปหาคำตอบด้วยตนเอง ลุกขึ้นเดินออกจากห้องเพื่อไปหาผู้กำกับและผู้จัดการส่วนตัว
แต่ยิ่งเดินก้าวออกจากห้องไปไม่เท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่มันแปลก ดูไม่เหมือนกองถ่ายที่เธอมาปักหลักถ่ายทำละครเลย
ทุกคนที่นี่ล้วนตกแต่งกายด้วยชุดโบราณกันหมด ก่อนถ่ายทำก็ยังเป็ตอนกลางวันอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้ฟ้ามืด
ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็จะถูกคนเรียกว่าฮูหยินน้อย เธอหยุดเดินและมองดูรอบๆ
แน่ใจแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่กองถ่ายแน่นอน แต่ก่อนหน้านี้กำลังถ่ายละครอยู่ไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้
เธอไม่รอช้าหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้อง จากนั้นจึงนั่งลงที่เตียงหน้าตาตื่นตระหนกใ พอตั้งสติได้ก็หันมาถาม
"ที่นี่ที่ไหน?"
"จวนโม่"ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะนั่งดื่มชาอย่างสบายใจ
"ท่านหญิงคงไม่ได้ลืมหรอกใช่ไหมว่าคืนนี้เป็วันแต่งงานของเรา"
"แต่ดูท่าพิธีเข้าห้องหอ คงต้องข้ามไปอยากช่วยไม่ได้ ดูจากสภาพห้องแล้ว..."
ขณะที่พูดก็กวาดสายตามองไปรอบๆห้องที่ข้าวของแตกกระจัดกระจายเต็มไปหมด บ่าวรับใช้กำลังเก็บกวาด
สาวรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องทำความเคารพก่อนจะพูดว่า "ท่านแม่ทัพน้อย"
"ท่านหญิง อี้ชินอ๋องมาเ้าค่ะ"
"อี้ชินอ๋อง"หญิงสาวพูดออกมาเบาๆ รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้มาก ในที่สุดก็จำได้จึงทำตาโต ปากกว้างอย่างลืมตัว
อี้ชินอ๋องชื่อตัวละครอีกคนหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะถือเป็ผู้ที่สนิทสนมกับท่านหญิงเสี่ยวถงมากที่สุด แต่ยังไม่ถึงคิวต้องเข้าฉาก ทำไมถึงออกมาตอนนี้ได้
ไม่ทันที่หญิงสาวจะตั้งตัว อี้ชินอ๋องก็ถือวิสาสะเดินเข้ามาหาถึงในห้องหอ ทำเหมือนไม่มีท่านแม่ทัพน้อยอยู่ด้วยเลย
"เสี่ยวถง ได้รับาเ็ตรงไหนบ้างหรือไม่"
หญิงสาวได้แต่ส่ายศีรษะ ตอบกลับไปเท่านั้น ยังงวยงงกับสิ่งที่ได้พบเจอในตอนนี้
แต่รอยแดงบนหน้าผากที่ปรากฏชัดทำให้อี้ชินอ๋องรู้ว่า นางได้รับาเ็
จึงไม่พอใจอย่างมาก หมุนตัวหันกลับไปจ้องหน้าท่านแม่ทัพน้อย
"นี่มันอะไรกัน คืนแต่งงานแท้ๆ แต่เ้าสาวเ้าบ่าวถูกลอบทำร้าย ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวถงก็ได้รับาเ็"
อี้ชินอ๋องพูดจบจับข้อมือ ดึงตัวนางให้ลุกขึ้นจากเตียง จะพาออกไปจากห้องนี้
แต่ก็ถูกท่านแม่ทัพน้อยคว้าข้อมืออีกข้างหนึ่งไว้ ถามด้วยน้ำเสียงเ็า
"ชินอ๋อง ไม่ทราบว่ากำลังจะทำอะไร?"
"ข้าจะพาเสี่ยวถงไปจากที่นี่"
"หึ!พาไป ถึงชินอ๋องจะสนิทสนมกับฮูหยินของข้ามากแค่ไหน ก็ควรจะถามสามีของนางก่อน ว่าอนุญาตหรือไม่"
คำพูดของแม่ทัพน้อย สร้างความไม่พอใจให้กับอี้ชินอ๋องเป็อย่างมาก เขายกนิ้วชี้หน้าน้ำเสียงตวาดอย่างมีโทสะ
"โม่จวินอู๋"
"ชินอ๋องหากไม่มีอะไรแล้ว ขอเชิญกลับไปพักผ่อนที่จวนของท่านจะดีกว่า"
เฉิงเจินจูที่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน ได้แต่หันมองซ้ายทีขวาที เพราะยังงงกับเหตุการณ์ที่ประสบพบอยู่ทำให้ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ถึงอี้ชินอ๋องจะถูกไล่ก็ไม่ยอมไปง่ายๆ ยื่นนิ้วชี้ตรงรอยแผลที่หน้าผากของหญิงสาว
"เ้าเห็นนี่ไหม เป็เพราะพวกเ้าคุ้มครองไม่ดี ทำให้ได้รับาเ็ ยังกล้าขัดขวางห้ามไม่ให้พาไปอีกหรือ"
หญิงสาวถูกนิ้วชี้ของอี้ชินอ๋อง จิ้มไปที่รอยแดงอยู่หลายครั้ง จนทำหน้าเบ้เบี้ยวและร้องออกมาเบาๆ ว่าเจ็บ
"เจ็บ..จะมาจิ้มหน้าผากกันทำไม"
"ข้าขอโทษ เจ็บมากไหม" เมื่อสักครู่ที่ใช้นิ้วจิ้มไปเกิดจากความไม่ตั้งใจ จึงรีบขอโทษหญิงสาว
แต่ดูเหมือนจะเป็การออดอ้อนทำให้แม่ทัพน้อยโม่จวินอู๋ไม่พอใจสักเท่าไหร่