ปี 2565 ณ ดินแดนที่ถูกเรียกขานว่า... ประเทศไทย
โอ้เมื่อมีไฟ ไฟ ไฟ ลุกขึ้นแจ่มจ้ารอบตัวตลอดเวลา24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าเ้าอาจกำลังย่างกรายเข้ามาในเขต... ยมโลก
"อีก 1 เดือนข้างหน้า ชายผู้นี้จะถึงฆาตยมทูตดาวเหนือ... เ้าจงไปนำดวงิญญาของเขามารับโทษทัณฑ์นี่คืองานแรกของเ้า"
เสียงของท่านยมบาลผู้อยู่ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำซึ่งไม่ได้รูปซิป เผยให้เห็นกล้ามอกเป็มัดๆดังกังวานอยู่เบื้องหน้ายมทูตฝึกหัดนาม 'ดาวเหนือ' หนุ่มน้อยร่างเล็กในชุดเชิ้ตดำสูทดำปานนักธุรกิจ อายุอานามสักยี่สิบ เ้าของดวงตาเรียวยาวภายใต้แว่นดำและคิ้วหนาปานกลาง ที่ดูจะไม่เข้ากับปากนิดจมูกหน่อยสักเท่าไหร่มิหนำซ้ำผิวของเขายังขาวซีดราวกับมีชีวิตอยู่แถบขั้วโลกเหนือไม่ใช่ยมโลกอันร้อนระอุแห่งนี้
"ขอรับ... ท่านยม"ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือรับคำหนักแน่น ถึงอย่างนั้นดวงหน้าของเขาก็ยังดูอ่อนโยนนี่ถ้าไม่บอกว่าเขาเป็ยมทูตล่ะก็ เหล่าผู้รับโทษทัณฑ์ในนรกคงพากันเข้าใจว่าเขาเป็ไอดอลเกาหลีที่ถูกพาตัวมาตัดสินโทษ ข้อหาทำให้สาวๆ อกหักแหงๆ
"นับเงิน...เ้าจงพาดาวเหนือไปฝึกงานกับเ้า จงสอนทุกสิ่งที่รู้และจงเรียนรู้แม้ในสิ่งที่ไม่อาจสอน ถึงจะเป็การทำหน้าที่ยมทูตครั้งแรกก็อย่าให้มีความผิดพลาดเด็ดขาด"
นั่นคือคำสั่งสุดท้ายของท่านยมก่อนที่หัวหน้ายมทูตสาวสุดอึ๋มในชุดเชิ้ตดำสูทดำรัดรูปจะพายมทูตหนุ่มร่างเล็กออกมาจากหน้าบัลลังก์พิพากษา
"ได้ยินแล้วใช่มะดาวเหนือเราต้องไปโลกมนุษย์กับพี่ แล้วก็อย่าดื้ออย่าซนล่ะ"นับเงินพูดพลางเชิดอกตู้มๆ เด้งๆ ใส่ยมทูตรุ่นน้อง แล้วดึงมือเขาให้เดินตามเธอมาหญิงสาวรับหน้าที่ยมทูตมานานเกือบพันปี จนได้เลื่อนขั้นเป็หัวหน้ายมทูตซึ่งต้องคอยฝึกฝนและดูแลเหล่ายมทูตฝึกหัดรุ่นใหม่อย่างดาวเหนือให้สามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้แบบมืออาชีพ ไม่นำส่งดวงิญญาผิดฝาผิดตัว
"รุ่นพี่อย่าทำแบบนี้เลยครับผมเคยบอกไปแล้วว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง" ดาวเหนือเอี้ยวตัวหนียอดอกที่พุ่งเข้ามาชี้อยู่ตรงหน้าเขาพลางปั้นหน้านิ่งเก็บความเซ็งเอาไว้ในใจ
"ย่ะๆ พ่อคนยึดมั่นในอุดมการณ์เสียของหมด!" นับเงินสะบัดหน้าพรืดไปทางอื่นจนเส้นผมสลวยสวยเก๋ความยาวถึงก้นของเธอ ฟาดเข้าที่ใบหน้าของดาวเหนือแม้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หนุ่มน้อยก็อดสงสัยไม่ได้ว่า รุ่นพี่สาวเลี้ยงผมยาวๆไว้ใช้ลากคอดวงิญญามนุษย์มายังยมโลกแห่งนี้รึเปล่า
...แต่อีกไม่นานเขาก็คงได้รู้ความจริงแล้วล่ะ!
"เรากำลังจะไปโลกมนุษย์กันแล้ว จับแขนพี่ไว้ถ้าคลาดกันล่ะก็งานเข้าแน่" นับเงินบอกดาวเหนือและไม่รอช้าที่จะเป็ฝ่ายควงแขนเขาก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อมมือมาััโดนแขนเสื้อของเธอเสียอีก
"กระฉับกระเฉงหน่อยยมทูตฝึกหัดดาวเหนือถ้าเวลาส่งดวงิญญาคลาดเคลื่อน ความผิดพลาดแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ อาจจะกลายเป็100 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ จำไว้ให้ดีๆ" นับเงินอบรมยมทูตรุ่นน้องมือใหม่
"ครับ..." ดาวเหนือรับคำสั้นๆแม้จะอยากอธิบายว่า ความเฉื่อยของเขาเกิดจากการต้องแตะตัวผู้หญิงไม่ได้เกิดจากการหน่ายหน้าที่ แต่ดูเหมือนเงียบไว้จะดีกว่า
"แล้วก็... วันนี้พี่มีงานส่งดวงิญญาทั้งหมด25 เคส ตามให้ทันล่ะ" นับเงินยิ้มหวานให้ดาวเหนือทว่าั์ตาเป็ประกายราวกับเริงร่าที่จะได้ล่า 'เหยื่อ' ทั้ง 25คนที่กำลังจะหมดอายุขัยลงในวันนี้
"ครับ..." ดาวเหนือรับคำระหว่างที่วาร์ปจากยมโลกขึ้นมายังโลกมนุษย์ไปพร้อมๆ กับนับเงินแน่นอนว่าตราบใดที่เธอยังควงแขนเขาเหนียวแน่นซะยิ่งกว่าติดกาวที่ผลิตจากปลิงขนาดนี้ก็ไม่มีทางหรอกที่เขาจะตามเธอไม่ทัน
สองยมทูตปรากฏตัวอีกครั้งบนฟุตบาทพังๆสภาพต่ำกว่ามาตรฐานในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานครท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านที่เดินผ่านไปมา ไม่มีใครสนใจใคร ยกเว้นขอทานไร้ขาเสื้อผ้าสีซีดและขาดวิ่นริมฟุตบาทที่เบนสายตาซึ่งสอดส่ายมองหาผู้มีจิตเมตตามาหยุดอยู่ที่สองหนุ่มสาวยมทูตในชุดสูทดำ
"ทำบุญทำทานกับคนพิการ ได้บุญเยอะนะครับ...คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย" ชายไร้ขาวัย 40 ปี พูดกับทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เขามองเห็นเราด้วยเหรอครับรุ่นพี่"ดาวเหนือกระซิบถามนับเงินดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีดำชำเลืองมองชายพิการคนนั้นด้วยความเห็นใจ
"เขาคือเหยื่อของวันนี้..."
คำตอบของหัวหน้ายมทูตสาวทำเอาดาวเหนือถึงกับชะงักแต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับอาการชะงักในความเฉยเมยและเ็าของเธอ
"จะเกิดอะไรกั...บ..."ดาวเหนือตั้งท่าจะถามต่อไปอีก ถ้านับเงินไม่ใช้ยื่นนิ้วชี้ของเธอมาแตะริมฝีปากของเขาเสียก่อน
"อย่าพึ่งกวน พี่กำลังใช้สมาธิ"เธอยิ้มหวานปิดท้าย แล้วเบนสายตากลับไปยังถนนเบื้องหน้าที่ซึ่งรถยนต์มากมายกำลังคืบคลานเรียงรายต่อแถวกันข้ามผ่านสี่แยกไฟแดง 3 นาทีไฟเขียว 3 วิ ขณะที่ดาวเหนือรีบเช็ดริมฝีปาก ตรงที่นิ้วชี้เรียวยาวััเมื่อครู่ราวกับว่าการกระทำนั้นจะทำให้เขา... ผื่นขึ้น
วาบ!
รถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาเทียบข้างฟุตบาทเป็เวลาเดียวกับที่แสงเล็กๆสะท้อนเปลวแดดส่องประกายชั่ววินาทีหนึ่งจากหน้าต่างบานหนึ่งของตึกร้างใกล้ๆแม้เหล่ามนุษย์ที่ต่างกำลังดำเนินชีวิตประจำวันของตนจะไม่ทันสังเกตเห็นแต่มันไม่อาจเล็ดรอดสายตาของสองยมทูตไปได้
"มาแล้วสินะ... เหยื่อของฉัน"นับเงินยิ้มมุมปาก ั์ตาที่เคยส่องประกายแวววาวเวลานี้สุกสกาวยิ่งกว่าหลอดไฟแอลอีดียี่ห้อไหนๆ ทันทีที่เธอเห็นชายผิวขาวร่างท้วมหน้าเหลี่ยม ตาหยี จมูกชมพู่ กับหูแหลมรีคล้ายค้างคาว ในชุดสูทลงจากรถหรูท่ามกลางบอดี้การ์ดสูทดำที่เตรียมตั้งขบวนรายล้อมรักษาความปลอดภัย ทว่า...
ปัง!
ะุลูกเล็กจากระยะไกลพุ่งเข้าทะลุทะลวงสูทตัวหนาที่เ้าของร่างท้วมสวมใส่ก่อนที่เขาคนนั้นจะล้มลง เืสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาย้อมเชิ้ตขาวภายในสูทดำ
"นายอนุยุทธ เชี่ยวชาญกัญชงถูกยิงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต... คอนเฟิร์มเคส"นับเงินรายงานกับเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาในมือส่วนมืออีกข้างก็ตะปบคอเสื้อสูทของดาวเหนือพาวาร์ปเข้าไปที่จุดเกิดเหตุและแม้จะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดก็ตื่นเต้นสุดๆที่กำลังจะได้เห็นวิธีการนำส่งดวงิญญาลงนรกของหัวหน้าสาว
เธอ... จะใช้ผมยาวๆรัดคอิญญาที่กำลังหลุดออกมาจากร่างนั่น แล้วลากลงไปเข้าเฝ้าท่านยมใช่ไหม!?
"พะ... พะ... พวกเธอเป็ใคร!?" ดวงิญญาหน้าตาซีดเซียวอมเขียวของนายอนุยุทธหันขวับมาหานับเงินและดาวเหนือด้วยอากานใสุดขีด
"นายอนุยุทธ เชี่ยวชาญกัญชง"นับเงินจ้องหน้าเหยื่อของเธอ ทำเอาอีกฝ่ายเลิกลั่กหันรีหันขวางเรียกหาบอดี้การ์ดเสียงลั่น
"เฮ้ย! พวกแกมัวทำอะไรอยู่ทำไมปล่อยให้พวกนี้มันมาถึงตัวฉันได้"
เสียงนั้นดังพอจะเรียกคนทั้งถนนให้หันมามองหากว่านั่นไม่ได้เป็เพียงแค่เสียงของคนตายล่ะก็นะ
"เสียใจด้วยนะ พวกเขาไม่ได้ยินคุณหรอกเอาล่ะ... ไปกันได้แล้ว ฉันยังต้องขึ้นมารับิญญาอื่นอีก"นับเงินเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 3 เล็กน้อย ระหว่างที่เธอดึงแส้สีดำสนิทออกมาจากแขนเสื้อสูทยิ่งทำให้ดาวเหนือตื่นเต้นสุดๆเขาเดาว่าเธอคงจะใช้แส้นั่นฟาดนายอนุยุทธให้ยอมศิโรราบตามลงไปในนรกแต่โดยดีแน่ๆ
"บะ... บะ... บ้าน่า!! ฉันยังไม่ตายสักหน่อยฉันจะตายได้ยังไง โกหก!! เธอโกหกฉั...น..." ิญญาชายร่างท้วมตั้งท่าจะโวยวายแต่กลับต้องชะงักไปกับสายตาที่จ้องมองมาของหัวหน้ายมทูตสาว ดวงตาของเธอในเวลานี้ดูราวกับกำลังจะฉีกเขาออกเป็ชิ้นๆ หากว่าเขา... ยังไม่ยอมปิดปากกว้างๆ นั่นให้สนิท
"ฉันไม่ได้ว่างหรอกนะถ้าไม่อยากตายรอบสองก็หุบปาก แล้วตามฉันมา!"นับเงินตวัดแส้ในมือที่กลับกลายเป็งูสีดำสนิทตัวเท่าแขนตรงเข้าพันข้อมือของนายอนุยุทธ ทำเอาอีกฝ่ายร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว
"ฉะ... ฉะ... ช่วยด้วย!! ฉันไม่ไปฉันยังไม่อยากตาย งูนี่มันจะกัดฉัน เอามันออกไป เอามันออกปายยยย ม่ายยยยย...ฮือออออ!!" ชายร่างท้วมร้องลั่นและร้องไห้เมื่องูเ้ากรรมดันแกล้งยื่นหัวของมันเข้ามาใกล้หน้าเหลี่ยมๆ ของเขา มิหนำซ้ำมันยังแลบลิ้นมาแตะจมูกชมพู่ของเขาด้วย
"เ้านิล! ปิดปากมัน เอาให้สนิท อย่าให้มีเสียงลอดนะ"นับเงินออกคำสั่ง หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เสียงร้องโวยวายเมื่อครู่ก็เงียบลงโดยปราศจากแม้เสียงอู้อี้ของชายผู้ถูกงูยมทูตรัดรอบใบหน้าและลำคอ
"น่าขนลุกชะมัด" ดาวเหนือพึมพำทุกอย่างผิดจากที่คาดคิดไปมาก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยากหนีไปจากหน้าที่นี้หรอกนะ แค่นึกสงสัยนิดหน่อยเท่านั้น
"แล้ว... ผมจะจับิญญาลงนรกยังไงล่ะครับผมไม่ได้มีแส้งูเหมือนหัวหน้าสักหน่อย" เขาถามขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่พาิญญาของนายอนุยุทธลงไปพิจารณาโทษในนรก
"ก่อนเริ่มงานวันแรกเธอจะต้องไปสุ่มกาชาปองงูที่แดนอสรพิษ เ้านั่นจะเป็คู่หูเธอไปตลอดอายุขัยของการเป็ยมทูต"นับเงินตอบคำถามยิ้มๆ ไม่มีวี่แววอารมณ์เสียๆที่ตกค้างจากการรับมือดวงิญญาขี้โวยวายให้เห็น
"กาชาปองงู?" ยมทูตดาวเหนือนิ่วหน้าทวนคำพร้อมกับพยายามนึกภาพตาม ถึงยังไงเขาก็คิดว่ามันคงไม่ใช่ตู้กาชาปองหยอดเหรียญสุ่มงูแน่ๆ
"ฝากด้วยนะ ยังเหลืออีก 24 เคส ดาวเหนือ...ไปกันได้แล้ว!"
เสียงของนับเงินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิดเขาเหลือบมองงูเ้านิลของรุ่นพี่สาวซึ่งกำลังคลายร่างที่รัดหน้าและคอของนายอนุยุทธออกก่อนจะเลื้อยกลับเข้าไปในแขนเสื้อสูทของนับเงิน แล้วหนุ่มน้อยก็อดทำท่าขนพองสยองเกล้าไม่ได้
"เดี๋ยวก็ชิน แรกๆฉันก็เป็แบบนายนั่นแหละ" ผู้คุมสูทแดงหน้าหล่อผิวเข้มเยี่ยงชายไทยแท้ไร้เืผสม ยักคิ้ว ยิ้มมุมปากให้ดาวเหนือก่อนจะดึงปากกาด้ามแดงจากกระเป๋าเสื้อ ควงปากกาหนึ่งครั้งให้มันเปลี่ยนเป็กระบองฟาดใส่ิญญาของนายอนุยุทธที่ดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นดินสีดำปนแดงอันร้อนระอุแล้วลากเหยื่อคนล่าสุดของตัวเองออกไป โดยไม่รอให้ดาวเหนือตอบประโยคบอกเล่านั้น
"เอ้าๆ มัวโอ้เอ้เดี๋ยวก็ทิ้งไว้นี่หรอก" นับเงินคว้าคอเสื้อดาวเหนือ ทำเอาเขาเซถลากว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งคู่ก็กลับมาปรากฏกายบนโลกมนุษย์แล้ว ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร
"อ้าว... แล้วขอทานคนนั้นล่ะครับ?" ดาวเหนือถามขึ้น ด้วยจดจำได้ว่าคนคนนั้นมองเห็นพวกเขาก็เพราะกำลังจะถึงฆาตในวันนี้
"ยังไม่ถึงคิว" นับเงินตอบสั้นๆแล้วพาดาวเหนือวาร์ปต่อมายืนตรงรถเข็นขายลูกชิ้นริมฟุตบาทเอียงๆ มีน้ำขัง ทำเอาเขางุนงงหนักขึ้น
"รุ่นพี่หิวเหรอครับ?" ดาวเหนือชำเลืองมองลูกชิ้นปลาในหม้อทอดแต่แล้ว... เพียงเสี้ยววินาที