ทันใดนั้นมีเกี้ยวหลังหนึ่งลอยมาราวกับมีคนแบกหาม เกี้ยวหลังนั้นทาสีทองสลักลวดลายมังกรอันงดงาม หลังคาเกี้ยวสีเหลือง ม่านเกี้ยวสีแดงสดราวดอกกุหลาบ ตัวเกี้ยวมีขนาดใหญ่กว้างประมาณสิบฉื่อ*
เกี้ยวหลังนั้นพุ่งเข้าใส่เจียงเยี่ยนและไป๋เหวินโจวอย่างรวดเร็ว ทั้งสองต่างแยกกันหลบไปทางซ้ายขวารอดจากการโจมตี
มิคาด เกี้ยวนั้นหันทิศทางกลับได้อย่างกะทันหันตามติดเจียงเยี่ยน ยังดีที่เด็กหนุ่มมีวิชาตัวเบาสูงเยี่ยมจึงสามารถหลบรอดการโจมตีของเกี้ยวนั่นได้อีกครั้ง
หากแต่เกี้ยวหลังนั้นยังคงติดตามเจียงเยี่ยนอย่างไม่ลดละ เจียงเยี่ยนเร่งวิชาตัวเบาขึ้นอีก ร่างเขาเบายิ่งกว่าปุยนุ่น ทะยานกายไปยังทางที่มีต้นไผ่เรียงรายแน่นขนัด เจียงเยี่ยนครุ่นคิด เกี้ยวมีขนาดกว้างใหญ่ย่อมไม่อาจฝ่าดงไผ่ได้แน่
มิคาด เกี้ยวหลังนั้นมีความแข็งแกร่งถึงพุ่งชนต้นไผ่หลายสิบต้นหักโค่นล้มลงระเนระนาด เกี้ยวสีทองตามติดเจียงเยี่ยนเป็นดุจเงาตามตัว ไม่ว่าจะเร่งวิชาตัวเบาสักเท่าใด เจียงเยี่ยนมิอาจสลัดให้พ้นเกี้ยวสีทองได้
เมื่อเกี้ยวสีทองเข้าไปใกล้เจียงเยี่ยน พลันเกิดแรงดึงดูดมหาศาลดูดร่างเจียงเยี่ยนเข้าไปยังตัวเกี้ยว
เจียงเยี่ยนพยายามเร่งลมปราณต่อต้าน แต่หากเจียงเยี่ยนไม่ใช้พลังจากชีพจรเทพดับสูญ พลังภายในเขาก็มิได้สูงส่งกระไร ร่างเขาจึงถูกเกี้ยวหลังนั้นดูดเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เกี้ยวหลังนั้นค่อยๆ ลอยลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบา ร่างเจียงเยี่ยนตอนนี้ถูกดูดถึงเกี้ยวแล้ว
ทันในนั้นมีมือพุ่งออกมาจากม่านเกี้ยวสีแดงสด คว้าจับข้อมือเจียงเยี่ยนไว้
เจียงเยี่ยนรีบหันกายกลับฟาดฝ่ามือใส่มือของหลี่กวนหยาง แต่หลี่กวนหยางรวดเร็วยิ่งกว่า มันลดมือลงเล็กน้อยหลบการโจมตีของเจียงเยี่ยน
ทันใดนั้นมือของหลี่กวนหยางพลันคว้าจับข้อมือของเจียงเยี่ยนอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า เจียงเยี่ยนรู้สึกชีพจรที่ข้อมือขวาถูกกดไว้ ครึ่งซีกร่างเขาชาด้านทันที
เด็กหนุ่มรู้สึกว่าลมปราณตนเองถูกดูดออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วดุจทำนบกั้นน้ำที่พังทลาย
ก่อนหน้านี้เจียงเยี่ยนถูกเทพสันโดษโอหยางฉิวดูดลมปราณ เจียงเยี่ยนแบ่งลมปราณเป็นสองสาย สายแรกให้โอวหยางฉิวดูดไป อีกสายหนึ่งเขาเดินพลังมาไว้ที่จุดตันเถียนจากนั้นกระแทกออกทำร้ายโอวหยางฉิวบาดเจ็บ
ทว่าครานี้กลับแตกต่างอย่างใหญ่หลวง พลังลมปราณเทพดับสูญของเจียงเยี่ยนไม่อาจแบ่งเป็นหลายสายได้อีก มันหลอมรวมเป็นสายเดียวและถูกหลี่กวนหยางดูดไว้
วิชาที่หลี่กวนหยางใช้คือลมปราณคุมจักรวาล สามารถควบคุมลมปราณ อากาศ ผืนดิน รอบกายได้ กล่าวกันว่าหากฝึกปรือถึงขั้นสุดยอดสามารถควบคุมทุกสรรพสิ่งได้ตามใจปรารถนา!
คำล่ำลืออาจเกินจริงไปบ้าง แต่ที่เห็นได้ชัดคือลมปราณของเจียงเยี่ยนถูกหลี่กวนหยางควบคุมไว้ทั้งหมดแล้ว
เจียงเยี่ยนตื่นตระหนกยิ่ง เขามิทราบทำอย่างไรดี ยามคับขันเขาใช้วิธีที่ไป๋เหวินโจวบอก เปิดชีพจรเทพดับสูญและโคจรพลังย้อนกลับ!
เจียงเยี่ยนรีบสะกดกลั้นความเจ็บปวดในร่างกาย ดึงลมปราณตนเองกลับมา มือหลี่กวนหยางสั่นสะท้านเล็กน้อย เจียงเยี่ยนร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่ลมปราณเขากำลังไหลกลับเข้ามาแล้ว
หลี่กวนหยางใจหายวูบ พลังเทพดับสูญไม่เพียงร้ายกาจสมคำร่ำลือ ตอนนี้เจียงเยี่ยนโคจรพลังย้อนกลับไม่เพียงเรียกลมปราณตนเองกลับคืน ยังดึงพลังลมปราณคุมจักรวาลของหลี่กวนหยางไปด้วย!
หลี่กวนหยางเร่งลมปราณคุมจักรวาลของตนเองขึ้นอีก ทันใดนั้นเจียงเยี่ยนก็รู้สึกพลังของตนถูกหลี่กวนหยางดึงดูดไปอีกครั้ง
ทั้งสองต่างเร่งพลังดึงดูดกันไปมา ทำเอาเศษดิน เศษหญ้า ใบไผ่บริเวณนั้นค่อยๆ ลอยขึ้น วนเวียนล้อมร่างทั้งสองราวกับเกิดพายุใหญ่
เห็นแสงสีขาวเล็กๆ ห้าสายฝ่าพายุเศษหินดินทรายพุ่งเข้ามา แสงสีขาวทั้งห้าตะปบใส่ข้อมือหลี่กวนอย่างแม่นยำ
กงเล็บของไป๋เหวินโจว!
หลี่กวนหยางรีบปล่อยมือจากข้อมือเจียงเยี่ยน หดมือกลับไปในเกี้ยวทันที
ไป๋เหวินโจวใช้ชั่วพริบตาคว้าแขนเจียงเยี่ยนไว้ ดึงร่างเด็กหนุ่มถอยไปสิบฉื่ออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า
ปราชญ์มารบริสุทธิ์หัวร่อ
“นึกไม่ถึงหลี่กวนหยางที่แผ่อิทธิพลไปทั่วแดนเหนือกลับลงมือรังแกเด็กน้อย”
หลี่กวนหยางเงียบไปพักหนึ่งจึงกล่าว
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์ เจ้าคิดเป็นศัตรูกับข้า?”
ไป๋เหวินโจวกล่าว่า
“ข้ากับเด็กน้อยนี้มีเรื่องราวที่ต้องสะสางกัน ผู้ใดที่จะทำอันตรายมันก็ต้องผ่านกงเล็บข้าก่อน”
“เด็กน้อยเป็นอะไรกับเจ้า?”
“ที่แท้เจ้าชอบสอดรู้เรื่องผู้อื่น” ไป๋เหวินโจวตอบ
หลี่กวนหยางนิ่งเงียบ แต่เจียงเยี่ยนร้องถามขึ้น
“เจ้า..เจ้าคือประมุขตำหนักเทพธรณิน? เจ้าสั่งฆ่าพ่อแม่ข้าทำไม?”
“ไม่ใช่สั่งฆ่า แต่เป็นข้าทำเอง” หลี่กวนอย่างตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ในสายตามันชีวิตผู้อื่นมีค่าไม่ต่างจากมดปลวก
เจียงเยี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็มีโทสะยิ่ง มันตวาดพร้อมขยับเท้าเตรียมพุ่งกายไป
ทันใดนั้นไป๋เหวินโจวจับหัวไหล่เจียงเยี่ยนอย่างรวดเร็ว
“อย่าได้หลงกล มันจงใจยุเจ้าให้เข้าไปหามัน”
ไป๋เหวินโจวเผยรอยยิ้มอันเย็นชาเล็กน้อย
“หลี่กวนหยางเอย ผู้อื่นอาจอ่านแผนเจ้าไม่ออกแต่ไม่ใช่ผู้แซ่ไป๋ เจ้าจงใจฆ่าพ่อแม่เจียงเยี่ยนเพราะต้องการให้เจียงเยี่ยนไปเสาะหาเจ้าเพื่อล้างแค้น จากนั้นเจ้าค่อยหาจังหวะดูดพลังเทพดับสูญจากเด็กน้อยนี้ พ่อแม่เจียงเยี่ยนมิได้มีฝีมือสูงเยี่ยม ความจริงเจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือสังหารด้วยตนเอง”
หลี่กวนหยางนิ่งเงียบไม่ตอบ ไป๋เหวินโจวกล่าวกับเจียงเยี่ยนว่า
“คนในยุทธจักรเล่ห์เหลี่ยมลึกซึ้ง หากเจ้าใช้แต่อารมณ์ก็ไม่ต่างจากกระต่ายที่กระโดดเข้าไปติดกับนายพราน”
เจียงเยี่ยนพยายามข่มกั้นโทสะไว้ ไป๋เหวินโจวยังกล่าวต่อ
“รู้จักอดทนจึงมองเห็นโอกาส รู้จังหวะเวลาจึงสามารถเกาะกุมชัย หากเจ้าอยากจัดการเด็กน้อยแซ่หลี่ เจ้าก็ต้องอดทนเท่านั้น นี่ยังไม่ใช่เวลาของเจ้า”
เจียงเยี่ยนรับคำ
“ทราบแล้วอาจารย์”
หลี่กวนหยางแค่นหัวร่อ เจียงเยี่ยนถาม
“เจ้าหัวร่ออันใด?”
“คนแซ่ไป๋ เจ้ารับเจียงเยี่ยนเป็นศิษย์?”
“ใช่” ไป๋เหวินโจวตอบ
“เจ้าพยายามใกล้ชิดเด็กน้อยนี้เพื่อหาโอกาสดูดพลังมัน?”
ไป๋เหวินโจวหัวร่อแล้ว ครานี้หัวร่อดังอย่างยิ่ง
“เด็กน้อยแซ่หลี่ ผู้แซ่ไป๋เกิดมาก็สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งตนเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยลมปราณจากเด็กน้อยคนหนึ่ง เจ้าอย่าได้ใช้จิตใจคนต่ำช้ามาคำนวณวัดจิตใจผู้อื่น”
เจียงเยี่ยนทราบดีว่าไป๋เหวินโจวรับเขาเป็นศิษย์เนื่องจากความบังเอิญ เจียงเยี่ยนจึงกล่าวปกป้อง
“อาจารย์ข้าช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้ง เขามีโอกาสดูดพลังข้าแต่ก็ไม่เคยกระทำ”
หลี่กวนหยางพลันเร่งพลังลมปราณคุมจักรวาลขึ้น ทันใด แผ่นดินก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย อากาศในบริเวณนั้นก็คล้ายจะบิดเบี้ยว เจียงเยี่ยนรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง แต่ไป๋เหวินโจวยังคงยืนนิ่ง
“ลมปราณคุมจักรวาลหรือ? น่าสนใจ”
ไป๋เหวินโจวเร่งพลังภายในตนขึ้นคุ้มครองร่างกาย มันนึกถึงในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ต้องต่อสู้กับหลวงจีนไว้ผม นักพรตเทียนตี้ หงหู่ เซียนหนวดมังกรและสาวกตำหนักเทพธรณิน ซ้ำยังเพิ่งหายจากการถูกพิษ ทำให้พลังลมปราณเขาไม่สมบูรณ์พร้อม หากต้องแตกหักกับหลี่กวนหยาง เขาไม่มีความมั่นใจเอาชัยแม้แต่น้อย
แต่ไม่มีทางเลือก ทั้งหลี่กวนหยาง เจียงเยี่ยน ไป๋เหวินโจว ต่างเร่งพลังลมปราณตนเองขึ้นมาหวังปะทะแตกหักแล้ว!
“อมิตพุทธ”
เสียงหนึ่งดังกังวานก้องไปทั่วทั้งป่าไผ่ น้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย
เห็นคนสวมชุดขาว สองมือพันผ้าขาว ไม่ใส่รองเท้า ไว้ผมหยิกยาวเดินเข้ามาในบริเวณที่ทั้งสามจะต่อสู้กัน แรงกดดันจากอากาศมิอาจทำอะไรท่านได้แม้แต่น้อย
หลวงจีนไว้ผมอี้หมิง (แสงเดียว) หนึ่งในสามสุดยอดฝีมือวัดเส้าหลิน
เจียงเยี่ยนรีบกล่าวอย่างยินดี
“ไต้ซือ (มหาสมณะ) ท่านมาแล้ว”
หลวงจีนไว้ผมยิ้มอย่างอ่อนโยน
“หลวงจีนไว้ผม ท่านอย่าได้เข้ายุ่งเกี่ยวเรื่องราว” หลี่กวนหยางเตือน
หลวงจีนไว้ผมส่ายหน้า “มิอาจทำตามคำสั่ง อาตมามาที่สกุลเจียงเป้าหมายเพื่อคุ้มครองประสกน้อยเจียงเยี่ยน”
หลังจากการต่อสู้กับปราชญ์มารบริสุทธิ์ หลวงจีนไว้ผมพ่ายแพ้ กระดูกนิ้วของท่านก็ถูกไป๋เหวินโจวหักทิ้ง ท่านรักษาตัวอยู่พักหนึ่งก็วิ่งไปหานักพรตเทียนตี้ซึ่งสลบอยู่ เมื่อตรวจสอบก็พบว่านักพรตเทียนตี้ยังไม่ตายจึงค่อยวางใจได้บ้าง แต่นักพรตเทียนตี้ก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
หลวงจีนไว้ผมวุ่นวายอยู่ค่อนคืน ใช้เท้าฉีกผ้าจากจีวรตนเองออก จากนั้นใช้เท้าช่วยพันผ้ากับนิ้วตนอย่างหลวมๆ เพื่อประคองอาการ
ขณะที่ท่านกำลังดูแลนักพรตเทียนตี้ซึ่งยังไม่พื้น ก็ได้ยินเสียงต่อสู้ของเจียงเยี่ยนกับหลี่กวนหยางจึงรีบมาดู เมื่อมาถึงก็ได้ยินหลี่กวนหยางพูดกับไป๋เหวินโจวเรื่องที่หลี่กวนหยางฆ่าบิดารมารดาเจียงเยี่ยน ท่านจึงพอคาดการณ์ได้บ้าง
หลี่กวนหยางเอ่ยต่อ “หลวงจีนไว้ผม เจ้ายังบาดเจ็บอยู่ ถึงเจ้าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวก็ไม่มีส่วนช่วยต่อเรื่องราว”
หลวงจีนไว้ผมพยักหน้า “อาตมามิอาจใช้ฝ่ามือโพธิสัตว์ได้ แต่เพลงเท้าพระบาทพุทธะ ยังพอใช้การได้อยู่”
หลี่กวนหยางนิ่งเงียบ หากมันสังหารหลวงจีนไว้ผมตอนนี้ก็เท่ากับต้องเปิดศึกกับวัดเส้าหลินสำนักฝ่ายธัมมะอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ซึ่งยังไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการ แต่หากให้มันปล่อยเจียงเยี่ยน มันก็ไม่ยินยอมเช่นกัน
ไป๋เหวินโจวกล่าวขึ้น
“ข้าจะประลองกับเจ้า!”
ทั้งหลวงจีนไว้ผมและเจียงเยี่ยนรีบหันไปมองไป๋เหวินโจว ได้ยินปราชญ์มารบริสุทธิ์เอื้อนเอ่ย
“วันที่เจ็ดเดือนแปด บนเขาไท่ซาน หนึ่งมารหนึ่งอสูร ประลองยุทธชิงชัย”
หลี่กวนหยางถามว่า “เหตุใดข้าต้องรับคำท้าเจ้า?”
ไป๋เหวินโจวยิ้มแย้ม “’ง่ายดายยิ่ง หากข้า เจียงเยี่ยน หลวงจีนไว้ผมร่วมมือสู้กับเจ้าตอนนี้ ไม่แน่ผู้พ่ายแพ้อาจเป็นเจ้า แต่หากประลองกันตัวต่อตัวเจ้ายังพอมีโอกาสชนะข้าอยู่บ้าง หากชนะเจ้าชนะก็เอาตัวเจียงเยี่ยนไป หากเจ้าแพ้ก็จงสาบานว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเจียงเยี่ยน”
หลี่กวนหยางนิ่งเงียบ แต่เขายังเอ่ยว่า “ข้ามีบริวารนับร้อยอยู่บริเวณนี้ หากต่อสู้กันจริงๆ ฝ่ายเจ้าต่างหากที่ต้องเสียเปรียบ”
ไป๋เหวินโจวหัวร่อ “นักบวชไว้ผม นักพรตเทียนตี้ก็มาด้วยใช่หรือไม่?”
หลวงจีนไว้ผมพยักหน้า “ใช่”
“ฝ่ายข้ายังนักพรตเทียนตี้แห่งบู๊ตึ๊งอีก ส่วนฝ่ายเจ้าหัวหน้าหน่วยแต่ละคนที่มาด้วยล้วนได้รับบาดเจ็บ สถานการณ์ย่อมต่างกันยิ่ง” ไป๋เหวินโจวโป้ปดได้อย่างแนบเนียน ที่จริงนักพรตเทียนตี้ก็บาดเจ็บไม่น้อย
หลี่กวนหยางนิ่งเงียบ ที่จริงมันก็ต้องการประลองกับไป๋เหวินโจวอยู่แล้ว ปราชญ์มารบริสุทธิ์ชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งแผ่นดิน เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่มันต้องการโค่นล้มแต่แรก
“ตกลง” หลี่กวนหยางตอบ
ไป๋เหวินโจวยิ้ม แผนของมันสำเร็จอีกครั้ง
จบตอนที่ 19 การประลองระหว่างไป๋เหวินโจวกับหลี่กวนหยาง จะนับเป็นสุดยอดการประลองในยุทธจักรจะอุบัติขึ้นในอีกไม่นาน แต่ระหว่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อ โปรดติดตามตอนหน้าจ้าแจ้งให้ทราบ ตอนนี้ไรต์ได้เปลี่ยนชื่อเรื่องศึกเทพดับสูญ เป็น เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร นะคร้าบ ชอบไม่ชอบยังไงก็ติชมมาได้เน้อ ทั้งเนื้อหาและชื่อเรื่อง ถ้าชอบก็ฝากแชร์ แอดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะ