เธอคิดว่าตอนนี้เธอรู้สึกเป็คนโง่ ผู้ชายที่ไม่รักเธอจะ้าลูกได้อย่างไรถือว่าเป็เื่ดีที่แผนการของเธอไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นเด็กคงไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์
“พี่เกรงว่ามันจะไม่พอ เลยจะให้เธอสองล้านห้า” เซี้ยงตงหนานหยิบเช็คออกมาส่งให้เธอ
ลู่เหยาไม่ได้ซาบซึ้งใดๆ เธอหยิบกระดาษกับปากกาออกมาพร้อมกับเขียนสัญญาการใช้เงินคืนให้เขา“รุ่นพี่ค่ะ ฉันจะพยายามคืนเงินให้พี่ภายในหนึ่งปีค่ะ”
“เงินแค่นี้เอง” เขาผลักสัญญาออกไปแล้วหัวเราะ “อีกอย่างเขาก็เป็อาจารย์ของพี่ด้วยไม่ต้องคืนเงินเร็วขนาดนั้นก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ ถ้าพี่ไม่รับไว้ ฉันก็จะไม่เอาเงินจากพี่” เมื่อเห็นเขาทำอย่างนี้ ลู่เหยาก็ดันเช็คกลับ
เซี้ยงตงหนานไม่มีทางเลือกจึงหยิบสัญญามาแล้วพับเก็บใส่ไว้ในกระเป๋า“งั้นพี่ก็รับได้ แต่ดอกเบี้ยไม่ต้องนะ”
ลู่เหยาพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่เซี้ยงตงหนานกลับเอ่ยปากพูดอย่างหยอกล้อว่า“ถ้าเธอรู้สึกผิดล่ะก็ งั้นเธอก็มาสอนหนังสือเถียนเถียนแทนสิ ถือเป็การชดเชยดอกเบี้ยแล้วกันเถียนเถียนไม่ชอบโรงเรียนอนุบาล”
ลู่เหยาครุ่นคิดสักพักก็ตอบตกลง “ได้สิคะอย่างน้อยฉันก็พอเรียนหนังสือได้ดี”
“ก็จริง เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็คนแรกของเขตนี่!”เซี้ยงตงหนานพูดกลั้วหัวเราะ
ลู่เหยารู้สึกซาบซึ้งที่เขาให้ยืมเงิน ดังนั้นเธอจึงอยากจะเลี้ยงข้าวเขาแต่ก่อนที่พวกเขาจะออกรับประทานอาหารกัน เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทบอกให้เขากลับเข้าไป“วันนี้คงไม่สะดวกแล้ว ไว้กินข้าวเย็นครั้งหน้านะ?”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” ลู่เหยาเข้าใจเขา
หลังจากที่เห็นเขาออกไป เธอก็ไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตตอนที่เธอกลับมาที่ชุมชน เธอรู้สึกประหลาดใจที่เห็นเส้าหยุ่นเชินพิงรถเขาอยู่ ชายหนุ่มมีสีหน้าบึ้งตึงมาก
“คุณมาได้ยังไง?” เธออยู่ห่างจากเขาหนึ่งเมตรตอนที่เธอถามคำถามนี้ เธอก็รู้สึกเสียใจที่บอกที่อยู่นี้กับเขาตอนที่เช่าบ้านให้แม่เธอไม่ควรบอกที่อยู่ให้เขารู้เลยด้วยซ้ำ
ตอนที่เส้าหยุ่นเชินหันหน้ามาหาลู่เหยา ใบหน้าของเขาเคร่งครึมขึ้นเขาก้าวเท้ายาวๆ มาหาเธอและถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “ทำไมคุณถึงเอาเสื้อผ้าไป? ไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้วเหรอ?”
“นั่นคือบ้านของคุณ ฉันไม่จำเป็ต้องอยู่ที่นั่นแล้ว” ลู่เหยาพูดอ้อมค้อม “อีกอย่างแม่ฉันไม่สบายฉันก็เลยมาดูแลเธอ”
“แล้วนี่อะไร มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เส้าหยุ่นเชินยกเอกสารขึ้นมาไว้ตรงหน้าเธอบนหน้าปกมีคำว่า 'ใบสำคัญการหย่าร้าง' นี่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดมาก
เส้าหยุ่นเชินมีธุระมากมายที่ต้องจัดการที่บริษัทกว่าจะทำธุระเสร็จก็บ่ายแล้ว
ชายหนุ่มคิดว่าลู่เหยาน่าจะออกจากโรงพยาบาลเองแล้วเขาจึงไปซื้ออาหารแล้วกลับบ้าน แต่ในบ้านกลับเงียบสงัดและว่างเปล่า
จนกระทั่งเขาเดินเข้าไปในห้องนอนก็พบว่าตู้เสื้อผ้าก็ว่างเปล่าเช่นกันถึงได้พบว่าเธอเก็บของที่เป็ของเธอไปหมดแล้ว ในตู้เสื้อผ้ามีเพียงเสื้อโค้ทสองตัวและบนโต๊ะหัวเตียงก็มีใบหย่าที่เธอเซ็นไว้
เขารู้สึกตื่นตระหนก ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้
สามปีที่ผ่านมาก็ดีอยู่ไม่ใช่หรือ
ชายหนุ่มรีบโทรหาเธอทันที แต่เขาไม่รู้ว่าลู่เหยาตั้งเบอร์เขาในบัญชีดำแล้วเขาโทรหาเธอหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครตอบ เขาโกรธจนเตะตู้เสื้อผ้าและรู้สึกหงุดหงิดยิ่งขึ้น
หลังจากที่เส้าหยุ่นเชินใจเย็นลง เขาก็จำได้ว่าเธอเคยบอกเขาว่าเธอเช่าบ้านให้แม่ของเธอและให้ที่อยู่แก่เขาเอาไว้ เขารีบเข้าไปหากระดาษแผ่นนั้นในลิ้นชัก แล้วขับรถตรงไปยังชุมชนที่คุณแม่ลู่อาศัยอยู่แต่ไม่รู้ว่าอยู่ชั้นไหนจึงได้แต่รออยู่ข้างล่าง
“คุณรู้ว่ามันคืออะไร” ลู่เหยามองใบหย่าแล้วพูดอย่างเ็า “ฉันอยากหย่ากับคุณ”
“ลู่เหยา คุณ!” ท่าทางนิ่งขรึมของเธอทำให้เส้าหยุ่นเชินรู้สึกปั่นป่วนเขาจับข้อมือของเธออย่างแรง กระเป๋าในมือหล่นลงพื้น ข้าวของต่างๆ กระจัดกระจายทั่วพื้น“ยังไม่ถึงสี่ปี ทำไมคุณถึงจะหย่า?”
“ฉันเหนื่อย ฉันไม่อยากอยู่กับคุณแล้ว โอเคไหม!”หลังจากที่ระงับตัวเองไว้ทั้งวัน เธอก็ปะทุขึ้นมาและจ้องตรงไปที่เขา “ไม่ถึงสี่ปีแล้วไงในเมื่อพวกเราก็ไม่รักกัน หย่ากันก็ถูกแล้วนี่”
เส้าหยุ่นเชินไม่ได้พูดอะไร เธอจึงถามต่อ“เส้าหยุ่นเชิน คุณเคยรักฉันบ้างไหม”