ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 สีหน้าปกติ

            จี๋โม่หานฟังจบแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง รถม้าเริ่มมุ่งหน้าไปที่จวนสกุลซู แต่ว่ารถม้านิ่งมาก แก้วชาที่วางบนโต๊ะไม่มีน้ำกระเซ็นออกมาเลย

            ซูหมิงเยว่ตั้งสมาธิ ตาก็มองจี๋โม่หานอยู่เรื่อยๆ ในตอนที่นางคิดว่าจี๋โม่หานจะไม่พูดอะไรอีก แต่เขาก็พลันพูดออกมาก่อน ครั้งนี้กลับเป็นคำถาม “เหตุใดเจ้าถึงมาให้ข้าช่วยหรือ?”

            ซูหมิงเยว่ที่ถูกจี๋โม่หานถามขึ้นกะทันหันก็ตะลึงไป นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตอบตามความจริง “อาจเป็นเพราะว่าองค์ชายสามเป็นคนเดียวที่หม่อมฉันเชื่อได้ในตอนนี้เพคะ แล้วก็เป็นคนเดียวที่อาจจะช่วยหม่อมฉันได้”

            ซูหมิงเยว่พูดไปก็หัวเราะออกมาเบาๆ นางกับจี๋โม่หานในอดีตไม่ได้เกี่ยวข้องกันมากเท่าไร ในตอนนี้ระหว่างทั้งสองคนก็เป็นความสัมพันธ์แบบเอื้อประโยชน์ต่อกัน พอพูดประโยคนี้ออกมา แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อยากจะเชื่อ

            ใครจะไปรู้ว่าพอจี๋โม่หานฟังจบแล้วจะยกยิ้ม “ข้าคือคนเดียวที่เจ้าเชื่อได้อย่างนั้นหรือ?”

            ซูหมิงเยว่มองเขาแล้วพยักหน้า “เพคะ คิดว่าใช่อย่างนั้น”

            ประโยคนี้ของนางทำให้จี๋โม่หานอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี “เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเกียรติของเปิ่นหวังจริงๆ แต่ว่า หากวันนี้เปิ่นหวังไม่มาช่วยเจ้าล่ะ?”

            “เช่นนั้นก็ถือว่าหม่อมฉันกำลังพนันอยู่เพคะ” ที่จริงแล้วซูหมิงเยว่เองก็ไม่แน่ใจว่าหากวันนี้เกิดเรื่องกับนางขึ้นจริงๆ จี๋โม่หานจะมาช่วยนางหรือไม่ ประเด็นคือนางกำลังพนันว่าจี๋โม่หานจะเห็นแก่ที่นางช่วยรักษาดวงตาให้เขาแล้วมาช่วยนางหรือไม่ “แต่ว่า หม่อมฉันก็ชนะพนันแล้ว”

            ซูหมิงเยว่รู้สึกอารมณ์ดีตามอีกฝ่าย นางยกยิ้มแล้วรินน้ำชาให้ตัวเองอีก

            จี๋โม่หานหัวเราะเสียงเบา “ใช่ เจ้าชนะพนัน”

            “เช่นนั้นองค์ชายล่ะ” ซูหมิงเยว่ถามกลับ “องค์ชายช่วยหม่อมฉันเพราะกลัวว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับหม่อมฉันแล้วจะไม่มีคนรักษาดวงตาให้หรือเพคะ?”

            “ไม่ใช่” จี๋โม่หานตอบกลับมาสบายๆ คำตอบของเขาทำให้ซูหมิงเยว่ตกใจไป

            “เพราะอะไรเพคะ?”

            ซูหมิงเยว่รู้สึกว่าตอนนี้ตนเองมีค่ากับจี๋โม่หานแค่อย่างเดียวก็คือนางรู้วิชาแพทย์

            จี๋โม่หานหัวเราะเสียงเบา เขายกแก้วชาขึ้นมาจิบแล้ววางลงก่อนจะใช้น้ำเสียงไม่ใส่ใจตอบกลับไป “เปิ่นหวังจะทำลายความเชื่อใจของคุณหนูซูที่มีต่อข้าได้อย่างไร”

            ซูหมิงเยว่เลิกคิ้วมองจี๋โม่หาน คำพูดของเขานั้นมีกี่ส่วนที่เป็นความจริงกี่ส่วนที่เป็นความเท็จ นางเองก็ไม่อยากเสียเวลาไปสืบเสาะหา

            นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนข้างกายเพียงคนเดียวที่สามารถเชื่อถือและพึ่งพาได้จะเป็นคนที่ไม่เคยเกี่ยวข้องอะไรกับนางเลยในชาติก่อน

            ภายในรถม้าตกเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง มีแต่เสียงของล้อรถม้าเหยียบลงบนแผ่นหินเท่านั้น

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จี๋โม่หานก็พลันเอ่ยปากขึ้นมา “ซูหมิงเยว่” น้ำเสียงของเขาไม่ดังมากแต่แฝงไปด้วยความเคร่งขรึมอย่างน่าประหลาด

            ที่เขาเรียกตอนนี้ก็คือซูหมิงเยว่ ไม่ใช่คุณหนูซู แล้วก็ไม่ใช่คำเรียกอื่น นี่เป็นครั้งแรกที่จี๋โม่หานเรียกชื่อนางแบบนี้

            ใบหน้าของซูหมิงเยว่มีประกายตกใจ แววตามองจี๋โม่หานอย่างตะลึง “หา?”

            จี๋โม่หานยกริมฝีปากขึ้นน้อยๆ แล้วถามเสียงเนิบ “เปิ่นหวังจะเป็นคนที่เจ้าเชื่อใจที่สุดตลอดไปหรือไม่?”

            คำไม่กี่คำลอยมาเหมือนกับกระแทกหูของซูหมิงเยว่ทีละคำ ทำเอานางตกใจอย่างยิ่ง แม้แต่หัวใจที่หน้าอกเองก็สั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ นางวางแก้วที่สั่นอย่างแรงลง จากนั้นก็กำมือแน่น

            นางไม่ได้ตอบ จี๋โม่หานเองก็ไม่ได้ถามอีก

            ซูหมิงเยว่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆ หัวใจก็เต้นรัว เป็นความรู้สึกประหลาดที่บรรยายไม่ถูก ว้าวุ่นอยู่ในอก

            ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ อารมณ์ของนางถึงได้สงบลง

            “ไม่รู้เพคะ” ซูหมิงเยว่มองจี๋โม่หานแล้วตอบกลับไป “แต่หม่อมฉันหวังว่าจะใช่เพคะ”

            วินาทีนั้นซูหมิงเยว่มองเห็นชัดว่าสีหน้าของจี๋โม่หานแข็งค้างไปครู่หนึ่ง มือที่วางอยู่ที่เข่าก็สั่นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แต่เพียงครู่เดียวก็กลับมาปกติ

            จี๋โม่หานไม่ได้พูด เพียงแต่หันหน้ามาทางที่ซูหมิงเยว่อยู่ ถึงแม้จะหลับตา แต่ก็เหมือนกำลังมองนางอยู่

            ซูหมิงเยว่ดึงสายตากลับมา นางผ่อนคลายร่างกายแล้วพิงตัวกับกำแพงรถพลางถอนหายใจเบาๆ “ท่านรู้สึกตลกใช่หรือไม่เพคะ?”

            “หืม?” จี๋โม่หานเลิกคิ้ว “เหตุใดถึงคิดว่าตลก?”

            “ข้าที่เป็นบุตรสาวของจวนสกุลซู ข้างกายไม่มีแม้แต่คนที่เชื่อใจได้ คนเดียวที่เชื่อใจได้ก็ยังเป็นคนที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับข้ามาก่อน”

            ซูหมิงเยว่พูดแล้วหันหน้าไปพิงกำแพง สายตากำลังมองไปทางจี๋โม่หาน

            “ไม่หรอก” จี๋โม่หานพูดออกมาตามความจริง “เปิ่นหวังเองก็เช่นกัน ยิ่งอยู่ในตำแหน่งสูงเท่าไหร่ คนข้างกายก็ยิ่งอยู่เพื่อใช้ประโยชน์เยอะขึ้นเท่านั้น เจ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าคนข้างกายเจ้าที่ดูบริสุทธิ์ แท้จริงแล้วในใจซ่อนความคิดอะไรเอาไว้บ้าง”

            ซูหมิงเยว่เพิ่งเคยได้ยินจี๋โม่หานพูดเช่นนี้ออกมาครั้งแรก สายตาของนางเลื่อนลงแล้วหยุดที่ขาของจี๋โม่หาน จริงด้วย นางลืมไปเลย

            จี๋โม่หานก็เป็นคนของราชวงศ์ นางก็รู้อยู่แล้วว่าราชวงศ์เป็นที่แบบไหน ที่ที่กลืนกินคนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ไม่เช่นนั้นจี๋โม่หานก็คงไม่ปกปิดเรื่องที่ขาของเขาหายดีแล้วหรอก

            สายตาของซูหมิงเยว่เลื่อนไปที่ใบหน้าของจี๋โม่หาน นางจ้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามคำถามที่อยากรู้คำตอบที่สุด “แล้วหม่อมฉันล่ะเพคะ?”

            จี๋โม่หานไม่ได้ตอบกลับมาภายในทันที แต่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงจะตอบ “เจ้ารู้”

            ประโยคนี้เขาพูดไม่ชัดเจน ซูหมิงเยว่เลิกคิ้ว ไม่เข้าใจความหมายของจี๋โม่หานเท่าไร

            จี๋โม่หานก็เสริมอีกประโยค “อย่างน้อย สำหรับเปิ่นหวังแล้ว เจ้าไม่เหมือนกับคนอื่น เป็นคนที่มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น”

            ในตอนนี้ซูหมิงเยว่ก็ตะลึงค้างไปเสียแล้ว

            มือจับที่มุมเสื้อทันที ดวงตาเบิกกว้าง

            คำพูดของจี๋โม่หานราวกับผิวน้ำที่นิ่งเรียบถูกก้อนหินขนาดใหญ่โยนลงไปจนเกิดเป็นคลื่นน้ำขนาดใหญ่

            นางจ้องจี๋โม่หานอย่างตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ผ่านไปนานเท่าไรแล้วไม่รู้แม้แต่รถม้าหยุดตอนไหนนางเองก็ไม่รู้

            จี๋โม่หานไม่ได้เอ่ยออกมาอีก บรรยากาศภายในรถม้าแปลกประหลาดขึ้นเล็กน้อย 

            “คุณหนู” เสียงของเสี่ยวอวี่ดังมาจากด้านนอกรถม้าซูหมิงเยว่ถึงได้ดึงสติที่ลอยไปไกลกลับมาได้

            พอซูหมิงเยว่ได้สติกลับมา นางก็เบนสายตาออกไปอย่างว้าวุ่นตอนที่กำลังจะยืนขึ้นนั้น อาจเป็นเพราะลนลานก็เลยพลาดได้ง่าย กลายเป็นว่านางลุกขึ้นไวเกินไปจนไปชนกับแก้วชาน้ำในแก้วก็สาดไปโดนจี๋โม่หานอย่างไม่คาดคิด

            น้ำชานั้นเย็น เสื้อผ้าที่จี๋โม่หานสวมในวันนี้นั้นเป็นสีเขียวควันพอน้ำสาดไปโดนเพียงครู่เดียวก็กระจายไปทั่วจนมองเห็นว่าเปียกได้อย่างชัดเจน

            ซูหมิงเยว่ก่นด่าตัวเองในใจ ตอนแรกนางมองสีหน้าของจี๋โม่หานซึ่งดูเรียบนิ่งไม่มีอะไรผิดปกติมองไม่ออกเลยว่ากำลังโกรธหรือไม่ นางเองก็ไม่สนใจอะไรมากมาย จากนั้นก็ใช้แขนเสื้อของตัวเองเช็ดน้ำที่ขาของจี๋โม่หาน

            แต่ตอนที่นางเพิ่งจะลงมือเช็ด จี๋โม่หานวางมือทับลงบนหลังมือของนางรู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่หัวใจไปจนถึงทั่วทั้งร่างกาย

            “ซูหมิงเยว่” ในที่สุดจี๋โม่หานก็เอ่ยออกมา น้ำเสียงฟังไม่ออกว่าอารมณ์ดีหรือโกรธกันแน่


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138