
เสียงจ้อกแจ้กคุยกันเื่โรคระบาดสายพันธุ์ประหลาดกันอึงขึ้นมา ท่าน ผอ. ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา แล้วก็ตบมือดัง ๆ กล่าวขึ้นว่า
“เราไปห้องประชุมกันดีกว่า ได้เวลาเริ่มประชุมแล้ว วันนี้มีวาระการประชุมหลายหัวข้อด้วยนะครับ เดี๋ยวจะเลิกได้ไม่ตรงเวลา วันนี้เราไม่ได้สั่งอาหารกลางวันมาเลี้ยงอาจารย์ผู้เข้าประชุมด้วย”
แล้วท่าน ผอ. ก็หันมาทางพ่อแม่ของอาเธอร์ยกมือสวัสดีและกล่าวขอตัว หลังจากนั้น ก็เดินนำบรรดาอาจารย์เข้าห้องประชุมที่อยู่ตึกเดียวกับห้องกิจกรรมพิเศษ
หลังจากที่พ่อแม่ของอาเธอร์กลับไป แฮ็มกะแป็ง บุ๋นและอาเธอร์ก็เดินไปที่ห้องกิจกรรมที่ตึกทางทิศใต้ ปรากฏว่าที่ห้องกิจกรรมยังปิดประตูใส่กุญแจอยู่
“บุ๋น มึงกับอาเธอร์รอตรงนี้นะ กูจะไปหาลุงคมขอกุญแจมาเปิดห้อง” แฮ็มกะแป็งบอกกล่าวเพื่อน ๆ แล้วก็เดินไป
“โอเค กูก็ี้เีเดินไปหาลุงหุ่นยนต์อยู่แล้ว กูกะอาเธอร์จะอยู่รอกันตรงนี้ก็แล้วกัน” บุ๋นทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนที่สร้างเป็แนวยาวหน้าระเบียงห้อง
“ม่ายอาวว อาเธอร์จะไปด้วยแฮ็มมกะแป็งง...” แล้วอาเธอร์ก็เดินไปเกาะแฮ็มกะแป็ง เหมือนน้อง ป.1 จับมือพี่ ป.6
“อาเธอร์อยากไปด้วยหรือ? งั้นก็ได้ ไปกันสิ” น้ำเสียงสำเนียงที่แฮ็มกะแป็งใช้พูดกับอาเธอร์จะดูอ่อนโยนกว่าพูดคุยกับบุ๋น
บุ๋นไม่สนใจ เขานั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน ถอดรองเท้าแล้วยกเท้าขึ้นมาวางบนม้านั่ง แล้วเอนตัวพิงกับเสาสีขาวที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วเขาหยิบกระเป๋าสะพายแล้วเปิดออก หยิบเอาแผ่นกระดาษร่างโครงงาน ทั้งยังหยิบช็อคโกแลตออกมาด้วย
บุ๋นแกะห่อช็อคโกแลตออกกินอย่างสบายใจ ช็อคโกแลตเริ่มละลายแล้วเพราะอยู่นอกตู้เย็นนาน บุ๋นกินขนมมูมมาม ปากเลยเปื้อนช็อคโกแลต หน้าตาเหมือนั์ที่เขาเล่นละคร อาเธอร์เดินคล้อยหลัง ก่อนจากไป เห็นหน้าเลอะเทอะของบุ๋นเข้าถึงกับหัวเราะคิกคัก ทำท่าจะพูดอะไรสักคำ แต่ก็นึกไม่ออกในเวลานั้น จึงเดินตามแฮ็มกะแป็งออกไป
แฮ็มกะแป็งเดินพาอาเธอร์อ้อมไปทางโรงจอดรถ แล้วเดินเลยไปที่โรงอาหาร
“ขำ...กลิ้...ง”
อาเธอร์พูดหลังจากที่เดินมาได้สักพัก แฮ็มกะแป็งรู้ว่าอาเธอร์คงนึกตลกบุ๋น ที่บุ๋นกินช็อคโกแลตเปื้อนปาก หรืออาจจะยังรู้สึกตลกกับภาพหัวขมำพื้นของบุ๋นที่สนามหญ้า แต่เพิ่งพูดออกมา ก็อดนึกขันอาเธอร์ไม่ได้
ในวันเสาร์ที่โรงเรียนปิด โรงอาหารไม่มีผู้คน ร้านค้าไม่เปิด มีแต่เสียงลมพัดต้นไม้และใบหญ้า เสียงแพะร้องแม ๆ ยังดังอยู่หลังรั้ว อาเธอร์จับมือแฮ็มกะแป็งแน่นขึ้น เขารับรู้ได้ว่าอาเธอร์กลัวเวลาไม่มีคน กลัวการอยู่คนเดียว เขาจับมืออาเธอร์กระชับขึ้นเพื่อให้อาเธอร์รู้สึกอุ่นใจว่ามีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ
“เรา...” อาเธอร์กำลังจะพูดว่า “เรากลัว” แต่คำว่า “กลัว” ยังติดอยู่ที่ปาก
ทั้งสองคนเดินมาจนสุดโรงอาหาร ที่ชั้นสองบนโรงอาหารสร้างเป็ที่พักของลุงคมสันต์และตาชิด แฮ็มกะแป็งเดินมุ่งไปที่บันได ทันใดนั้น งูสีเหลืองตัวใหญ่ขนาดสองเมตรครึ่ง ลำตัวใหญ่มีลายพิมพ์น้ำตาลดำทั้งตัว เลื้อยอยู่บริเวณพื้นปูนโรงอาหารใกล้ทางขึ้นบันได อาเธอร์ได้ยินเสียงอะไรดังมา หันไปเห็นงูเลื้อย ใปากซีด ลั่นคำออกมาว่า “เรา...กะ..กะ...กลัว...”
แฮ็มกะแป็งคิดว่าอาเธอร์หมายถึงกลัวโรงอาหารที่ไม่มีคน ก็จูงอาเธอร์เดินต่อ อาเธอร์จับมือแฮ็มกะแป็งวิ่งหลบงูไปทางรั้วที่ติดกับวัด ด้านที่มีแพะร้องอยู่ แฮ็มกะแป็งใ สัญชาตญานบอกว่ากำลังเกิดเื่ขึ้นอยู่
“อะไรอาเธอร์ เกิดอะไรขึ้น?”
“งงงงง......งู...งู...”
“ไหน ไหน???” พอรู้ว่ามีงู แฮ็มกะแป็งก็สะดุ้ง ตาลีตาลานกวาดสายตามองหางู
เสียงจึก เสียงจีด กรีดกระทบของท่อนเหล็กกับพื้นปูน ลุงคมสันต์คว้าไม้ยาวขนาดเมตรครึ่ง ปลายไม้มีวงเชือกอยู่ ลุงคมสันต์หน้าเครียด ปากะโว่า
“ระวัง ออกไปห่าง ๆ เสียทั้งสองคนนั่นแหละ”
ปากของลุงคมสันต์ก็สั่งเด็กสองคนให้ระวังและให้ออกไปเสียให้ห่าง ส่วนมือของเขาก็ยกไม้จับงู เพื่อหาจังหวะคล้องเชือกไปทางหัวงู ลุงคมสันต์กวัดแกว่งไปมาสักห้านาที ก็หาจังหวะได้ รวบหัวงูเข้าเชือกแล้วกระตุกรัดขึ้นมา ตัวงูยาวใหญ่ ลำตัวมีสีเหลืองลายน้ำตาลดำมันเมี่ยมแบบนี้ ช่างชวนขนลุกขนพองมากทีเดียว
ลุงคมสันต์มองหาได้กระสอบเชือกปอที่อยู่ใกล้ ๆ เปิดปากกระสอบออกกว้างวางบนพื้น แล้วค่อย ๆ หย่อนเ้างูสีเหลืองลายพิมพ์น้ำตาลดำตัวเขื่องนั้นลงไป ลุงคมสันต์คล่องแคล่วชำนาญมาก พองูเข้ากระสอบ ก็กระตุกเชือกที่ปากกระสอบรัดแน่น แล้วโยนไปที่ข้างรั้ว ความหนักของตัวงูในกระสอบ ทำให้ลุงคมสันต์ต้องออกแรงโยนอย่างมาก
“พวกคุณมาทำอะไรกันแถวนี้? นี่ดีนะ ที่ผมอยู่ด้วย ไม่งั้นถูกงูเหลือมกิน จะทำยังไง?” ลุงคมสันต์เองก็ตื่นเต้นไม่น้อย แกมีสีหน้าใ และหายใจเหนื่อยหอบจนเห็นได้ชัด
แฮ็มกะแป็งรู้สึกตื่นเต้นมากที่เห็นลุงคมสันต์จับงูตัวใหญ่ตรงหน้าจะจะ เขาตอบคำถามอย่างละล่ำละลัก “ผมมาขอลุงคม ป...ไป...ไปช่วยไขกุญแจห้อง... ห้องกิจกรรมน่ะครับ”
“อ๋อ ผมทราบแล้ว เดี๋ยวผมจะตามไปเปิดประตูให้”