เศษจอกสุราแตกกระจายเกลื่อนพื้นกระดานไม้ เสียงกระเบื้องเคลือบกระทบพื้นดังสะท้อนก้องภายในห้องโถงอันเงียบงัน กลิ่นสุราหมักราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กและคาวโลหิตสดใหม่ ลอยคลุ้งตีบตันอยู่ในชั้นบรรยากาศที่หนักอึ้ง
อู๋เฟิงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เื้ัโต๊ะไม้สลักลาย ดวงตาเรียวแคบที่เคยมองผู้คนเยี่ยงมดปลวกบัดนี้เบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ั์ตาสั่นระริกจับจ้องร่างโชกเืซึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตูที่พังทลาย ริมฝีปากของบุตรชายหัวหน้าหมู่บ้านเผยอออกเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึกอยู่กลางลำคอ ประหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับิญญาอาฆาตที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรกโลกันตร์
เป็ไปไม่ได้...
มันเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!
คนผู้นี้ถูกเขาฟันหลังจนเหวอะหวะ และหลบหนีเข้าไปในเขตหมอกกลืนิญญาแล้ว! สถานที่ต้องห้ามที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานยังต้องทิ้งกระดูกไว้ ไฉนเศษสวะท้ายหมู่บ้านผู้นี้จึงรอดชีวิตกลับมาได้!
ความคิดเพิ่งผุดขึ้นประมวลผล ความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากยอดเขาหมื่นปีพลันไต่ระดับขึ้นตามแนวสันหลัง
หลื่อวิ๋นสืบเท้าก้าวเข้ามาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว รองเท้าผ้าป่านซึ่งชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของตนเองทิ้งรอยประทับสีแดงฉานไว้บนพื้นกระดานไม้ทุกย่างก้าว ั์ตาสีทองประหลาดล้ำทอดมองผู้คนภายในห้องอย่างสงบนิ่ง ความเยือกเย็นอันไร้ก้นบึ้งนั้นกลับสร้างแรงกดดันมหาศาล บีบคั้นจนอู๋เฟิงเผลอก้าวถอยหลังไปชนขอบโต๊ะโดยไม่รู้ตัว
พริบตาที่แผ่นหลังัักับขอบโต๊ะไม้ อู๋เฟิงพลันตระหนักถึงความขลาดกลัวของตนเอง ความอับอายที่ถูกเด็กหนุ่มไร้ค่าคุกคามพลันแปรเปลี่ยนเป็เพลิงโทสะเดือดพล่าน
“เ้าขยะเดนตาย! คิดว่ารอดจากหมอกพิษมาได้แล้วจะทำอวดดีต่อหน้าข้าได้หรือ!”
เสียงคำรามดุดันกึกก้องทำลายความเงียบงัน กระบี่ชั้นดีเล่มยาวถูกชักออกจากฝักสาดประกายเย็นเยียบสะท้อนแสงตะเกียง
“สับมันให้เป็หมื่นชิ้น! อย่าให้เหลือแม้แต่เศษกระดูก!”
ลูกสมุนชายฉกรรจ์สามคนที่เหลืออยู่สะดุ้งตื่นจากความตกตะลึง พวกมันล้วนเป็ผู้ฝึกปราณขอบเขตชำระกายาขั้นต้น ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ พวกมันรีบกระชับดาบเล่มใหญ่ในมือ แม้แววตาจะยังหลงเหลือความหวาดหวั่นต่อดวงตาสีทองคู่นั้น ทว่าคำสั่งเด็ดขาดของคุณชายอู๋ทำให้พวกมันจำต้องกัดฟันพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูเบื้องหน้า
ฝีเท้าหนักอึ้งสามคู่เหยียบย่ำพื้นกระดานจนส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด คมดาบสามเล่มแหวกอากาศเกิดเสียงหวีดหวิวเข้าปิดล้อมเป้าหมายจากสามทิศทาง ซ้าย ขวา และด้านหน้า ปิดตายเส้นทางหลบหนีทั้งหมดอย่างสมบูรณ์
หลื่อวิ๋นมิได้ขยับหนีในทันที
ั์ตาสีทองส่องประกายเจิดจ้า โลกเบื้องหน้าถูกดึงลอกสีสันเข้าสู่มิติสีขาวดำอีกครา กาลเวลาคล้ายถูกยืดขยายออกจนเชื่องช้าลง
กระแสปราณภายในสรีระของศัตรูทั้งสามไหลเวียนชัดเจนดุจสายน้ำสีเทาหม่น ภายใต้อำนาจของเนตรปราชญ์ รอยต่อของกล้ามเนื้อ การเลื่อนตัวของข้อต่อหัวไหล่ ทิศทางการบิดเอว ตลอดจนจังหวะการลงน้ำหนักของฝ่าเท้า ล้วนถูกชำแหละโครงสร้างจนเผยช่องโหว่ออกมาทีละส่วน จุดอ่อนนับสิบจุดบนร่างกายศัตรูปรากฏเป็จุดสีแดงสว่างวาบ
แน่นอนว่าราคาของการฝืนเบิกเนตรปราชญ์ในสภาพร่างกายแหลกเหลว... หาใช่น้อยนิด
ความปวดแปลบแล่นทะลวงลึกเข้าสู่เบ้าตาราวกับมีเข็มเหล็กนับพันเล่มตอกอัดเข้าไปในกะโหลกศีรษะ โลหิตอุ่นข้นสายหนึ่งไหลรินจากหางตาซ้ายและขวาอย่างเงียบงัน หลื่อวิ๋นขบฟันกรามแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น ฝืนทนความปวดร้าวที่บดขยี้สติสัมปชัญญะ เวลาของเขาเหลือน้อยเกินกว่าจะลังเล
ดาบเล่มแรกจากศัตรูทางขวาฟันตวัดมุ่งเป้าหมายที่กะโหลกศีรษะ หมายผ่าครึ่งในดาบเดียว
ดาบเล่มที่สองจากทางซ้ายแทงทะลวงเข้าสีข้าง หมายเจาะทะลุปอด
ดาบเล่มที่สามจากด้านหน้ากวาดฟันในแนวขวางเพื่อสกัดเส้นทางหลบหนี
ไร้ช่องว่าง ปิดตายทุกเส้นทางรอดสำหรับปุถุชน
ทว่าในสายตาของปราชญ์า การโจมตีประสานที่ดูสมบูรณ์แบบนี้กลับเต็มไปด้วยรอยรั่ว
ร่างผอมบางเอนตัวหลบคมดาบแรกอย่างฉิวเฉียด ปลายเหล็กเฉือนปอยผมด้านหน้าขาดปลิวไปหลายเส้น กระแสลมจากคมดาบบาดผิวแก้มจนแสบร้อน ก่อนที่หลื่อวิ๋นจะหมุนหัวไหล่บิดกระดูกสันหลังผิดรูปมนุษย์ หลีกเลี่ยงคมดาบที่สองอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด ปลายดาบกรีดทิ้งรอยแผลยาวบนต้นแขนซ้าย โลหิตสาดกระเซ็น
ยังมิทันตั้งหลัก ดาบเล่มที่สามก็บรรลุถึงตัวในระยะประชิด
หลื่อวิ๋นยกมีดพร้าบิ่นงอในมือขวาขึ้นปะทะ
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกัมปนาท แรงอัดกระแทกมหาศาลจากผู้ฝึกปราณสั่นะเืทะลวงผ่านท่อนแขนเข้าสู่หัวไหล่ าแฉกรรจ์กลางแผ่นหลังที่ถูกดาบของอู๋เฟิงฟันเอาไว้ก่อนหน้านี้พลันปริแตกอ้ากว้างขึ้นอีกครา โลหิตอุ่นร้อนไหลทะลักย้อมเสื้อผ้าป่านจนชุ่มโชก ความเ็ปรุนแรงถาโถมจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ร่างกายโอนเอนแทบทรุดลงกองกับพื้นกระดาน
ชายฉกรรจ์เ้าของดาบที่สามเห็นศัตรูเสียหลัก สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียมกระหยิ่มยิ้มย่อง มันสูดลมหายใจรวบรวมปราณเข้าสู่ท่อนแขน ง้างดาบขึ้นสุดวงหมายปลิดชีพเด็กหนุ่มในดาบเดียว
จังหวะนั้นเอง อักขระสีทองในรูม่านตาของหลื่อวิ๋นพลันหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
【วิเคราะห์การโจมตี... ศัตรูง้างอาวุธเปิดช่องโหว่ทางกายภาพ】
【เป้าหมาย: จุดชีพจร 'จางเหมิน' (Zhangmen) บริเวณปลายซี่โครงที่สิบเอ็ด ไร้การป้องกัน】
【ข้อบ่งชี้: ศูนย์รวมปราณตับและม้าม หากถูกทะลวงจะทำให้ลมปราณตีกลับ ทำลายอวัยวะภายใน】
【อัตราสังหารสำเร็จ: หนึ่งร้อยส่วน】
ประกายเย็นเยียบวาบผ่านสายตาสีทอง อาวุธที่ซ่อนอยู่ระหว่างนิ้วมือซ้ายถูกสะบัดออกในระยะประชิด มันมิใช่อาวุธลับชั้นเลิศที่หล่อหลอมจากเหล็กเย็น หากแต่เป็ ‘เข็มเย็บอาภรณ์ของมารดา’ เข็มเปื้อนเืที่อัดแน่นไปด้วยความอาฆาตแค้นของบุตรชายผู้ถูกพรากทุกสิ่ง
ฉึก!
การเคลื่อนไหวสั้น กระชับ ไร้ซึ่งร่องรอย ปลายเข็มเหล็กปักทะลวงเข้าสู่จุด ‘จางเหมิน’ ใต้ชายโครงของศัตรูอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
ชายฉกรรจ์ร่างั์ชะงักค้างกลางอากาศ ดาบที่ง้างขึ้นสุดแขนหยุดนิ่งดุจถูกแช่แข็ง ดวงตาเบิกโพลงแทบถลนออกจากเบ้า
วิชาแพทย์สังหารสำแดงเดช ลมปราณขอบเขตชำระกายาที่กำลังไหลเวียนเตรียมฟาดฟันพลันถูกตัดรอนและตีกลับอย่างรุนแรง ประดุจกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ชนเข้ากับเขื่อนกั้นแล้วสะท้อนกลับ กระแสปราณที่ปั่นป่วนฉีกทึ้งตับและม้ามของมันเองจนแหลกเหลวภายในเสี้ยววินาที
“อ...อ๊าก!”
เสียงสำลักโลหิตดังกึกก้องพร้อมกับเืข้นคลั่กพุ่งทะลักออกจากปากและรูจมูก ร่างกำยำทรุดฮวบกระแทกพื้น ดิ้นทุรนทุรายกุมหน้าอกตนเองอย่างทุกข์ทรมานเพียงไม่กี่อึดใจ ก่อนจะเกร็งกระตุกและแน่นิ่งสิ้นใจจมกองเืของตนเอง ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจว่าตนถูกสังหารได้อย่างไร
บรรยากาศภายในห้องโถงร่วงหล่นสู่ความเงียบงันอันน่าสยดสยอง
ลูกสมุนอีกสองคนที่เหลือเบรกฝีเท้าโก่งตัวโดยพร้อมเพรียง สีหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มแผ่นหลัง ไร้ความกล้าที่จะบุกทะลวงเข้าไปอย่างผลีผลามอีก สายตาของพวกมันจับจ้องปลายนิ้วเปื้อนเืของเด็กหนุ่มด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด หวาดกลัวว่าเข็มเย็บผ้าเพียงเล่มเดียวจะพุ่งมาคร่าชีวิตตนเป็รายต่อไป
อู๋เฟิงหรี่ตาแคบลง ั์ตาทอประกายเหี้ยมเกรียมระคนหวาดระแวง
“อย่าเข้าใกล้มัน” กระบี่ในมือถูกยกขึ้นตั้งรับระดับสายตาอย่างระมัดระวัง “รักษาระยะห่าง ล้อมมันไว้ให้ดี! าแมันสาหัสปานนั้น เืมันไหลออกเป็สาย มันกำลังจะหมดลมหายใจแล้ว!”
คำวิเคราะห์ของคุณชายอู๋มิผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย
หยาดโลหิตจากแผ่นหลังของหลื่อวิ๋นไหลทะลักลงอาบพื้นกระดานไม่หยุดหย่อน ก่อตัวเป็แอ่งเืสีแดงฉาน ลมหายใจเริ่มติดขัดหนักหน่วง ปลายนิ้วมือเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง ทัศนวิสัยเริ่มตีบตันประดุจถูกบีบอัดให้เหลือเพียงอุโมงค์มืดมิด
เหง่งหง่าง...
สำเนียงระฆังโบราณดังกังวานขึ้นในห้วงสติ อักขระสีทองสว่างวาบขึ้นกลางสายตา ซ้อนทับกับภาพศัตรูเบื้องหน้า
【ประเมินสรีระ: าแปริแตกจากการปะทะ... กายเนื้อเข้าสู่สภาวะวิกฤต】
【ตรวจพบการสูญเสียโลหิตระดับร้ายแรง... พลังิญญาลดทอนถึงขีดจำกัดล่าง】
【คำเตือน: เนตรปราชญ์สามารถคงสภาพได้อีกเพียงยี่สิบลมหายใจ】
【ประกาศิตฟ้าดิน: หากมิอาจสมานาแและหยุดเืภายในครึ่งเค่อ (เจ็ดนาที)... กายเนื้อจักดับสูญถาวร】
อักขระทองคำสลายวับไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงสัจธรรมอันโหดร้าย
สถานการณ์ภายในเรือนไม้บีบคั้นจนถึงขีดสุด หลื่อวิ๋นกำด้ามมีดพร้าแน่นจนข้อนิ้วลั่น ศัตรูยังหลงเหลืออีกสามคน เวลาชีวิตเหลือเพียงครึ่งเค่อ ทุกลมหายใจหนักอึ้งดุจขุนเขาทั้งลูกกดทับทับทรวงอก
หากยังถูกปิดล้อมติดกับอยู่ภายในห้องพักแห่งนี้...
มิใช่เพียงหนี้เืที่มิอาจชำระ ทว่าชีวิตของเขาก็จักสูญสิ้นกลายเป็เถ้าธุลีก่อนที่รุ่งอรุณจะมาเยือน
ในเสี้ยววินาทีที่ร่างกายกำลังจะล้มพับลง ั์ตาสีทองที่พร่าเลือนพลันจับภาพความผิดปกติบางอย่างได้
บนส้นรองเท้าหนังเปื้อนโคลนของชายฉกรรจ์ผู้ถูกสกัดจุดตายจนล้มลงก่อนหน้า มีวัชพืชใบแฉกเล็กๆ สีคล้ำติดอยู่เพียงต้นเดียว มันคงเหยียบติดมาขณะเดินลาดตระเวนในป่า
ภายใต้โลกสีขาวดำของเนตรปราชญ์ วัชพืชไร้ค่าต้นนั้นกลับเปล่งประกายสีเขียวเข้มโดดเด่น ราวกับกำลังสูบฉีดพลังชีวิตเต้นตุบๆ ท่ามกลางกลิ่นอายความตาย
เหง่งหง่าง...
ระฆังโบราณดังกังวานในห้วงิญญาอีกครา อักขระสีทองปรากฏขึ้นชี้เป้าหมาย
【วิเคราะห์วัตถุ: หญ้ากลืนโลหิต (พฤกษาพิษระดับต่ำ)】
【สรรพคุณ: สลายเกล็ดเื ป้องกันการแข็งตัว... แพทย์ปุถุชนจัดเป็พิษร้ายแรง】
【ค้นพบมรรคาฉุกเฉิน: กฎเกณฑ์แห่งความตายคือมรรคาแห่งชีวิต... หากนำ 'หญ้ากลืนโลหิต' ผสานกับ 'ขี้เถ้าอัคคี' และ 'โลหิตโฮสต์' จักก่อปฏิกิริยาแข็งตัวเฉียบพลันระดับเซลล์ สามารถปิดผนึกาแฉกรรจ์ได้ชั่วคราว】
【คำเตือน: สิ้นฤทธิ์ในหนึ่งก้านธูป... เมื่อหมดฤทธิ์ าแจักปริแตกทวีคูณ อัตราการเสียชีวิต 80%】
หลื่อวิ๋นสูดลมหายใจลึก ดวงตาสีทองสาดประกายกร้าว
เขาเข้าใจภูมิปัญญาแห่งปราชญ์ในทันที
สิ่งที่ช่วยยื้อชีวิตในยามวิกฤต มิใช่โอสถชั้นเลิศเสมอไป แต่คือพิษร้ายที่นำมาดัดแปลงใช้ให้ถูกวิธี!
"ฆ่ามัน! อย่าปล่อยให้มันพักหายใจ!"
เสียงอู๋เฟิงคำรามลั่น สั่งการเร่งเร้าเมื่อเห็นเด็กหนุ่มยืนโอนเอน
ลูกสมุนที่เหลือทั้งสองเร่งฝีเท้าเข้าประชิด หมายตัดทางหนีและสับร่างศัตรูจากสองทิศ
หลื่อวิ๋นมิได้สนใจคมดาบที่พุ่งเข้ามา อาศัยจังหวะที่ทุกสายตาจับจ้อง เขาโน้มตัวลงอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วฉวยดึงหญ้ากลืนโลหิตจากรองเท้าศพ บดขยี้มันลงในฝ่ามือ รวบรวมขี้เถ้าจากตะเกียงน้ำมันที่แตกกระจายบนพื้นกระดาน ผสมคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ก่อนจะกลืนกล้ำก้อนพิษนั้นลงลำคอพร้อมกับโลหิตสดๆ ของตนเองที่ไหลซึมจากมุมปาก
รสชาติขมปร่าคาวคลุ้งบาดลึกในลำคอราวกับกลืนเศษแก้ว
ทันทีที่ก้อนพิษไหลลงสู่กระเพาะ ปฏิกิริยาสะท้อนกลับพลันอุบัติ!
าแฉกรรจ์กลางแผ่นหลังประดุจถูกเหล็กหลอมละลายนาบประทับ เส้นเืและเนื้อเยื่อรอบปากแผลหดเกร็งอย่างบ้าคลั่งเพื่อปิดกั้นการไหลของโลหิต ความเ็ปจากการที่กล้ามเนื้อถูกบังคับให้บีบรัดตัวนั้นรุนแรงจนหลื่อวิ๋นต้องเผลอคำรามต่ำในลำคอ
ทว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจน โลหิตที่เคยไหลทะลักดุจสายน้ำพลันหยุดชะงัก ความร้อนสายหนึ่งแผ่กระจายไปทั่วสรรพางค์กาย แม้ความเ็ปยังคงอยู่และพร้อมจะฉีกร่างเขาทุกเมื่อ ทว่าเรี่ยวแรงที่กำลังสูญสิ้นกลับถูกฉุดรั้งคืนมา
หลื่อวิ๋นกำหมัดแน่น ข้อกระดูกลั่นกรอบแกรบ
เขารู้ดี นี่คือเวลาที่ขอยืมจากมัจจุราช มีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปก่อนที่ร่างนี้จะแหลกสลาย
หากใช้เวลาที่ขอยืมมานี้ไม่คุ้มค่า ทุกสิ่งย่อมจบสิ้น!
ลูกสมุนทั้งสองพุ่งเข้ามาถึงตัวพร้อมกัน ดาบใหญ่สองเล่มฟันตวัดกากบาทหมายสะบั้นร่างผอมบางให้ขาดสะพายแล่ง
ครานี้ หลื่อวิ๋นไม่ถอยหนีแม้เพียงครึ่งก้าว
เนตรปราชญ์วิเคราะห์การไหลเวียนของลมปราณและจังหวะการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ช่องว่างเล็กๆ ที่ปุถุชนทั่วไปไม่มีวันมองเห็น ปรากฏขึ้นชัดเจนราวกับถูกขีดเส้นสีแดงสว่างไว้ในอากาศ
ร่างผอมบางก้าวเพียงครึ่งก้าว ย่อตัวลงหลบคมดาบที่กางเขนกันอย่างหวุดหวิด อาศัยช่องว่างอันน้อยนิดระหว่างร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสอง เบี่ยงตัวพุ่งทะลวงออกจากวงล้อม
เสียงไหล่กระแทกกันดังกึกเมื่อลูกสมุนทั้งสองเสียจังหวะจากการฟันวืด
หลื่อวิ๋นฉวยโอกาสในเสี้ยววินาทีนั้น หมุนตัวกลับพร้อมสะบัดมือขวาและซ้ายพร้อมกัน
เข็มเย็บอาภรณ์ของมารดา เล่มที่สองและเล่มที่สาม ที่เคยใช้ร้อยด้ายเย็บเสื้อกันหนาวให้เขา บัดนี้กลายเป็เข็มพิฆาตที่เปื้อนเื
การเคลื่อนไหวสั้น กระชับ แม่นยำ และประหยัดเรี่ยวแรงที่สุด!
ฉึก! ฉึก!
เข็มเหล็กสองเล่มปักทะลวงเข้าสู่จุด ‘เฟิงฉือ’ (Fengchi) ที่ท้ายทอยของศัตรูทั้งสองอย่างแม่นยำไร้ความปรานี
ชายฉกรรจ์ทั้งสองชะงักงันอยู่กับที่ สีหน้าจากที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึงสุดขีด ลมปราณที่ท้ายทอยถูกตัดขาดส่งผลให้ระบบประสาททั้งหมดพังทลาย ร่างกำยำทั้งสองทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นกระดานดังกึก ก่อนจะล้มฟุบคว่ำหน้าลง หมดเรี่ยวแรงและสิ้นใจโดยไม่อาจลุกขึ้นไล่ล่าได้อีกต่อไป
ภายในเรือนไม้พลันเงียบสงัดลงอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีเสียงะโ ไม่มีเสียงปะทะดาบ หลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักของหลื่อวิ๋น และเสียงหยดเืที่ค่อยๆ หยดลงจากปลายมีดพร้าบิ่นงอ
อู๋เฟิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดขาวราวกระดาษ
ภาพเด็กหนุ่มที่ควรจะล้มลงตายเพราะาแ กลับยังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากศพของลูกสมุนยอดฝีมือทั้งสาม แม้อาภรณ์จะขาดวิ่นและเต็มไปด้วยคราบโลหิต ทว่าแววตาสีทองที่จ้องมองมานั้นกลับเย็นเยียบและอำมหิตดุจน้ำแข็งจากขุมนรก
ความหยิ่งผยองและบารมีของคุณชายแห่งหมู่บ้าน เลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วิญญา
หลื่อวิ๋นยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดคราบเืที่มุมปากลวกๆ ก่อนจะก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว
ทุกย่างก้าวหนักแน่นและเชื่องช้า ทว่ากลับดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของอู๋เฟิงประดุจเสียงกลองศึกบีบคั้นิญญา
อู๋เฟิงกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หากแต่ปลายคมกระบี่กลับสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม
เด็กหนุ่มหยุดลงห่างออกไปเพียงสามก้าว สายตาสีทองทอดมองศัตรูคู่แค้นอย่างแน่วแน่ ราวกับผู้พิพากษาจากยุคาที่เตรียมลงทัณฑ์ผู้กระทำผิด
ริมฝีปากที่เปื้อนเืเผยอขึ้นเล็กน้อย กระแสเสียงแหบพร่าทว่าบาดลึกถึงกระดูกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“เวลาของเ้า... สิ้นสุดแล้ว”
- จบตอนที่ 6 -