แน่นอนว่าร่างมายาเ่าั้ไร้ความรู้สึกแต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นๆ จะเป็เช่นนั้นบัดนี้ลานประลองกลับตกอยู่ในความเงียบงันทุกคนต่างมีสีหน้าเหม่อลอยราวกับตกอยู่ในภวังค์ไม่มีใครคาดคิดว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็เช่นนี้ฟู่สงผู้มีพลังขั้นจ้าวแห่งยุทธ์ต้องสิ้นชีพลงส่วนเซียวเฟิงผู้มีเพียงพลังในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ กลับมิได้าเ็แม้แต่น้อย
ทว่าเมื่อหวนนึกถึงเจตจำนงแห่งจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวทุกคนต่างหวาดกลัวจนร่างสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุมจักรพรรดิแข็งแกร่งเกินจินตนาการเพียงเจตจำนงที่หลงเหลือกลับมีพลังสังหารขั้นจ้าวแห่งยุทธ์ได้หากเป็องค์จักรพรรดิมาที่นี่ด้วยตนเอง มิอาจทำลายล้างสำนักเทียนฮ่าวด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียวหรอกหรือ?
"เอาล่ะ การทดสอบสิ้นสุดลงแล้วผู้ที่มีอำนาจในการเจรจาโปรดปรากฏตัวออกมาพูดคุยธุระกับข้า" เมื่อฟ้าดินกลับคืนสู่ความสงบ เซียวเฟิงในชุดคลุมขาว ผมดำปลิวไสวยังคงกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
เมื่อมองไปยังเซียวเฟิงที่สังหารผู้าุโรักษากฎฟู่สงแล้วยังคงสงบนิ่งผู้คนมากมายต่างหวาดหวั่นในใจ พร่ำภาวนาว่าอย่าได้ยั่วโมโหเซียวเฟิงเป็อันขาดในสายตาของพวกเขา เซียวเฟิงในวันนี้คือปีศาจร้ายกระหายเือีกทั้งยังมีวิธีการที่น่าสะพรึงกลัว ผู้คนต่างหวาดกลัวว่าหากเซียวเฟิงเกิดนึกสนุกขึ้นมาพวกตนอาจต้องสังเวยชีวิตเป็แน่แท้
"ฮ่าๆ เ้าหนุ่มช่างใจร้อนเสียจริงเ้าว่าข้าผู้นี้มีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่?" ทันใดนั้นเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ห้วงอากาศบิดเบี้ยวเล็กน้อย ร่างของชายชราในชุดคลุมขาวลายเมฆผมขาวโพลน หนวดเคราสีขาวยาวถึงอก ปรากฏขึ้นในห้วงอากาศว่างเปล่าเหนือลานประลอง
ชายชราในชุดคลุมขาวยิ้มแย้มสีหน้าเปล่งปลั่งดูแข็งแรงเกินวัย น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลังเมื่อผู้คนในสำนักเทียนฮ่าวเห็นชายชราผู้นี้ต่างก้มกายคำนับด้วยความเคารพอย่างสูงสุด "เหล่าศิษย์ขอต้อนรับผู้าุโใหญ่"
"นี่ๆ พี่ใหญ่นี่คือท่านพ่อของข้าเอง" เมื่อเห็นชายชราผู้นี้หม่าเหลียงเฉินยื่นหน้าเข้ามายิ้มให้เซียวเฟิง
เมื่อได้ยินดังนั้นเซียวเฟิงจึงมองหม่าเหลียงเฉินด้วยสีหน้าประหลาดใจก่อนจะหันไปมองผู้าุโใหญ่แห่งสำนักเทียนฮ่าว แววตาพลันฉายประกาย
เมื่อเห็นสีหน้าของเซียวเฟิงหม่าอวิ๋นรู้สึกใจเต้นผิดจังหวะ คล้ายถูกเซียวเฟิงล่วงรู้ความลับบางอย่างแต่ความรู้สึกนี้มลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็เพียงภาพลวงตา
"อืม!" เมื่อมองไปยังหม่าอวิ๋นเซียวเฟิงพยักหน้า ก่อนจะสะบัดมือทำให้จดหมายฉบับหนึ่งพลันปรากฏขึ้นจากฝ่ามือ
"ฟิ้ว!"
จดหมายพุ่งไปด้วยความเร็วสูงความเร็วนั้นราวกับจะบดขยี้อากาศให้มลายหายไป เมื่อเห็นดังนั้นผู้าุโใหญ่หม่าอวิ๋นจึงยกมือขึ้นเล็กน้อย ห้วงมิติเบี่ยงเบนจดหมายฉบับนั้นจึงตกลงในมือของเขาอย่างสมบูรณ์
"เคลื่อนย้ายพริบตา!แก่นแท้แห่งมิติ!"
ซุนลี่ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเซียวเฟิงเมื่อเห็นภาพนั้น ก็อุทานออกมาด้วยความตื้นตันใจ แก่นแท้มิติเป็ระดับขั้นวิถีแห่งยุทธ์ที่ผู้แข็งแกร่งในขั้นจอมยุทธ์สูงศักดิ์หรือกระทั่งขั้นราชันเต๋าเท่านั้นจึงจะสามารถััได้ส่วนจ้าวแห่งยุทธ์ทำได้เพียงใช้พลังกฎเกณฑ์ดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินเห็นได้ชัดว่าผู้าุโใหญ่แห่งสำนักเทียนฮ่าวผู้นี้คือผู้แข็งแกร่งในขั้นจอมยุทธ์สูงศักดิ์อย่างแท้จริง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ซุนลี่จึงขมวดคิ้วเล็กน้อยในอดีตสำนักกระบี่เหินฟ้าของพวกเขาก็มีบรรพบุรุษในขั้นจอมยุทธ์สูงศักดิ์จำนวนมากที่ยังมีชีวิตอยู่น่าเสียดายที่ภัยพิบัติเมื่อร้อยปีก่อนทำให้ผู้แข็งแกร่งในขั้นจอมยุทธ์สูงศักดิ์ของสำนักกระบี่เหินฟ้าต้องสิ้นชีพไปทั้งหมดหากมิใช่เพราะท่านเ้าสำนักเซียวติ่งเทียนแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้ในยามที่สำนักกระบี่เหินฟ้าตกอยู่ในอันตรายเกรงว่าสำนักกระบี่เหินฟ้าคงล่มสลายไปั้แ่ร้อยปีก่อนแล้ว
แต่ถึงกระนั้นสำนักกระบี่เหินฟ้าก็ยังคงเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่องการขาดแคลนผู้แข็งแกร่งในขั้นจอมยุทธ์สูงศักดิ์ทำให้สำนักกระบี่เหินฟ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงของกลุ่มอำนาจชั้นสองได้ในปัจจุบันนี้จึงได้เป็ได้เพียงสำนักรั้งท้ายของกลุ่มอำนาจชั้นสองพร้อมที่จะถูกกำจัดออกไปได้ทุกเมื่อ
แต่สำนักเทียนฮ่าวกลับแตกต่างออกไปร้อยปีมานี้พวกเขาเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องศิษย์อัจฉริยะรุ่นเยาว์ปรากฏขึ้นอย่างไม่ขาดสายส่วนผู้แข็งแกร่งรุ่นก่อนในขั้นจอมยุทธ์สูงศักดิ์ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ครบถ้วนเพียงสองสิ่งนี้ก็ทำให้สำนักกระบี่เหินฟ้าไม่อาจเทียบเคียงได้
"หนังสือหย่า?"
เมื่อหม่าอวิ๋นซึ่งเดิมทียิ้มแย้มอย่างเป็มิตรเห็นอักษรสีแดงเืที่น่าหวาดหวั่นสองตัวบนซองจดหมาย แววตาพลันแข็งค้างสีหน้าแปรเปลี่ยนไปในทันที
"อะไรนะ หนังสือหย่า?"
เมื่อหม่าอวิ๋นเอ่ยคำสองคำนั้นออกมาทั่วทั้งลานประลองก็ส่งเสียงฮือฮาแม้แต่หม่าเหลียงเฉินซึ่งยืนอยู่ข้างกายเซียวเฟิงก็ยังแสดงสีหน้าที่น่าสนใจออกมาทุกคนต่างไม่คาดคิดว่าการมาเยือนสำนักเทียนฮ่าวของเซียวเฟิงครั้งนี้มิใช่เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ แต่เพื่อหย่าขาด?
ความคิดอันเหลือเชื่อนี้ผุดขึ้นในใจของทุกคนทุกคนจึงหันไปมองเซียวเฟิงอีกครั้ง
ถังเยว่ซินผู้เป็คุณหนูใหญ่แห่งสำนักเทียนฮ่าวมิเพียงแต่สวยงามราวเทพธิดา ทั้งพร์และคุณสมบัติก็ยังสูงส่งอย่างน่าอัศจรรย์หนุ่มรูปงามที่หมายปองนางสามารถเบียดเสียดกันจนเต็มสำนักเทียนฮ่าวกล่าวได้ว่าในทั่วทั้งดินแดนตะวันออก หนุ่มรูปงามรุ่นเยาว์ต่างหมายปองถังเยว่ซินทว่าวันนี้กลับมีผู้ยื่นหนังสือหย่าต่อถังเยว่ซินอย่างเปิดเผย?
ความคิดที่เหลวไหลเช่นนี้ทำให้ทุกคนมึนงงจนมิอาจฟื้นคืนสติได้เป็เวลานานส่วนเซียวเฟิงยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง มองไปยังหม่าอวิ๋นพลางกล่าวอย่างเฉยเมย"หนังสือหย่าฉบับนี้ รบกวนท่านส่งต่อให้ถังเยว่ซินั้แ่วันนี้เป็ต้นไป นางถังเยว่ซินกับข้าเซียวหานจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆอีกต่อไป ส่วนสำนักกระบี่เหินฟ้ากับสำนักเทียนฮ่าวก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆอีกต่อไปเช่นกัน นับแต่นี้ไปพวกเราจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก"
เมื่อกล่าวจบ เซียวเฟิงก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไปด้วยฝีเท้าหนักแน่นภายใต้สายตาที่เหม่อลอยนับไม่ถ้วนไม่มีแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์ ไม่มีแม้แต่การหยุดชะงักราวกับ้าตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับสำนักเทียนฮ่าวอย่างแท้จริง
"บุรุษผู้นี้คือัในหมู่คน!"เมื่อมองหนังสือหย่าในมือ หม่าอวิ๋นอดมิได้ที่จะถอนหายใจหากเปลี่ยนเป็หนุ่มรูปงามคนอื่นเกรงว่าจะไม่มีผู้ใดตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดเช่นเซียวเฟิงนี่มิใช่เพียง้าความกล้าหาญอย่างยิ่งยวดแต่ยัง้าความมุ่งมั่นอย่างมากด้วย เพราะการกล้าหย่าคุณหนูใหญ่แห่งสำนักเทียนฮ่าวนั้นมิใช่เื่ล้อเล่น
แต่เซียวเฟิงกลับมิได้ลังเลแม้แต่น้อยจิตใจของเขาเด็ดเดี่ยวเสียยิ่งกว่าสิ่งใดเห็นได้ชัดว่าเขาได้ตัดสินใจเื่นี้มาั้แ่ก่อนมาเยือนสำนักเทียนฮ่าวแล้วเพียงเท่านี้ในภายภาคหน้าเซียวเฟิงจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอนหรือกระทั่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งแผ่นดินจิ่วโจวก็เป็ได้
"หากนำหนังสือหย่าฉบับนี้ไปให้เด็กน้อยผู้นั้นเกรงว่าคงได้สนุกกันแน่" เมื่อมองหนังสือหย่าในมือหม่าอวิ๋นอดมิได้ที่จะส่ายหน้า ทว่านี่คือความขัดแย้งระหว่างหนุ่มสาวเขาก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้เื่วุ่นวาย
เมื่อเื่ราวที่เซียวเฟิงผ่านการทดสอบพลังยุทธ์และสุดท้ายได้ยื่นหนังสือหย่าต่อถังเยว่ซินภรรยาที่หมายหมั้นไว้แพร่กระจายไปทั่วทั้งสำนักเทียนฮ่าว ทั่วทั้งสำนักเทียนฮ่าวก็ฮือฮาศิษย์ทั้งหลายต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างอึกทึก
"เซียวหานผู้นี้คงสติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมังมิเช่นนั้นคงมิอาจกระทำการที่บ้าคลั่งเช่นนี้ได้!"
"ใครจะรู้แต่หากเื่นี้ไปถึงหูศิษย์พี่ใหญ่ ผลลัพธ์..."
ในขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกระหึ่มเซียวเฟิงกำลังเตรียมตัวออกจากสำนักเทียนฮ่าวการเดินทางครั้งนี้เขาได้ขจัดความแค้นของเซียวหานจนหมดสิ้นในใจจึงไม่มีความแค้นและความยึดติดหลงเหลืออยู่อีกต่อไปเห็นได้ชัดว่าจิตใจที่มืดมิดของเซียวหานได้รับการขจัดจนหมดสิ้น นับจากนี้เป็ต้นไปเซียวเฟิงจะไม่ได้รับผลกระทบจากความยึดติดหรือจิตใจที่มืดมิดของเซียวหานอีก
"การเดินทางครั้งนี้ถือว่าจบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วตอนนี้พวกเราควรรีบออกจากสำนักเทียนฮ่าวเสียแต่เนิ่นๆ จะเป็การดีที่สุด"ในตำหนักต้อนรับ ซุนลี่รู้สึกราวกับอยู่ในความฝันเขามิได้คาดคิดว่าการเดินทางครั้งนี้จะราบรื่นเช่นนี้อีกทั้งเขามิได้ลงมือเลยสักครั้ง ทุกสิ่งล้วนเป็ไปตามความประสงค์ของเซียวเฟิงทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่ง หากเื่ราวที่เกิดขึ้นในสำนักเทียนฮ่าวแพร่กระจายกลับไปยังสำนักกระบี่เหินฟ้าเกรงว่าจะต้องก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เป็แน่