นอกเมือง การบุกโจมตีที่รุนแรงราวกับพายุฝนของห้วนกุ๋ย กดดันจนซีเซ่งแทบหายใจไม่ออกในชั่วพริบตา ทำได้เพียงตั้งรับอย่างยากลำบาก โดยไม่มีกำลังจะโต้กลับได้เลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าค่าพลังต่อสู้ของห้วนกุ๋ยจะสูงกว่าซีเซ่งเพียง 5 แต้ม แต่ค่าพลังต่อสู้ที่ 80 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ การที่สูงเกิน 80 หมายถึงการก้าวเข้าสู่ระดับขุนพลชั้นนำ ต่อให้สูงกว่าเพียงแต้มเดียว ก็เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จ
"ซีเซ่ง ตอนนี้เ้ามายอมจำนนต่อคุณชายผู้นี้ยังทัน มิเช่นนั้นข้าจะทำให้หัวของเ้าหลุดจากบ่า" โตซางที่อยู่บนกำแพงเมืองะโเตือนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
เมื่อได้ยินคำชักชวนให้ยอมจำนนของโตซาง ซีเซ่งย่อมรู้สึกถูกเหยียดหยามเป็อย่างมาก ในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เพียงแต่เจ็บใจที่ตนเองถูกห้วนกุ๋ยกดดันไว้อย่างหนัก อย่าว่าแต่จะด่าทอกลับเลย แม้แต่โอกาสจะหายใจให้แรงขึ้นอีกนิดก็ยังไม่มี
"ได้ยินหรือไม่เ้าโจร นายท่านของข้าสั่งให้เ้ายอมจำนน หากยังไม่ยอม ข้าจะสับเ้าให้เป็ซี่โครงหมู" ห้วนกุ๋ยคำรามราวกับสัตว์ป่า กระบวนท่าดาบพลันดุดันขึ้น แรงปะทะเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เืสาดกระจาย เงาดาบสามสายกวาดผ่าน ซีเซ่งถูกฟันเข้าที่ไหล่และแขนติดต่อกันจนต้องร้องออกมาด้วยความเ็ป แม้แต่ดาบศึกในมือก็แทบจะถือไว้ไม่อยู่
ผลแพ้ชนะถูกตัดสินแล้ว หากยังดื้อรั้นฝืนสู้ต่อไป ซีเซ่งคงมีแต่ทางตายเท่านั้น
จิติญญาการต่อสู้ของซีเซ่งพังทลายลงโดยสิ้นเชิง เขาฝืนต้านทานได้อีกเพียงไม่กี่กระบวนท่า ก่อนจะบังคับม้าะโออกจากวงล้อม และหนีกลับไปยังค่ายของตนอย่างลนลาน
"โตซาง ความพ่ายแพ้ในวันนี้ข้าซีเซ่งจะจำไว้ เรายังมีโอกาสได้พบกันอีก..." หลังจากทิ้งคำขู่ไว้ ซีเซ่งก็ไม่กล้าหันหลังกลับ มุ่งหน้าฝ่าเข้าไปในกองทัพของตนและหนีเตลิดไปอย่างรวดเร็ว
ทหารโจรทะเลห้าร้อยนายต่างตกตะลึงจนตาค้าง ไม่เคยฝันเลยว่าหัวหน้าผู้มีพลังต่อสู้สูงส่งของพวกเขา จะพ่ายแพ้ให้แก่คนไร้ชื่อที่จู่ ๆ ก็โผล่ออกมา
เมื่อเห็นซีเซ่งพ่ายแพ้หนีไป ในขณะที่พวกเขายังไม่ทันได้สติ ห้วนกุ๋ยก็ควบม้ากวัดแกว่งดาบพุ่งเข้าใส่ คมดาบที่กวาดผ่านเก็บศีรษะผู้คนราวกับเชือดหมูเชือดแกะ
เพียงชั่วพริบตา โจรทะเลห้าร้อยนายถูกฆ่าฟันจนร้องระงมราวกับผีโหย เืและเนื้อสาดกระจาย ไม่มีใครคิดจะต่อต้านอีก ต่างพากันละทิ้งชุดเกราะและอาวุธ หนีเตลิดไปยังชายทะเลด้วยความหวาดกลัว
บนกำแพงเมือง ทหารบ้านหมู่บ้านไห่ซีหลายสิบคน มองดูภาพที่โจรทะเลพ่ายแพ้และถูกห้วนกุ๋ยไล่ล่าเพียงคนเดียว ต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้างราวกับเห็นผี
จากนั้น สายตาที่ไม่อยากจะเชื่อเ่าั้ ต่างหันมามองที่โตซางพร้อมกัน พวกเขามองดูนายอำเภอที่เคยถูกตราหน้าว่า ‘ขยะ’ ด้วยความประหลาดใจ และในสายตานั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ความเลื่อมใส
ทว่าโตซางกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าชัยชนะครั้งนี้อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว เขาเพียงสะบัดมือแล้วยิ้มกล่าวว่า "ตีฆ้องถอนทัพเถิด อย่าไล่ตามศัตรูที่จนมุม"
แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง!
เสียงฆ้องดังขึ้น ห้วนกุ๋ยที่กำลังฆ่าฟันจนตาแดงก่ำจึงยอมบังคับม้ากลับมาอย่างเสียดาย และก่อนจะเข้าเมือง เขาก็เงยหน้าะโว่า "นายท่าน ข้าห้วนกุ๋ยฟันคนไปตั้งเยอะ ใช้แรงไปไม่น้อยเลย ตอนนี้ท้องข้าเริ่มร้องจ๊อก ๆ แล้วขอรับ"
‘หิวอีกแล้วนะ เ้าคนตะกละ…’
โตซางด่าในใจ แต่ปากกลับหัวเราะฮ่า ๆ และกล่าวอย่างยินดีว่า "ศึกนี้ชนะได้เป็เพราะความดีความชอบของเ้า ห้วนกุ๋ย คุณชายผู้นี้มีรางวัลให้ผู้มีความดีความชอบ วันนี้เ้าอยากกินเท่าไหร่ก็กินให้เต็มที่เลย"
"จริงหรือขอรับ? นายท่านดีกับข้าห้วนกุ๋ยเหลือเกิน ฮ่า ๆ " เมื่อห้วนกุ๋ยได้ยินว่ามีเนื้อให้กิน ก็ตื่นเต้นจนตาเป็ประกาย รีบหวดม้าพุ่งกลับเข้าเมืองทันที
โตซางส่ายหัวยิ้ม ๆ พลางสั่งให้คนจัดที่พักและเตรียมสุรากับเนื้อให้ห้วนกุ๋ย พร้อมกับสั่งให้ทหารออกไปเก็บกู้สิ่งของที่ตกค้างนอกเมือง
การพ่ายแพ้ของซีเซ่งในครั้งนี้ ทำให้อาวุธและธงศึกถูกทิ้งไว้มากมาย เพียงพอที่จะติดอาวุธให้กองทัพขนาดสองร้อยนายได้เลย โตซางที่กำลังกลุ้มใจเื่การสร้างอาวุธ การมาของซีเซ่งจึงเปรียบเสมือนการส่งถ่านในวันที่หิมะตก
[ติ๊ง... นายท่านได้รับชัยชนะในการรบป้องกันเมืองไห่ซี ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น ค่าเสน่ห์เพิ่มขึ้น 6 แต้ม ปัจจุบันมีค่าเสน่ห์ 26 แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนของจิติญญาแห่งระบบดังขึ้นในหัว ความรู้สึกของโตซางที่เพิ่งสงบลงก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง เขาคิดในใจว่าเ้าจิติญญาแห่งระบบที่ชอบปั่นหัวนี้ไม่ได้โกหกจริง ๆ การชนะศึกสามารถเพิ่มค่าเสน่ห์ได้จริง ๆ
ค่าเสน่ห์เป็สิ่งที่สำคัญมาก การเพิ่มขึ้น 6 แต้มในตอนนี้ หมายความว่าขอบเขตในการอัญเชิญิญญาวีรชนจะกว้างขึ้น จะได้ไม่ต้องมีตัวเลือกเพียงแค่เ้าคนตะกละอย่างห้วนกุ๋ยเหมือนวันนี้
นอกจากนี้ ค่าความจงรักภักดีของฮวาหมู่หลานและห้วนกุ๋ยก็มั่นคงยิ่งขึ้น และลดลงได้ยากขึ้นด้วย
"ศึกวันนี้ได้รับผลตอบแทนมากมายจริง ๆ ได้ขุนพลผู้กล้าอย่างห้วนกุ๋ย ยึดอาวุธได้หลายร้อยชิ้น แล้วยังเพิ่มค่าเสน่ห์อีก สะใจจริง ๆ ... แต่ตระกูลบิที่จ้างซีเซ่งมาฆ่าข้าแล้วล้มเหลว คงไม่ยอมจบง่าย ๆ ข้าต้องรีบเกณฑ์ทหารและสะสมกำลังให้มากที่สุดก่อนที่ตระกูลบิจะลงมือครั้งต่อไป เพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น”
“ตระกูลบิเพียงเพื่อจะยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย ถึงกับกล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมต่ำช้าแบบนี้มาทำร้ายข้า ความแค้นนี้ข้า โตซาง จะจำไว้ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะทำให้พวกเ้าต้องชดใช้ด้วยเื..."
โตซางจินตนาการถึงอนาคต โดยไม่รู้ตัวว่าสนามรบนอกเมืองถูกเก็บกวาดจนเสร็จสิ้นและดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงฮวาหมู่หลานที่ส่งกลับไปพักผ่อนที่จวน
ตอนนี้ฮวาหมู่หลานกำลังไม่สบายเพราะปวดประจำเดือน ่เวลานี้แหละคือโอกาสทองที่เขาจะ ‘ใส่ใจ’ ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อรับแต้มเมตตา จะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร
โตซางไม่รอช้า สั่งให้ห้วนกุ๋ยนำทหารเฝ้าบนกำแพงเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้ซีเซ่งไม่ยอมแพ้แล้วย้อนกลับมาลอบโจมตีไห่ซีในยามวิกาล ส่วนตัวเขาเองลงจากเมืองควบม้ามุ่งหน้ากลับไปยังจวนนายอำเภอ
ก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน โตซางกลับถึงจวน และสั่งให้ข้ารับใช้ต้มน้ำตาลเข้มข้นหนึ่งถ้วย จากนั้นเขาก็ถือไปให้ฮวาหมู่หลานดื่มด้วยตัวเอง
ก่อนจะทะลุมิติมา โตซางก็เคยมีคนรัก จึงมีความรู้เื่สรีระของผู้หญิงอยู่บ้าง คนรักคนก่อน ๆ ของเขามีอาการปวดประจำเดือน ทุกครั้งต้องดื่มน้ำตาลเข้มข้นถึงจะบรรเทาลง โตซางจึงตัดสินใจใช้วิธีเดียวกันนี้เพื่อดูแลผู้คุ้มกันสาวของเขา
โดยไม่ได้ส่งเสียงเรียก โตซางผลักประตูห้อง เดินผ่านฉากกั้น และตรงเข้าไปยังห้องนอนด้านใน
"หมู่หลาน น้ำตาลเข้มข้นที่คุณชายต้มด้วยตัวเอง รีบดื่มตอนร้อน ๆ เถอะ รับรองว่าจะทำให้เ้าดี..." คำว่า 'ดีขึ้น' ยังไม่ทันหลุดจากปาก โตซางก็ชะงักกึก อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างแข็งทื่ออยู่กับที่
ฮวาหมู่หลานที่อยู่ตรงหน้ากำลังหันหลังให้เขา เสื้อท่อนบนยังคงสวมอยู่ แต่กระโปรงกางเกงท่อนล่างกลับร่นลงมาอยู่ที่หัวเข่า นางกำลังโน้มตัวลงเล็กน้อย มือยุ่งอยู่กับอะไรบางอย่างระหว่างขาเรียวยาวขาวผ่องที่พุ่งเข้าสู่สายตาของเขาอย่างจัง
ในชั่วพริบตานั้น หัวใจของโตซางเต้นรัว และรู้สึกเหมือนเืกำเดากำลังจะไหล
"เกิดอะไรขึ้น นี่ข้าดันมาเห็นฮวาหมู่หลานกำลังเปลี่ยน..."
ขณะที่ความคิดอันน่ากระอักกระอ่วนนี้ผุดขึ้นในหัว ฮวาหมู่หลานก็ััได้ถึงความเคลื่อนไหวทางด้านหลัง นางรีบคว้าเสื้อตัวยาวบนเตียงมาพันรอบท่อนล่างของตนทันที และในขณะที่หันกลับมา มือขวาก็ชักกระบี่ยาวที่วางอยู่ข้างเตียงออกมาด้วยความรวดเร็ว
"ใครกัน กล้าบุกรุกเข้ามาในห้องของข้า!" เสียงตวาดด้วยความโกรธ ฮวาหมู่หลานหันกลับมาพร้อมแทงกระบี่ยาวออกไปราวกับสายลม พุ่งตรงไปยังลำคอของโตซางตามสัญชาตญาณ
โตซางสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบะโว่า "หมู่หลาน ข้าเอง!"
กระบี่ที่แทงมาหยุดลงในระยะประชิด คมกระบี่ที่วาววับอยู่ห่างจากลำคอของโตซางไม่ถึงสามข้อนิ้ว
"นายท่าน ทำไมเป็ท่าน?" ฮวาหมู่หลานถามด้วยความใและสงสัย
โตซางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วยิ้มกล่าวว่า "หมู่หลาน เ้าไม่สบายไม่ใช่หรือ คุณชายตั้งใจต้มน้ำตาลเข้มข้นมาให้เ้าดื่มอย่างไรเล่า"
"ทำไมท่านถึงเข้ามาโดยไม่ส่งเสียงเรียกเลย เมื่อครู่ท่านคงเห็น... ของข้าแล้วใช่หรือไม่"
ฮวาหมู่หลานพูดแล้วชะงัก ทันใดนั้นนางก็ตระหนักได้ว่า ตนเองถูกโตซางเห็นเข้าเต็ม ๆ และเห็นอย่างชัดเจนเสียด้วย
ทันใดนั้น ใบหน้าที่สวยคมและเ็าของฮวาหมู่หลานก็แดงซ่านราวกับเมฆยามเย็น ความเขินอายลามไปจนถึงใบหูที่แดงก่ำ