ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 104 เอาชีวิตรอด (5)

    บทที่ 104 เอาชีวิตรอด (5)


       ครบครึ่งชั่วโมงเรียบร้อย สายฝนหยุดฝึกฝนและมองไปที่ผีเสื้อดำทองทั้งหกที่กำลังหายไป เขาถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง การเรียนรู้เพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากต้องมีพรสวรรค์แล้ว ยังต้องมีเวลาฝึกฝนเรียนรู้ที่มากพอด้วย ด้วยพรสวรรค์ของสายฝนถ้าเขาฝึกฝนเพลงดาบนี้โดยไม่ใช้ตัวช่วยแม้แต่น้อย คาดว่าถึงเขาจะหมดอายุขัย เขาก็ยังไม่อาจบรรลุระดับหนึ่งของเพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลได้


       ‘เมื่อครู่เจ้ารู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองสามารถเข้าสภาวะสงบนิ่งขั้นกลางได้’ ก่อนที่ผีเสื้อดำทองจะหายไปหมดผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าวขึ้น สายฝนส่ายหัวไปมา เมื่อตอนเขาฝึกฝนเพลงดาบ เขาได้ลืมกาลเวลาไป สนใจเพียงการฝึกฝนเท่านั้น


       “ถ้าฉันสามารถออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือดได้ถือว่าฉันผ่านแบบทดสอบเธอใช่มั้ย?” สายฝนถามผีเสื้อเทพธิดาราตรี ตามจริงสายฝนไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะสามารถออกจากที่นี่ได้ แม้ว่าเขาจะได้เรียนรู้เพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลแล้วแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก เนื่องจากภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมงสายฝนสามารถเรียนรู้เพลงดาบได้เพียงเล็กน้อย


       ‘ใช่! เจ้าจะผ่านหากสามารถออกจากวงแหวนเลือดได้ ถ้าเจ้าสามารถออกจากที่นี่ได้ข้าจะให้เพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลทุกระดับที่ข้าคิดค้นขึ้นกับเจ้า’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีตอบ สายฝนรู้สึกแปลกๆ ฝ่ายตรงข้ามจะไม่ใจดีเกินไปหน่อยรึไง? ให้เพลงดาบระดับนั้นกับระดับหนึ่งอย่างเขาเนี่ยนะ? สุดท้ายแล้วสายฝนก็ยังคงไม่เข้าใจผีเสื้อเทพธิดราตรีอยู่ดี


       เหมือนกับว่ารู้ความคิดสายฝน ผีเสื้อเทพธิดาราตรีพลันกล่าวขึ้นว่า ‘เจ้าอาจสงสัยว่าทำไมข้าถึงยอมให้เพลงดาบนี้กับเจ้าถ้าเจ้าผ่านแบบทดสอบ ข้าขอตอบตอนนี้เลย สำหรับข้านั้นเพลงดาบนี้มันไม่มีความจำเป็นกับข้าอีกต่อไป อีกอย่างคือแม้เจ้าจะได้เพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลทั้งหมดไป เจ้าก็ใช้มันทั้งหมดไม่ได้ ต่อให้ใช้ได้ความสามารถของเพลงดาบก็จะลดลงเกินครึ่ง แถมเจ้ายังไม่สามารถมันให้กับคนอื่นได้อีกด้วย’


       “ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันจะไม่สามารถใช้เพลงดาบทั้งหมดได้ล่ะ? หรือเพราะพรสวรรค์ของฉัน?” ฟังคำอีกฝ่ายแล้วก็สงสัยยิ่งกว่าเดิม สายฝนเลือกไม่เก็บความสงสัยเอาไว้ เขากล่าวถามผีเสื้อเทพธิดาราตรี


       ‘แท้จริงแล้วเพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้ผู้ชายใช้ มันเป็นเพลงดาบสำหรับผู้หญิง! ในระดับหนึ่งของเพลงดาบอาจจะไม่เห็นชัดเจนว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้หญิงใช้ แต่ระดับสามระดับสี่มันเห็นชัดเจนมาก กล่าวง่ายๆคือต่อให้เจ้าฝึกจนตาย เจ้าก็ไม่มีทางบรรลุไปไกลเกินกว่าระดับสอง’ พร้อมกับตอนที่ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าวจบ ผีเสื้อดำทองทั้งหมดได้สลายไปเหลือเพียงธาตุอากาศ เวลานี้ไม่มีสิ่งใดปกป้องสายฝนแล้ว การเอาชีวิตรอดกำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง!


       ‘แม่ง! ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก’ สายฝนกล่าวด้วยความไม่สบอารมณ์ภายในใจ พร้อมกันนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีโครงกระดูกตัวหนึ่ง เปิดก่อนได้เปรียบ! เคยมีใครบางคนกล่าวเอาไว้ เมื่อถึงตรงหน้าศัตรูแล้ว สายฝนพลันเข้าสภาวะสงบนิ่งขั้นต้น ดาบถูกตวัดออกไปหลายครั้งในหนึ่งวินาที โครงกระดูกพยายามป้องกันแต่ไม่สำเร็จ กระดูกทั้งหมดตามร่างกายโครงกระดูกถูกแยกออกจากกัน


       มองสายฝนใช้เพลงดาบที่ตนคิดค้นขึ้น ผีเสื้อเทพธิดาราตรีก็เอ่ยว่า ‘ท่าทางเจ้าแข็งทื่อเกินไป กับศัตรูที่ไม่ใช่นักดาบระดับสูงเจ้าอาจสามารถได้เปรียบ ทว่าหากเจ้ากับศัตรูที่เป็นยอดนักดาบเจ้าจะมีแต่เสียเปรียบ แล้วการจับดาบแบบนั้นมันคืออะไร? นักดาบน่ะต้องจับดาบแน่นตลอดเวลา สำหรับนักดาบแล้ว ดาบก็เป็นเหมือนคู่ชีวิต การที่ดาบหลุดออกจากมือมันก็ไม่ต่างจากสูญเสียคนรักไป อธิบายแบบนี้มนุษย์อย่างเจ้าคงเข้าใจ’


       ‘ไม่เข้าใจเลยซักนิด’ คิดเช่นภายในใจ ภายนอกกำลังปัดป้องลูกธนูนับสิบจากเหล่าโครงกระดูกถือธนูพลังงานมืด การอธิบายของผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่ได้ทำให้สายฝนเข้าใจอะไรมากขึ้นเลย สายฝนน่ะไม่เข้าใจความรู้สึกเวลาสูญเสียคนที่รักไป อาจเป็นเพราะสังคมที่สายฝนอยู่อาศัยในวัยเด็ก


       เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว ความเสแสร้ง ทำทุกอย่างเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนหรือเกิดปัญหา นั่นแหละสังคมที่สายฝนอยู่อาศัย สังคมแบบนั้นมันได้หล่อหลอมให้สายฝนเป็นคนอย่างปัจจุบัน สายฝนมีเพื่อนและมีคนที่จริงใจกับเขาอยู่ พวกนั้นเขาสามารถเชื่อใจได้ ทว่าเพราะสัมคมที่เสแสร้งเห็นแก่ตัวนั้น เขาจึงไม่เคยเชื่อใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์ คนเดียวที่สายฝนเชื่อใจร้อยเปอร์เซ็นต์คือตัวเขาเอง ลึกๆในจิตใจสายฝนคิดว่าทุกคนที่เข้าหาเขานั้นต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเขา


       กลับมาปัจจุบัน ถึงสายฝนจะไม่เข้าใจความรู้สึกเวลาสูญเสียคนรักไปทว่าเขาก็กำดาบเพลิงโลกันตร์ในมือแน่น เสริมแกร่งขาด้วยพลังออร่าราชาวัวครึ่งปลา ป้องกันลูกธนูเสร็จสายฝนก็กระทืบกรดูกมากมายของโครงกระดูกที่เขาเพิ่งจัดการไป ถ้าเขาไม่กระทืบพวกมันให้แตกละเอียด โครงกระดูกก็จะไม่ตาย กระดูกพวกนั้นจะสามารถกลับมารวมตัวกันกลายเป็นโครงกระดูกเหมือนเดิมได้!


       แกร็ก! แกร็ก! แกร็ก!


       โครงกระดูกจำนวนมากเคลื่อนที่เข้าหาสายฝนก่อนเริ่มโจมตี สายฝนไม่คิดจะสู้ต่อ เขาเลือกหลบโดยใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงของศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทรา สายฝนสามารถหลบการโจมตีมากมายจากเหล่าโครงกระดูกได้อย่างง่ายดาย ต่อมาพลันเตะพื้นกระโดดขึ้นไปบนหลังคาสิ่งก่อสร้างใกล้ๆ สายฝนวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดจากนั้นก็กระโดดไปยังหลังคาสิ่งก่อสร้างอีกหลัง


       เป็นโชคดีมาก สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่หลังคายังพังไม่หมด ดังนั้นสายฝนจึงสามารถกระโดดข้ามไปบนหลังคาสิ่งก่อสร้างใกล้ๆได้เรื่อยๆ 


       โครงกระดูกใครว่าเดินช้า พวกมันไม่เหมือนในนิยายที่สายฝนเคยอ่านมา โครงกระดูกพวกนี้สามารถเคลื่อนไหวแบบแปลกๆเพื่อให้พวกมันเคลื่อนที่เร็วได้ พวกมันน่ากลัวกว่าในนิยายมาก!


       ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ฟิ้ว~


       ลูกธนูยิงใส่สายฝนไม่ยอมหยุด สายฝนไม่อาจหลบได้ทั้งหมดเนื่องจากตอนกระโดดเขาไม่สามารถใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงได้ เพราะแบบนั้นเขาจึงโดนลูกธนูยิงเข้ากลางหลังอยู่หลาบหน เป็นความสามารถของอักษรลี้ลับ“ทนทาน”ช่วยเอาใว้ ถ้าเขาไม่มีอักษรลี้ลับ“ทนทาน” หลังเขาคงมีลูกธนูจำนวนปักหลังจนกลายเป็นเม่นไปแล้ว


       ‘อีกไม่ไกลฉันก็จะออกนอกอาณาเขตวงแหวนเลือดแล้ว’ สายฝนคิดพร้อมกับหยิบยาเพิ่มความเร็วออกมาจากแอปพลิเคชัน[มิติคลังเก็บสิ่งของ] ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะงก ไม่ยอมใช้ยาที่ตัวเองมี พลาดแค่นิดเดียวอาจตายได้เลย จำเป็นต้องทุ่มสุดตัวเพื่อออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือด อยู่ต่อไปก็มีแต่ตายกับตาย ควรรีบออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้


       ดื่มยาเสร็จก็โยนขวดแก้วทิ้ง ความเร็วสายฝนเพื่อขึ้นหลายเท่า มันมากยิ่งกว่าความเร็วของพวกโครงกระดูกเวลาเคลื่อนที่ด้วยท่าทางแปลกๆเสียอีก


       สายฝนดูเหมือนสามารถหนีออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือดได้ง่ายๆเพียงแค่ใช้ยากับการวิ่งบนหลังคาสิ่งก่อนสร้าง ทว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่ วงแหวนเลือดมันไม่ได้กากขนาดนั้น หากวงแหวนเลือดกากผีเสื้อเทพธิดาราตรีจะยอมสอนเพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลให้สายฝนเหรอ? ของจริงมันแค่ยังไม่เริ่มเท่านั้นเอง!


       ‘อีกไม่นานวงแหวนเลือดจะแสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมา ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าเจ้าที่เป็นมนุษย์จะสามารถรอดชีวิตออกจากที่นี่ได้มั้ย’ ผีเสื้อเทพธิดาคิดขึ้นภายในใจเธอพลางมองสายฝนที่กำลังกระโดดข้ามไปยังหลังสิ่งก่อสร้างอีกหลัง


    ---


    บทที่ 104 เอาชีวิตรอด (5)