EP : 33 ต้องเก็บความลับให้เขา
“ปีศาจ ไม่จริงน่า ซิวเหวยหลงเนี่ยน่ะจะเป็นปีศาจ” หมิงเจียเจียเอ่ยกับตัวเองอย่างคาดไม่ถึง ไม่ได้ๆ เราต้องตั้งสติก่อน เพื่อว่ามีอะไรที่เข้าเข้าใจผิด นั้นไง เราเข้าใจผิดจริงๆ ด้วย
จอมมาร
มันไม่ได้ต่างกันเลยสักนิดแถมยังเป็นผู้นำปีศาจอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าคนที่จะเป็นจอมมารได้นั้นจะต้องมีธาตุมืด แต่เธอไม่เคยเห็นซิวเหวยหลงใช้ธาตุมืดเลยสักครั้ง
เดี๋ยวนะๆ ซิวเหวยหลงเคยใช้ธาตุมืดต่อหน้าเธอนี่น่า ตอนที่เขาใช้ไฟสีดำนั้นเผาสัญญาทิ้งต่อหน้าเธอ
แล้วพ่อบ้านฉางรู้เรื่องของซิวเหวยหลงหรือเปล่านะ หรือว่าเธอจะไปถามพ่อบ้านฉางดี ถ้าพ่อบ้านฉางยังไม่รู้แล้วถ้าเราไปถามอะไรไม่เข้าท่าพ่อบ้านฉางอาจจะรู้ความลับของซิวเหวยหลงก็เพราะงั้นเราต้องเก็บเป็นความลับให้ซิวเหวยหลง
ถ้าคนทั่วไปรู้เรื่องของซิวเหวยหลงอาจจะกลัวเขา แต่ไม่ใช่กับเธออย่างแน่นอน เพราะช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมาทำให้เธอเห็นอะไรหลายๆ อย่างในตัวเองเขา
เรื่องที่เขาเป็นจอมมารจะต้องมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่อง เมื่อตกลงกับตัวเองเสร็จแล้ว หมิงเจียเจียก็คว้าลูกแก้วความทรงจำแล้วเอาไว้ไปซ่อนในช่องมิติของตัวเองทันที ถ้าลูกแก้วนี้หายไปจะไม่มีใครรู้ความลับของเขาแน่นอน เธอต้องการลูกแก้วมาอีกลูกมาแทนเพื่อที่จะได้ไม่มีคนรู้ว่าลูกแก้วหายไป
“ใช้เพิงเทียนไปซื้อลูกแก้วดีกว่า” เอ่ยจบก็เดินออกไปข้างนอกก่อนจะเรียกเพิงเทียนที่อยู่นอกจวน
“เพิงเทียน”
“ขอรับพระยาชา” เพิงเทียนเคลื่อนกายเข้ามาหาอย่างรวดเร็วทันทีที่ถูกเรียก
“ไปซื้อลูกแก้วความทรงจำมาให้ข้าหน่อย เร็วที่สุด” หมิงเจียเจียเอ่ยบอกก่อนจะย้ำกับอีกฝ่ายไปด้วย จากนั้นก็ให้เงินกับอีกฝ่ายไปด้วย
“ขอรับพระชายา” เพิงเทียนเอ่ยตอบก่อนจะหายตัวไปทันที เขาไม่ต้องห่วงพระชายามากนัก เพราะที่จวนของอ๋องซิวเหวยหลงนั้นยังมีองครักษ์อีกสองคนที่เฝ้าจวนอยู่
หมิงเจียเจียเมื่อสั่งการเสร็จก็เดินเข้าไปด้านในทันที อยากจะหนีออกไปเที่ยวแต่ตอนนี้คงไม่ได้ สงสัยต้องรอจัดการกับคนพวกนั้นก่อน ถึงจะออกไปเที่ยวข้างนอกได้อย่างสบายใจ
“ดูดซับลมปราณหน่อยดีกว่า” หมิงเจียเจียเอ่ยก่อนจะเดินไปอีกห้องหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเอาไว้เป็นห้องที่เอาไว้ดูดซับลมปราณ ในห้องนี้มีแท่นหินอยู่กลางห้องเท่านั้นภายในห้องไม่มีอะไรเลย นอกจากความแน่นหนาของลมปราณ ที่ออกมาจากแท่นหิน มันคือหินลมปราณมันเป็นหินลมปราณที่ใหญ่เท่าที่เธอเคยเห็นมาเลย แถมดูดซับเท่าไรก็ไม่หมดสักที
“เอาล่ะ เริ่มเลยแล้วกัน” เอ่ยจบหมิงเจียเจียก็เดินไปนั่งบนแท่นหินก่อนจะนั่งดูดซับลมปราณไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ลมปราณมากมายหมุนวนเข้าสู่ ตันเถียนของหมิงเจียเจียไปเรื่อยๆ ราวกับพายุ ก่อนจะหยุดนิ่งลง จากนั้นไม่นานหมิงเจียเจียก็ลืมตาขึ้นดวงตาของหมิงเจียเจียประกายราวกับท้องฟ้าตอนกลางคืน ก่อนจะหายไปแล้วกลับมาเป็นปกติ
“วันนี้เลื่อนได้ตั้งสี่ขั้นแนะ” หมิงเจียเจียกล่าวอย่างดีใจ หากใครมาได้ยินว่าหมิงเจียเจียใช้เวลาเพียงเท่านี้กลับเลื่อนขั้นได้ตั้งสี่ขั้นคงกระอักเลือดตายเป็นแน่
“ระดับปฐพีขั้นห้า” หมิงเจียเจียเอ่ยพลางพยักหน้าอย่างพอใจกับระดับของตัวเองในตอนนี้ จากนั้นก็เดินไปอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวตัว
“พระชายาขอรับ”
“มีอะไรเพิงเทียน” หมิงเจียเจียที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จก็ออกมาด้านนอกทันทีเมื่อถูกอีกฝ่ายเรียกด้วย น้ำเสียงฟังดูร้อนรนแปลกๆ
“ขอบคุณสวรรค์” เพิงเทียนเอ่ยเมื่อได้เห็นหมิงเจียเจียออกมาจากจวนเสียที เขารอมาหนึ่งวันเต็มแต่พระชายาก็ไม่ยอมออกมาจากห้องเลย จะเข้าไปด้านในก็ใช่เรื่อง
“มีอะไร” หมิงเจียเจียเอ่ยถามเมื่อได้เห็นสีหน้าโล่งใจของเพิงเทียน มันต้องมีอะไรแน่ๆ
“ก็พระชายาอยู่ด้านในตั้งหนึ่งวันจะไม่ให้ข้าน้อยกังวลใจได้อย่างไรล่ะขอรับ” เพิงเทียนเอ่ยบอกก่อนจะส่งลูกแก้วให้กับหมิงเจียเจีย
“พอดีข้ากำลังดูดซับลมปราณอยู่นะ บอกพ่อบ้านฉางเตรียมอาหารให้หน่อยสิ ข้าหิวมากเลย” หมิงเจียเจียบอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน ก่อนจะเอาลูกแก้วไปวางที่โต๊ะ ก่อนจะคิดว่าซิวเหวยหลงใช้วิชาอะไรถึงทำให้ลูกแก้วความทรงจำนี่ลอยได้ โดยไม่ต้องใช้พลังของธาตุกัน อืม เอาวางไว้ที่โต๊ะก่อนแล้วกัน
“พ่อบ้านฉางวันนี้กำจัดหนูได้กี่ตัวแล้ว” ทันทีที่เข้ามาในห้องโถงหมิงเจียเจียก็เอ่ยถามทันที เพราะตอนเดินเข้ามาเห็นคราบเลือดติดอยู่กับเสาทางเข้า
“ก็ไม่มากมายอะไรขอรับ” พ่อบ้านฉางเอ่ยตอบพลางยกอาหารมาให้กับหมิงเจียเจียอย่างรวดเร็ว
“ดีใจกับการเลื่อนขั้นด้วยนะขอรับ” พ่อบ้านฉางเอ่ยบอกด้วยความภาคภูมิใจที่ผ่านไปเพียงแค่วันเดียวหมิงเจียเจียก็สามารถเลื่อนขั้นได้ถึงสี่ขั้นนับว่าไม่ธรรมดาเลย
“ถ้าท่านอ๋องอยู่ด้วยก็คงดี ข้าจะได้ขอรางวัลจากเขา” หมิงเจียเจียพึมพำก่อนจะนั่งทานอาหารต่อไปเงียบๆ จนอาหารมากมายหมดไป
“อาหารอร่อยมาก” กล่าวจบก็เดินจากไปทำให้พ่อบ้านฉางมองอาหารมากมายที่ตัวเองทำเอาไว้ให้มันหายไปในพริบตา
พระชายาท่านทานอย่างนี้ อ๋องซิวเหวยหลงรู้เข้าคงตกตะลึงไม่แพ้เขาแน่ แม้หลายครั้งจะรู้ว่าหมิงเจียเจียนั้นทานอาหารเยอะ แต่ไม่เยอะเท่ากันครั้ง บอกเลยว่าอาหารที่นำมาให้กับหมิงเจียเจียทานในครั้งนี้เท่ากับขององค์รักษ์ทั้งสิบคนเลยก็ว่าได้
“อ่า เราจะไปทำอะไรต่อดีน่า” หมิงเจียเจียเดินไปพร้อมกับพึมพำไปด้วย ก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อรับรู้ได้จากยิวฉี่ว่ามันคนตามเธอมา ถึงแม้คนพวกนั้นจะอยู่ด้านนอกเขตของตระกูลก็ตาม