รุ่งเช้าที่อากาศสดใสแดดอ่อน ๆ โลมไล้น้ำค้างที่เกาะอยู่บนยอดหญ้านกตัวน้อยบินเกาะกลุ่มกันออกจากรังเพื่อหาอาหารเหล่าเด็กชายต่างพากันออกหาสมุนไพรอย่างร่าเริง
เมื่อนึกถึงยาเม็ดที่ขายได้ราคาดีเมื่อวานแล้วทำให้ทุกคนต่างมีความกระตือรือร้นในการค้นหาสมุนไพรกันอย่างมาก วันนี้เด็ก ๆออกจากบ้านเพื่อหาสมุนไพรกันแต่เช้าด้วยความหวังที่จะได้สมุนไพรหายากที่สามารถปรุงเป็ยาดีๆ ได้
เช้านี้อากาศค่อนข้างดีทำให้เด็กๆ ต่างพากันเดินค้นหาสมุนไพรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแต่โชคไม่ดีที่วันนี้พวกเขาไม่เจอสมุนไพรที่ดี ๆ เลย มีเพียงสมุนไพรทั่ว ๆไปให้พบเห็นได้ซึ่งตอนนี้ราคาตกต่ำมาเนื่องจากร้านขายยามีของเก็บไว้มากเกินพอเหล่าเด็ก ๆ จึงทำเพียงจดจำตำแหน่งของสมุนไพรนั้นและปล่อยให้เติบโตต่อไป
“เฮ้อวันนี้น่าเสียดายจัง ไม่ได้เจอสมุนไพรดี ๆ เลยแฮะ”
พอลบ่นขึ้นอย่างอดไม่ได้เพราะเขาคาดหวังว่าวันนี้จะได้สมุนไพรดี ๆ ไปขายและได้กินขนมหวานในตอนเย็นอีกครั้งแต่ดูท่าวันนี้จะอดเสียแล้ว
“นั่นนะสินี่เราก็เดินกันมาครึ่งค่อนวันแล้วนะ เจอแต่สมุนไพรพื้น ๆ ทั้งนั้นเลยเห็นทีจะอดขนมหวานแน่นอนเลย”
บันเห็นด้วยกับพอลในเื่นี้แม้แต่แอลยังพยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วย ถึงวันนี้จะอากาศดีแต่การออกมาเดินเสียเที่ยวอยู่ในป่าลึกอย่างนี้ก็ไม่ใช่เื่ที่น่ายินดีสักเท่าไหร่
“เอาน่าเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ เราน่าจะเจออะไรดี ๆ บ้างแหละนะ” เรซยังคงให้กำลังใจเพื่อน ๆอยู่ เขาคาดหวังว่าจะได้เจออะไรดี ๆ ก่อนจะกลับบ้านบ้าง
“ทางนั้นฉันว่ามีอะไรบางอย่าง”
โนบลินเอ่ยขึ้นพลางชี้ไปทางซ้ายมือเด็ก ๆ ต่างหันไปมองตามทิศทางที่โนบลินชี้และเห็นไม้พุ่มหนา สูงประมาณอกงอกอยู่ใต้ซุ้มเรือนยอดไม้ใหญ่ที่ขึ้นแน่นขนัด ทำเอาเด็ก ๆ งงกันเป็แถบ ๆว่าโนบลิน้าให้ดูอะไรกันแน่
“เอ่อ…อะไรบางอย่างของนายนี่มันคืออะไรกันเหรอโนบลินใช่พุ่มไม้นั้นรึเปล่า” เรซถามอย่างสงสัย
“เปล่า”ว่าแล้วโนบลินก็เดินตรงเข้าไปที่พุ่มไม้หนานั้นและก้มลงไปหยิบสิ่งของบางอย่างขึ้นมา
มันคือก้อนหินขนาดประมาณกำปั้นของเด็กน้อยสองข้างรวมกันมีเงาสะท้อนเล็กน้อยคล้ายโลหะแต่มีสีครามจาง ๆ พอลเดินเข้าไปดูใกล้ ๆว่ามันคืออะไรแต่ก็ดูไม่ออกว่ามันพิเศษตรงไหนเพราะไม่ว่าจะมองยังไงมันก็คือก้อนหินที่มีสีครามนิดหน่อยเท่านั้นเอง จากนั้นเด็กคนอื่นก็เดินตามเข้ามาดูด้วยจนกลายเป็ภาพที่เด็กสี่คนยืนล้อมเด็กคนหนึ่ง
“นี่มันหินอะไรเหรอโนบลินมันใช้ผสมทำยาได้อย่างนั้นเหรอ?” บันถามอย่างสงสัย
“อืม..ไม่ใช่”โนบลินตอบพร้อมกับส่ายหน้า
“นี่คือ [ไอโรนี] : Ironiแร่โลหะที่เบากว่าเหล็ก แต่แข็งแกร่งมากกว่าสามเท่านิยมเอาไปทำอาวุธกัน ถ้าเอาไปขายน่าจะได้ราคาดีนะ” โนบลินอธิบายให้ฟัง
“เอ๋นี่นายรู้จักแร่พวกนี้ด้วยเหรอ นอกจากรู้จักสมุนไพร รู้วิธีปรุงยาแล้วนี่นายยังรู้จักแร่พวกนี้อีกเหรอ นายนี่เจ๋งเป็บ้าเลย”พอลร้องออกมาอย่างตื่นเต้น ก็ใครจะไปคิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะมีความสามารถขนาดนี้ได้
“อืมก็พอรู้บ้างนะว่าแต่เราช่วยกันค้นหารอบ ๆ นี้ดีกว่าเผื่อจะมีไอโรนีอยู่อีก มันใช้ทำอาวุธระดับ Cเป็อย่างน้อยเลยนะ”
โนบลินแนะนำเพื่อน ๆและเด็ก ๆ ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกัน จึงกระจายตัวกันออกค้นหาแร่ไอโรนีกันอย่างตื่นเต้นเพราะแร่ที่ใช้ทำอาวุธระดับ C ได้ย่อมไม่ใช่ของธรรมดา เพราะโดยทั่วไปในเมืองนี้มีเพียงอาวุธที่ทำจากเหล็กกล้าที่แม้จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าเหล็กแต่ก็มีน้ำหนักมากจนหลายคนไม่อยากใช้กัน
เมื่อถึงเวลาต้องกลับเด็กๆ สามารถรวบรวมก้อนแร่มาได้ถึงสิบหกก้อนแต่เมื่อโนบลินตรวจสอบแล้วพบว่าเป็แร่ไอโรนีเพียงสามก้อนที่เหลือเป็แร่เหล็กธรรมดา
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือว่าได้เปิดหูเปิดตากับความรู้ใหม่เกี่ยวกับแร่โลหะหายากเพราะยังไงเสียความฝันของเหล่าเด็กชายก็คือการได้เป็นักรบเวทที่มีอาวุธที่สุดยอดเป็ของตัวเองอยู่แล้ว
“เอาล่ะน่าจะต้องกลับกันแล้วล่ะ” เรซเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็เวลาบ่ายแก่ ๆ แล้ว
จากนั้นเด็ก ๆจึงพากันเดินทางกลับไปที่เมืองตามทางเดิมที่ค่อนข้างคุ้นเคยแล้วเพราะเคยเดินทางเข้ามาหลายรอบ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่เพราะถึงแม้จะเข้ามาในเขตป่าลึกได้ไม่เท่าไหร่แต่ก็อาจมีสัตว์ร้ายที่หลงออกมานอกเขตก็เป็ได้ดังนั้นโดยปกติชาวเมืองจะไม่เข้ามาในเขตป่าลึกถ้าไม่จำเป็หรือว่าเรียนรู้เวทต่อสู้แล้วเท่านั้น
“เฮ้ยเ้าหนูออกมาทำอะไรกันเนี่ย”
เสียงหนึ่งดังขึ้นระหว่างที่เด็กๆ กำลังเดินกลับเข้าเมือง เมื่อมองไปยังทิศทางของเสียง เด็ก ๆพบกับชายสามคนที่สวมชุดคลุมสีเทาดำกำลังเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคามรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าของชายทั้งสามคน
“วันนี้ไปเที่ยวเล่นกันที่ไหนมาเหรอหนูๆ ไม่รู้หรือไงว่านี่มันเขตของพี่ ถ้าจะเดินผ่านก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางนิดหน่อยรู้รึเปล่า”ชายคนหน้าสุดที่มีรูปร่างผอมสูงผิวเข้ม กล่าวข่มขู่เด็ก ๆจนบันเริ่มตัวสั่นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“พะ..พวกเราไม่มีเงินหรอกครับขะ..ขอร้องให้ปล่อยพวกเราเข้าเมืองไปด้วยเถอะ เดี๋ยวคุณลอเลนซ์จะดุเอา”
เรซพยายามทำใจดีสู้เสือทั้งที่จริงๆ แล้วรู้สึกกลัวอยู่เต็มอกแต่ด้วยความที่เป็เสมือนพี่ใหญ่ของทุกคนจึงต้องออกหน้าแทนน้อง ๆ ที่ตอนนี้พากันใจนแทบร้องไห้กันแล้ว
“เฮ้ย เฮ้ย ลอลงลอเลนซ์อะไรกันเล่า ก็บอกแล้วไงว่าถ้าจะผ่านทางนี้ยังไงก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางถ้าไม่มีก็ผ่านไม่ได้” ชายอีกคนที่อยู่ทางซ้ายมือที่มีรูปร่างท้วมกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่น่ากลัวทำให้ชายอีกคนที่ร่างกายซูบซีดด้านข้างหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว
“ระ…เราไม่มีเงินหรอกปล่อยพวกเราไปเถอะ” พอลขอร้องด้วยเสียงสั่นเครือ
“ได้ยังไงเล่ากฏก็ต้องเป็กฏ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ถ้าจะผ่านทางนี้ก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางเข้าใจไหม”
“ตะ..แต่พวกเรา...มะ..ไม่เคยได้ยินว่ามีกฏแบบนั้นเลยนี่นา”บันพูดขึ้น
“บ๊ะ! ไอ้เด็กนี่”ชายคนที่เหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่มเดินเขามากระชากคอเสื้อของบันจนทุกคนใ
“กฎมันก็ต้องถูกตั้งขึ้นโดยคนที่แข็งแกร่งสิวะคนกระจอก ๆ ก็ต้องก้มหน้ายอมรับแล้วก็ทำตาม เซ่!!”จากนั้นเขาโยนบันลงไปกับพื้นโครมใหญ่
แอลกับพอลรีบเข้าไปดูบันที่กองอยู่บนพื้นความเ็ปจากการถูกโยนนั้นเทียบไม่ได้กับความกลัวที่เกาะกุมในใจของบันจนร้องให้ออกมาถึงยังไงเขาก็แค่เด็กอายุเก้าขวบ คนอื่น ๆ ก็ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกัน
“ระ..เราไม่มีเงินหรอกต..แต่เอาแร่นี่ไปแทนได้ไหม?” เรซพูดพลางยื่นไอโรนี่ก้อนหนึ่งให้กับพวกผู้ร้าย
“หืมนั่นของดีเลยนี่หว่า แกไปได้มาจากไหนล่ะเ้าหนู?”
ชายร่างท้วมถามขึ้นเมื่อเห็นก้อนแร่ที่เรซยื่นมาให้ถึงแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ไอโรนีก้อนแค่นี้ก็ขายได้เกือบ ๆสองร้อยเหรียญทองเลยทีเดียว
“ถ้าส่งมาั้แ่แรกก็สิ้นเื่แล้วแท้ๆ” ชายอีกคนเดินเข้ามารับก้อนแร่ไอโรนีจากเรซอย่างพอใจและเก็บลงในกระเป๋า“แค่นี้ก็ผ่านได้แล้ว” ชายคนนั้นกล่าว
“เดี๋ยว!”ชายที่เป็หัวหน้ากล่าวขึ้นก่อนที่เด็ก ๆ จะทันได้ออกเดิน
“โจนส์ค้นตัวพวกมันซิ มันอาจจะมีแร่นี่อีกก็ได้”เขาบอกเพื่อนคนที่มีรูปร่างอวบพร้อมกับส่งสายตาข่มขู่มายังพวกเด็ก ๆ
ชายร่างอวบที่เรียกว่าโจนส์เดินเข้าไปค้นตัวเด็กๆ ทีละคน ๆ ทั้งในประเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง และกระเป๋าหนังที่แต่ละคนสะพายอยู่จนสุดท้ายพบแร่ไอโรนีอีกสองก้อนอยู่ที่กระเป๋าสะพายของเรซเขาหยิบมันขึ้นมาทั้งสองก้อนและชูขึ้นให้คนที่เหมือนหัวหน้าได้ดู
“อ้าว ไอหนูนี่ยังมีแร่หายากเก็บเอาไว้อีกตั้งสองก้อนเลยเหรอ”เขาพูดแล้วกวาดตามองพร้อมส่งสายตาโเี้มายังกลุ่มเด็ก ๆ
“แร่นี่พวกแกเอาไปก็ไม่รู้วิธีใช้อยู่ดี อย่างมากก็เอาไปขายถูก ๆสู้เอามาให้พวกฉันไปใช้ดีว่านะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”พูดเสร็จทั้งสามคนก็หันไปมองหน้ากันและหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“ตะ..แต่แร่พวกนี้เราหากันมาทั้งวันเลยนะ จะเอาไปทั้งหมดอย่างนี้ได้ยังไงกัน”เรซเริ่มโกรธคนทั้งสามที่เอาเปรียบเด็ก ๆ อย่างพวกเขาได้ “เอาคืนมานะ!!”
เรซหมดความอดทนเมื่อคิดว่าแร่หายากที่หากันมาทั้งวันต้องตกไปอยู่ในมือคนไม่ดีที่คอยแต่จะเอาเปรียบคนที่อ่อนแอกว่าเขาตัดสินใจพุ่งเข้าไปเพื่อหวังจะแย่งเอาก่อนแร่ไอโรนีคืนมา
“เฮ้ย!!”ชายคนนั้นะโอย่างใ
ไม่สิเรียกว่าแปลกใจมากกว่า ขนาดผู้ใหญ่ที่รูปร่างใหญ่โตกว่านี้ยังไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืนเวลาที่พวกเขาเก็บค่าผ่านทางแต่เด็กที่อายุไม่น่าจะเกินสิบหรือสิบเอ็ดขวบจะกล้าขัดขืนแล้วยังกล้าเข้ามาแย่งของกลับคืนไปอีก
“มันจะมากไปแล้วเ้าหนู!”
ชายที่เหมือนหัวหน้ากลุ่มคนนั้นรั้งมือที่ถือแร่ไอโรนีทั้งสองก้อนกลับไปด้านหลังและยกเท้าขึ้นมาถีบเรซเข้าเต็มอกจนกระเด็นกลับมาและพุ่งไปกองอยู่ที่พื้นท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ
“เรซ!!” เด็ก ๆต่างพากันใ ทุกคนวิ่งไปดูอาการเรซที่นอนคุดคู้อยู่บนพื้น หายใจหอบถี่สองมือกุมอยู่ที่หน้าอกอย่างเ็ป
“เรซเป็ยังไงบ้าง?”บันถามขึ้นด้วยเสียงเครือเต็มเปี่ยมด้วยความเป็ห่วง
“จะ..เจ็บ”เรซพูดได้แค่นั้นก็พูดอะไรไม่ออกอีก ไอ้แต่นอนหอบหายใจด้วยหน้าตาเ็ป
“เฮอะช่วยไม่ได้นะ ไอ้เด็กไม่เจียมกะลาหัว แบบนี้มันก็ต้องสั่งสอนกันหน่อยแล้วพวกแกก็จำไว้นะ ต่อไปอย่ามาคิดหือกับพวกเรา [Dark knight] ไม่อย่างนั้นพวกแกอาจจะไม่เหลือชีวิตรอดกลับไปอีก”ชายที่เป็หัวหน้าพูดทิ้งท้ายไว้แล้วพาพวกอีกสองคนเดินกลับไป หัวเราะอย่างสะใจไม่สนใจเด็ก ๆ ทั้งห้าที่มองอย่างโกรธแค้น คล้ายกับจะบอกว่า
...เด็กสวะพวกนี้ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจหรอก...