ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืน และบรรยากาศที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากพูด ชายหนุ่มทั้งสองจ้องมองกัน คนหนึ่งเต็มไปด้วยความหวัง ส่วนอีกคนกลับเต็มไปด้วยความมึนงง สับสน ทำตัวไม่ถูก
เฉินตงตัวแข็งทื่ออย่างกับขอนไม้ แม้แต่ขยับปากยังทำไม่ได้
ปฏิกิริยาเช่นนั้นของชายหนุ่ม ทำให้ลู่อันรู้แล้วว่าคำตอบที่จะได้รับคืออะไร เขาจึงชิงอธิบายขึ้นมาก่อน
"ผมไม่ได้เรียกร้องอะไร ไม่ได้้าให้คุณตอบรับความรู้สึกของผมด้วย ผมแค่อยากบอกให้รู้เอาไว้ จะได้ระวังตัว..." ั์ตาเด็กหนุ่มหลุบลง "เพราะทุกครั้งที่คุณััหรือทำดีกับผม มันมักจะทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ"
เฉินตงยังช็อกไม่หาย
ลู่อันรู้สึกผิด ไม่ทันได้คิดว่าคำพูดของตนอาจทำให้เฉินตงอึดอัด...เขาไม่ควรพูดมันออกมาเลย
"ขอโทษนะครับ"
น้ำเสียงเศร้าสลดทำเอาเฉินตงได้สติ พอเห็นคนตรงหน้าเศร้า เฉินตงกลับรู้สึกเสียใจไปด้วย
"ไม่ใช่ความผิดของนาย"
ถึงพูดอย่างนั้น แต่เฉินตงไม่กล้ามองมาที่ลู่อันตรง ๆ แม้แต่จะกอดปลอบโยนก็ทำไม่ได้ กลัวว่าการกระทำใกล้ชิดจะยิ่งทำให้เด็กหนุ่มสับสน
ในใจเฉินตงไม่เคยมีใครอื่นนอกจากลู่ซูลี่ มันเป็เช่นนั้นมาตลอดหลายปี แม้เขาจะไม่เคยได้รับความรักตอบกลับเลยก็ตาม
่หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ั้แ่ได้เริ่มดูแลลู่อัน เฉินตงพบว่าเขารู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก มันก่อเกิดความผูกพันบางอย่าง เพียงแค่เฉินตงไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร
เขาเลือกที่จะเชื่อว่ามันคือมิตรภาพที่ดี แทนที่จะมองในเชิงชู้สาว
ในใจเฉินตงสับสน ว้าวุ่นไปหมด จนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ
"มันเกิดขึ้นั้แ่เมื่อไหร่" เฉินตงถาม
"วันที่ผมไม่สบาย แล้วคุณพาผมไปคลินิก..."
...นั่นมันนานมากแล้ว...
เฉินตงก่นด่าตัวเองที่ไม่เคยรู้เลยว่าคนข้างกายรู้สึกอย่างไร
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างจริงจังเื่ความรู้สึก ยิ่งพูดยิ่งถาม เฉินตงก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาควรจะพูดให้ชัดเจน แต่ก็กลัวว่าจะทำให้ลู่อันเ็ป
ทุกครั้งที่เห็นเด็กคนนั้นเจ็บ เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกกระชาก ทำให้เขาทรมาน เหมือนถูกแส้ฟาดติดต่อกันหลายชั่วโมง
"ขอโทษนะลู่อัน แต่ฉันคิดว่าฉันยังชอบซูลี่อยู่"
"ผมรู้..." ลู่อันนั่งกอดเข่า เอนหลังพิงกับขอบเตียง ท่าทางผ่อนคลายกว่าเฉินตง ราวกับเขารู้สึกโล่งสบายที่ได้พูด ระบายความรู้สึกเ่าั้ออกมา "ผมบอกแล้วไง ว่าไม่ได้้าให้คุณตอบรับ"
"..."
"ผมแค่อยากบอกคุณ..."
"แต่แบบนั้นมัน..."
"ผมไม่เป็ไรจริง ๆ"
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจของลู่อัน ทำเอาเฉินตงรู้สึกเหมือนกำลังมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ความรู้สึกของลู่อัน เฉินตงเข้าใจเป็อย่างดี ครั้งแรกที่เขาสารภาพรักกับลู่ซูลี่ เขาก็พูดอะไรทำนองนี้เหมือนกัน
ไม่้าให้รักตอบ ไม่้าให้เปลี่ยนแปลง ต่อให้อีกฝ่ายจะเมินเฉยก็ไม่เป็ไร ขอแค่ได้อยู่ข้าง ๆ ก็พอ...แต่ในความเป็จริงมันไม่เคยพอ
เฉินตงได้เรียนรู้ว่าคนที่ต้องรออย่างไร้ความหวัง คือคนที่เ็ปที่สุดเสมอ
เวลาที่ต้องเห็นคนที่ชอบใกล้ชิดกับคนอื่น โดยที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เพราะไร้ซึ่งสถานะที่ชัดเจน เป็อะไรที่เ็ปทรมาน ยิ่งกว่าถูกฟาดด้วยไม้เรียว ดิ้นไม่หลุดเหมือนโซ่ที่ล่ามขาทั้งสองข้างเอาไว้ ไม่สามารถหนีไปไหนได้
เฉินตงไม่อยากให้ลู่อันต้องมาตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับเขา
ขณะเดียวกัน ลู่อันมองออกว่าเฉินตงกำลังคิดมากเื่อะไร ยิ่งรู้ดีว่าเฉินตงเป็คนมั่นคงกับความรักแค่ไหน ตลอดหลายปีที่เขาตามจีบลู่ซูลี่ เขาไม่มีทางยอมเปลี่ยนมาคบกับลู่อันง่าย ๆ อย่างแน่นอน และเขาคงกำลังเป็ห่วงกลัวว่าลู่อันจะตกอยู่ในสถานการณ์รักข้างเดียวแบบตัวเอง
"ไม่ต้องห่วงนะครับ" ลู่อันบอก "เดี๋ยวเวลาผ่านไป ผมก็ตัดใจได้เอง..."
เฉินตงกลัวว่ามันจะไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ
เด็กหนุ่มยืดอกอย่างภาคภูมิ โอ้อวดว่า "ผมน่ะไม่ได้มีพลังในการรอรักจากคนอื่นนานเท่าคุณหรอก เดี๋ยวอีกสักสองสามสัปดาห์ผมก็ลืมแล้ว"
ลู่อันไม่ได้แค่กำลังโกหกเฉินตง แต่ยังหลอกตัวเองด้วย
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยิ้มและบอกเฉินตงว่า "ไม่ต้องคิดมากนะครับ"
คืนนั้นหลังจากแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง ต่างฝ่ายต่างนอนไม่หลับ
เฉินตงพลิกตัวเป็รอบที่ร้อยเห็นจะได้
สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นนั่ง ยีหัวตัวเอง โดยหวังว่ามันจะช่วยเอาความสับสนในหัวออกไปได้บ้าง
หลังจากนี้เขายังต้องอยู่กับลู่อัน แล้วถ้าเขาเผลอทำตัวใกล้ชิดมากไป อาจทำให้ลู่อันหวั่นไหว แต่จะให้เขาทำตัวเ็ากับลู่อันมันก็...ไม่ เขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอก
"อ๊ากกกก" เฉินตงเอาหน้าซุกหมอนหนุนแล้วกรีดร้อง ทำให้เสียงที่เล็ดลอดออกมาฟังดูอู้อี้อย่างน่าขัน
ในตอนนั้นเองมีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่ง
...มีงานก็ดี ทำงานดีกว่า จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด...
...เดิมทีการดูแลลู่อันก็เป็แค่งานของเขาเท่านั้น แค่งาน...
ทางฝั่งของลู่อันเองก็นอนไม่หลับ เปลือกตาของเขาแข็งค้างมองเพดาน อย่างกับซัดกาแฟเข้าไปทั้งสวน
ใจเขาสับสนไม่แพ้เฉินตง
ครึ่งหนึ่งเขาโล่งใจที่ได้พูดความจริง แต่อีกครึ่งก็รู้สึกผิดที่ทำให้เฉินตงอึดอัด
หากคำพูดของลู่อันทำให้เฉินตงอยากถอนตัวจากการดูแลเขาล่ะ จะทำอย่างไร
เดิมที่การที่เฉินตงได้มาอยู่ข้างกายลู่อัน ก็เป็โอกาสที่ลู่ซูลี่หยิบยื่นให้โดยใช้คำว่างานมาบังหน้า หากแต่ผู้หญิงคนนั้นสามารถเรียกตัวเฉินตงกลับไปเมื่อไรก็ได้ตามที่เธอ้า นั่นแปลว่าเฉินตงสามารถหายไปโดนที่ลู่อันไม่ทันได้ตั้งตัว
...ถ้าเขาไม่อยากทำงานนี้แล้วล่ะ...
ลู่อันกังวล แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า เฉินตงไม่ใช่คนทิ้งงานง่าย ๆ แบบนั้นหรอก
กระทั่งเช้าวันใหม่มาถึง ลู่อันพบว่าคนที่ควรจะออกมารอรับเขาในตอนเช้ากลับไม่อยู่เสียแล้ว