แค่นี้เอง... แค่หนักนิดหน่อยเอง เดินไม่นานเดี๋ยวก็ถึงแล้ว... ฉันไม่น่าคิดแบบนี้เลย
ตอนนี้ฉันกำลังเดินตามหลังวิเวียร์พร้อมกับหอบไปมาตามจังหวะก้าวเดินแต่ละก้าว ฉันคิดว่าร่างกายของฉันดีขึ้นแล้วนะ... แต่ทำไมตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังจะตายอีกรอบแล้วล่ะ?
"พักหน่อยไหมเรย์เน่?"
วิเวียร์ถามขึ้น พร้อมหันกลับมามองฉันด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เป็ไร... ยัง... ไหวอยู่..."
ฉันตอบเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
ตอนนี้พวกเราเดินทางกันมาได้สักพักหนึ่งแล้วและกำลังมุ่งหน้าไปหมู่บ้านฟัลนาเรีย ระหว่างทางพวกเราถูกสัตว์ประหลาดโจมตีเป็ระยะๆ แต่วิเวียร์ก็จัดการพวกมันจนหมด
วิเวียร์บอกว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ถูกเรียกว่า 'อสูรผลึกคริสตัล' หรือถ้าจะเรียกแค่ 'มอนสเตอร์' ตามภาษากลางก็ได้เพราะเรียกได้ง่ายกว่า ที่เรียกกันแบบนี้เป็เพราะว่าในตัวของพวกมันมี 'ผลึกไวทาลิส' หรือเรียกสั้นๆ ว่า 'ผลึกมานา' อยู่ภายในตัว ผลึกมานาเหล่านี้เป็วัตถุดิบเวทมนตร์ชั้นดีเพราะสามารถนำไปใช้ขยายพลัง 'มานา' ของพวกนักเวทย์ต่างๆได้ ทำให้สามารถใช้ 'เอลิเมนทอลอาร์ตส์' หรือเรียกสั้นๆ ว่า 'อาร์ตส์' ได้ วิเวียร์แยกชิ้นส่วนพวกมันก่อนหน้านี้เพราะ้านำผลึกมานาไปขายเป็วัตถุดิบเวทมนตร์ และแยกเนื้อหนังออกมาใช้ประโยชน์ต่างๆ ที่บ้านของเธอ อีกทั้งยังเพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายไปที่หมู่บ้านด้วย
"เพราะพวกเราอีเรียส่วนมากใช้อาร์ตส์ไม่ได้ ทำให้ผลึกมานาเป็ของส่งออกชั้นดีเลยล่ะ!"
วิเวียร์อธิบายอย่างร่าเริงมาตลอดทาง โดยแทบไม่ได้หยุดพูดเลย
"ข้อมูล... เยอะไปหมด... แฮก แฮก—"
ตัดกลับมาที่ฉันที่กำลังหอบหายใจหนัก
ฉันรู้สึกว่าหลายๆ อย่างจะเคยได้ยินท่านแม่เล่าให้ฟังมาก่อน แต่ว่านั้นมันก็นานมากแล้ว
วิเวียร์ดูเป็กังวลเื่ที่ฉันเดินลากขาไปมา แต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่มีทางหยุดพักเลยถ้าฉันไม่เป็คนบอกเอง
"วี— แฮก แฮก— ขอพัก... หน่อย..."
ฉันบอกเธอพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น
ตาลายไปหมดแล้ว—
"หึหึหึ~ เธอฝืนมาได้สุดยอดเลยนะ"
เธอหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ ฉัน นี่เธอคงไม่คิดจะหยุดพักเลยสินะ... โหดร้ายจริงๆ
"โหดร้าย... มาก... วี"
"เดี๋ยวสิๆ ก่อนหน้านี้ฉันก็ถามเธอแล้วนะ~ แต่เธอบอกว่าไม่เป็ไรเองใช่ไหมล่ะ? ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ~"
"อึก!"
ก็ตอนนั้นฉันคิดว่าฉันยังเดินไหวนี่นา! ฉันคิดในใจ แต่ไม่ได้โต้กลับไป วิเวียร์ดูจะชอบหยอกล้อฉันตลอดทาง แต่เธอก็ยังคอยดูแลฉันเป็อย่างดี... ทำให้ฉันไม่รู้จะว่าเธอยังไงดี พวกเราพักอยู่ตรงนั้นสักพัก ก่อนจะออกเดินทางต่อ
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า
ในที่สุด... พวกเราก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านฟัลนาเรีย หมู่บ้านนี้ไม่ได้ใหญ่มาก มีคูน้ำตื้นๆ อยู่รอบนอกก่อนถึงกำแพงหินที่สูงกว่าฉันประมาณเท่าตัว
"อย่าลืมที่ฉันบอกนะเรย์เน่ ตอนนี้เธอไม่ได้ใส่อะไรอยู่นอกจากผ้าคลุมของฉัน เพราะฉะนั้นอย่าขยับตัวไปมามากเหมือนตอนอยู่ในป่าน่ะ"
"อือ!"
พวกเราข้ามคูน้ำผ่านสะพานไม้เล็กๆ จนมาถึงหน้าประตูทางเข้าตรงกำแพงก่อนจะมีอีเรียคนหนึ่งเดินตรงมาทางพวกเรา
ดูเหมือนเขาจะเป็ทหารเฝ้าประตูของหมู่บ้านนี้
เขามีหูกับหางคล้ายๆ วิเวียร์แต่ขนของเขาเป็สีส้ม และยังมีขนแบบสัตว์ปกคลุมตามแขนขาลงมาอีกครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้เขายังสวมชุดเกราะที่ดูเทอะทะและทนทานกว่าของวิเวียร์มาก
"โอ้! วิเวียร์งั้นเหรอ!? พวกเราเป็ห่วงเธอแทบแย่เลยนะ! วันนี้เธอกลับช้ามากกว่าปกติตั้งเยอะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ? แล้วนี่พาใครมาด้วยน่ะ?"
เขาถามวิเวียร์ด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะหันมามองที่ฉัน
"ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็ห่วงนะคะคุณเฟลเวียโน่ พอดีฉันโดนมอร์สไปร์ฝูงใหญ่เข้ามาโจมตีนะคะ ทำให้ต้องหนีเข้าไปถึงสุสานเฟราลิอาเลย"
"ห่ะ!? ปกติแถบนี้แทบไม่มีมอร์สไปร์หลุดเข้ามาเลยนะ! ถ้าถึงขั้นเจอฝูงใหญ่จนเธอต้องหนีได้ขนาดนั้น แสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติแล้วล่ะ อาจจะแค่เป็พวกหลงฝูงมา แต่ฉันว่าเธอควรไปเล่าให้พ่อของเธอฟังด้วยนะ"
ทหารเฝ้าประตูที่วิเวียร์เรียกว่าเฟลเวียโน่ ดูใกับเื่ที่เธอเล่าอยู่พอสมควร
"แล้วก็... เธอคนนี้คือเรย์เน่ค่ะ! ตอนที่ฉันหนีเข้าไปในถ้ำแถว ๆ สุสาน ฉันไปเจอเธอเข้า เื่มันยาว เอาเป็ว่าเธอหมดสติ แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใครนะคะ"
วิเวียร์เดินอ้อมมาที่ข้างหลังฉัน ก่อนจะจับไหล่ของฉันแล้วพูดแนะนำฉัน
"โอ้! ลำบากน่าดูเลยนะ ฉันชื่อเฟลเวียโน่ เป็หนึ่งในทหารอาสาของหมู่บ้านนี้ล่ะ! ฉันไม่ได้เห็นอีเรียหมาป่าแบบเธอมาสักพักแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ!"
เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาข้างหน้า
"เรย์เน่... ค่ะ..."
ดูเหมือนว่าฉันควรต้องตอบรับด้วยการยื่นมือไปจับสินะ...?
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ยื่นมือออกไป วิเวียร์ก็เข้ามาห้ามไว้ก่อน
"ไม่ได้นะคะคุณเฟลเวียโน่! พอดีว่าเธอไม่ได้ใส่อะไรอยู่นะคะ แล้วก็ฉันขอรีบพาเธอเข้าไปที่บ้านก่อน แล้วค่อยมาทักกันใหม่ได้ไหมคะ ไหนจะต้องไปเล่าเื่ที่เจอให้พ่อฟังด้วย"
"อะ... อืม..."
คุณเฟลเวียโน่หันหน้าหลบไปด้านข้างพร้อมกับแก้มที่แดง ก่อนจะเดินหลบให้พวกเราเข้าไปในหมู่บ้าน
วิเวียร์ผลักฉันเบาๆ จากข้างหลัง กระตุ้นให้รีบเดินเข้าไป ฉันจึงเดินผ่านคุณเฟลเวียโน่ไปพร้อมกับวิเวียร์ เมื่อเดินเข้ามา ฉันก็เห็นบ้านเรียงกันเป็แนวยาวทั้งสองข้างของทางเดินจนถึงบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางหมู่บ้าน บ้านในหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นจากหินและไม้ โดยใช้ไม้เป็โครงสร้างและหินเป็ผนังตัวบ้านส่วนหลังคามุงด้วยฟาง ทางเดินข้างในไม่ได้หรูหราอะไรมาก เป็เพียงแค่พื้นดินธรรมดาเท่านั้น
วิเวียร์บอกว่าหมู่บ้านของเธอเป็แค่หมู่บ้านเล็กๆ แต่ข้างๆ นี้มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่ รู้สึกจะชื่อว่า 'เมืองฟัลนัส' แต่สำหรับฉันที่เพิ่งได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านฟัลนาเรียและได้เห็นผู้คนมากมายแบบนี้เป็ครั้งแรก—มันเป็อะไรที่น่าตื่นเต้นมากเลยล่ะ
คนในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่มีรูปลักษณ์คล้ายๆ กับวิเวียร์ พวกเขามีหูและหางแบบเดียวกับเธอ ซึ่งน่าจะเป็ลักษณะเด่นของอีเรียเผ่าแมว แต่บางคนก็มีสีขนที่แตกต่างออกไปและบางส่วนก็มีรูปลักษณ์คล้ายคุณเฟลเวียโน่... ซึ่งดูเหมือนว่าเขาน่าจะเป็อีเรียเผ่าเสือ ระหว่างที่พวกเรากำลังเดินไปตามถนน มีคนเข้ามาทักทายวิเวียร์เป็ระยะๆ และต่างก็ส่งสายตาแปลกๆ มาที่ฉัน คงเป็เพราะฉันไม่ใช่คนของหมู่บ้านนี้... แถมยังใส่แค่ผ้าคลุมตัวเดียวปกปิดร่างกายอีกด้วยล่ะนะ
"ดูนั้นสิๆ นั้นอีเรียหมาป่าแหละ!"
"จริงด้วยๆ! แถมเธอยังหน้าตาน่ารักซะด้วยสิ~"
"หูกับหางของเผ่าหมาป่ายาวกว่าของพวกเราอีกน่ะเนี่ย~"
มีเสียงคุยซุบซิบกันดังขึ้นตามทางที่ฉันเดินผ่านมา... แต่ฉันกลับได้ยินเสียงเ่าั้ได้อย่างชัดเจน นี่ฉัน...หูดีขนาดนี้เลยเหรอ?
"หมู่บ้านของพวกเราไม่ค่อยมีคนนอกเข้ามาน่ะ"
วิเวียร์ที่เห็นว่าฉันกำลังประหม่าที่มีคนมากมายจ้องมองเข้ามาทางนี้ หันมายิ้นให้กับฉันพร้อมกับเอ่ยขึ้นเบาๆ
"ทุกคนเลยตื่นเต้นกันหมดที่มีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาน่ะ ยิ่งเป็เผ่าของเธอที่ไม่ค่อยได้เจอในแถบนี้ด้วยยิ่งทำให้ทุกคนสนใจเลยล่ะ"
พวกเราเดินกลางถนนในหมู่บ้านได้สักระยะหนึ่ง จนกระทั่งวิเวียร์หยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางหมู่บ้าน นี่มันกลางหมู่บ้านเลยนิ? ทำไมบ้านของวิเวียร์ดู...ใหญ่กว่าของคนอื่นแบบแปลกๆ
"เอาล่ะ พวกเรามาถึงแล้ว~ ขอต้อนรับสู่บ้านของฉันเอง แตนแต้น~!"
วิเวียร์พูดขึ้นมาพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปในบ้านของเธอ แต่ทันทีที่เธอก้าวขาเข้าไป—เธอกลับชะงักฝีเท้าไม่ขยับไปไหน
"ง่ะ!"
วิเวียร์หลุดเสียงแปลกๆ ออกมาจากปากของเธอ ร่างกายของเธอหยุดนิ่งไม่ขยับไปไหนราวกับกำลังใกลัวอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงหน้าของเธอ
ฉันััได้ถึงออร่าอะไรบางอย่างที่อำหิตและน่ากลัวอยู่ตรงนั้นเช่นกัน แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฉันจึงค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปดู—ว่าวิเวียร์เห็นอะไร ตรงหน้าของวิเวียร์คืออีเรียเผ่าแมวชายหญิงสองคนที่กำลังนั่งจ้องมาทางวิเวียร์อยู่ด้วยท่าทีที่...เอ่อ... น่ากลัว...
"วิวาเช/วิเวียร์—!"
เสียงของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันใน วิเวียร์ที่ได้ยินก็สะดุ้งใ
"ทะ...ท่านแม่...ท่านพ่อ..."
เสียงของวิเวียร์ดูสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ต้องมาเรียกท่านเลย...วิเวียร์!"
เสียงผู้หญิงข้างหน้าดังขึ้นมา—นั้นคงเป็ท่านแม่ของวิเวียร์ ท่านแม่ของวิเวียร์มีหน้าตาและสีผมเหมือนวิเวียร์เลย... แต่ดูมีความเป็ผู้ใหญ่มากกว่าในทุกๆ ด้าน ทั้งท่าทางการพูด และแม้แต่สีหน้าที่สงบนิ่งแต่ััได้ถึงความน่ากลัว...ส่วนตรงนั้นของเธอดู... ไม่เห็นเหมือนของวิเวียร์เลย...
ส่วนท่านพ่อของวิเวียร์นั้น... รูปร่างของเขาทั้งใหญ่และกำยำอย่างเห็นได้ชัดแม้จะแค่นั่งอยู่เฉยๆ แต่ใบหน้าก็จริงจังไม่แพ้กัน แต่ออร่าความน่ากลัวนั้น... แทบจะเทียบท่านแม่ของวิเวียร์ได้ไม่ติดเลย แค่เห็นก็รู้ได้ทันทีเลยว่า... ใครกันที่มีอำนาจสูงสุดในบ้านนี้ และห้ามทำให้โกรธโดยเด็ดขาด ฉันหยุดชะโงกหน้าออกไปดูแล้วกลับเข้ามาหลบหลังวิเวียร์ คอยฟังบทสนทนาของครอบครัวนี้ต่อไป
"ทำไมวันนี้ลูกถึงกลับมาซะเย็นแบบนี้ล่ะ! รู้ไหมว่าแม่กับพ่อเป็ห่วงลูกขนาดแค่ไหน!"
เสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธและความเป็ห่วงดังขึ้นมาจากแม่ของวิเวียร์
"ขะ-ขอโทษค่ะแม่! รอบนี้มันมีเหตุฉุกเฉินจริงๆ นะ"
"ก่อนหน้านี้ลูกก็พูดแบบนี้! แล้วรอบนี้มีอะไรอีกล่ะ? หลงทางทั้งที่ลูกอ่านกระแสของลมได้? หรือโดนมอนสเตอร์ไล่ ทั้งที่ลูกยืมพลังจากภูติลมเพื่อหนีได้? จะเลือกเหตุผลข้อไหนดีล่ะ?"
"ระ-รอบนี้... หนูโดนมอนสเตอร์ไล่—"
"พอเลย! ไม่ต้องมาเถียงแม่! กี่ครั้งแล้วที่ต้องให้แม่กับพ่อคอยเป็ห่วงแบบนี้หืม!"
บทสนทนาระหว่างแม่ลูกดุเดือดเอามากๆ แม้แต่พ่อของวิเวียร์ยังไม่สามารถแทรกจังหวะพูดได้เลย หลังจากผ่านการเทศนาอันดุเดือดอยู่หน้าประตูบ้านไปพักใหญ่ ในที่สุดแม่ของวิเวียร์ก็ใจเย็นลงและสังเกตเห็นฉัน
"แล้วนี่พาใครมาด้วยล่ะ? เข้ามาก่อนสิจ๊ะ"
แม่ของวิเวียร์หันมามองฉันก่อนจะหันกลับไปถามวิเวียร์
"คือว่าเื่มันยาวนะคะ... ขอหนูเข้าบ้านก่อนได้ไหมคะ?"
วิเวียร์พูดพลางเดินนำเข้าไปในบ้านของเธอ ฉันเห็นอย่างนั้นจึงเดินตามเธอเข้าไป
"รบกวน... ด้วยค่ะ"
ฉันก้มหัวลงเล็กน้อบก่อนจะพยายามพูดให้สุภาพที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้กับพ่อและแม่ของวิเวียร์ พวกเราเดินตามพ่อและแม่ของวิเวียร์เข้าไปในห้องหนึ่งภายในบ้าน ก่อนที่ฉันจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ตัววิเวียร์
"เอาล่ะ... อธิบายให้แม่กับพ่อฟังที ว่าเกิดอะไรขึ้น?"
"ทั้งเื่ที่ลูกกลับช้า แล้วก็เื่ของผู้หญิงคนนี้ด้วย"
แม่ของวิเวียร์พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่จริงจัง พลางหันมามองที่ฉันด้วยสายตาที่จริงจังจนฉันรู้สึกถึงแรงกดดันภายในห้อง พ่อของวิเวียร์ที่เห็นแบบนั้นจึงกระแอมเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับแม่ของวิเวียร์
"อลิเซีย... เธอกดดันแขกของเรามากเกินไปแล้วล่ะ ดูสิ เธอคนนี้ตัวเกร็งไปหมดแล้วนะ"
"ใช่ค่ะๆ! แม่กำลังทำให้เรย์เน่กลัวหมดแล้วนะ!"
วิเวียร์รีบพูดเสริมพ่อของเธอ พร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงไปมา
"ลูกน่ะนั่งอยู่แบบนั้นเฉยๆ เงียบๆ ไปเลยน่ะ!"
"ง่ะ!"
อลิเซีย—แม่ของวิเวียร์หันขวับไปดุลูกสาว จนทำให้วิเวียร์สะดุ้ง
"เห้อ—"
หลังจากถอนหายใจออกมา คุณอลิเซียหันกลับมามองฉันด้วยแววตาจริงจัง
"เอาล่ะ... เรย์เน่สิน่ะจ๊ะ? เผ่าหมาป่าอย่าง...เธอมาทำอะไรที่ฟัลนาเรียกันล่ะ?"
ฉันไม่รู้เลยว่าจะตอบคำถามตรงหน้าที่กะทันหันแบบนี้ยังไงดี
"คะ...คือว่า... คือว่า..."
ความลนลานและความกดดันจากคุณอลิเซีย ทำให้เรียบเรียงคำพูดออกมาไม่ถูก
ฉันพยายามหันไปมองทุกๆ คนในห้องเพื่อหวังว่าจะมีคำตอบให้ แต่กลายเป็ว่าทุกคนกำลังรอฟังคำตอบจากปากของฉันเอง ร่างกายของฉันเริ่มเกร็ง ทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวก ในขณะนั้นเองสายตาของฉันไปหยุดลงที่วิเวียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งเธอก็จ้องมาที่ฉันเหมือนกัน และเธอก็เป็เพียงคนคนเดียวที่จะช่วยฉันได้
ฉันพยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่เธอ
ขอร้องล่ะ... ช่วยหน่อยสิวิเวียร์!
วิเวียร์ที่เห็นฉันเป็แบบนี้ก็เหมือนจะเข้าใจ เลยเอ่ยขึ้นมา
"พ่อคะ... แม่คะ... คือว่า... เรย์เน่... เธอไม่มีความทรงจำอะไรเลยนะค่ะ ตอนที่หนูหนีจากมอนสเตอร์ หนูไปเจอเธออยู่ข้างในถํ้าแถวสุสานเฟราลิอาแล้วเธอก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว..."
วิเวียร์เริ่มเล่าทุกอย่างให้พ่อกับแม่ของเธอฟัง... ั้แ่ตอนที่เธอถูกฝูงมอนสเตอร์ไล่จนต้องหนีเข้าไปในสุสานเฟราลิอา จนมาถึงตอนที่พบกับฉัน ที่ถูกจองจำอยู่ในผนึกคริสตัลนํ้าแข็งนั้น...