“หน่วยพยาบาล” ผู้จัดการงานประลองะโเรียกหน่วยปฐมพยาบาลให้มาดูแลหลินเฟิงทันที เพราะกลัวว่าจะเป็อะไรไป ดูจากภายนอกเพียงอย่างเดียวก็รู้แล้วว่าสาหัสขนาดไหน หากเป็คนอื่นๆเขาคงตัดสินให้แพ้ไปนานแล้ว แต่นี้ ประมุขบอกว่าห้ามและยังให้มันคอยดูแลไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอีก มันเองก็จำเป็ต้องเชื่อฟังแต่โดยดี
เมื่อได้ยินเสียงประกาศผลการประลอง ผู้ต่างต่างหันไปมองหลินเฟิงที่ยืนอยู่ด้วยความงุนงง แต่เพียงครู่เดียว พวกเขาส่วนใหญ่ถึงกับป้องปาก เพราะตกตะลึงกับหลินเฟิงอย่างมาก หลินเฟิงหลบการโจมตีของหลินอี้หานทั้งๆที่หมดสติอยู่ และยังยืนหมดสติอีกต่างหาก แล้วแบบนี้จะไม่ให้พวกเขาตกตะลึงได้อย่างไร
“เฟิงเอ๋อร์” เซี่ยหลั่วรีบกระโจมลงมาหาหลินเฟิงทันที และเข้าไปโอบกอดพร้อมน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างไม่หยุด
หลินเทียนที่เห็นเช่นนั้นก็กล่าวปลอบเซี่ยหลั่วพร้อมให้นางปล่อยหลินเฟิงให้หน่วยปฐมพยาบาลดูแลทันทีเพราะกลัวว่าหลินเฟิงจะเป็อันใดไป แต่แน่นอนว่าภายในดวกตาที่เป็ห่วงของหลินเทียนมีความภูมิใจซ้อนอยู่ ถึงบุตรของมันจะพ่ายแพ้ แต่กระบวนท่าสุดท้ายนั้นบุตรของมันสามารถหลบการโจมตีได้และยังพัฒนาขึ้นอีกขั้นด้วย
หลังจากนั้นไม่นานหลินเฟิงก็ถูกพาตัวไปรักษาทันที แต่บริเวณลานประลอง ไม่ว่าจะเป็ผู้ชม ผู้จัดการงานประลอง หรือแม้กระทั้งหลินอี้หานก็ยังไม่มีใครพูดอะไร หลินอี้หานทำเพียงมองไปยังทิศทางของหลินเฟิงก่อนจะเดินลงจากลานประลองด้วยแววตาที่ซับซ้อน ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไร
“ท่านพ่อ” หลินอี้หานทำความเคารพหลินหยาง จากนั้นก็ทำความเคารพคนอื่นๆ แน่นอนว่าเขาเรียกหลินเทียนว่าพี่เทียน เพราะเขามีศักดิ์เป็น้องของหลินเทียน
“เ้าทำได้ดีมาก ข้าไม่คิดว่าเ้าจะพัฒนาเร็วขนาดนี้” หลินหยางกล่าวชมจากใจจริง
“ข้าไม่ควรได้รับคำชมนั้นหรอกท่านพ่อ เพราะอีกไม่นานหลินเฟิงจะแซงหน้าข้าแน่นอน” หลินแี้หานกล่าวขฯะทำสีหน้าเศร้าหมอง เขายอมรับจุดนี้ได้แล้งว ถึงแม้ว่าจะยากซักหน่อยก็ตาม
“เ้าไม่จำเป็ต้องคิดมากหรอก หลินเฟิงมีโชคชะตาให้ได้เป็ใหญ่ ในสถานที่เล็กๆเช่นนี้ มันไม่เหมาะกับเขาหรอก” หลินหยางพูด
“ท่านพ่อ หรือว่าท่านจะ?” หลินเทียนที่เงียบอยู่นานก็โพล่งขึ้นด้วยความใ ไม่เพียงหลินเทียนเท่านั้น เซี่ยหลั่วและคนอื่นๆที่รู้ว่าหลินหยางหมายความเช่นไรก็ตกตะลึงเช่นกัน
“ใช่อย่างที่พวกเ้าคิด เมื่อถึงเวลาหลินเฟิงจำเป็ต้องไป”
ส่วนหลินอี้หานนั้นก็ได้เพียงแต่ฟังเท่านั้น เขาไม่รู้และไม่เข้าใจอันใดเลย และถามใครก็ไม่มีใครตอบ เพียงแต่บอกว่า เมื่อถึงเวลาก็จะรู้เอง
“เอาละ พวกเราแยกย้ายกันไปชมการประลองต่อดีกว่า ตอนนี้ให้เฟิงเอ่อร์พักไป ข้าคิดว่าคงไม่สามารถประลองได้อีกแล้วละ” หลินอย่างกล่าว แววดาเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง
“อ่อ...อี้หานเอ่ย เ้าจงขยันมั่นเพียรฝึกฝน ข้าหวังกับเ้าไว้อยู่ ส่วนเื่เฟิงเอ๋อรืนั้นอย่าได้เก็บมาใส่ใจ”ก่อนหลินหยางจะจากไป เขาได้กล่าวทิ้งท้ายให้กับหลินอี้หาน
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” หลินอี้หานกลาว ขณะทำความเคารพและแยกย้ายไปพัก
หลังจากที่การประลองหยุดชะงักมาสักพัก ในที่สุดก็ดำเนินการประลองต่อทันที แต่แน่นอนว่าไม่มีคู่ไหนดุเดือดเท่าคู่ของหลินเฟิงกับหลินอี้หานอีกแล้ว หลินเฟิงตอนนี้ต้องพักรักษาตัวดังนั้นจึงไม่สามารถมาประลองได้ในเร็ววัน ดังนั้นจึงถือว่าปรับแพ้ไป แต่แน่นอนว่าไม่มีใครกังขาในตัวหลินเฟิงอีกแล้วแน่นอน เพราะการสูสีกับหลินอี้หานก็เป็ตัวพิสูจน์ความเก่งแล้ว
หลังจากคู่ของหลินเฟิงกับหลินอี้หาน ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้ว อีก 2 วัน และมันคือวันสุดท้ายของงานประลองประจำปีตระกูลหลิน ซึ่งใกล้จะจบงานประลองแล้ว ตอนนี้ผู้ที่ชนะโดยไม่แพ้เลยคือหลินอี้หาน ส่วนถัดจากหลินอี้หานคือหลินหลานที่แพ้เพียงรอบเดียวคือรอบที่สู้กับหลินอี้หานเท่านั้น ที่สามย่อมเป็หลินฮุย และเรียงลงมาตามลำดับ
ตอนนี้การประลองเหลือเพียงไม่กี่คู่และก็ไม่ใช่คู่ที่สำคัญอันใด ทำให้ผู้คนส่วนมากไม่ค่อยสนใจ ทำเพียงสนทนาเื่อื่นกัน แน่นอนว่าเื่ที่ว่าคือเื่ของหลินเฟิง ผู้ทำให้หลินอี้หานเอาจริงได้ทั้งๆที่ห่างกันถึง 3 ขั้นด้วยกัน
“น่าเสียดายแทนหลินเฟิงที่ไม่สามารถแข็งต่อได้ ไม่เช่นนั้นคงได้เป็ที่ 2 ไปแล้ว”
“พูดแล้วก็น่าทึ่งนัก บุตรของหลินเทียน ดูท่าจะเก่งกว่าบิดาของตนเสียอีก”
“ใช่แล้ว ตระกูลหลินโชคดีจริงๆที่มีลูกหลานเช่นนี้เกิดมา นี้คงถือว่าเป็พรจากสวรค์เลยก็ได้ละมั้ง”
“ข้าชักสนใจและอยากรู้ว่าเด็กคนนี้จะเดินไปได้ไกลสักแค่ไหนกันเชียว”
“ข้าว่าคงได้ไปโลดแล่นในเมืองหลวงแน่นอ”
“เ้าไม่คิดว่าเกินไปรึ เมืองหลวงเลยนะ บ้านนอกเช่นพวกเรามีหรือจะสู้ได้ ต่อให้หลินเฟิงจะเก่งเพียงใด แต่การจะสู้รุ่นเยาว์ในเมืองหลวงนั้น ง่ายไป”
“นั่นสิ ข้าว่าคงไม่ขนาดนั้นหรอก ”
ผู้คนต่าพูดคุยกันไปต่างๆนา โดยแทบไม่ได้ดุการประลองเลย ราวกับว่าพวกเขามาเพื่อพูดคุยกันเื่ของหลินเฟิงเท่านั้น
ผ่านไปไม่กี่คู่ การประลองก็ได้จบลง และผู้จัดการงานประลองได้ประกาศลำดับรวมถึงให้รางวัลแก่รุ่นเยาว์ที่มีความโดดเด่นด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าลำดับนั้นเป็ไปตามที่คาดไว้ ที่ หลินอี้หาน ที่ 2 หลินหลาน ที่สาม หลินฮุย ที่ 4 หลินเฉา ที่ 5…. ไปเรื่อยๆจนจบวัน
“ข้าขอขอบคุรแขกทุกท่านที่มาร่วมเป็สักขีพยานในงานประลองประจำปีนี้ สุดท้ายนี้ขอให้พวกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดีภาพ”
หลังจากผู้จัดการงานประลองกล่าวจบก็จากไปทันที ผู้คนก็ทยอยกลับเช่นกัน แต่ว่างานประลองประจำำปีครั้งนี้ พวกเขาไม่มีทางลืมแน่นอน ว่าครั้งหนึ่งเคยได้ชมการประลองของรุ่นเยาว์อัจฉริยะที่พานพบเจอนั่นยากมาก
ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลินเฟิงก็หายเป็ปกติ แน่นอนว่าต้องขอบคุณทั้งเม็ดยาและสมุนไพรนาๆชนิดที่ทั้งปู่ ทั้งตาของเขาเอามาให้ ไม่เช่นนั้น 1 เดือนก็ยังไม่แน่ว่าจะหายมาเป็ปกติหรือไม่
“เฟิงเอ๋อร์ เ้าหายเป็ปกติแล้วรึ?” เซียหลัวที่เห็นหลินเฟิงเตรียมจะออกไปข้างนอกก็ได้กล่าวถามหลินเฟิงก่อนที่เขาจะได้ทันออกไป
“ใช่แล้วท่านแม่” หลินเฟิงนั้นรู้สึกผิดกับแม่ของตนมาก เนื่องด้วยเขาทำเกินกำลังไปมากและทำให้แม่เป็ห่วง ถึงเขาจะปลอดภายกลับมาแต่แม่ของเขาก็ไม่อยากเห็นเขาต้องโชกเืเช่นเดิมอีก ดังนั้นเขาจึงสัญญากับแม่ของเขาว่าจะไม่ทำให้เป็ห่วงและฝืนกำลังตนเองอีก และหลังจากสำนึกผิดกับแม่ของตนเสร็จแล้ว ก็ถึงคราวที่แม่ของเขาต้องบ่นและตำหนิเื่ที่เขาทำเกินกำลัง แน่นอนว่าแม่ของเขาน่ากลัวมาก ตอนนี้เขารู้แล้วว่าในเช้าวันนั้น เกิดอันใดขึ้นกับพ่อของตน
...................................................................
วันนี้จะลงตอนเย็นเพิ่มอีกหนึ่งตอนนะครับ เวลาประมาณ 17.00 น.
หลังจากวันนี้จะพยายามลงวันละสองตอนนะครับหรืออาจมากกว่า ดูที่เวลาและการสต็อกตอนนิยาย
ส่วนเวลาที่จะลงวันละ 2 ตอนคือ 7.00 น. กับ 17.00 น. โดยประมาณนะครับ
ตอนนี้นิยายมีถึงตอนที่ 40 แล้วนะครับ จะพยายามชดเชย่ที่ขาดหายไปครับ ขอบคุณที่ยังอ่านครับและติดตามครับ
--------------------------------l3lackShodow--------------------------------
---------------------------14/05/2020---21.00 น.----------------------------