เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 3 บทที่ 79 โดราเอจ้าน

            "อิ๋ง" 

            เฉียวเยว่แค่นเสียงหึ "ท่านอย่ามาแกล้งทำเสียงสุนัขร้องหน่อยเลยนึกว่าแกล้งทำเป็นสุนัขเยาะหยันข้า แล้วข้าจะกลัวท่านหรือ?" 

            "อิ๋งอิ๋ง" เสียงดังขึ้นอีกครา

            เฉียวเยว่เริ่มสังเกตว่าไม่ถูกต้องเอ๋? นางมองไปรอบๆก่อนมองหรงจ้านด้วยสายตาคลางแคลง 

            "ท่านพี่จ้าน" 

            น้ำเสียงหวานขึ้นทันควันนางจับมือของหรงจ้าน ทำตัวน่ารักอย่างยิ่ง

            "ท่านพี่จ้านท่านเป็นพี่ชายที่ดีเลิศ ข้ารู้ ท่านรักเฉียวเยว่ที่สุด ฮิฮิ" 

            ความสามารถในการเปลี่ยนสีหน้าเร็วขนาดนี้ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถทำได้

            ซูซานหลางทนมองไม่ไหวอีกต่อไป "ซูเฉียวเยว่เจ้าสงบเสงี่ยมให้ข้าหน่อย"

            เฉียวเยว่ทำหน้าซุกซน "สงบเสงี่ยมคืออันใดกินได้หรือไม่ ข้าเป็นเด็กน้อย ไม่จำเป็นต้องสงบเสงี่ยมข้าเป็นแม่นางน้อยที่น่ารักที่สุด ใช่หรือไม่เจ้าคะพี่ชายท่านพี่จ้านของข้าหล่อเหลาปานต้นหยกล้อลม คิ้วดาบเนตรดารา อ่อนโยนงามสง่าใต้หล้านี้ยากจะหาบุรุษคนไหนมาเทียบเทียมได้" 

            "หงิงงี้ดดดด..." เสียงเล็กๆ ค่อนข้างแผ่วเบาเฉียวเยว่ก้มลงมองข้างล่างแต่ไม่เห็น ตัดสินใจปีนขึ้นข้างบนเสียเลยนางเตรียมขึ้นตักของหรงจ้าน

            ใบหน้าอาบรอยยิ้มของหรงจ้านพลันแตกเป็นเสี่ยงๆเขาหิ้วคอเสื้อของเฉียวเยว่ขึ้นมาแล้วจับนางไปวางไว้ไกลๆ "ระวังกิริยาของเจ้าหน่อย" 

            เฉียวเยว่เอานิ้วชนกัน "ท่านพี่จ้าน ข้าก็แค่ 'ซมซอบ' ท่านเท่านั้นเอง"

            แม้แต่ถ้อยคำปรกติดีๆก็พูดไม่เป็นแล้ว 

            หรงจ้านยิ้มอย่างจนปัญญาพลางชี้ไปที่ด้านหลังของตนเอง"ข้ายกให้ เจ้าต้องการหรือไม่?" 

            เฉียวเยว่ร้องเฮรีบวิ่งไปอุ้มลูกสุนัขขึ้นมาทันที โดยไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย 

            นางลูบสุนัขน้อยดีใจจนไม่รู้จะว่าอย่างไร "เด็กดีเจ้ามาจากไหนหรือ เจ้าน่ารักมากเลยนะ"  

            ลูกสุนัขยังเล็กมากเหมือนเพิ่งจะคลอดออกมาเพียงไม่กี่วัน ตัวยังเหี่ยวย่น ฟันยังไม่ขึ้นสักซี่ร้องหงิงๆ เสียงเบา

            เฉียวเยว่อุ้มลูกสุนัขเดินมาด้านหน้าหรงจ้านอย่างมีความสุขดวงตาทอประกายระยิบระยับ "ท่านพี่จ้านท่านยกมันให้ข้าจริงหรือ?"

            นางมีความไม่อยากเชื่ออยู่บ้างแต่ก็ประหลาดใจและดีใจอย่างยิ่ง 

            หรงจ้านพยักหน้า "เห็นเจ้าตัวเล็กท่าจะกินเก่งสิ้นเปลืองอาหารก็เลยไม่อยากเลี้ยงมันไว้ คร้านจะดูแล เจ้า... อยากได้หรือไม่?" หรงจ้านทำท่าทางเหมือนจะรังเกียจมาก

            เฉียวเยว่รีบพยักหน้าอย่างแรง "ข้าอยากได้ ข้าอยากได้ข้าชอบมันมาก"

            หลังจากนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรได้รีบหันไปมองซูซานหลาง

            "ท่านพ่อข้าเลี้ยงมันได้หรือไม่? ข้าจะป้อนอาหารให้มัน จะดูแลอย่างดีไม่ให้มันไปกัดคนอื่น ข้าจะเก็บอึให้มันด้วย" เฉียวเยว่จริงจังมาก

            ด้วยเกรงว่าบิดาจะไม่อนุญาตจึงพูดต่ออีกว่า "ข้าจะเฝ้ามันไว้ไม่ให้เห่าเสียงดัง หรือวิ่งซี้ซั้ว" 

            ซูซานหลางเห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังของบุตรสาวไหนเลยจะเอ่ยคำว่า 'ไม่'ลงคอ เขาพยักหน้า "เมื่อรับเลี้ยงแล้วก็ต้องดูแลมันอย่างดี เข้าใจหรือไม่?"

            เฉียวเยว่ตบมือกระโดดโลดเต้นตอบเสียงดัง "เจ้าค่ะ"

            นางอุ้มลูกสุนัขวิ่งวนไปสองรอบนึกได้ว่านี่คือสุนัขที่หรงจ้านมอบให้ จึงเดินมาข้างกายเขาแล้วถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ท่านพี่จ้านเจ้าคะมันอายุเท่าไรแล้ว"

            สีหน้าของหรงจ้านเรียบเฉยมองอารมณ์ไม่ออก "ประมาณสามสี่วันกระมังเป็นสุนัขตัวเมีย เจ้าก้อนหิมะของเสด็จย่าคลอดมันออกมา เสด็จย่าส่งมาให้ข้าเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อันใด ท่าทางดูเป็นสุนัขโง่ๆ ไม่เหมาะสมกับข้าเท่าไร มิสู้เอามาให้เจ้า มันดูเข้ากับเจ้ามากกว่า" 

            เฉียวเยว่ไหนเลยจะเชื่อถ้อยคำของหรงจ้าน

            ช่างเป็นบุรุษที่ปากไม่ตรงกับใจอยู่ดีๆ ไทเฮาจะทรงยกสุนัขให้เขาได้อย่างไร เขาขอมาให้ตนเองชัดๆ นึกมาถึงตรงนี้ก็วิ่งรอบตัวเขาอย่างเริงร่า"ไม่ว่าเรื่องใดท่านพี่จ้านก็นึกถึงข้าเสมอข้ามีความสุขมาก ยอดเยี่ยมที่สุดเลย" 

            "ใครนึกถึงเจ้า?เพราะไม่ชอบถึงยกให้เจ้าหรอก" 

            เฉียวเยว่อุ้มลูกสุนัขสองมือแล้วเอาใบหน้าของตนเองมาถูกับขาของหรงจ้าน "ท่านดีที่สุด ท่านดีที่สุด"

            "นี่เจ้าทำอันใดเจ้า..."

            แม้จะกลับเมืองหลวงมาไม่นานแต่ทุกคนต่างรู้ว่าอวี้อ๋องเป็นโรครักสะอาดแต่ดูจากพฤติกรรมของเด็กน้อยผู้นี้ก็รู้ได้ว่าความสะอาดในนิยามของแต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ 

            เฉียวเยว่ซาบซึ้งใจจะตายอยู่แล้วแม้ว่าทุกคนจะกล่าวว่าอวี้อ๋องเป็นคนอารมณ์แปรปรวน แต่ในสายตาของนางแท้จริงแล้วอวี้อ๋องแค่เป็นชายหนุ่มที่เอาใจยากหน่อย คือฉบับขยายของหมิ่นจื้อรุ่ยแม้ว่าพวกเขาจะพูดกับนางไม่ดี แต่กลับรักและเอ็นดูนางมาก 

            "ท่านพี่จ้านข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะชอบท่านตลอดไป" นางกล่าวอย่างจริงจัง

            หรงจ้านทำสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "อ้อ ที่แท้เมื่อก่อนเจ้าก็ไม่ได้คิดจะชอบข้าตลอดไปนี่เอง"

            หักหน้าได้ดี! 

            เฉียวเยว่หัวเราะคิกอย่างไร้เดียงสา "เมื่อก่อนก็ชอบแต่ข้าไม่รู้ว่าต่อไปท่านจะยังชอบข้าอยู่หรือเปล่า เอาไว้ท่านตบแต่งภรรยาเมื่อไรยังจะสนใจอีกหรือว่าข้าเป็นใคร ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะชอบข้าตลอดไปได้ แต่ตอนนี้ข้าตัดสินใจแล้วถึงแม้ว่าภายหน้าท่านจะไม่ชอบข้า ข้าก็ยังจะชอบท่านอยู่ดีเพราะท่านคือพี่ชายที่ดีที่สุดของข้า" 

            หรงจ้านเลิกคิ้ว ถอนหายใจ "เจ้าคิดไกลเกินไปแล้วเรื่องแต่งงาน..."

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ต่อให้ท่านแต่งงานกับอสูรข้าก็ยังเห็นท่านเป็นพี่ชายของข้าเสมอ และจะชอบท่านชั่วชีวิตเลย" 

            เฉียวเยว่วางสุนัขลงแล้วจับมือเขา หรงจ้านสะบัดมือ แต่ไม่อาจสลัดมือของนางให้หลุดได้เฉียวเยว่กุมมือเขาไว้แน่น พูดอย่างจริงจังหนักแน่น "ข้าชอบของขวัญที่ท่านมอบให้ ชอบมากๆขอบคุณนะเจ้าคะ ท่านพี่จ้าน"

            หรงจ้านมองมือของนางที่จับมือของตนเองอยู่เอ่ยเสียงเบา "เฉียวเยว่..."

            เฉียวเยว่เงยหน้า "หืม?" ก่อนทำหน้ายิ้มเผล่ "ท่านพี่จ้านมีสิ่งใดจะสั่งการข้าทำได้ทุกอย่าง เพราะข้าคือเยว่สารพัดนึก!" 

            หรงจ้านหัวเราะหึๆหลังจากสงบอารมณ์ได้ ก็ชี้ไปที่มือของนาง พูดเน้นทีละคำทีละประโยค "อย่า-เอา-มือ-ที่-อุ้ม-สุ-นัข-มา-แตะ-ตัว-ข้า"

            เฉียวเยว่เปล่งเสียงอ้อแล้วถาม "เพราะเหตุใด?"

            หรงจ้านสูดหายใจลึกพยายามผลิยิ้มอ่อนจาง "สกปรก"

            "ไม่สกปรกสักหน่อยหลังจากอุ้มเสร็จแล้ว ค่อยล้างมือก็ได้ ท่านพี่จ้านเดินทางมาเปรอะเปื้อนฝุ่นละอองเยอะกว่าอีก สิ่งเหล่านี้ไม่นับว่าเป็นอะไรเลยแต่หากท่านไม่ชอบ วันหลังหากข้าอุ้มมันเสร็จ ก็จะไม่จับมือของท่าน"

            หรงจ้านพยักหน้า "เจ้ารู้ก็ดี นอกจากนี้อย่าเอาหน้าของเจ้ามาถูขาของขาด้วย ข้ารังเกียจความสกปรก"

            สกปรกอีกแล้ว

            เฉียวเยว่รู้สึกว่านี่เป็นการเป่าขนหาข้อด้อย[1] ชัดๆคนบางคนไม่ชอบสุนัข จุดนี้นางเข้าใจได้ แต่นางไม่เข้าใจบุรุษตรงหน้านี้เลย

            เฉียวเยว่ทำปากยื่น "หน้าข้าสะอาดกว่าขาของท่านเสียอีก"

            หรงจ้านยกยิ้มย้ายเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย"ไม่เห็นจะรู้สึก"

            เฉียวเยว่มองผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะคิดว่าคนผู้นี้ต้องเพิ่งใช้เช็ดโต๊ะเป็นแน่แท้ ฮึ! บ้านของนางสะอาดมากคนผู้นี้เป็นโรคอนามัยจัดหรือไง? นึกมาถึงตรงนี้ เฉียวเยว่ก็เข้าไปกอดเขาไว้ พลางหัวเราะคิกคัก"เรียกข้าไกวเยว่ มิเช่นนั้นข้าจะไม่ปล่อยมือ"

            ซูซานหลางเหมือนอยู่ท่ามกลางพายุเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดบุตรของเขาถึงควบคุมยากเย็นเช่นนี้ พอเห็นตำแหน่งที่มือเล็กจ้อยของนางวางอยู่ซูซานหลางก็เอ่ยถึงทันที "ซูเฉียวเยว่เจ้าลุกขึ้นมายืนดีๆ ให้ข้าเดี๋ยวนี้ หากทำท่านพี่อวี้อ๋องของเจ้ากระดูกเคลื่อนอีกข้าจะหยิกเจ้าให้ตายไปเลย" 

            เฉียวเยว่ร้องเอ๋หลังจากนั้นก็มองไปที่แขนของเขา ก่อนจะหัวเราะแหะๆ "วางใจเถิดเจ้าค่ะ ครานี้ข้าจะระมัดระวังไม่ทำให้ท่านพี่จ้านผู้แสนดีที่สุดได้รับบาดเจ็บอีกแน่นอน"

            หรงจ้านหิ้วคอเสื้อของนางแล้วเอาไปวางในตำแหน่งที่ไกลหน่อยแล้วค่อยๆ เอ่ยว่า "พรุ่งนี้ข้าต้องเข้าวังค้างคืนที่นั่นหลายวันจนกว่าจะถึงปีใหม่ถึงออกจากวัง"

            เฉียวเยว่เข้าใจในฉับพลัน "ได้ ข้าจะไม่ไปหาท่านที่จวน"

            หรงจ้านจิ้มหน้าผากของนาง "ข้ามิได้หมายความเช่นนี้เจ้าจะไปหาข้าหรือไม่ ล้วนไม่สำคัญ"

            เฉียวเยว่ยิ้มอย่างมีเลศนัยนางสะกิดหรงจ้าน สะกิด สะกิด สะกิด

            "ท่านนี่ไม่ซื่อสัตย์เอาเสียเลยข้ารู้หรอก ท่านกลัวว่าข้าจะไปหาเก้อก็เลยแวะมาบอกโดยเฉพาะใช่หรือไม่ วางใจเถอะหลังท่านออกจากวังก็เป็นช่วงวสันต์อบอุ่นบุปผาเบ่งบาน พวกเราค่อยออกไปเที่ยวย่ำขจีด้วยกันดีหรือไม่? ตามเสด็จพี่รัชทายาทกับพี่ชายหมิ่นไปด้วยฮิฮิฮิ พวกเราก็มีคนไปเป็นกุลีแล้ว"

            ดวงตาของเฉียวเยว่ฉายแววเจ้าเล่ห์แสนกลท่าทางช่ำชองในการวางเล่ห์กล 

            หรงจ้านมองนางอย่างพิจารณาเฉียวเยว่ยืดอก "รับรองว่าไม่ให้ท่านทำงานแน่นอน"

            หรงจ้านหัวเราะพรืดออกมาสำราญใจอย่างที่น้อยนักจะได้เห็น เขาลูบศีรษะของเฉียวเยว่ "เด็กดี"

            หลังจากนั้นก็เอ่ยอีกว่า "ของขวัญเอามาให้เจ้ามอบหมายให้บิดาของเจ้าแล้ว เมื่อเจ้าชอบลูกสุนัข ก็เลี้ยงมันเถอะ อย่าทำมันตายเล่าไว้ข้าจะกลับมาตรวจสอบ" 

            เฉียวเยว่ยอบกายทำความเคารพ "หม่อมฉันขอรับรองว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพคะ"

            หรงจ้านรู้สึกว่านางน่ารักมากก้มลงมาหยิกแก้มตุ้ยนุ้ยของนาง"ลดความอ้วนหรือ?"

            คอของเฉียวเยว่พับตกลงมา แววตาน่าเวทนายิ่งกว่าลูกสุนัขเริ่มคร่ำครวญอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ "ท่านพี่จ้าน บิดาไม่ให้ข้ากินข้าว ฮึกๆข้าน่าสงสารมาก พวกเขาจะให้ข้าลดความอ้วนให้ได้แต่เด็กน้อยต้องอ้วนท้วนถึงจะน่ารักไม่ใช่หรือ ผู้อื่นยังไม่ได้กินข้าวเลย"

            เฉียวเยว่ดึงชายเสื้อของหรงจ้านอย่างฉอเลาะท่าทางน่าเวทนาอย่างยิ่ง หรงจ้านหันไปมองซูซานหลาง ซูซานหลางพลันกระอักกระอ่วนแต่ยังคงต้องเอ่ย "เจ้ากระต่ายอ้วนหากเจ้ายังอ้วนเช่นนี้ต่อไปคงจะถูกคนจับไปเชือดกินเนื้อสักวัน"

            "แต่ผู้อื่นยังเป็น...ยังเป็นเด็กน้อยอยู่นะ" เฉียวเยว่ไม่ยอมลดราวาศอก

            "ข้าก็ยังไม่เห็นเจ้าผอมลงเลย"หรงจ้านหยิกแก้มของนาง

            เฉียวเยว่มองซูซานหลางอย่างไม่อยากเชื่อ "มะ... มะ... มะ ไม่ผอม?"

            นางชี้มาที่ตนเองพลางตะโกนเสียงดัง "ข้าอดถึงขนาดนี้ยังไม่ผอมอีกหรือ?" 

            นี่จะเอาชีวิตกันเลยใช่หรือไม่ 

            หรงจ้านกลั้นหัวเราะพลางพยักหน้า "ใช่ยังไม่ผอม แล้วจะทำอย่างไร? กระต่ายน้อยจะอ้วนไปตลอดชีวิตหรือ?"

            "ไม่เป็นไรต้องอ้วนสิ ถึงจะงาม" เฉียวเยว่ตอบทันควัน

            หรงจ้านหยิกแก้มของนางอีกครั้งเฉียวเยว่รู้สึกว่าใบหน้าของตนเองถูกเขาหยิกจนจะย้วยหมดแล้ว "ท่านพี่จ้านท่านเอาของกินมาให้ข้าหรือไม่?"

            "ไม่มี"หรงจ้านส่ายหน้า

            เฉียวเยว่พลันคอตกรำพึงรำพัน "ข้านี่ช่างน่าสงสารยิ่งนัก"

            น้ำเสียงของนางอู้อี้แฝงไปด้วยความน่าเวทนาสงสารราวกับตุ๊กตาน้อยตัวหนึ่ง

            หรงจ้านเห็นเปียน้อยของนางหลุดออกมาจึงใช้มืออีกข้างมัดขึ้นไปให้แล้วกระซิบเสียงเบา "ในกล่องสีน้ำตาลมีผ้าพับหนึ่งด้านในข้างใต้วางขนมอยู่แถวหนึ่ง ข้าแอบซ่อนไว้ให้เจ้า"  

            เฉียวเยว่หันไปมองนึกประเมินว่าเขาพูดจริงหรือไม่ แต่กลับเห็นหรงจ้านลุกขึ้นยืน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม "คุณชายสามไม่ทราบว่าจะออกไปส่งข้าผู้เป็นอ๋องได้หรือไม่?"

            "ท่านอ๋องเชิญพ่ะย่ะค่ะ" ซูซานหลางตอบทันที

            เฉียวเยว่อุ้มลูกสุนัขแล้วทำท่าโบกมือทั้งคนทั้งสุนัข"ท่านพี่จ้าน ไว้มาเที่ยวอีกนะเจ้าคะ ท่านพี่จ้านข้าชอบท่านที่สุด ท่านพี่จ้าน..." 

            ซูซานหลางหันมาทำตาดุใส่ "หุบปาก"

            เฉียวเยว่หัวเราะแหะๆ

            หลังจากคนไปแล้วนางก็หันมาสั่งอวิ๋นเอ๋อร์ "เจ้าช่วยข้าหากล่องหรือกรงสักใบให้ลูกสุนัข"

            พอเห็นว่าในห้องไม่มีคนแล้วนางก็เริ่มไปรื้อค้นข้าวของ...

            คิก คิก คิก

            หรงจ้านเป็นเทพสวรรค์เดินดินแท้ๆ

            ...

            [1] เป่าขนหาข้อด้อยหมายถึงจ้องจะจับผิดหาข้อบกพร่องของผู้อื่น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577