"อะไรวะเนี่ย จำไม่ค่อยได้ก็เถอะ แต่รู้ว่าต้องไปร้านตีเหล็กให้ได้"
ชุนพึมพำพร้อมกับเอามือข้างหนึ่งกุมศีรษะ
"แต่ทำไมอยู่ๆความทรงจำแปลกๆมันได้ผุดขึ้นมาเรื่อยๆฟร๊ะ"
ชุนบ่นเสียงดัง ก่อนจะเดินไปหาที่นั่ง เพราะชุนเริ่มรู้สึกปวดหัวมากกับความทรงจำที่ถูกผนึกได้ถูกปลดปล่อย อาร์ติแฟ็คที่เป็นแขนซ้ายเทียมยังไม่ได้รับความสนใจถึงชุนจะถือมันเอาไว้ก็ตาม
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงอาการปวดหัวของชุนก็ค่อยๆดีขึ้น แต่ชุนไม่สามารถเรียบเรียงความทรงจำได้ทั้งหมด
'อะไรอีกวะเนี่ย ความรู้สึกนอกจากพลังตรงหัวใจมันมีตรงท้องด้วยหรอวะ จะว่าไประบบมันเพิ่มขึ้นมาอันหนึ่งนี่หว่า เหมือนแหล่งเก็บพลังเวทมนตร์ตรงหัวใจของระบบเก่ามันยังเหมือนเดิม ตรงท้องนี่มันแหล่งพลังอีกแหล่งพลังหรอวะ แล้วจะเปิดดูข้อมูลมันยังไงเนี่ย'
ชุนคิดในใจและพยายามไม่สนใจความทรงจำที่เพิ่มมา ชุนปล่อยให้มันประกอบกันเองอย่างช้าๆ เขากำลังให้ความสนใจกับความแปลกใหม่ในร่างกาย แต่ไม่ว่ายังไงเขาไม่สามารถเปิดระบบดูได้
"ช่างมันละกัน เอาเป็นว่าต้องไปหาร้านตีเหล็กร้านให้เจอ แต่ก่อนอื่น...."
ชุนมองมายังอาร์ติแฟ็คในมือพลางใช้สกิลแปรธาตุเปลี่ยนอาร์ติแฟ็คแขนเทียมเป็นอุปกรณ์สวมใส่สำหรับแขนซ้าย อย่างปลอกแขนคลุมตั้งแต่ปลายนิ้วยันต้นแขน สีเองยังเปลี่ยนไปเป็นสีขาวมีเส้นสีเงินเรืองแสงตัดผ่านจนดูเหมือนแขนเทียมที่ถูกพัฒนามาเป็นเวลายาวนาน
"ประมาณนี้รึเปล่าหว่าจะได้เหมือนแขนหุ่นยนต์...ไม่แน่ใจจริงๆ"
ชุนขยับแขนไปมาอย่างไม่แน่ใจ
"เอาเหอะเดี๋ยวไปหาซื้อเสื้อแขนยาวระหว่างทางกับเสื้อคลุมน่าจะพอให้ไม่มีใครสงสัย ถึงจะบางยังไงมันก็ไม่ได้เทอะทะเกินไป สวมถุงมือปิดมือด้วยน่าจะทำให้มันไม่เป็นจุดสนใจ ป้องกันเอาไว้เผื่อเกิดเรื่องฉุกเฉินหรือเจอตัวอะไรที่สู้มันไม่ได้ละนะ"
ชุนพึมพำพลางหันซ้ายหันขวาดูว่ามีคนแถวนี้ไหม โชคดีที่ไม่มีคนไม่งั้นตอนเห็นปลอกแขนแปรธาตุคงจะกลายเป็นจุดสนใจ พอเห็นว่าไม่มีคนชุนได้เดินตามฟุตบาท ข้ามทางม้าลาย ตัดผ่านถนนและเข้าไปในซอยซอยหนึ่งที่ตัดผ่านไปถนนอีกสายจนไปถึงร้านขายเสื้อผ้าขนาดใหญ่แถวนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงสายของวันธรรมดารึเปล่าคนถึงบางตา
กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง!
ประตูเลื่อนอัตโนมัติเปิด เสียงพลันกระดิ่งสั่นไหว
ชุนเดินเข้าไปยืนหน้าประตูเลื่อนของร้านเสื้อผ้า ตอนก้าวเข้าไปในร้านชุนสังเกตว่ามีคนไม่กี่คน คนต้อนรับยังไม่มีและมันไม่แปลกอะไร เพราะร้านนี้มีหุ่นยนต์คอยบริการ ขอแค่เดินไปเลือกชุด รูดบัตร จ่ายเงิน รับใบเสร็จ
"ดูใหม่นะเนี่ย สงสัยเราอยู่กัความโบราณมานานเกินไป"
ชุนพูดยิ้มๆ แล้วเดินเข้าไปเลือกเสื้อแขนยาวสีขาวไซต์พอดีตัว จากนั้นชุนได้ไปดูเสื้อคลุมแขนยาวต่อ แต่ผ้ามันบางเกินไปเขาจึงเปลี่ยนไปเลือกเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำมาตัวหนึ่ง ก่อนชุนจะไปชำระเงินด้วยบัตรของมิซึฮะ เขาได้เห็นถุงมือผ้าสีดำสุดเท่คู่หนึ่งเข้า มันเป็นถุงมือไม่คลุมปลายนิ้วและตรงความต้องการ
"เอาคู่นี้ละ นิ้วโผล่นิดหน่อยแค่ล้วงเสื้อก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว"
ชุนพูดกับตัวเองแล้วหยิบถุงมือเป็นชิ้นสุดท้ายก่อนจ่ายเงิน
พอชุนจ่ายเงินเสร็จ เขาได้เปลี่ยนชุดตรงเคาน์เตอร์หน้าด้านๆ คนด้านหลังเขาเป็นเด็กสาวชาวญี่ปุ่นน่ารักคนหนึ่ง เห็นชุนถอดเสื้อแบบไม่เกรงใจแผ่นหลังกับมัดกล้ามแน่นทำให้เด็กสาวชาวญี่ปุ่นหน้าแดงแจ๋
ชุนที่ไม่แคร์ใครยังหยิบชุดมาแกะป้ายราคาแะวสวมไปทั้งอย่างนั้น ไม่ว่าจะเสื้อแขนยาว เสื้อแจ็คเก็ตเขาก็สวมโชว์หน้าเคาน์เตอร์ ถ้าเขาซื้อกางเกงมาแล้วเปลี่ยนตรงเคาร์เตอร์คงถูกหุ่นยนต์เตะตูดออกไปจากร้านอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากชุนเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย เขาได้เดินไปหน้ากระจกพลางสวมถุงมือโดยมีเด็กสาวชาวญี่ปุ่นมองความหล่อของเขาไม่วางตา หากเด็กสาวคนนั้นไม่รู้จักระงับอารมณ์ตอนชุนใส่ถุงมือทำเท่...เธอคงกรี๊ดลั่นร้าน
"เยี่ยม เข้ากับกางเกงได้ดีไม่หยอก"
ชุนชมตัวเองกว่าสิบนาทีถึงจะเดินไปหยิบเสื้อที่ถอดไว้ใส่ถุงเก็บเข้าไปในไอเทมบ๊อก แล้วเดินไปจากร้าน แบบไม่สนใจเสียงขอบคุณของหุ่นยนต์กับสายตาของเด็กสาวชาวญี่ปุ่น
"รู้สึกดีสุดๆไปเลย ได้มาซื้อของแบบธรรมดา..จะว่าไปร้านตีเหล็กอยู่ใกล้บ้านเรานี่นา อีกหลายกิโลเมตรกว่าจะถึง ระหว่างทางเองมีร้านขายของเพียบ จะวิ่งไปเร็วๆก็เสียดายแย่ เดินเล่นมันไปเลยละกัน..ถือว่าต้อนรับชีวิตธรรมดาอันแสนสดใส"
ชุนยิ้มหน้าบานเหมือนคนโรคจิตคิดบวก แล้วได้เดินไปตามทางด้วยความเร็วเหมือนคนทั่วไปใช้เดินเที่ยวตลาด
ระหว่างเดินชุนไมองไปยังบ้านในญี่ปุ่นและร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดียวชั้นเดียว ห้องแถว คอนโด หรือบ้านแบบโบราณที่มีให้เห็นน้อย ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายขนม ร้านขายเครื่องดื่ม ร้านอาหาร และอีกหลายๆร้านที่มีอยู่ครบวงจร
บนทางเดินแทบไม่มีคน รถมีให้เห็นบ้างแต่ก็บางตา อากาศค่อนข้างเย็นสดชื่นไม่ได้หนาวเกินไปและอากาศไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนริมชายหาด แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรนัก..นับว่าบรรยากาศดีไม่น้อย
ชุนเดินไปราวสองกิโลเมตรเห็นจะได้ เขาพลันหยุดเดินและหันไปมองร้านกาแฟร้านเล็กๆ ร้านนั้นดูเก่าแก่ไม่เหมือนร้านอื่น กลิ่นหอมของกาแฟยังเตะจมูกชุนจนห้ามตัวเองไม่ได้
'ลองนั่งจิบกาแฟสักหน่อย'
ชุนบอกกับตัวเองในใจ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในร้านกาแฟ
กริ้งๆ
ชุนผลักประตูกระจกเข้าไป เสียงกระดิ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงต้อนรับของผู้หญิงอายุราวๆสิบแปดสิบเก้าปีที่เป็นบาริสต้าคนเดียวในร้าน
"ยินดีต้อนรับค่ะ"
"อราบิก้าร้อนหนึ่งแก้วครับ"
ชุนสั่นบาริสต้าไปพร้อมกับนั่งเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ ส่วนบาริสต้าก็ทำอราบิก้าร้อนให้ชุนหนึ่งแก้วตามสั่งทันที
ราวๆห้านาทีบาริสต้าได้ชงกาแฟต่อหน้าชุน แล้วเสิร์ฟให้เขาดื่ม ก่อนดื่มกาแฟชุนได้ยกมาดมกลิ่นและจิบช้าๆอย่างไม่รีบร้อน
ฟู่วววววววววววว
"อากาศเย็นๆช่วงบ่าย จิบกาแฟไปเดินเล่นไปน่าจะดีนะ ว่าไหม"
ชุนพูดลอยๆพลางหันไปมองบาริสต้าเหมือนจะชวนคุย บาริสต้าส่งยิ้มให้เขา
"เดินเล่นตอนเช้าไปจิบกาแฟไปเหมาะกว่านะคะคุณลูกค้า กาแฟอราบิก้ารสหวานอ่อนๆช่วยให้ตื่นตัวได้ดี"
"ไม่หรอก กาแฟอร่อยไม่ว่าบรรยากาศแบบไหนมันก็เข้ากัน"
ชุนคุยเล่นอยู่กับบาริสต้าพักใหญ่ ก่อนจะทิ้งเหรียญห้าร้อยเยนไว้สามเหรียญเป็นค่ากาแฟเอาไว้ให้ จากนั้นชุนตรงไปยังร้านตีเหล็กใกล้ๆบ้านเขาอย่างช้าๆ
ราวๆสี่โมงเย็น
ชุนเดินมาถึงหน้าร้านตีเหล็กแสนคุ้นเคย รอบด้านนั้นดูทันสมัยและแปลกตาไปมาก ชุนเลยยืนดูรอบๆอยู่เงียบๆ ถึงคนที่เดินผ่านไปมาจะมอง ชุนก็ไม่ได้สนใจอะไร
-----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
ไรท์ : หน้าคนโรคจิตคิดบวดเป็นยังไง เองลองคิดเรื่อง++แล้วยิ้มดูนะ นักอ่าน! ฮ่าๆๆๆๆๆ
ติชมได้นะ