วันเวลาผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้ว ครอบครัวตระกูลจางยังอาศัยอยู่ที่บ้านในอำเภอที่พึ่งซื้อมา ส่วนบ้านในหมู่บ้านที่กำลังสร้างอยู่ตอนนี้ยังไม่เสร็จแต่อีกไม่นานบ้านหลังนั้นก็คงจะเสร็จพร้อมอยู่ และคิดว่าก่อนฤดูหนาวคงจะได้พาครอบครัวเข้าไปอยู่บ้านหลังนั้น
บ้านหลังนั้นหลี่หนิงฮวาออกแบบตามตามความคิดของตนเองที่เคยเห็นมา และพยายามปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อไม่ให้เป็นที่เตะตาคนอื่นมากจนเกินไป และออกแบบให้มีขนาดใหญ่และมีความสะดวกสบายให้แก่ทุกคนในครอบครัวและก็ยังมีเรือนพักของคนใช้เอาไว้ด้วย
ทุกเรือนแยกเป็นระเบียบเรียบร้อยมีเรือนของลูกๆทั้งสองและก็ยังมีเรือนแยกออกไปอีกเพราะว่าในภายภาคหน้าอาจจะมีบุตรอีกหลี่หนิงฮวาเตรียมพร้อมไว้ทุกอย่าง
ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาถึงแม้จะอาศัยอยู่ในบ้านที่ตัวอำเภอ และไม่เคยกลับไปที่หมู่บ้านเลยสักครั้งนอกเสียจากตัวจางอี้ฝานที่มักจะกลับไปดูคนงานและคุมคนที่สร้างบ้านแล้วก็จ่ายค่าแรงส่วนหลี่หนิงฮวาและบุตรทั้งสองต่างอาศัยอยู่ที่บ้านในตัวอำเภอ
บุตรสาวและบุตรชายทั้งสองก็ต่างใช้ชีวิตอย่างสุขสบายยามหิวก็มีคนคอยหาอาหารให้ ยามอาบน้ำก็มีคนคอยปฏิบัติอาบน้ำต่างจากช่วงชีวิตที่ผ่านมา ที่ต้องไปตากน้ำจากลำธารเพื่อมาอาบแล้วยังต้องตักมาเผื่อคนอื่นในบ้านอีกด้วยนึกถึงความลำบากของลูกทั้งสองและภรรยาจางอี้ฝานก็รู้สึกหนักใจไม่ได้จึงอยากให้ความสะดวกสบายแก่บุตรสาวและบุตรชายและภรรยาให้ดีที่สุด
จางอี้ฝานจึงสั่งให้คนรับใช้คอยรับใช้ดูแลลูกสาวลูกชายและภรรยาเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องหากมีสิ่งใดขาดเหลือก็ให้รีบไปซื้อหาอย่างเร่งด่วน
จางหลี่หมิงเองตอนนี้ก็มีหยางหยุนจงและหยาง หยุนเจิ้งสองพี่น้องคอยเป็นคนสอนคัดหนังสือและอ่านหนังสือ หลังจากจางอี้ฝานให้ทั้งสองไปทดสอบความรู้กับอาจารย์ที่สำนักศึกษาเมื่อผลออกมาว่าทั้งสองเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ จางอี้ฝานก็ไม่รอช้าที่จะให้ทั้งสองมาเป็นคนสอนบุตรชาย
การเรียนของจางหลี่ หมิง จางอี้ฝานทุ่มเททุกอย่างไปอย่างเต็มที่ให้ใช้อุปกรณ์การเรียนที่ดีที่สุดเพื่อบุตรชาย หากมีสิ่งใดขาดเหลือก็ให้บุตรชายแจ้งตนไม่ว่าจะยากเพียงใดหากไม่เกินกำลังจางอี้ฝานก็พร้อมที่จะจัดหา แต่ตัวจางหลี่หมิงเอ็งก็เป็นคนง่ายๆ ไม่ว่าผู้เป็นบิดาจะหาอะไรมาให้ก็ไม่มีปัญหาและสามารถใช้มันได้อย่างดี
ส่วนลูกสาวจางหลี่มี่เด็กน้อยก็ไม่อยากเรียนหนังสือเหมือนพี่ชายจางอี้ฝานเองก็ไม่ได้บังคับอะไรเพราะคิดว่าบุตรสาวยังเด็กนักจึงปล่อยให้บุตรสาวเล่นได้ตามใจตามที่ต้องการหากอยากเรียนเมื่อใดก็ค่อยกลับมาเรียนไม่มีปัญหา
ในยามว่าง 2 สามีภรรยาจางอี้ฝานและหลี่หนิงฮวาทั้งสองก็มักจะออกไปตะเวนดูพื้นที่รอบๆอำเภอเพราะต้องการจะทำกิจการในตัวอำเภอ หลี่หนิงฮวาคิดว่าควรมีกิจการเอาไว้หากมีคนภายนอกรับรู้ว่าครอบครัวตระกูลจางไม่มีกิจการอะไรแต่มีเงินใช้ไม่ขาดมืออาจจะเป็นที่สงสัยจากคนภายนอกได้
หลี่หนิงฮวาจึงคิดว่าควรมีกิจการเพื่อเป็นแหล่งรายได้ให้คนอื่นได้รับรู้ว่าเงินมีที่มาอย่างไรหากจะใช้ของในมิติออกไปขายก็ไม่มีปัญหาแต่จะเป็นที่ต้องตาของคนอื่นและอาจจะเป็นการนำภัยมาสู่ตนเองและครอบครัว หลี่หนิงฮวาจึงไม่นำอะไรในมิติลับออกมาขายอีกเพียงแต่เอาออกมากินเองเท่านั้น เงินจากที่ขายโสมมาก็มีรายได้มากพอที่จะทำกิจการได้หลายอย่าง คิดว่าเงินแค่นี้ก็คงพอแล้วหากมีอะไรต้องการเพิ่มเติมค่อยเอาออกมาขายก็ไม่มีปัญหา
หลี่หนิงฮวามองพื้นที่รอบๆอำเภอไว้หลายที่และคิดว่าอีกไม่นานคงจะเข้าไปซื้อพื้นที่ตรงนั้นและจะทำกิจการอาจจะสร้างเป็นโรงเตี๊ยม ร้านอาหาร อาจจะมีกิจการบางอย่างเพิ่มเติมแต่ตอนนี้อยู่ในระยะการวางแผนเท่านั้นคิดว่าหลังเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านที่หมู่บ้านกรค่อยจะเริ่มสร้างกิจการต่างๆตอนนี้เพียงแค่วางแผนและดูพื้นที่รอบๆไว้เท่านั้น
" ท่านแม่เจ้าคะลูกขอออกไปเดินเล่นตลาดข้างนอกได้หรือไม่เจ้าคะ " ขณะที่หลี่หนิงฮวากำลังเขียนแผนกิจการที่จะสร้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกเล็กหวานของบุตรสาวตัวน้อยก็ละจากงานตรงหน้าและหันขึ้นไปยิ้มหวานที่แสดงถึงความรักและความอ่อนโยนให้บุตรสาวที่กำลังวิ่งมาหาตนอยู่
" มีอะไรเหตุใดลูกสาวตัวน้อยของแม่ถึงอยากออกไปเดินเล่นตลาดเล่า " เมื่อจางหลี่มี่วิ่งมาถึงผู้เป็นแม่ก็กอดผู้เป็นแม่และออดอ้อนเพราะตนอยากออกไปเดินเล่นตลาดเหมือนที่ได้ยินจากหนานเฟิงอี้เล่าถึงความคึกครื้นของตลาดและสิ่งของที่ขายถึงแม้ว่าจะเคยไปในคืนเทศกาลโคมลอยแล้วแต่ตอนนั้นเป็นยามค่ำคืนทำให้เที่ยวชมตลาดได้ไม่เต็มที่นักเมื่อได้ยินหนานเฟิงอี้เราถึงตลาดความตื่นเต้นในใจของเด็กสาวก็พันปะทุขึ้น
" ท่านแม่ข้าอยากไปเที่ยวตลาดเจ้าค่ะพี่เฟิงอี้เล่าให้ข้าฟังถึงความครึกครื้นของตลาดทำให้ข้าอยากไปเจ้าค่ะแต่ถ้าไปขอท่านพ่อแล้วท่านพ่อบอกให้ถ้ามาขออนุญาตท่านแม่ก่อนหากท่านแม่อนุญาตให้ไปท่านพ่อก็ไม่ว่าอะไรเจ้าค่ะ " จางหลี่มี่เล่าให้ผู้เป็นแม่ฟังด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับกอดผู้เป็นแม่เอาไว้แน่นและทำตัวให้เอ็นดูน่ารักมากที่สุดเพื่อต้องการให้ผู้เป็นแม่อนุญาต ในเมื่อผู้เป็นพ่อไม่อนุญาตหากผู้เป็นแม่อนุญาตตนก็สามารถออกไปเดินเที่ยวตลาดได้ เพื่อคิดถึงบรรยากาศตลาดที่ได้ฟังจากหนานเฟิงอี้เล่าให้ฟังก็อดไม่ไหว
หลี่หนิงฮวาที่เห็นท่าทางออดอ้อนของบุตรสาวก็ถึงกับหลุดยิ้มออกมา เจ้าแมวน้อยของเธอรู้จักออดอ้อนดีจริงๆ
" ได้แม่อนุญาตให้เจ้าไปก็ได้แต่เจ้าต้องให้พี่ชายและคนติดตามเจ้าไปด้วยหากเจ้าไปกันแค่สองสามคนแม่คงเป็นห่วงมากอีกอย่างเจ้าเองก็ยังเล็ก เฟิงอี้เองก็อายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้นคงไม่อนุญาตให้พวกเจ้าออกไปเอง " ในเมื่อปฏิเสธลูกสาวไม่ได้จึงคิดว่าควรให้ลูกชายคนโตตามลูกสาวไปด้วยดีกว่า หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเด็กสาวอายุเพียงแค่ 10 ปีคงจะรับไม่ไหวควรจะให้ลูกชายและผู้ติดตามที่มีอายุมากตามไปจึงจะดีกว่า
" ถ้าอย่างนั้นข้าไปบอกพี่ชายก่อนนะเจ้าคะ " เมื่อได้รับคำอนุญาตจากผู้เป็นแม่แล้วความดีใจก็แสดงบนใบหน้าชัดเจนแล้วก็ขอตัวไปหาพี่ชายที่เรือนของพี่ชายเพื่อชักชวนให้ไปเที่ยวตลาดด้วยกัน