สองพี่น้องพร้อมด้วยผู้จัดการไร่พูดคุยอย่างออกรสสายตาจิณวัตรกวาดมองความกว้างใหญ่ของไร่ชาแสงฝางเต็มตา
“ที่นี่ยังขาดอะไรอีกเยอะเลยค่ะพี่จิณ ถ้าเทียบกับไร่ชาอื่นแถบนี้น่ะ”เมื่อวานที่ตนมาถึง เจนจิราก็สำรวจไร่ด้วยความเพลิดเพลินมองเห็นทั้งจุดเด่น จุดด้อยของไร่ชาบ้างแต่เธอเองก็ไม่ได้ถนัดงานสายบริหารเหมือนพี่ชาย
“่ที่ผ่านมาไร่และรีสอร์ทของเรามีปัญหาอะไรบ้าง น้าจันทร์ลองนึกและเล่าให้ผมฟังได้นะครับถึงเวลาที่ผมควรใส่ใจกับที่นี่สักที” แม้ไร่ชาแห่งนี้จะเทียบมูลค่ากับกิจการอสังหาริมทรัพย์เดิมของครอบครัวไม่ได้เลยแต่จิณวัตรมีความคิดริเริ่มจะพัฒนา ดูแลทรัพย์สินชิ้นนี้ นอกจากตนเองจะได้กำไรเป็ผลประโยชน์แล้วคนงานของไร่ พนักงานรีสอร์ท รวมถึงชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงจะได้มีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
จันทราเล่าต่ออีกว่าคนงานประจำไร่มีเพียง 10คน นอกจากนั้นจะจ้างเป็รายวันในฤดูเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวส่วนรีสอร์ทขนาดเล็ก เป็ลักษณะบ้านพักแยกตามสัดส่วนพื้นที่มีเพียง 7 หลัง นักท่องเที่ยวเข้าพักน้อยเฉลี่ยอาทิตย์ละแค่ 3-5 กลุ่ม ส่งผลให้มีพนักงานมีแค่ 3 คนเท่านั้นคอยดูแลนั่นคือนางจันทราเอง ลูกชายและคำเอื้อย
ในวันนั้นเลยที่จิณวัตรเริ่มแผนปรับปรุงไร่ชาและรีสอร์ทของตนผู้รับเหมาในเมืองเชียงใหม่เข้ามาคุยรายละเอียดคร่าวๆ และขอเวลา 1 อาทิตย์เพื่อกลับไปทำกราฟฟิกการรีโนเวทรีสอร์ทใหม่ทั้งหมดงานในไร่ชาก็มีการปรับแผนทำแบบขั้นบันได ทำถนนเล็กๆไล่ลงไปตามแนวเขาเพื่อให้นักท่องเที่ยวหรือแขกที่เข้ามาพักได้ถ่ายรูป จิบชา ชมหมอกฟอกปอดที่ไร่แสงฝาง เจนจิราเองช่วยพี่ชายด้วยการรับงานกราฟฟิกดีไซต์และงานประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แฟนเพจของไร่ และเธอยังติดต่อยูทูปเบอร์รายการท่องเที่ยวชื่อดังให้มาถ่ายทำรายการทันทีที่ปรับปรุงรีสอร์ทเสร็จสิ้น
เมื่อเ้าของไร่ทั้งทุ่มเทลงทุนทั้งเงินและแรง คนงานที่นี่พร้อมช่วยเหลือเต็มความสามารถ จันทราภิเสือและคำเอื้อยต่างติดต่อประสานงาน ทำงานที่ได้รับมอบหมายกันจนวุ่น
“นายจิณ คุณหนูเจนครับ เรียนเชิญรับประทานอาหารเย็นที่ศาลาครับ” ภิเสือเดินมาตามเ้านายทั้งสองคนที่ยังคุยงานกับผู้รับเหมาอยู่
“เจนไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะรีบตามไป”
“ค่ะพี่จิณ” เจนจิราเดินตามภิเสือไปยังศาลาข้างๆตัวออฟฟิศที่ตรงนั้นบรรยากาศดี ลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังมีวิวเขาน้อยใหญ่สลับสวยงามการตัดสินใจมาพักผ่อนที่ไร่แสงฝางของเจนจิรา่ 2 วันที่ผ่านมานี้นับว่าคุ้มค่ามากๆ
เสียดายอยู่อย่างเดียวพรุ่งนี้่สายๆเธอและพี่ชายต้องเดินทางกลับกรุงเทพแล้ว
น้องสาวเดินห่างออกไปท่านประธานหนุ่มก็ดำเนินการคุยแปลนสร้างบ้านพักเล็กๆส่วนตัวของเขาต่อ
“ผม้าให้บ้านพักเหมือนแปลนในภาพให้มากที่สุดนะครับคุณโชคพื้นที่ใช้สอยด้านในขอแบบโล่งๆ โทนสีแบบสบายตาถ้าติดปัญหาอะไรคุยโชคสามารถโทรหาผมได้โดยตรงครับ”
“ได้ครับคุณจิณวัตร พรุ่งนี้ผมและทีมงานจะเข้าไปสั่งของในเมืองและเริ่มสร้างเลยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ทุกอย่างน่าจะเสร็จเรียบร้อยครับ”ดีลงานง่าย จ่ายหนัก จ่ายจริงแบบนี้ ผู้รับเหมาเป็ปลื้มมากเลยพวกเขาต้องทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เพราะอนาคตคงได้พึ่งพากันอีกเยอะ
“ดีครับ” จิณวัตรพอใจในการทำงานรวดเร็วของผู้รับเหมารายนี้มากๆมีความเป็มืออาชีพสูง การออกแบบประณีต การดำเนินการฉับไวรวมถึงทีมงานที่ได้ร่วมงานใน่ 2 วันที่ผ่านมาค่อนข้างเป็กันเองและมีประสิทธิภาพเลยทีเดียวครั้งนี้เขาและเจนจิราพักอยู่ในรีสอร์ทแสงฝาง แต่หวังว่าครั้งหน้าที่ได้มาที่นี่บ้านพักเล็กๆริมเขาในฝันคงจะสร้างแล้วเสร็จ
“ขอบคุณมากนะคะน้าจันทร์ ตลอด 2 วันมานี้ น้าจันทร์ดูแลเจนกับพี่จิณอย่างดีเลยกับข้าวที่ทำให้ทานก็อร่อยมากๆด้วย น้ำหนักเจนขึ้นแล้วมั้งคะเนี่ย” เจนจิรากล่าวขอบคุณ หลังมื้ออาหารก็พูดคุยเื่จิปาถะจนพลบค่ำ
“อย่าได้เกรงใจเลยค่ะ พวกเราที่นี่ต่างหากต้องขอบคุณนายจิณและคุณหนูเจนมากๆ”ไร่แสงฝางที่นางรักและดูแลมาชั่วชีวิตนับั้แ่เ้าของตัวจริงมาเหยียบที่นี่ทุกอย่างเริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ จันทราให้คำมั่นสัญญาต่อเ้านายว่านางจะใส่ใจ ดูแล และช่วยจิณวัตรพัฒนาไร่ให้ดีที่สุด ไร่แสงฝางเปรียบดั่งบ้านเปรียบดั่งชีวิต ทุกวันนี้ที่มีอยู่ มีกิน มีใช้ ทำให้ตนเอง และครอบครัวสุขสบายก็เพราะไร่แห่งนี้นี่แหละ
“อีกอย่างน้าไม่ใช่แม่ครัวหรอกค่ะคุณหนูเจนขาคนที่ทำกับข้าวทุกมื้อให้พวกคุณและคนงานได้ทานกัน กำลังล้างชาม ดูแลความเรียบร้อยครัวอยู่ด้านหลังโน้นค่ะ”
“อย่าบอกนะคะว่าเป็ฝีมือคำเอื้อย แล้วแผลที่ฝ่ามือหายแล้วเหรอคะ?” เจนจิราได้เห็นกับตาตัวเอง ร่องรอยที่เกิดจากอุบัติเหตุในเช้าวันก่อน
“ก็ยังไม่หายหรอกค่ะ แต่รายนั้นเขาดื้อหนักเื่ทำงาน เห็นตัวเล็กๆแบบนั้นแต่ขยันทำงานมาั้แ่เด็กแล้วนะคะ”น้ำเสียงของจันทรามีแต่ความเมตตาสงสาร
“น้าจันทร์เล่าเื่ของคำเอื้อยให้ฟังหน่อยสิคะ” เพราะรู้สึกถูกชะตาน้องสาวคนนี้มากเจนจิราจึงอยากรู้เื่ราวของแม่ครัวคนเก่งเพิ่มเติมจิณวัตรกำลังละเมียดละไมกับการดื่มเบียร์เย็นๆ ในมือเลื่อนสมาร์ทโฟนติดตามข่าวสารก่อนเขาจะหยุดกึก...สนใจเื่ราวที่ผู้จัดการไร่เล่าสู่กันฟัง
“พ่อแม่ของคำเอื้อยก็เป็คนงานในไร่ชาแสงฝางนี้ล่ะคะแต่ดันโชคร้ายเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถชน ตอนนั้นคำเอื้อยมันอายุ 8-9 ขวบได้กระมัง”
“โธ่ น่าสงสารจัง ชีวิตของคำเอื้อยเหมือนพวกเราเลยนะคะพี่จิณ” น้องสาวหน้าเศร้าหันไปพูดคุยกับพี่ชาย
“อืม” จิณวัตรเหมือนตอบไปทีทั้งๆที่ในใจของเขาไม่ใช่เลย...วัยเด็กที่ต้องสูญเสียบิดามารดาผู้เป็ที่รักช่างเป็่เวลาที่เ็ปที่สุดในชีวิต แต่เพราะเขาอยู่ในฐานะพี่ชายเขาต้องพยายามเข้มแข็งที่สุด ไม่อ่อนแอให้ใครเห็น
แล้วเด็กคนนั้นล่ะ...เธอผ่าน่เวลาน่าเศร้ามาได้อย่างไงกัน
“เด็กมันไม่มีใคร ไม่มีญาติที่ไหนแล้ว น้าสงสารเลยเลี้ยงดูไว้แต่คำเอื้อยเป็เด็กดี ขยัน อดทน ช่วยงานที่ไร่ที่รีสอร์ทไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนนึงเลยค่ะ ไม่เคยเป็ภาระหรือทำให้น้าเหนื่อยใจเลยสักครั้ง”เด็กสาวสู้ชีวิต ไม่ได้น้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง น่าชื่มชมยิ่งหนัก
“แบบนี้แสดงว่าคุณภิเสือกับคำเอื้อยก็ไม่ได้เป็พี่น้องข้องเกี่ยวกันนะสิคะ”ภิเสือหลงรักคำเอื้อย เจนจิราคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจถูก
“ก็อย่างที่คุณหนูเข้าใจนั่นแหละค่ะ เ้าเสือมันรักของมันมาั้แ่เด็กแล้วน้าเองก็ไม่ขัดข้อง ถ้าทั้งสองรักกันและตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยกันในอนาคต” ดีเสียอีก นางจันทราจะได้มั่นใจว่าลูกชายเลือกผู้หญิงไม่ผิด
สมาร์ทโฟนถือค้างไว้อย่างนั้นหน้าจอข่าวดับลงไปนานแล้ว
ไม่มีใครรู้...จิณวัตรกำลังคิดอะไรอยู่
“พี่จิณ ที่นี่สวย บรรยากาศดี ความเป็ธรรมชาติวิถีชีวิตของผู้คนคงไว้ดีมากๆโชคดีจังที่พี่ตัดสินใจซื้อไร่แสงฝางต่อจากเพื่อนนะคะ” น้องสาวชวนคุยขณะเดินกลับห้อง
“อืม พี่เองก็ไม่รู้มาก่อน” ทุกอย่างเขายกให้จันทราบริหารจัดการจำได้ว่ามีอีเมลล์ผลประกอบการจากไร่แสงฝางส่งมาให้ดูทุกเดือนแต่จิณวัตรไม่เคยคิดสนใจเลยสักครั้ง
“เจนอยากให้ทุกอย่างปรับปรุงเสร็จเร็วๆจังเลยค่ะมันต้องสวยกว่านี้เยอะมากๆแน่ คนที่นี่จะได้มีความเป็อยู่ที่ดีมากขึ้นด้วย เอ๊ะเอาอย่างนี้ดีกว่า สิ้นเดือนหน้าที่เราจ้างให้ยูทูปเบอร์มาถ่ายทำรายการเจนจะลาพักร้อนตามมาด้วยเลย”
“สงสัยว่าน้องสาวพี่ จะติดใจไร่แสงฝางแล้วจริงๆสินะ” จิณวัตรโยกศีรษะน้องน้อยไปมาวันหยุดยาวของพวกเรา มีอะไรให้น่าประทับใจเยอะ ส่วนที่ไม่น่าประทับใจก็พอมีบ้าง
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สองศรีพี่น้องหัวเราะมีความสุข
มันดังจนทำให้หญิงสาวอีกคนที่กำลังเดินกลับบ้านพักหันมามองพร้อมยิ้มตามไปด้วยนายจิณวัตรกับคุณหนูเจนจิรามาพักผ่อนแค่ไม่กี่วันก็สามารถทำให้ไร่แสงฝางดีขึ้นทันตาเห็น หลายอย่างกำลังเริ่มดำเนินการบางอย่างก็ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว บ้านพักคนงานถูกรวมอยู่ในแผนพัฒนาไร่ด้วยและสิ่งสุดท้าย...สิ้นเดือนนี้คนงานไร่ทุกคนจะได้ปรับฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้นคนละ 10 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากเ้าของไร่เห็นว่าไม่มีการปรับเพิ่มเงินเดือนมานานกว่า 5 ปีแล้ว
เขาเข้ามาก็กลายเป็ที่รักเป็หลักให้ทุกคนได้พึ่งพิง
เปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ผู้เป็ร่มเงาแก่ชาวไร่แสงฝาง
จิณวัตรไม่ได้กลับห้องของตัวเองเขาเลือกที่จะเดินชมบรรยากาศ่ค่ำคืนภายในไร่ ไม่ว่าจะเป็กลางวันหรือกลางคืนที่นี่อากาศดีจริงๆท่านประธานหนึ่มเป็คนหนึ่งที่ชื่นชอบธรรมชาติ ความสงบ ความเรียบง่ายสันโดษแบบนี้
“คำเอื้อยจ๋า มาครับพี่ช่วยถือน่ะ” เสียงหนึ่งดังแหว่วกระทบโสตประสาทของหนุ่มเมืองหลวงจิณวัตรมองเห็นภิเสือกำลังช่วยคำเอื้อยถือตระกร้าใหญ่ 2 ใบไม่รู้อะไรดลใจ เขาถึงได้เดินตามคนทั้งสองไปเรื่อยๆ
“ขอบคุณเ้า ส่งแค่นี้ก็พอเ้าพี่เสือ” คำเอื้อยหยุดอยู่หน้าบ้านเธอเอื้อมมือหมายจะถือตระกร้าดอกไม้ไปวางไว้ด้านใน
“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวพี่ช่วย มือเรายังเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอคำเอื้อย ทั้งทำงานทำกับข้าว ดูแลแขก ซักผ้า ทำโน้นทำนี้มากมาย แล้วแบบนี้เมื่อไหร่แผลจะหายสักที”ภิเสือถือวิสาสะเข้ามาในห้องพักของฝ่ายหญิง วางตระกร้าดอกไม้สดไว้ถึงที่
“แค่ถลอกๆเองเ้า เดี๋ยวก็คงหาย” หญิงสาวหน้าเจื่อนเธอรู้ว่าเขาเป็ห่วง
“แล้วนี่ได้ทายาบ้างหรือเปล่า ไหนดูสิ” สองมือน้อยถูกรวบขึ้นมาภิเสือโล่งใจที่เห็นว่าอาการดีขึ้นกว่าวันแรก
“ทาเ้า”
“มานั่งนี่เลย เดี๋ยวพี่ทายาให้ ปล่อยให้ทาเอง ก็ไม่รู้ได้ทาตอนไหนนี่เดี๋ยวต้องร้อยมาลัยส่งร้านค้าพรุ่งนี้อีกสินะ” ลูกชายผู้จัดการไร่ส่ายศีรษะเหนื่อยใจคำเอื้อยของเขาขยันทำงานตัวเป็กรด ทำงานที่รีสอร์ทั้แ่เช้าตรู่ในแต่ละวันกว่าจะเสร็จก็ปาไปค่ำ แล้วไหนจะทำงานพิเศษทั้งร้อยมาลัย ทำบายศรี พับถุงเหลาไม้ไก่ย่าง สารพัดงานที่เธอต้องทำ
“วันนี้มีดอกไม้แค่ 2 ตะกร้าเองเ้าพี่เสือ 2 ชั่วโมงก็คงจะเสร็จแล้ว”
“เหนื่อยมั้ยหึคนดีของพี่” ภิเสือทายาบนฝ่ามืออย่างอ่อนโยนสายตาจับจ้องนวลนางเ้าของหัวใจทั้ง 4 ห้อง
“ไม่เหนื่อยเลยเ้า” หญิงสาวตอบตามความจริงเหนื่อยกายแค่พักผ่อนก็หายแล้ว คำเอื้อยอยากมีเงินเก็บเยอะๆไว้สำหรับเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเองและป้าจันทร์ในเวลาป่วยไข้เธอไม่อยากเป็ตัวภาระของใครและขอดูแลผู้มีพระคุณให้ดีสุดความสามารถ
“ไม่รู้ล่ะ เดี๋ยวคืนนี้พี่จะช่วยร้อยมาลัยด้วย คำเอื้อยจะได้พักผ่อนเร็วๆพรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้ามาจ่ายตลาด ทำอาหารให้เ้านายอีก” ทายาเสร็จภิเสือก็คว้าตะกร้าดอกไม้และอุปกรณ์ชายหนุ่มทำหน้ามุ่งมั่นจริงจังในการร้อยพวงดอกไม้เต็มที่
หญิงสาวได้แค่ยิ้มอ่อนเธอคงขัดใจพี่ชายที่แสนดีไม่ได้อีกตามเคย
จิณวัตรยืนพิงต้นมะขามใหญ่นานนับครึ่งชั่วโมงเขายืนมองบ้านพักหลังเล็กไม่หายไปจากสายตา
“หึ ป่านนี้คงขึ้น์ไม่รู้กี่รอบแล้วสินะ เห๊อะ” หนุ่มสาวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเืหายเข้าไปอยู่ในบ้านตามลำพังนานสองนาน...ไม่มีทางเป็อย่างอื่นไปได้
ชายหนุ่มถอนหายใจทิ้งปกติตัวเขาไม่เคยเสียเวลาให้กับเื่ไร้สาระนานแบบนี้นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใน 1 ชั่วโมงมีเงินวิ่งเข้าบัญชีหลักแสนหลักล้าน...จะมายืนให้ยุงกัด เสียเวลาเป็เงินเป็ทองอยู่ทำไม จิณวัตรหันหลังกลับปล่อยให้คู่รักเขาเริงรักเริงสวาทกันตามสบาย
มันไม่ได้เกี่ยวกับเขาเลย
ท้องฟ้ายังไม่สว่างและหมอกลงหนาจัด่ใกล้รุ่งคำเอื้อยหิ้วตะกร้าพวงมาลัยออกจากบ้านพักคนงานอีกมือมีไฟฉายกระบอกเล็กส่องสว่างนำทางเมื่อรถจักรยานคันเก่าแก่กลายเป็เศษเหล็กไปแล้วเห็นทีว่าหญิงสาวต้องใช้การเดินเท้าระหว่างรีสอร์ทกับตลาดนัดไปพลางๆก่อน...มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรเนื่องจากชาวบ้านแถบนี้ก็ใช้วิธีนี้เดินทางไปมาหลายบ้าน หลายคน
แสงไฟที่สาดส่องตามหลังหญิงสาวจำต้องหลบไปยืนริมถนนเพื่อให้รถยนต์สัญจรได้อย่างสะดวก
ปรินซ์
กระจกรถหรูถูกลดระดับลงสายตาของหญิงดอยเพ่งมอง
“ขึ้นมาสิ” จิณวัตรชะโงกหน้ามาคุยเพราะเธอมัวแต่จ้องมอง ไม่ยอมเปิดประตูรถสักที
“นายจิณมีอะไรให้คำเอื้อยรับใช้หรือเปล่าเ้า?” หล่อนยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
“ขึ้นมานั่งคุยบนรถ ฉันี้เีะโแบบนี้” จอมบงการสั่งการด้วยความเคยชินส่วนอีกคนทำตามอย่างว่าง่าย เพราะต้องคอยรับคำสั่งจากป้าจันทร์จากลูกค้าจนเคยชินเสียแล้ว
“นี่กำลังจะไปไหน?” ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดและปิดลงรถเมอร์ซิเดสเบ็นซ์เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ ด้วยหมอกหนาบดบังทัศนวิสัยระยะไกล
“กำลังจะไปตลาดนัดริมถนนใหญ่หน้าไร่เ้า”
“แล้วในตะกร้าคืออะไร”
“พวงมาลัยเ้า” คนขับหันมามองแรงไม่สบอารมณ์เมื่อตนได้คำตอบที่ไม่น่าพอใจ
“ฉันมีตา รู้หรอกว่ามันคือพวงมาลัย แต่ฉันหมายถึงว่าเธอเอามันมาทำไมต่างหากช่วยขยายความให้ฉันเข้าใจมากกว่านี้หน่อย” เห็นเขาโง่หนักหรือไงอาการฉุนครั้งแรกของวันเกิดขึ้นเพราะพนักงานธรรมดาในรีสอร์ท แล้วอยู่ๆภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่เ้าหล่อนกับภิเสือกระหนุงกระหนิงเดินตามเข้าไปในบ้านพักก็ฉายกลับมา
จิณวัตรไม่ได้อยากยุ่งเื่ของชาวบ้านหรอกนะแต่คนทั้งคู่ทำไม่ถูกต้องตามประเพณีดีงามอย่างน้อยก็น่าจะหมั้นหมายบอกกล่าวผู้หลักผู้ใหญ่ให้รับรู้หน่อยสิไม่ใช่การแอบลักกิน เกิดใครมาเห็นแล้วเอาไปพูด คงได้เกิดความเสียหายมาถึงไร่แสงฝางของเขาแน่ๆ
“เออ...เออ” คำเอื้อยตัวเกร็งใมือน้อยบีบแน่นด้วยความกลัว
“จะอ้ำอึ้งอีกนานมั้ย ฉันถามแค่นี้จะตายหรือไง”
“เอื้อยจะนำพวงมาลัยไปส่งร้านในตลาดเ้า แล้วหลังจากนั้นก็ซื้อของกลับไร่”น้ำเสียงฟังดูสั่นเครือ หญิงชาวดอยพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เปิดเผยความอ่อนแอของตนเองออกมา
“ฮืม เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่ตลาดก็แล้วกัน ช่วยบอกทางด้วยน่ะ”ท่านประธานหนุ่มสุดหล่อขับเคลื่อนยวดยานต่อไป ภายในรถเงียบสงบต่างฝ่ายต่างได้ยินเสียงลมหายใจเข้า-ออกแ่ของกันและกัน
จิณวัตรเดินตามพนักงานของเขาพร้อมเดินมองบรรยากาศของตลาดนัดเล็กๆไปด้วย ที่นี่น่าจะเป็ตลาดของชุมชมแม่ค้าพ่อขายเป็รายเล็กๆ คอยนำผลผลิต พืชผัก ผลไม้ทางการเกษตรมาวางจำหน่ายคึกคัก
พวงมาลัยในตะกร้าใบใหญ่นั้นมีมูลค่าเพียง100บาท เนื่องจากชายหนุ่มเห็นจำนวนเงินเต็มตาตัวเอง เขาไม่ว่าอะไร คอยเดินตามคำเอื้อยไปซื้อเนื้อสัตว์ไข่ เครื่องปรุงต่างๆ 10 กว่ารายการ
“แล้วพวกผักล่ะ”
“ในไร่ของเรามีผักหลายชนิดแล้วเ้า ไม่ต้องซื้อจากตลาด”
“อ่อ อย่างนั้นเหรอ เอามานี่ ฉันช่วยถือ” ผู้หญิงตัวเล็กๆแต่หอบหิ้วข้าวของล้นตะกร้า ถ้าเขาไม่แสดงน้ำใจคงจะเป็ผู้ชายที่ใจดำ
“ไม่เป็ไรหรอกเ้า คำเอื้อยถือเองได้” ไม่บังอาจหรอกเพราะมันเป็หน้าที่ของลูกจ้างอย่างเธอ
“เอามาเถอะน่า ฉันบอกว่าจะช่วยถือก็ช่วยถือสิ” แล้วหนุ่มกรุงเทพก็แย่งตะกร้าไปจนได้
“ขอบคุณเ้า” ใบหน้าดวงน้อยขวนเขินเอียงอายจิณวัตรไม่ได้อยากมอง แต่สายตาไม่รักดีของเขาก็แอบเผลอมองแก้มแดงนั่นบ่อยๆ
กริ่ง กริ่งกริ่ง
“ตาก๋องเ้า”
“...” จิณวัตรพยายามเหี่ยหูฟังปลายสาย คำเอื้อยกำลังคุยกับใคร ทำไมต้องทำตัวมีพิรุธอย่างนั้น
“ได้เ้า” เธอวางสายไปแล้ว ใบหน้าหวานหันมามองเ้านายก่อนรีบหลบสายตา
“ใครโทรมา?”
“เออ...เออ ตาก๋อง ที่อยู่ติดกับไร่แสงฝางเ้า” วันนี้่สายตาก๋องจะไปเยี่ยมลูกสาวลูกเขยในเมืองเชียงใหม่ เลย้าให้เธอไปรับดอกไม้ใน่เช้าแทนที่ตาจะมาส่งให้ทุกวันใน่เย็นเหมือนที่ผ่านๆมา
“แล้วโทรมาทำไม ทำไมต้องทำหน้าอย่างจะมีคนตายอย่างนั้นด้วย” ก็แค่เพื่อนบ้านโทรมาไม่ใช่เหรอ? หลายๆอย่างทำให้คนอย่างเขาสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกเ้า เรารับกลับไร่กันเถอะเ้าเอื้อยซื้อของทุกอย่างเสร็จแล้วจ๊ะนาย”
“เดี๋ยวก่อน เราจะไม่กลับไร่หรือไปไหนทั้งนั้นถ้าเธอไม่บอกฉันมาว่าคนโทรเขาพูดว่าอะไร ทำไมถึงทำหน้าไม่ดีแบบนี้”
“ไม่ได้มีอะไรจริงๆเ้านายจิณคำเอื้อยแค่อยากกลับไร่แล้วไปรับดอกไม้ที่บ้านตาก๋องเพื่อเอามาร้อยพวงมาลัยคืนนี้ไม่ได้มีเื่ไม่ดีอย่างที่นายคิดนะเ้า”
“ก็แค่เนี่ย อ้ำอึ้งไม่ยอมบอกอยู่ได้ รีบขึ้นรถสิ”
“เ้า” คนตัวเล็กรีบก้าวขึ้นไปนั่งด้วยไม่อยากทำให้เ้านายหงุดหงิดใจไปมากกว่านี้ แต่แทนที่เขาจะกลับไร่แสงฝาง
“บ้านตาก๋องที่ว่านั่นอยู่ไหน เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเอาดอกไม้เอง”
“นายจิณ”
“ไม่ต้องเถียง ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่บอกทางมา” นี่ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดคำเอื้อยรับรู้ได้ดีว่ามันคือคำสั่ง
จิณวัตรเลยต้องมาเสียเวลากับผู้หญิงอย่างเธอเลย...หญิงชาวดอยรู้สึกผิดเหลือเกิน