ตอนที่ 3
เมื่อเธอเห็นว่าแม่เลี้ยงของสามีไม่กล้าสบตาเธอแล้ว และไม่พูดอะไรอีก เธอจึงได้เดินมาที่ลูกของเธอที่มือยังคงทำงานอยู่ แม้จะถูกตีหรือถูกด่าก็ยังไม่หยุดทำ ช่างน่าสงสารจริงๆ แม่จะปกป้องหนูเองจะไม่ให้ใครมาทำร้าย ได้อีก และเธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมคนด้วย ถ้ามารังแก กันอย่าว่าเธอร้ายก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ร่างกายนี้ไม่ไหวเลย รอให้แข็งแรงก่อนเถอะ จะไม่ทนเลย เพราะถึงเธอจะเป็หมอทหารแต่เื่การต่อสู้เธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการเป็หมอ เพราะได้ซ้อมเหมือนเป็ทหารทั่วไป เธอจึงไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร ถ้าใครคิดจะทำร้ายเธอ ก็จะตอบโต้กลับแน่นอน
"เจินเจิน พอได้แล้วลูก ไม่ต้องทำแล้ว ไม่ใช่บ้านของเรา ต่อไปไม่ต้องมาทำอีกนะคะ" เธอบอกลูกสาวตัวน้อยอย่างใจดี คนละเสียงกับที่คุยกับแม่เลี้ยงเมื่อสักครู่
"แต่ถ้าหนูทำไม่เสร็จจะถูกตีนะคะ แล้วทุกคนจะไม่ได้กินข้าวด้วย" พูดไปพร้อมทั้งเป็ห่วงที่กลัวว่าแม่จะไม่มีข้าวกิน ช่างเป็เด็กดีมากเลย ตัวแค่นี้รู้จักที่จะเป็ห่วงคนอื่นแล้ว
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เดี๋ยวแม่หาข้าวให้กิน แล้วก็กลับบ้านไปใส่ยาด้วยดูสิ เป็รอยเลย เจ็บมากหรือเปล่า" ถามด้วยความเป็ห่วง เพราะเห็นรอยแดงที่แขน ส่วนคนตัวเล็กจากที่พยายามที่จะเข้มแข็งและไม่ร้องไห้ พอแม่ถามคำถามนี้ออกมาต่อมน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ กลับกั้นเอาไว้ไม่ได้ ไหลออกมาจากตาอย่างหยุดไม่ได้ เจินเจียอี จึงได้ดึงลูกสาวเข้าไปในอ้อนกอด และอุ้มขึ้น เพื่อพากันกลับห้องไป โดยไม่สนใจแม่เลี้ยงของสามีที่มองอย่างโกรธที่ทำอะไรสองแม่ลูกไม่ได้ แล้วทีนี้จะทำอย่างไรไม่ใช่ว่าเธอต้องทำงานทั้งหมดอีกแล้วหรือ ไม่ได้ไม่ยอมเด็ดขาด แต่ว่าจะทำยังไงดีที่จะทำให้ลูกสะใภ้คนนี้กลับมาทำงานเหมือนเดิมได้
เมื่อเดินมาถึงห้องที่พักอาศัยกัน สามคนพ่อ แม่ ลูก จึงได้วางลูกสาวลงบนเตียง เพื่อที่จะสำรวจร่างกายว่าถูกตีไปกี่ทีและโดนตรงไหนบ้างเพื่อที่จะได้ทายาได้ถูก
"หนูบอกแม่ได้ไหม ว่าโดนตีไปกี่ครั้งหรือคะ เจ็บไหม" เจียอีถามลูกสาวตัวน้อยด้วยความห่วงใย
"โดนตีไปสามทีค่ะ หนูเจ็บมากเลย ย่าใช้งานแต่ไม่ยอมให้หนูกินข้าวเลยค่ะ หนูหิวมากเลยค่ะแม่ แล้วแม่ป่วยหายแล้วหรือคะ ทำไมถึงลุกออกจากที่นอนได้" เธอลืมคิดไปเลยว่าแม่ป่วยอยู่และนอนบนเตียงมาหลายวันแล้ว และไม่มีท่าทางว่าจะหายจากอาการป่วยเลยแม้แต่น้อย แต่วันนี้แม่สามารถลุกขึ้นมาได้ และยังออกไปช่วยเธอจากย่าใจร้ายอีกด้วย
"แม่หายแล้ว ไม่เป็อะไรแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วงแม่หรอกลูก เดี๋ยวแม่เอาอาหารให้กิน แต่มาสัญญากับแม่ก่อนได้หรือเปล่าว่าจะเป็ความลับ ไม่อย่างนั้น อาจมีคนมาขโมยอาหารของเราไปได้ แล้วเราจะไม่มีกินอีก" เธอพยายามหลอกล่อลูกสาว ไม่อย่างนั้นด้วยความเป็เด็กใครถามก็คงจะบอกหมด และอาจนำพาอันตรายมาสู่ทุกคนได้
"ได้ค่ะแม่ หนูจะไม่บอกใคร เพราะเราไม่ค่อยมีอาหารกิน แต่คนอื่นมีกินกันอยู่แล้ว หนูจะเก็บไว้กินที่บ้านเราค่ะ หนูสัญญา" แม้ไม่รู้ว่าแม่จะมีอาหารจริงๆ หรือเปล่า แต่ก็รับปากคนเป็แม่ไปก่อน เพราะอยากให้แม่สบายใจ
"ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่หยิบมาให้ กินอิ่มแล้วแม่จะได้ทายาให้จะได้หายเจ็บเร็วๆ " เธอเดินตรงไปที่เป้ทหารที่วางไว้ แล้วหยิบนมกับขนมปังออกมาให้ลูกได้กินไปก่อน เพราะจากที่ได้ฟังคงยังไม่ได้กินอาหารเลย แล้วยังต้องทำงานรับใช้ คนพวกนั้นอีก ใจร้ายมากจริงๆ ไม่เคยเห็นคนที่ใจร้ายขนาดนี้มาก่อนเลย
"นี่ค่ะ กินนี่ไปก่อนแล้วกันนะ มันจะทำให้เราอิ่มท้องได้" พูดพร้อมทั้งส่งนมกับขนมปังไปให้ลูก
"แม่คะ นี่มันคืออะไรหรือคะ หนูไม่เคยเห็นมาก่อนเลย มันกินได้แน่หรือคะ" ด้วยความไม่มั่นใจจึงถามคนเป็แม่ เพราะสิ่งที่แม่นำมาให้มันแปลกจังไม่รู้ว่าจะกินได้หรือเปล่า
"กินได้สิคะ หนูแค่เอาแท่งสีขาวเจาะตรงนี้ แล้วก็ค่อยๆดูดเข้าปากไป ลองดูแม่รับรองว่าหนูต้องชอบแน่ มันคือนมค่ะ" เมื่อทำให้ลูกดูแล้วจึงได้ส่งกล่องนมไปให้ลูกได้ดื่ม แล้วจึงแกะถุงขนมปัง แล้วส่งให้ลูกกินหนึ่งชิ้น เพื่อที่จะดูว่าลูกชอบหรือเปล่า แล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อเห็นสีหน้าที่มีความสุขในการกินของลูกสาว
"แม่ค่ะอันนี้ทั้งสองอย่างอร่อยมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าของที่มีความแปลกนี้จะอร่อยมากเลยค่ะ แล้วมันมาอยู่ที่ห้องเราได้อย่างไรกันค่ะ" ด้วยความสงสัยจึงอดไม่ได้ที่จะถามคนเป็แม่ออกไป เพราะโดยปกติที่ห้องของบ้านเราไม่มีอะไรจะกินกันอยู่แล้ว แต่นี่มีของกินที่อร่อยมาอยู่มันจึงเป็เื่ที่ผิดปกติ
"ที่เป็กล่องนี้เขาเรียกว่านมและขนมนี้เรียกว่าขนมปังค่ะ แล้วที่ลูกถามว่าของพวกนี้มาจากไหน แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยท่านเทพ คงเห็นว่าบ้านเราไม่มีอะไรกิน และยังเป็คนดี จึงได้ส่งของกินมาให้เรา แม่ถึงบอกให้หนูอย่าบอกใครอย่างไรล่ะ เพราะถ้าบอกคนอื่นท่านเทพอาจจะโกรธแล้วเอาของทุกอย่างกลับไป พวกเราจะอดเอาได้ เข้าใจที่แม่พูดหรือเปล่า"
"เข้าใจค่ะ หนูจะไม่บอกใครแน่นอน แล้วแม่กินหรือยังค่ะ แบ่งกันกินค่ะ" ช่างเป็เด็กดีจริงๆ เป็ห่วงกันด้วยจะทำให้เธอหลงรักไปถึงไหนกัน
"หนูกินไปได้เลยค่ะ แม่กินแล้วยังอิ่มอยู่เลย" เป็เด็กที่รู้เื่มากเลย แม้จะอายุยังน้อง แต่มีความคิดที่เป็ผู้ใหญ่กว่าอายุ อาจจะเพราะต้องเจออะไรหลายๆ อย่างทำให้แกร่งขึ้นมา
"อย่างนั้นหนูเก็บเอาไว้ให้พ่อก็ได้ค่ะ หนูอยากให้พ่อได้กินของอร่อยแบบนี้บ้างค่ะ"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ แม่เก็บไว้ให้พ่อแล้ว หนูกินให้หมดได้เลย แม่มีอยู่อีกเยอะ ไม่ต้องกลัวหมดนะ" เป็ห่วงพ่อไปอีก
"จริงหรือคะ" มองหน้าแม่ว่าที่พูดออกมานั้นเป็จริงหรือเปล่า
"จริงแน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วงนะรีบกินให้หมดเร็วเข้า แม่จะได้ทายาให้ จะได้หายเร็วๆ "
"เรามียาด้วยหรือคะแม่ ตอนแม่ป่วยเรายังไม่มียารักษาเลย พ่อได้แต่เอาสมุนไพรมาต้มเพื่อบรรเทาเท่านั้น"
"มีสิคะ อยู่ในเป้นี้เหมือนกัน ท่านเทพคงให้เรามาพร้อมอาหาร เราไม่ต้องไปซื้อมาหรอกค่ะ"
"เราช่างโชคดีมากเลยค่ะ หนูกินอิ่มแล้ว แม่จะทายาให้หนูเลยหรือเปล่าคะ"
"ใช่ค่ะ โดนตีตรงไหนบ้างแม่จะได้ทายาได้ถูก" เธอเห็นตรงแขนเพียงที่เดียว ตรงอื่นไม่รู้ว่าโดนตรงไหน แต่เมื่อลูกสาวถอดเสื้อจึงได้เห็นตรงกลางหลังที่เป็แนวสองเส้นเด่นชัดเลยทีเดียว เมื่อเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งอยากจะไปจัดการคนแก่ใจร้าย ที่ทำร้ายลูกเธอจนเป็แนวขนาดนี้
"แม่จะทายาให้แล้ว ถ้าเจ็บก็ให้บอกนะ แม่จะทาเบาๆ จะได้ไม่เจ็บมาก"
"ค่ะแม่ แม่ทาได้เลยค่ะ" เธอบอกกับแม่ แม้จะรู้สึกเจ็บแต่เธอก็ทนได้เพราะย่าเคยตีอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อทายาลงบนแผล คนตัวเล็กได้เพียงแค่สะดุ้งคงรู้สึกเจ็บ แต่คงโดนตีบ่อยจึงมีความอดทน ไม่ร้องไห้แม้แต่น้อย ดูสิคงจะเจ็บหน้าดูเลย เห็นแล้วก็อยากเอาไม้ไปฟาดดูบ้างว่าเป็ตัวเองจะเจ็บหรือเปล่าดูสิเนี่ยคงไม่ได้ยั้งมือที่ฟาดลงมาเลยแม้แต่น้อย
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )