เมื่อฉินเทียนมาถึงศาลเทพ์ ตัวมันก็ก้าวย่างออกมาที่ด้านนอก ก่อนที่จะแหงนมองท้องฟ้านภากว้าง และเหม่อมองทิวทัศน์ของห้วงทะเลสีครามงดงามในยามสาย ที่สลับกับเกาะน้อยใหญ่ทั่วบริเวณ กลายเป็ภาพที่วิจิตและงดงามตระการตายิ่งซึ่งนี้ได้ถูกรังสรรค์โดยธรรมชาติ
เดิมทีตอนเลือกที่ตั้งศาลเทพ์ฉินเทียนนั้นก็เลือกๆ ไปงั้นๆ แบบขอไปที ขอเพียงแค่เป็สถานที่ที่ห่างไกลก็เพียงพอแล้ว หากแต่มา ณ เวลานี้ในใจก็ได้แต่ขอบคุณท่านเซียนซุนที่เลือกสถานที่แห่งนี้ให้เป็ที่ตั้งของศาลเทพ์ แม้มันจะไม่ได้มีอาณาเขตใหญ่โต หากแต่ความงดงามตระการตาอันลึกล้ำสุดหยั่งของมันช่างล้ำค่ายิ่ง
ฉินนั่งนอนอยู่ด้านหน้าศาลเทพ์ที่มีหมอกเซียนสีขาวหม่นจางๆ ลอยปรากฏอยู่โดยรอบ ตัวมันเอนกายพร้อมสูดหายใจเฮือกใหญ่อากาศบริสุทธิ์ของศาลเทพ์ช่างแตกต่างกับโลกภายนอกอย่างแท้จริง แค่เพียงฉินเทียนตัวมันได้หายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ตัวมันก็พบว่าหากตัวมันได้ฝึกฝนบ่มเพาะ ณ ที่แห่งนี้ อิทธิฤทธิ์และระดับจิติญญาของมันต้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน มันเป็ดังที่เซียนซุนเคยพูดกล่าวถึงหมอกเซียนจริงๆ
หากแต่ถึงจะเป็ดังเช่นนั้นตัวฉินเทียนมันเอง มันก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการฝึกฝนบำเพ็ญเช่นแบบคนปกติธรรมดาทั่วไป เพราะตัวมันสามารถใช้แต้มบุญในการยกระดับการฝึกฝนได้ ซึ่งสิ่งนี้ต่างกับผู้ฝึกตนทั่วไป ทำให้สิ่งสำคัญที่สุดของฉินเทียนตอนนี้คือแต้มบุญมากกว่า ดังนั้นการมาที่ศาลเทพ์ของฉินเทียนจึงเป็การมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ นอนพักเพื่อเสพรับทิวทัศน์อันงดงามตระการตาเป็เสียส่วนใหญ่
โดยปรารถนาในใจของฉินเทียนนั้น ณ ตอนนี้ตัวมันเพียงแค่ปรารถนาจะนั่งนอนพักสักครู่หนึ่ง เสพรับความสุขจากความสงบตรงหน้านี้ ให้เวลาล่วงไปเสียหน่อย ให้ขบวนรถม้าของแม่ลูกฟู่เหยียนฟู่เฉิงจากไปตัวมันค่อยกลับไปทำหน้าที่ของตัวมันเองต่อ
ยามนี้เวลานั่งนอนของฉินเทียน ตัวมันก็คิดถึงแต่เื่วิธีหาแต้มบุญ ต้องยอมรับตัวฉินเทียนมันในตอนนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจเื่ระบบแต้มบุญมากเท่าไหร่นักแม้จะเปิดอ่านหน้าระบบหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีรายละเอียดมากมายเหลือเกินให้อ่าน แถมปุ่มคลิกให้อ่านต่อ อ่านเพิ่มมีเต็มไปหมด เสมือนกับว่าไอ้ศาลเทพ์นี้เหมือนมีเงื่อนไขหมกเม็ดแอบซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ ดังนั้นในเวลานี้ว่างๆ ฉินเทียนจึงไม่รอช้าเปิดอ่านข้อมูลในระบบต่างๆ ที่ตัวมันยังมิได้เรียนรู้ แต่ถึงอย่างนั้นในไม่ช้าก็มีกล่องข้อความมากมายปรากฏตรงหน้าของมันฉินเทียน เรียกร้องความสนใจของตัวมันไปจนสิ้น
------------------------------
[ยินดีด้วยท่านมีผู้ศรัทธา +1 ฟู่เหยียน]
[ฟู่เหยียนนับถือท่านด้วยใจจริง +0.1 แต้มบุญ]
[ยินดีด้วยท่านมีผู้ศรัทธา +1 ฟู่เฉิง]
[ฟู่เฉิงนับถือท่านด้วยใจจริง +0.1 แต้มบุญ]
.
.
จากนั้นไม่นานข้อความก็ดังต่อเนื่องอีกหลายครั้ง
.
.
[ยินดีด้วยท่านมีผู้ศรัทธา +1 ฟันต้า]
[ฟันต้านับถือท่านด้วยใจจริง +1 แต้มบุญ x10 แต้มบุญ ผู้ศรัทธาเดินดินขั้นสูง]
[ยินดีด้วยท่านมีผู้ศรัทธา +1 ฟันจิน]
[ฟันจินนับถือท่านด้วยใจจริง +0.5 แต้มบุญ x5 ผู้ศรัทธาเดินดินขั้นกลาง]
[ยินดีด้วยท่านมีผู้ศรัทธา +1 ฟันไท่]
[ฟันไท่นับถือท่านด้วยใจจริง +0.5 แต้มบุญ x5 ผู้ศรัทธาเดินดินขั้นกลาง]
------------------------------
ฉินเทียนเห็นดังนั้นก็ถึงกับประหลาดใจไม่น้อยในทันที การลงมือของตัวมันสร้างความนับถือจากผู้คนได้เร็วถึงขนาดนี้เลยรึ หึหึ ตัวฉินเทียนแอบหัวเราะในใจเบาๆ พร้อมคิดไม่เสียแรงที่ตัวมันทุ่มเทแสดงสุดฝีมือ มีอะไรจะใช้หลอกผู้คนได้มันก็ใช้ไปแทบหมดสิ้นไม่มีหลบซ่อนเก็บงำเอาไว้แม้แต่น้อย จนตอนนี้ตัวมันแทบปวดหัวเพราะไม่มีอะไรให้เอาไปหลอกแม่ลูกตระกูลฟู่อีกต่อไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นฉินเทียนก็ดูเหมือนว่าจะมีจุดสังเกตุที่น่าสนใจสำหรับตัวมันไม่น้อย เพราะแต้มบุญที่ได้จากผู้ศรัทธาที่จริงใจนั้นมีจำนวนไม่เท่ากัน ฟันต้านั้นได้แต้มบุญมากถึง 1 แต้มเต็ม ส่วนฟู่เหยียนและฟู่เฉิงแม่ลูก แม้จะนับถือตัวมันด้วยใจจริงเช่นกัน แต่ดูเหมือนแต้มบุญที่ตัวมันได้รับกับเป็จำนวนแต้มบุญเพียง 0.1 แต้มเท่านั้น ในจุดนี้นับเป็จุดสังเกตุที่สำคัญยิ่งที่ฉินเทียนเห็นได้ในทันที
และในขณะที่กำลังคิดอะไรอยู่นั้นเสียงของเซียนซุนก็โห่ร้องมาแต่ไกลพร้อมกับสตรีนาง์ที่งดงามทั้งสองนาง สตรีที่งดงามทั้งสองนั้นก็คือบาทบริจาริกาของตัวมันฉินเทียน หรือนางรับใช้ที่ตัวมันมิอาจจะจับต้องล่วงเกินใดๆ ได้นั้นเอง ฉินเทียนพอมองไปที่พวกนางทั้งสองทีไรก็ได้แต่รอบหัวเราะตัวเองในใจที่ใช้แต้มบุญหมดไปกับสิ่งเหล่านี้ กลายเป็โชควาสนาของตาเฒ่าเ้าเล่ห์เซียนซุนไปได้
"!!!ฉินเทียน ฉินเทียน เ้าไม่ต้องสงสัยหรอกนะ สิ่งนี้ก็เป็หน้าที่หนึ่งของผู้ศาลเทพ์เช่นเดียวกัน แม้มันจะไม่ได้ถูกระบุไว้ในกฏอย่างชัดเจน แต่หากเ้ากดอ่านรายละเอียดดีๆ ก็จะพบเจอ นอกจากการที่เ้าต้องหาแต้มบุญ หากแต่สาวกทั้งหลายของเ้า อีกในไม่ช้าตัวเ้าก็จำเป็ต้องช่วยเหลือพวกเขา มอบปัญญา มอบโอกาส มอบวิถีชีวิตอันถูกต้องครรลองฟ้า และเพราะแบบนั้นจำนวนแต้มบุญจึงแตกต่างกันไปในแต่ละผู้คน เพราะศาลเทพ์แท้จริงปรารถนาให้ผู้เป็เ้าของนั้นช่วยเหลือปวงประชาทั่วหล้ามหาจักรวาลให้มีชีวิตความเป็อยู่อันสุขสันต์ ดังนั้นตัวคูณคะแนนแต้มบุญจึงปรากฏเป็เช่นนี้ คนธรรมดากับผู้ฝึกตนนั้นมอบแต้มบุญที่จำนวนไม่เท่ากัน"
"ท่านเซียนซุน เช่นนี้มิใช่หมายความว่าตัวข้านอกจากต้องเหน็ดเหนื่อยหลอกล่อผู้คนแล้ว ยังต้องสั่งสอนพวกเขายกระดับการฝึกฝนบ่มเพาะคนทั้งหลายด้วยหลอกรึ" ฉินเทียนกล่าวด้วยทีท่าฉงนสนเทศไม่น้อย
"หุหุ จะว่าหลอกล่อก็ไม่เหมาะสมหลอกนะฉินเทียน เ้าควรจะกล่าวว่าทำด้วยหัวใจที่ใสบริสุทธิ์สะอาดถึงจะถูก วิชาความรู้มากมายในศาลเทพ์นั้นรอเ้าเป็เ้าของอยู่รู้ไหม นอกจากนั้นยังมีสมบัติวิเศษอื่นๆ อีกมากมายรอให้เ้าเอาแต้มบุญมาใช้แลกเปลี่ยน หากแต่ถ้าแต้มบุญเ้าหาได้เพียงเศษเล็กเศษน้อยอีกกี่ปีกี่ชาติเ้าถึงจะยกระดับศาลเทพ์สำเร็จเล่าจริงไหม ก็เพราะความยากตรงจุดนี้ ศาลเทพ์ก็รู้จึงมีช่องทางช่วยเหลือเ้าอย่างไรละ คิคิ ฉินเทียนหน่อ ฉินเทียน เ้าลองคิดสิหากเ้ามีผู้ศรัทธาหนึ่งแสนคน หากคนทั้งหมดเป็คนธรรมดา ต่อให้พวกเขากราบไหว้เ้าทุกวัน แต้มบุญที่เ้าจะได้จะซักเท่าไรเชี่ยวในหนึ่งวัน"
"น่าจะประมาณ 100 ต่อวัน"
"ถูกต้องที่เ้าพูดนั้นถูกต้องที่สุด หากแต่ในความจริงในหนึ่งแสนคนนั้นจะกราบไหว้เ้าทุกวันรึ ก็ย่อมไม่ ดังนั้นการได้หนึ่งร้อยแต้มบุญต่อวันแทบจะเป็ไปไม่ได้ ดูสิขนาดเ้ามีผู้ศรัทธาถึงหนึ่งแสน หากแต่แต้มบุญที่เ้าได้ก็ช่างน้อยนิด แต่หากเ้าลองเปลี่ยนเป็ เ้ายอมเสียเวลาซักหน่อย เปลี่ยนคนหนึ่งแสนคนนี้ให้เป็ผู้บ่มเพาะระดับเดินดินขั้นสูง(ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีเหลืองอ่อน) มิใช่ว่าเ้าจะได้แต้มบุญกับเขาวันละหนึ่งแสนรึ"
ฉินเทียนคิดตามจนเห็นภาพ จากนั้นเซียนซุนยังพูดต่ออีก
"ฉินเทียนเ้าต้องลองคิดดูนะระหว่างหาผู้ศรัทธาจำนวนร้อยล้านคน กับฝึกฝนผู้ศรัทธาหนึ่งแสนให้เป็ผู้บ่มเพราะระดับเดินดินขั้นสูงอันไหนยากอันไหนง่ายกว่ากัน นอกจากนั้นยังไม่ต้องพูดถึงการดูแลพวกเขา หนึ่งร้อยล้านต้องวุ่นวายกว่าอยู่แล้ว นอกจากนั้นสิ่งหนึ่งที่เ้าต้องรู้นะฉินเทียน จำนวนผู้ศรัทธานั้นเพิ่มได้ก็ลดได้ มันหาได้คงอยู่ตลอดไป"
"!!!เพิ่มได้ลดได้" ฉินเทียนที่ได้ยินดังนี้ก็ปวดหัวเล็กน้อย สิ่งต่างๆ ดูจะไม่ง่ายเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะนิสัยเดิมแท้ของฉินเทียนนั้นหาใช่ผู้ชอบความวุ่นวาย หากเป็ไปได้ตัวมันปรารถนาเพียงใช้ชีวิตในบ้านหลังเล็กๆ อย่างสุขสงบทุกวี่วันก็พอใจแล้ว หาใช่แบบทุกวันนี้ที่ต้องคิดเื่แต้มบุญและโลกของผู้บ่มเพาะฝึกตนอะไรเนี่ย แต่ก็นั่นแหละเมื่อมันคิดถึงบิดามารดาของมันเื่นี้ก็กลายเป็เื่เล็กน้อย มันจึงหันมาคิดเื่การที่ผู้ศรัทธาของตัวมันนั้นสามารถเพิ่มลดได้แทน นั่นก็แสดงให้เห็นว่าตัวฉินเทียนมันนั้นจะี้เีทำงานหลอกล่วงคนมิได้เลย นอกจากต้องหาคนเพิ่ม ยังต้องรักษาลูกข่ายผู้ศรัทธาตัวมันอีก
หากแต่คิดในมุมกลับสิ่งนี้ก็นับว่าถูกต้อง หากระบบมีแต่เพิ่มไม่มีลดสิ่งนี้ก็ย่อมไม่สอดคล้องกับโลกความเป็จริง ความเชื่อของมนุษย์หรือใจคนนั้นย่อมเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ฉินเทียนคิดในใจ
ไม่ช้าเซียนซุนก็นั่งข้างๆ ฉินเทียน พร้อมตบไหล่มันเบาๆ โดยมีนาง์ผู้งดงามสองนางยืนด้านหลัง ั์ตาของเซียนซุนเปล่งประกายแบบแปลกประหลาดคล้ายมีความในใจจะบอกอะไรต่อฉินเทียน
ฉินเทียนเห็นเช่นนั้นจึงออกปากถามอย่างอดไม่ได้ "ท่านเซียนซุน ท่านมีอะไรในก็พูดมาเถอะ"
เซียนซุนเห็นฉินเทียนพูดแบบนี้ก็ดีใจยิ่งสองมือเกาะกุมเข้ากับมือฉินเทียนพร้อมด้วยั์ตาหวานหยาดเยิ้มเป็ประกาย "ฉินเทียนเ้าพูดจริงรึ"
"ใช่สิท่านเซียนซุนท่านมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะสองเราใช่คนห่างไกลกันเสียที่ไหน เราใช่รู้จักกันมาวันสอนวันรึ ยามนี้ต่างรู้จักนิสัยใจคอของกันและกันดี" ฉินเทียนกล่าวด้วยทีท่าสุภาพต่อเซียนซุนยิ่ง
"ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจละนะฉินเทียน เมื่อเ้าเริ่มได้แต้มบุญแล้ว ข้าเซียนซุนก็หวังว่าเ้าจะเพิ่มเหล่านาง์ เหล่านางบาทจาริกาของเ้าอีกซักหน่อย ข้าจะได้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป"
หางตาของฉินเทียนกระตุกเบาๆ ในใจได้แต่คิด 'ข้างกายเ้าใช่ว่ามีนาง์ผู้งดงามสองคนแล้วมิใช่รึ ต้องเป็ข้า ต้องเป็ข้าสิที่ยังไม่มีใครเลยซักคนข้างกาย ข้าสิที่้าสตรีเพศ'
ฉินเทียนกล่าวในใจโดยแทบจะลืมตัวไปแล้วว่าความคิดในใจของตัวมันนั้น มิอาจจะปกปิดซึ่งเซียนซุน ซึ่งสามารถรู้แจ้งทุกสิ่งในใจตัวมันได้ทั้งหมด
เมื่อเซียนซุนได้รับรู้ความในใจของฉินเทียน ตัวมันก็ได้แต่ร้องห่มร้องไห้ "ฉินเทียนเ้าจะรู้อะไร แท้จริงนั้นข้าเปลี่ยวเหงาหัวใจแค่ไหนนั้น ไม่มีใครรู้เลยจริงๆ แม้ข้าจะเป็เพียงเศษเสี้ยวจิติญญาเก่าแก่ไม่มีค่าอะไร หากแต่ความทรงจำและนิสัยของร่างเดิมแท้จริงของข้านั้นมันก็ทำให้ข้าเ็ปยิ่งเสมอมา"
"ท่านเซียนซุนท่านจะพูดอะไร ข้างงไปหมดแล้ว"
"ในตอนที่เ้าของจิติญญาแท้จริงของข้ามีชีวิตอยู่นั้น เขามีภรรยาสูงศักดิ์หรือฮูหยินใหญ่สิบสองนาง ภรรยารองสามพันกว่า อนุภรรยาสี่หมื่นกว่าคนเศษ บาทจาริกาหรือนางในรับใช้หนึ่งล้านแปดแสนคน ่ท้ายของชีวิตก็สังสรรเลื่อนเริงไม่เว้นวัน และเ้าดูข้าตอนนี้สิฉินเทียนนนนนนนนนนนน ข้ามีแค่นาง์สองนาง ข้าเปลี่ยวเหงาหัวใจเหลือเกิน ขนาดปาร์ตี้วันเกิดข้ายังจัดมิได้เลย" เซียนซุนพูดพร้อมร้องห่มร้องไห้ นอกจากนั้นนางบาทจาริกาทั้งสองข้างกายเซียนซุนยังดึงแก้มสองข้างของมันไปมาจนแดงก่ำ หากแต่เซียนซุนหาได้สนใจไม่มันปล่อยพวกนางดึงไปมาอย่างไม่สนใจ "เ้าไม่เข้าใจฉินเทียน เ้าไม่เข้าใจ หนุ่มบริสุทธิ์ใสซื่ออ่อนต่อโลกเช่นเ้าย่อมไม่มีวันเข้าใจข้า ไม่ๆๆๆๆ" พูดจบเซียนซุนก็บินขึ้นเหม่อมองท้องฟ้าและพระอาทิตย์ ราวกับว่ามันกำลังแบกภาระอันหนักอึงของโลกใบนี้ไว้เพียงลำพัง
'ท่านพูดถูกเซียนซุนข้าไม่เข้าใจท่านจริงๆ เมียสามพันกว่าคน อนุภรรยาสี่หมื่นเศษ สาวสวยเป็บริวาณอีกหนึ่งล้านแปดแสน ท่านจะมีสิ่งเหล่านี้เยอะแยะมากมายไปทำไม ท่านมิกลัวตัวแห้งตายเพราะอิสตรีบ้างรึ'
"ฉินเทียนในฐานะที่ข้าชอบเ้าและมอบแต้มบุญพิเศษให้เ้าก็ไม่น้อย สองเราก็ประดุจพี่น้องคลานตามกันมา หน้าเ้าและข้าก็แลดูคล้ายกันอยู่หลายส่วน มือซ้ายมีห้านิ้ว มือขวาก็มีห้านิ้วเหมือนกัน เหมือนกันยังกับฝาแฝด นอกจากนั้นข้ายังลดราคาช่วยเ้าซื้อเส้นชีพจริญญาอีกนะ ข้าพี่ใหญ่ซุนของเ้าขอพูดกับเ้าตรงนี้เลยนะ หากเ้ามีแต้มบุญเหลือให้เพิ่มบาทจาริกาที่นี่ด้วย ซักนิดก็ยังดีเอาแค่พอให้ไม่เงียบเหงาสักพันสองพันก็พอ ไม่งั้นในอนาคตข้าจะไม่ช่วยเหลือเ้าแล้วนะ และข้าจะไม่พูดกับเ้าอีกนะ หึ ข้าพี่ใหญ่ซุนของเ้ามิชอบความเปลี่ยวเหงาหัวใจ อย่างน้อยๆ ก็ควรมีนาง์ที่นี่มากพอจัดปาร์ตี้ได้ทุกวัน" กล่าววาจาจบเซียนซุนก็ลอยหายไป พร้อมกับหยอกเย้าสองนาง์ผู้งดงามทั้งสอง และหัวเราะคิกคักตลอดทาง ทิ้งให้ฉินเทียนมองหลังเซียนซุนด้วยความแปลกใจ
ส่วนตัวฉินเทียนตอนนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้า ด้วยรู้สึกว่านิสัยของเซียนซุนนั้นช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน พร้อมนึกคิดไปถึงยามที่เซียนซุนมีชีวิตอยู่ มันจะมีจริงๆ รึบุรุษที่มีเมียมากมายได้ถึงเพียงนี้ พวกนางมิตบตีกันตายหลอกรึ แค่มันคิดถึงสตรีสองคนตบตีกันแย่งตัวมัน ตัวมันฉินเทียนก็เหนื่อยใจเต็มทีแล้ว แม้มันจะชอบพอในสตรีงดงามเช่นกัน หากแต่ตัวมันฉินเทียนก็เป็พวกพอใจในผัวเดี่ยวเมียเดี่ยวมากกว่า
ไม่ช้าตัวมันก็หยุดคิดเื่บ้าๆ บอๆ ของเซียนซุน พร้อมกันหันมามองแต้มบุญและจำนวนผู้ศรัทธาของตัวเอง ที่ช่างแลดูน้อยนิดเหลือเกิน
---------------------------
[ผู้ศรัทธา : 29 คน] [แต้มบุญ : +4.314 แต้มบุญ]
[แต้มบุญรวม : 504.314 แต้มบุญ]
---------------------------
ฉินเทียนเห็นจำนวนนี้ก็แอบปวดหัวเบาๆ คนจำนวน 29 คนหากแต่จำนวนแต้มบุญที่ได้ก็ช่างน้อยนิดจริงๆ เพียง 4.314 แต้มบุญ จำนวนแต้มแบบนี้ฉินเทียนแทบจะเอาไปทำอะไรไม่ได้เลย ส่วนผู้ศรัทธากว่าจะถึงเป้าหมายแรกที่หนึ่งล้านคนเพื่อที่จะยกระดับศาลเทพ์ก็ช่างดูยังอีกยาวไกลเหลือเกิน
หากแต่ถ้าคิดว่านี่คือวันแรกของการเริ่มต้น 29 คนนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
.
.
.
เมื่อตกค่ำฉินเทียนก็กลับมายังจุดเดิมที่ตัวมันได้ช่วยเหลือสองแม่ลูกฟู่เหยียน ฟู่เฉิง ซึ่ง ณ ตอนนี้ ที่แห่งนี้ไม่มีคนอยู่อีกต่อไปทิ้งไว้แต่เพียงรอยเืและคราบโลหิต ซึ่งเป็หลักฐานว่า ณ ที่แห่งนี้เคยผ่านการนองเืมาก่อน
และเหมือนฉินเทียนจะนึกบางอย่างออก ตอนที่มันได้ฆ่าเหล่าโจรร้ายนั้น ตัวมันไม่ได้ปล้นของสิ่งใดจากตัวเหล่าโจรร้ายเ่าั้มาเลยแม้แต่น้อย ฉินเทียนตัวมันจึงได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ หากเป็พระเอกนิยายต่างโลกต่างมิติคนอื่นมิใช้ว่าฆ่าเสร็จแล้วต้องตบทรัพย์ทั้งหมดหลอกรึ แล้วในไม่ช้าพวกมันก็จะพบความร่ำรวยกลายเป็เศรษฐีอย่างรวดเร็ว เหตุใดตัวมันถึงลืมเื่นี้ได้กันนะ ฉินเทียนยามนึกถึงเื่นี้ถึงกับเซ็งสุดๆ
หากแต่ตัวมันก็พอเข้าใจได้ว่า ยามนั้นตัวมันจำเป็ต้องสร้างภาพลักษณ์สูงส่งจะทำตัวทรามเช่นกับหยิบของปล้นทรัพย์ต่อหน้าผู้คนเช่นนั้นได้อย่างไร หากทำเช่นนั้นต่อหน้าผู้คนตัวมันมิถูกดูิ่ได้หรอกรึแถมคงจะหาคนมาศรัทธาในตัวมันได้ไม่ ในใจมันจึงได้แต่หัวเราะเยาะตัวเอง ทั้งที่ยากจนข้นแค้นก็ยังพยายามทำตัวมีเกียรติสูงส่งอีก
ก่อนที่ในไม่ช้าฉินเทียนจะนึกถึงสถานที่ๆ ตัวเอง้าจะไป
หากแต่คำพูดของเซียนซุนก็ทำให้ฉินเทียนได้คิด
หากมันเอาแต่หาผู้ศรัทธาอย่างเดียวและหวังแต้มบุญเล็กน้อย แบบนี้จำนวนแต้มบุญที่ตัวมันจะได้นั้นก็อาจจะน้อยและช้าเกินไป ตัวมันจำเป็ที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง หรือต้องหาผู้ศรัทธาที่เป็เหล่าผู้ฝึกตนให้ได้มากถึงจะดีที่สุด
หากแต่ตอนนี้ปัญหาใหญ่ของตัวมันฉินเทียนก็คือระดับการฝึกตนของตัวมันที่ดูจะต่ำต้อยจนเกินไป แบบนี้การจะสร้างศรัทธาก็หาใช่เื่ง่ายแล้ว มีที่ไหนบอสใหญ่จะกากกว่าเหล่าลูกน้อยของตัวเองได้ เมื่อคิดแบบนี้ฉินเทียนก็ปวดหัวไม่น้อยเลย แถมการยกระดับครั้งต่อไปของมันก็ใช้ถึงหลักพันแต้มบุญ
จากห้าจุดแต้มขาวจาง สู่ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีขาวเข้มไร้จุดแต้ม 1000 แต้มบุญ
สัญญาลักษณ์ิญญาสีขาวเข้มหนึ่งจุดแต้ม 2000 แต้มบุญ, สองจุดแต้ม 3000 แต้มบุญ, สามจุดแต้ม 4000 แต้มบุญ, สี่จุดแต้ม 5000 แต้มบุญ, ห้าจุดแต้ม 6000 แต้มบุญ,
หลังจากนั้นระดับตราสัญลักษณ์ิญญาสีขาวเข้มสู่สีเหลืองอ่อนไร้จุดแต้ม คือ 10,000 แต้มบุญ
ยามนี้แค่เห็นจำนวนแต้มบุญตัวเองที่มีกับแต้มบุญที่้าฉินเทียนก็แอบปวดหัวไม่น้อยแล้ว
ไม่ช้าฉินเทียนก็ใช้ย่างก้าวภูติผี เริ่มออกเดินทางแสวงหาโชคชะตาของตัวมันเองต่อ