5 : จ่ายเงินค่าหมอหรือแยกบ้าน
ภายในห้องโถงของบ้านสกุลเซี่ยท่านหมออวี่กำลังบอกเล่าถึงอาการของเซี่ยซานซานให้ทุกคนได้รับรู้ เซี่ยซือซือให้น้องชายอยู่เป็เพื่อนน้องสาวในห้องนอนตัวนางออกมายืนฟังผู้ใหญ่คุยกันอยู่ในห้องโถง อยากรู้ว่าเื่นี้จะเป็ไปตามที่นางคาดคิดไว้หรือไม่
“ค่าหมอสองตำลึงส่วนเทียบยาใบนี้ข้าคิดแค่หนึ่งตำลึงเป็พอ” ท่านหมออวี่บอกค่ารักษาให้ทุกคนได้รับรู้
“อันใดกันท่านหมออวี่คนก็รักษาไม่ฟื้นท่านยังมีหน้าจะมาคิดค่าหมอกับข้าอีก”
แม่เฒ่าเซี่ยไม่พึงพอใจเป็อย่างมาก ตวัดตาไปมองเซี่ยซือซืออย่างเอาเื่“นังตัวดีใครใช้ให้เ้าไปตามท่านหมออวี่มา เ้ากี้เ้าการนักนะ !”
“ท่านย่าข้าไม่ได้ให้คนไปตามท่านหมออวี่มานะเ้าคะเป็ชาวบ้านที่เขาสงสารพวกข้าเลยพากันไปตามมาต่างหาก”
เซี่ยซือซือเม้มปากทำท่าคล้ายอยากร้องไห้อีกรอบ“ตอนนี้อาซานถูกทำร้ายนอนแน่นิ่งไม่ฟื้นคืนสติอีกทั้งยังไม่รู้ว่าชีวิตนี้นางจะฟื้นขึ้นมาอีกไหม ฮืออ ท่านย่านางต้องได้กินยาที่ท่านหมออวี๋เขียนให้นะเ้าคะข้าขอร้องท่านย่าท่านช่วยอาซานของข้าด้วยเถอะ”
นางโขกศีรษะลงบนพื้นแรง ๆ เพื่อขอร้องท่านย่าของตนเองจนหน้าผากปูดบวมการแสดงหนนี้นางทุ่มหมดตัวแล้วจริง ๆ
“พอได้แล้วอาซือหากเ้าเจ็บไปอีกคนใครจะดูแลน้อง ๆ ของเ้ากันล่ะ” เซี่ยคุนทนมองต่อไปไม่ไหวรีบยกมือห้ามนาง
“ท่านปู่ใหญ่ท่านช่วยอาซานด้วยนะเ้าคะ”นางหันมาอ้อนวอนผู้นำตระกูลเซี่ย แล้วหันไปทางผู้ใหญ่บ้านต่อ “ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านท่านช่วยข้าด้วยนะเ้าคะ”
อวี่กังถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกหากไม่มีคนมาฟ้องร้องเขา ในฐานะผู้ใหญ่บ้านอย่างเขา ยังไม่อาจยื่นมือเข้าไปจัดการได้
“จิ่วเม่ยเ้าจะใจจืดใจดำกับลูกหลานตัวเองไม่ได้นี่เป็สายเืของคนสกุลเซี่ย เ้าต้องจ่ายเงินค่ารักษาให้ท่านหมออวี่และจ่ายค่าเทียบยาใบนั้นด้วย” เซี่ยคุนใช้อำนาจผู้นำตระกูลบีบบังคับแม่เฒ่าเซี่ย
“พี่ใหญ่ท่านพูดเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะเ้าคะข้าไม่ได้เป็คนไปตามหมอมารักษา อีกทั้งข้าก็ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาด้วยเื่นี้ข้าได้บอกท่านหมออวี่ไปั้แ่แรกแล้ว เป็ท่านหมออวี่ไม่ยอมฟังคำข้า เข้าไปรักษาอาซานด้วยตัวเอง”
“เพราะข้าเห็นแก่ชีวิตน้อย ๆของหลานสาวเ้าถึงได้เข้าไปรักษาก่อน คิดไม่ถึงเลยว่าพอรักษาเสร็จ เ้าจะใจดำไม่ยอมจ่ายค่ารักษาผู้ใหญ่บ้านท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับข้าด้วยนะขอรับ”
ท่านหมออวี่หันไปขอความช่วยเหลือจากอวี่กัง
“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่มีเงินจ่าย ! ต่อให้เอามีดมาจ่อคอข้า ข้าก็ไม่มี !”
“จิ่วเม่ย !” เซี่ยคุณตะคอกนางดังลั่น
“ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านท่านปู่ใหญ่เ้าคะข้ามีเื่อยากจะขอความช่วยเหลือ พวกท่านพอจะฟังคำข้าได้หรือไม่”
สบโอกาสเหมาะในตอนนี้ เซี่ยซือซือจึงเอ่ยสิ่งที่ปรารถนาออกมา
“เ้ามีเื่อันใดหรืออาซือ” เซี่ยคุนหันมาฟังนางพูด
“เ้าเอ่ยมันออกมาได้เลยอาซือข้ากับผู้นำตระกูลยินดีช่วยเหลือเ้า” อวี่กังพยักหน้าให้นางพูดได้
“ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านท่านปู่ใหญ่เ้าคะพวกท่านก็เห็นชีวิตความเป็อยู่ของข้ากับน้อง ๆ หลังจากท่านพ่อท่านแม่ตายเป็อย่างไรข้าไม่อาจปิดบังสิ่งใดได้อีก พวกท่านต่างก็รู้ว่าท่านย่าขายข้าให้ท่านป้าถานไปแล้ว”
พอเอ่ยถึงเื่นี้เซี่ยคุนกับอวี่กัง หันไปมองหน้าแม่เฒ่าเซี่ยอย่างไม่สบอารมณ์มีอย่างที่ไหนครอบครัวไม่ได้เดือดร้อนอันใด แต่กลับขายลูกหลานกินเสียอย่างนั้น
“เื่นั้นข้าพอรู้”อวี่กังพยักหน้ารอฟังคำของนางต่อ
“หลังท่านป้าถานมารับตัวข้าไปแล้วพวกท่านว่าน้องสาวกับน้องชายของข้าจะอยู่อย่างไร คนหนึ่งกลายเป็คนป่วยติดเตียง ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะฟื้นตอนไหนอีกคนนั้นยังเป็เด็กเล็กทำมาหากินเองยังไม่ได้”
เซี่ยซือซือเอ่ยได้ตรงเป้าหมายสะใภ้ทั้งสองกับแม่สามีของพวกนาง ถึงกับหันไปมองหน้ากันอย่างใ หากเซี่ยซือซือย้ายออกจากบ้านสามไปแล้วคนป่วยติดเตียงกับเด็กเล็กคนหนึ่งจะไร้ผู้ดูแลนางหลินกับนางจงไม่มีทางรับเด็กสองคนนี้มาดูแลเด็ดขาดภาระทั้งหมดคงตกอยู่ที่แม่เฒ่าเซี่ยอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ท่านแม่เื่นี้ท่านต้องตัดสินใจให้ดีๆ นะเ้าคะ” นางหลินร้อนรนขึ้นมาในทันที
แม่เฒ่าเซี่ยเริ่มตระหนักถึงปัญหาใหญ่ที่กำลังจะตามมาเหลือบตาไปทางท่านหมออวี่
“ท่านหมออวี่ อาการของอาซานนั้น ท่านรักษาไม่ได้จริงๆ หรือ”
ท่านหมออวี่ส่ายหน้าเบา ๆ “ยามนี้ข้าหมดหนทางแล้วนางอาจจะฟื้นขึ้นมาในสองสามวันนี้ หรืออาจจะเป็สองสามปีก็เป็ได้หากเลวร้ายที่สุดก็อาจไม่ฟื้นขึ้นมาเลย”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากทุกทิศทาง นี่ไม่ต่างจากการนอนติดเตียงไปตลอดชีวิตหรืออย่างไรกัน
“ท่านปู่ใหญ่เ้าคะ เช่นนั้นข้าจะทำอย่างไรได้อีก”เซี่ยซือซือเม้มปากแน่น ๆ ยกนิ้วขึ้นซับน้ำตาออกเบา ๆ ก่อนจะหันไปทางแม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยถามเสียงดัง ๆ ออกไป
“ท่านย่าเ้าคะ ท่านไม่ยอมจ่ายเงินค่าหมอให้อาซานจริงๆ หรือเ้าคะ”
“คำไหนคำนั้น ข้าไม่มีจ่าย”แม่เฒ่าเซี่ยมั่นใจว่าไม่มีใครมาบีบบังคับนางได้
“หากท่านย่าไม่ยอมจ่ายค่าหมอให้อาซาน เช่นนั้นข้าจะเป็คนจ่ายเองก็ได้เ้าค่ะ”
“น้ำหน้าอย่างเ้านี่นะ เพ้ย ๆ”แม่เฒ่าเซี่ยหนังตากระตุก นังเด็กนี่จะเอาความสามารถที่ใดมาจ่ายค่าหมอช่างไม่เจียมตัวจริง ๆ
เซี่ยซือซือไม่สนใจสายตาจ้องอาฆาตของท่านย่าของตนนางหันไปทางท่านหมออวี่แทน
“ท่านหมออวี่ข้าขอค้างค่ารักษาของอาซานไว้ก่อนได้หรือไม่ภายภาคหน้าข้าเซี่ยซือซือสัญญาว่าจะนำเงินมาจ่ายให้ท่านอย่างแน่นอน”
“เื่นั้นย่อมได้แต่ต้องเขียนใบค้างชำระเป็หลักฐานด้วย”ท่านหมออวี่ไม่อยากให้เื่นี้ง่ายจนเกินไปไม่เช่นนั้นคนในหมู่บ้านคงมาค้างค่ารักษากับเขา ด้วยปากเปล่าเหมือนกันหมด
“ทำเช่นนั้นเถิดเ้าค่ะ”
“แล้วเื่ของอาซานล่ะเ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ”ท่านหมออวี่รู้สึกว่าเื่นี้น่าเป็ห่วง
“ท่านปู่ใหญ่ข้าอยากขอแยกบ้านสามออกมาเ้าคะ”
“เหลวไหล !ข้ายังไม่ตายเ้าจะแยกบ้านออกไปทำอันใด !”แม่เฒ่าเซี่ยตวาดเสียงดังลั่น
“ท่านย่าขายข้าให้ท่านป้าถานไปแล้ว อีกหน่อยก็คงขายน้องเล็กของข้าทิ้งยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ดูแลอาซานที่ป่วยไม่ได้สติท่านจะเก็บบ้านสามไว้ทำสิ่งใดเ้าคะ หากไม่ใช่้าขายน้องชายของข้า !”
“เ้าเด็กเนรคุณนี่ ข้าขายพวกเ้าแล้วอย่างไรเล่า”
“จิ่วเม่ยเ้าหยุดเสียที ! เ้ายังเห็นหัวข้าเซี่ยคุนคนนี้อยู่หรือไม่ เอะอะก็จะขายลูกหลานกินวันนี้ข้าขอประกาศต่อหน้าทุกคนไว้หากข้ายังไม่ตายข้าไม่มีวันให้เ้าขายคนบ้านสามเด็ดขาดไม่เช่นนั้นข้านี่แหละจะขับเ้าออกจากตระกูลเซี่ยไปเอง”
“พี่ใหญ่ท่านทำเช่นนั้นกับข้าไม่ได้ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ขายลูกหลานกินบ้านไหนก็ทำกันทั้งนั้น”
“คนที่เขาขายลูกขายหลานกิน ย่อมมีเหตุมาจากอดอยากใกล้ตายส่วนเ้าจิ่วเม่ยเ้ายังอยู่ดีกินดี ข้าไม่เห็นว่าเ้าจะใกล้ตายตรงไหนกัน”
“ท่านแม่เ้าคะหากอาซืออยากแยกบ้านก็ให้นางแยกไปเถอะเ้าค่ะ ถึงแยกไปแล้วนางจะไปทำอันใดได้นางต้องไปเป็เมียคนพิการอยู่ดี” นางจงสะกิดเตือนแม่สามี
“นั่นสิอาซือ หากเ้าแยกบ้านไปแล้วเ้าจะดูแลน้อง ๆ ได้อย่างไร”เซี่ยคุนเห็นด้วยกับปัญหาเื่นี้ จึงหยุดการวิวาทกับแม่เฒ่าเซี่ยไว้ก่อน
“ท่านปู่ใหญ่เ้าคะเหตุที่ข้าแยกบ้านคือข้าไม่้าให้ท่านย่าขายน้อง ๆ ของข้าเ้าค่ะ ส่วนเื่ดูแลนั้นข้าย่อมดูแลพวกเขาได้แม้ว่าข้าจะถูกท่านป้าถานซื้อไปแล้ว ก็ยังอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันนี่เ้าคะ ข้าสามารถกลับมาดูแลพวกเขาได้เหมือนเดิมข้าเชื่อว่าท่านป้าถานไม่ใช่คนจิตใจคับแคบเ้าค่ะ”
อนาคตนั้นไม่รู้เซี่ยซือซือต้องเอ่ยให้ดูสวยงามไว้ก่อน
เซี่ยคุนพอรู้จักคนบ้านถานอยู่บ้างพวกเขาเป็บ้านมีบัณฑิตเปี่ยมความรู้ เื่คุณธรรมจึงไว้วางใจได้
“จิ่วเม่ยเ้าล่ะยินยอมหรือไม่เื่แยกบ้าน”
ผู้นำตระกูลได้ยินเหตุผลของเซี่ยซือซือก็เข้าใจในทันทีแม้ตนจะรับปากห้ามขายลูกหลาน แต่คนอย่างเซี่ยจิ่วเม่ยนั้นไร้สัจจะโดยสิ้นเชิง
“ท่านแม่ท่านอยากดูแลคนป่วยติดเตียงหรือเ้าคะ”นางหลินเห็นแม่สามีลังเล จึงรีบเอ่ยปัญหาใหญ่ของบ้านสามออกมา
“นั่นสิเ้าคะท่านแม่ไม่มีใครอยากดูแลนังเด็กง่อยนั่นหรอก ข้าคนหนึ่งแหละที่ไม่ยอม”นางจงทำท่าขยะแขยงในทันที
“หากท่านย่าเต็มใจดูแลอาซาน ยอมจ่ายค่าหมอค่ายาข้าจะถือว่าเื่แยกบ้านนั้น ข้าไม่เคยเอ่ยถึงมันก็แล้วกันเ้าค่ะ” มีหรือเซี่ยซือซือจะปล่อยให้หญิงชราได้คิดนาน
“เหลวไหล ! ในเมื่อนางอยากแยกบ้านนัก พี่ใหญ่ท่านก็ทำตามที่นาง้าเถอะ”
เื่อันใดนางต้องไปดูแลเด็กป่วยนอนติดเตียงมีแต่จะเลี้ยงเสียข้าวสุก เซี่ยซือหยางยังเด็กเล็กนัก ใช้แรงงานยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ขายทิ้งตอนนี้ยิ่งทำไม่ได้เซี่ยคุนไม่มีทางยินยอมแน่นอน เลี้ยงดูต่อก็มีแต่จะสิ้นเปลืองเสียเปล่า
“ตกลงเ้ายินยอมให้แยกบ้านสามออกไปแล้วใช่ไหมจิ่วเม่ย”เซี่ยคุนถามย้ำอีกหน
“เป็เช่นนั้น”
“ในเมื่อผู้ใหญ่บ้านก็อยู่ด้วยข้าต้องขอให้ท่านเป็พยานในการแยกบ้านสามครั้งนี้ด้วย”
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารับรู้เื่นี้มีบทสรุปกันเสียที ยังมีชาวบ้านด้านนอกรอฟังความคืบหน้าอยู่อีกหลายคน
แววตาของเซี่ยซือซือประกายวาวขึ้นอย่างดีใจขอเพียงมีหนังสือรับรองการแยกบ้าน ท่านย่าของนางไม่มีสิทธิ์มาขายน้อง ๆของนางได้อีก ไม่สามารถบังคับให้พวกเขาทำงานหนักเพื่อรับใช้คนในบ้านนี่นับว่าเป็เื่น่ายินดีเื่แรก นับจากที่นางทะลุมิติมา