บทที่ 21
เมื่อมาถึงที่ทำงาน หลงเฟยก็พบว่า วันนี้บรรยากาศภายในออฟฟิตดูคึกคักกว่าทุกวัน พนักงานนั่งจับกลุ่มคุยกันตามโต๊ะ ไม่นั่งทำธุระส่วนตัว เตรียมตัวเข้างานที่โต๊ะเหมือนปกติ “นี่เกิดอะไรขึ้นหรอ” หลงเฟยที่มาช้าที่สุดในกลุ่มเอ่ยถามมาร์คกับแอนที่นั่งคุยกันอยู่ก่อนแล้ว“กำหนดการเรื่องงานเลี้ยงสิ้นปีออกแล้ว” แอนเงยหน้าขึ้นมาอธิบายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“แผนกเราก็จัดทุกปีอยู่แล้วนี่ มันน่าตื่นเต้นตรงไหนกัน” หลงเฟยถามต่ออย่างงงๆ“ความตื่นเต้นมันอยู่ตรงที่ปีนี้บริษัทจะจัดงานให้ ฉลองรวมกันทุกแผนกไงเพื่อน!!” มาร์คอธิบายแทรกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้แอน“ใช่ๆ ได้ข่าวว่า หนุ่มๆ ฝ่ายผลิตหล่อลากใส้กันทั้งนั้นเลยนะ”“สาวๆ แผนกบัญชีก็แจ่มด้วย” ในที่สุดหลงเฟยก็เข้าใจถึงสาเหตุที่ทุกคนตื่นเต้นดีใจกัน เป้าหมายคงเป็นที่หนุ่มหล่อสาวสวย มากกว่างานเลี้ยงของบริษัทสินะ “เอาล่ะๆ ทุกคน เลิกเม้ามอย แล้วกลับไปทำงานกันได้แล้ว ได้เวลางานแล้วจ่ะ!” ยังไม่ทันที่หลงเฟยที่เพิ่งเข้าใจความหมายที่เพื่อนต้องการสื่อ จะได้ร่วมวงสนทนา หัวหน้าแผนกก็สั่งให้แยกย้ายกันไปทำงานซะก่อน วันนี้งานในแผนกของหลงเฟยเยอะกว่าทุกวัน ทุกคนจึงวุ่นวายกับการทำงานจนไม่มีเวลาออกไปกินข้าวกลางวัน สุดท้ายหัวหน้าแผนกที่เห็นทุกคนตั้งใจทำงานเต็มที่จึงสั่งข้าวกล่องมาเลี้ยงทุกคน หลังจากได้รับข้าวกล่องคนละกล่องแล้ว ทุกคนจึงกลับไปนั่งทำงานไปกินไป ปั่นงานกันต่ออย่างเต็มที่ “ฉันกลับก่อนนะทุกคน บาย” ทันที่ที่จัดการงานใส่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว หลงเฟยบอกลาเพื่อน แล้วรีบตรงกลับบ้านทันที เนื่องจากวันนี้กว่าจะทำงานจนเสร็จก็เลยเวลาเลิกงานมาพอสมควรแล้ว เขาจึงต้องรีบกลับบ้านไปรับของที่สั่งซื้อไว้เมื่อเช้า เมื่อกลับมาถึง หลงเฟยก็พบว่าคนงานที่ร้านเนื้อไก่มารอส่งไก่อยู่ก่อนแล้ว เขาจึงรีบไปเปิดประตูพร้อมกับช่วยกันยกเนื่อไก่เข้าไปไว้ในบ้าน เนื่องจากวันนี้เขาสั่งไก่มามากถึง 100 กิโล ยกคนเดียวคงไม่ไหว “ขอโทษนะครับที่ต้องให้รอ” หลงเฟยรีบขอโทษขณะที่กำลังช่วยกันยกของ“ไม่เป็นไรครับ ผมเพิ่งมาถึงได้สักพักเดียวเอง วันนี้เจ้ร้านหมูปิ้งก็ฝากของมาด้วยเหมือนเดิมนะครับ”“อ้อ ขอบคุณมากครับ” หลังจากคนงานกลับไป ก็มีของอื่นๆ ทยอยกันมาส่งจนครบ เมื่อสำรวจว่าได้รับของครบแล้ว หลงเฟยจึงไปต้มมาม่าคัพ ก่อนจะนั่งพัก พร้อมกับกินมาม่าไปด้วยเป็นมื้อเย็น เมื่ออิ่มท้องแล้ว หลงเฟยก็เริ่มภารกิจเตรียมของสำหรับนำไปขายที่ต่างโลกเหมือนเช่นวันก่อนๆ ตั้งแต่ทำแป้งทอด หมักไก่ ทำน้ำจิ้ม ซึ่งวันนี้เพิ่มน้ำจิ้มข้าวมันไก่เข้าไปด้วย สุดท้ายก็มาหั่นแตงกวา ก่อนจะเก็บของทุกอย่างลงภาชนะบรรจุ หลงเฟยเห็นว่าเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วแต่ยังพอมีเวลาเหลือ เขาจึงตัดสินใจที่จะหุงข้าว ทำข้าวมันไว้ก่อนเลย เมื่อไปถึงโลกโน้นจะได้ไม่วุ่นวาย เพิ่งแค่นำมานึ่งเพิ่มให้อุ่นก็พอ ระหว่างรอข้าวสุก หลงเฟยก็จัดการเก็บของทุกอย่างลงไปในถุงย่าม และด้วยความที่มีข้าวถึง 20 กิโล ทำให้เขาต้องหุงข้าวอยู่หลายครั้งกว่าจะหุงจนหมด 20 กิโล การทำข้าวมันใช้เวลามากกว่าที่คิด เนื่องจากหม้อหุงข้าวที่เขามีเป็นเพียงหม้อหุงข้าวขนาดกลางทั่วไป ทำให้กว่าจะทำข้าวมันเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาจนใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เมื่อหลงเฟยคิดว่าคงไม่ทันได้งีบพักแล้ว เขาจึงตัดสินใจไปอาบน้ำ ให้สดชื่นและสบายตัว ก่อนจะมานั่งพัก รอเวลาเที่ยงคืนแทน เมื่อถึงเวลาประจำ หลงเฟยก็ถูกนำตัวมาที่กระท่อมน้อยของเขาตามปกติ จากนั้นเขาจึงเดินทางต่อไปยังหน้าป้อมสังเกตการณ์ และไม่ลืมที่จะแวะทักทายกลุ่มของพวกลีมูนเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มจัดการตั้งร้าน และนำของที่เตรียมไว้ออกมาจัดวาง เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบใช้งาน หลงเฟยตั้งเตานึ่งข้าวเหนียว ปิ้งหมู และเตรียมทอดไก่ ตามปกติ จนเมื่อของชุดแรกเสร็จเรียบร้อย พวกลีมูนก็ออกเวรพอดี ในตอนแรกพวกลีมูนจะลงมือช่วยหลงเฟยเตรียมอาหารที่ต้องขายทันทีแต่หลงเฟยห้ามไว้ และบอกให้พวกเขานั่งทานอาหารก่อนค่อยมาช่วยทำก็ได้ “อาหารของเจ้านี่รสชาติดีจริงๆ ข้ากินติดต่อกันมาหลายวันก็ยังไม่รู้สึกเบื่อเลย” ลีมูนเอ่ยชมอย่างอารมรณ์ดี ในขณะที่กำลังนั่งกินข้าวเหนียว หมูปิ้ง และไก่ทอด อยู่กับเพื่อนๆ“พวกพี่ๆ มากินฟรีได้ทุกวันจนกว่าจะเบื่อได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” หลงเฟยกล่าวอย่างใจกว้าง เพราะเขายังไม่จำได้ดีว่ากว่าเขาจะสบายได้ขนาดนี้ เป็นเพราะพวกลีมูนช่วยเขาไว้ไม่น้อย“พูดได้ดี ฮ่าๆ งั้นพวกข้าไม่เกรงใจล่ะนะ” การินพูด พร้อมลงมือกินอาหารตรงหน้าเพิ่มส่วนคนอื่นๆ ทั้งลีมูน มิเชล และอารีนก็ตกลงรับคำ และสั่งไก่ทอดมากินเพิ่มอย่างไม่เกรงใจแล้วเช่นกัน ในระหว่างที่รอทุกคนกินเสร็จและมาช่วยงาน หลงเฟยก็ต้มไข่ที่นำมาเพิ่ม โดยต้มไว้ทั้งแบบเป็นไข่ต้มสุก และแบบเป็นไข่ลวก หลังจากนั้นไม่นาน เวลาประมาณ 07.00 น. ลูกค้าบางส่วนก็เริ่มทยอยกันเข้ามาซื้ออาหารกันแล้ว หลงเฟยก็ทำการขายของตามรายการที่ลูกค้าสั่งตามปกติ พร้อมกับแจ้งเรื่องอาหารกลางวันที่เขาจะทำการแจกฟรีอีกในวันนี้ และวันข้างหน้าอีก 8 วัน ลูกค้าที่ได้ฟังก็ดีใจกันถ้วนหน้า ที่จะทั้งกินของอร่อยแถมยังได้ประหยัดค่าอาหารไปอีกวันละมื้อ “เราเอาทั้งหมดนี่ 1 ชุด พร้อมกับน้ำที่เราดื่มได้ด้วย” เสียงเด็กผู้หญิงที่ฟังดูคุ้นเคยสั่งอาหาร ทำให้หลงเฟยรีบเงยหน้าจากกะทะทอดไก่ทันที วันนี้องค์หญิงน้อยแต่งตัวเป็นคุณหนูทั่วๆ ไป มาพร้อมกับคนคุ้มกันเพียง 2 คนเหมือนเช่นในวันแรกที่พระองค์เคยมา และต่อคิวซื้ออาหารจนมาถึงคิวของตน หลังจากสั่งอาหารจึงไม่ลืมที่จะทวงถามถึงเครื่องดื่มที่หลงเฟยเคยสัญญาไว้ด้วย “พะยะค่ะ เชิญองค์หญิงที่ห้องรับรองได้เลย เดี๋ยวกระหม่อมจะรีบนำอาหารไปถวาย” หลงเฟยรีบบอก“เราจะนั่งในร้านนี่แหละ วันนี้เรามาคนเดียว แถวยังแต่งกายเหมือนชาวบ้านด้วยไป คงไม่ทำให้วุ่นวายหรอกกระมัง” องค์หญิงกล่าวพร้อมเดินเข้าไปในตัวร้าน โดยไม่ต้องรอให้หลงเฟยกล่าวเชิญอีกรอบ