เหล่าผู้คนต่างพูดว่าความรักนั้นสวยงามกว่าสิ่งใด การได้รักนับเป็ความโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิต โถ่ ใครเป็คนนิยามว่าความรักนั้นสวยงาม? สำหรับฉันมันไม่จริง อยากรู้มั้ยว่าฉันเป็ใคร? ฉัน"วิเวียร" ปัจจุบันอายุ 25 ปี ฉันเป็เด็กบ้านนอกคนนึง ที่โลกส่วนตัวค่อนข้างจะสูง เพราะแบบนี้ไงฉึนจึงเป็คนที่มีเพื่อนน้อย(เรียกว่าไม่มีเลยดีกว่า)...น่าสงสารมั้ยล่ะ
ฉันเคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่เคยมีความสุข...ฉันหนีความสงบจากบ้านนอกเข้ามาอยู่ในเมืองกรุง ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แสง สี เสียง ผู้คนมากมาย และรถราที่เต็มไปด้วยมลพิษ แม้แต่ตอนกลางคืนผู้คนก็ใช้ชีวิตเหมือนตอนกลางวัน ไร้เสียงนกเสียงกามีเพียงเสียงจากแตรรถบนท้อวถนน ในเมืองที่แสนวุ่นวายฉันกลับยังรู้สึกขาดหาย โดยไม่รู้สาเหตุว่าเป็เพราะอะไร จนได้เจอเขาคนนั้น คนที่ไม่เคยจางหายไปจากใจฉันเลยย...
.
.
.
เื่ราวของฉันเกิดขึ้นที่ห้องเช่าเล็กๆที่แสนจะอบอุ่นท้ายตึกสูงใจกลางเมืองกรุง สวัสดีค่ะฉันชื่อวิเวียร อายุ25ปีแล้ว ฉันอาศัยอยู่คนเดียวที่ห้องเช่านี้มาเกือบสองปีแล้วหล่ะ ถ้าถามฉันว่าทำงานอะไร...ก็ตึกสูงข้างหน้าห้องเช่าของฉันนี่แหละเป็พนักงานออฟฟิศทั่วๆไป ฉันมีฐานะปานกลางพออยู่พอกินแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลย แถมยังมีใครสักคนที่ชอบเอานู้นเอานี่มาฝากไว้ให้กับป้าแจ่มเ้าของหออยู่ตลอด ฉันเกรงใจเขามากๆฉันฝากป้าแจ่มไปบอกเขาแล้วหลายครั้งแต่เขาก็ไม่ฟังฉันเลยดื้อจริงๆนะนายคนนี้ วันนี้ฉันนั่งทำงานเลยเวลามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่ได้ขยันหรอกนะ แต่เพราะงานมันเยอะต่างหากล่ะ พี่เจผู้จัดการแผนกต้องตั้งใจแกล้งฉันแน่ๆเลยเจอจะบ่นให้หูชาเลย
"อ้าววิเวียน! ทำไมยังไม่กลับอีกจะมืดแล้วนะ" พี่เจที่เดินมาเจอเอ่ยถามฉัน
"เพราะใครล่ะโยนงานให้วิเต็มเลยเนี่ย" ฉันพูดพร้อมทำหน้างอใส่พี่เจ เราค่อนข้างจะสนิทกันจึงพูดคุยกันอย่างสนิทสนม
"โห วิเวียรช่วยพี่หน่อยดเถอะนะ ไม่มีใครรับงานนี้ไปทำจริงๆ" พี่เจพูดพลางทำหน้าเศร้า
"รู้แล้วน่า! ก็ทำอยู่นี่ไงล่ะ" ฉันตอบกลับไป
"เอ้อ...แล้วพรุ่งนี้จะมีพนักงานใหม่เข้ามาแผนกเรานะ บอสฝากให้วิดูแล น่าจะเป็รุ่นน้องวิปีนึงนี่แหละถ้าจำไม่ผิด" เป็เื่ใหม่ที่น่าใจริงๆ
"เอาน่าอย่าทำหน้างอสิวิ อาจจะเป็โอกาสดีที่จะได้รู้จักกับคนใหม่ๆเผื่อแกจะยอมมีความรักสักที"
"ฝันไปเถอะพี่เจ ไปได้แล้ววิจะทำงาน" ฉันปัดมือไล่ พี่เจจึงยีผมฉันแล้วเดินออกไป
ใครจะอยากมีกันลาะความรัก...มันมีจริงที่ไหนกัน ขนาดพ่อกับแม่แต่งงานกันมา20กว่าปียังเลิกกันได้ง่ายๆ นับประสาอะไรกับความรักในวัยอย่างฉัน ฉันปฏิเสธทุกคนที่พยายามเข้าหาฉันในเชิงชู้สาวมาตลอดฉันไม่สามารถเชื่อได้จริงๆว่าความรักมันจะมีอยู่จริงและฉันก็ไม่เคยมีความรัก เวลาล่วงเลยไปจนสามทุ่มนี่ฉันทำงานเพลินขนาดนี้เลยหรอเนี่ยควรจะกลับบ้านแล้วสินะ ฉันจัดการเก็บข้าวของปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วเดินทางกลับห้อง ถึงห้องเช่าจะอยู่เพียงแค่หลังบริษัทแต่ทางที่ต้องเดินเข้าเป็ซอยแคบๆที่ไร้ผู้คน ฉันรีบเร่งฝีเท้าเมื่อรู้สึกถึงคนที่เดินตามมาใกล้เรื่อยๆทันใดนั้นแขนของฉันก็ถูกอีกฝ่ายรั้งและดึงไว้จนทำให้ฉันเซไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย
"จะรีบไปไหนเนี่ย ผมแค่จะเอามาคืนผมเจอมันตกอยู่น่าบริษัทหลังพี่เดินออกมา" เขาพูดพร้อมยื่นกระเป๋าสตางค์ใบสีชมพูที่คุ้นตาให้กับฉัน
"นายเล่นเดินตามมาเงียบๆแบบนี้ฉันก็กลัวสิ" ฉันถอนหายใจเมื่อรู้ว่าเขาแต่ตามมาคืนของ
"นายเรียกฉันว่าพี่?"
"ขอโทษที่ทำให้ใ แล้วเื่ที่เรียกพี่น่ะผมอายุน้อยกว่าพี่ปีนึง ดูจากบัตรในกระเป๋าขอโทษที่ถือวิสาสะเปิดดู ผมแค่จะดูว่ามันเป็ของใคร" เขาอธิบายยืดยาวแต่มันกลับน่าเชื่อถือ
"พี่พักที่ไหนให้ผมไปส่งนะ"
"หอแจ่มจันทร์นี่เองใกล้ๆไม่รบกวนหรอก" ฉันพูดขัดเขา
"หอเดียวกัน ไปเถอะดึกแล้ว" พูดจบเขาก็ลากแขนฉันไปทันที แบบนี้เขาเรียกบังคับ!
เมื่อถึงหอเด็กนี่ก็เดินตามฉันไม่เลิกจนกระทั่งถึงห้องของฉัน ที่น่าในั่นคือห้องข้างๆของฉันคือห้องของเขา เื่บังเอิญนี่มีจริงหรอเนี่ยแต่ตลอดระยะทางที่เดินมากับเด็กคนนี้ฉันรู้สึกปลอดภัยแปลกๆคงจะเป็เพราะที่ผ่านมาฉันกลับคนเดียวมาตลอดพอมีคนเดินมาด้วยมันถึงรู้สึกดีแบบนี้
....เื่ราวของเราสองคนมันเริ่มพัฒนาและดีขึ้นเรื่อยๆ จนฉันไม่อยากให้มันหายไป รู้ตัวอีกทีฉันก็เชื่อเื่ความรักอย่างสุดหัวใจ
เมื่อคุณลองที่จะรักใครสักคนแล้ว มันจะทำให้คุณเชื่อในความรัก