-BADFRIEND-
11
หลังกลับจากทะเลได้อาทิตย์นึงพวกเราก็กลับสู่สภาวะปกติหมายถึงฉันกับนักรบอ่ะนะ เราคุยกันเหมือนเดิมถึงแม้ว่าความรู้สึกที่มีต่อมันจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม
ติ๊งต่องติ๊งต่อง
ฉันกดออดหน้าห้องไอ้พีทเมื่อมาถึงฉันมาหามันเพราะอยู่ห้องคนเดียวแล้วมันไม่มีอะไรทำ เหงาอ่ะดิ ก็ปิดเทอมนี่เนอะอีผิงก็บินไปหาพ่อกับแม่ที่ญี่ปุ่น ส่วนไอ้บอลก็เหมือนว่า่นี้กำลังกกสาวอยู่ จะมีก็แต่ไอ้พีทนี่แหละที่ว่างเพราะแฟนมันไปเที่ยวกับครอบครัวส่วนนักรบ
แอด
“อ้าวบัว เข้ามาดิ” ฉันทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นนักรบมาเปิดประตูให้เพราะคิดว่ามันคงจะไปหาแพรว
ฉันพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเอาจริงๆฉันก็ไม่รู้หรอกว่าตกลงมันได้กลับไปคบกับแพรวหรือเปล่า คือฉันไม่กล้าถามไงแล้วก็ไม่อยากรู้ให้มันเจ็บใจเล่นด้วย
“ไอ้พีทล่ะ” ฉันถามพร้อมกับนั่งลงที่โซฟากลางห้อง
“อาบน้ำอยู่” นักรบบอกก่อนจะนั่งลงข้างๆฉัน
“แล้ววันนี้มึงไม่ไปไหนหรือไง” ฉันถามมัน
“จะให้กูไปไหนล่ะ”
“จะไปรู้มึงเหรอ” ก่อนหน้านี้เคยเห็นหน้ามันที่ไหนล่ะ
“มาแล้วเหรอบัว” เสียงไอ้พีทดังขึ้นจากข้างหลังทำให้ฉันไปมองก็เห็นว่ามันใส่แค่กางเกงยีนส์ออกมาคือก็รู้ไงว่าหุ่นดีแต่มึงมีแฟนแล้วจะมาอ่อยกูแบบนี้ไม่ได้
พรึ่บ
“มองอะไรนักหนา” สงสัยฉันจะมองนานเกินไปนักรบเลยจับหน้าฉันให้หันกลับมามองหน้ามันแทนแต่เดี๋ยวนะ ทำไมมันต้องเอาหน้ามาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วยล่ะ ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตราย
อันตรายกับหัวใจของฉัน
“โอ้ยยมีหวงกันด้วยเว้ย” เสียงของไอ้พีททำให้ฉันรีบขยับตัวออกมาเพื่อให้มีระยะห่างระหว่างกันก่อนที่ใจฉันมันจะกระเด้งหลุดออกมา
“ทำไมมึงไม่ใส่เสื้อออกมาวะ” นักรบถามเพราะอีนี่ใบ้กินไปแล้วจ้า
“ทำอย่างกับพวกมึงไม่เคยเห็นอ่ะ” ใช่ มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันเห็นมันถอดเสื้อแต่ไม่ว่ามันจะถอดกี่ครั้งก็ยังอดชื่นชมในความหุ่นดีของมันไม่ได้นี่ฉันไม่ได้หื่นนะ ไม่เลยยย
“อ้าวนั่งเงียบเลยเว้ย” ไอ้พีทแซวฉันที่นั่งเงียบอยู่ คือกำลังสงบสติอารมณ์อยู่ไงไม่ใช่เพราะเห็นซิกแพคไอ้พีทนะแต่มันเป็เพราะไอ้คนที่นั่งอยู่ข้างๆฉันมากกว่า
“เออแล้วจะไปไหนกันดี” ฉันชวนมันเปลี่ยนเื่ทันที
“ไปดูหนังป่ะ่นี้หนังใหม่เข้าเยอะเลย” ไอ้พีทเสนอ
“ก็ดี กูยังไงก็ได้” ฉันตอบ
“แล้วมึงอ่ะไอ้รบไปป่ะ” มันถามนักรบ
“ไปดิ” มันตอบก่อนจะมองมาที่ฉันแล้วทำหน้าหงุดหงิด แล้มันจะมาหงุดหงิดอะไรฉันอ่ะยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยนะ อะไรของมันวะ
ห้างG
พวกเราทั้งสามคนเลือกมาที่ห้างGเพราะว่าใกล้กลับคอนโดไอ้พีทมากที่สุดพอเลือกหนังที่จะดูได้แล้วพวกเราก็มาหาไรกินกันก่อนเพราะกว่าจะถึงเวลาที่หนังฉายก็เกือบชั่วโมง
“จะกินอะไรกันอ่ะ” ฉันถามไอ้สองหน่อ
“แล้วแต่มึงอ่ะ” พีท
“อะไรก็ได้” นักรบ
ช่วยกูคิดได้มากเลยมั้งปัญหาระดับชาติจริงๆ
“งั้นยาโยอินี่แหละ” เพราะอยู่หน้าร้านพอดีฉันจึงตัดปัญหาด้วยการเลือกร้านนี้เลย ี้เีคิดละ
เราเข้าไปเลือกที่นั่งแล้วสั่งอาหารระหว่างรอฉันก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา
“เดี๋ยวนี้มึงไม่ไปหาแพรวแล้วเหรอ” อยู่ๆไอ้พีทก็ถามคำถามที่ทำให้ฉันชะงักไปแต่ก็ทำเป็สนใจสิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์ต่อทั้งที่ความจริงแล้วฉันกำลังจดจ่ออยู่กับคำตอบของนักรบ
“อืมไม่ค่อยได้คุยกันแล้ว” คำตอบของนักรบทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองมันและพบว่ามันเองก็มองฉันอยู่ก่อนแล้วฉันจึงรีบก้มหน้ามามองโทรศัพท์ดังเดิมไม่รู้ทำไม่นี้ถึงสบตากับมันได้ไม่เกินสามวิเลย
“แล้วทำไมถึงกลับไปคุยกันได้วะ” ไอ้พีทยังคงถามต่อ ซึ่งก็เป็คำถามที่ฉันอยากจะรู้เหมือนกัน
“แพรวทักกูมาก่อน”
“แล้วมึงกลับไปคบกันเหรอ”
“กู...”
“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ”
แม่งงงงอะไรจะมาได้ตรงเวลาขนาดนี้ กำลังลุ้นเลยนั่นเป็คำถามที่ฉันอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้เลยนะเว้ย ด่าพนักงานได้มั้ยเนี่ยยยยย
“ทานให้อร่อยนะคะ” ยัง ยังมีหน้ามาบอกอีกกก ไม่อร่อยก็เพราะเธอเนี่ยแหละ หงุดหงิดดด
“เป็ไรบัวทำหน้าอย่างกับคนปวดขี้” ไอ้พีทถามขึ้นแต่กูหงิดหงิดเว้ย ไม่ได้ปวดขี้
“เปล่า” ฉันตอบ
“เออๆแล้วตกลงมึงได้กลับไปคบกับแพรวป่ะ” อีพีทถามขึ้นอีกรอบคราวนี้คงไม่มีอะไรมาขัดแล้วใช่ไหม
ฉันทำเป็ตั้งตาตั้งกินราวกับคนหิวโซมาหลายวันทั้งที่สองหูก็ตั้งใจฟังคำตอบของมันอย่างลุ้นๆลุ้นยิ่งกว่าตอนดูผลสอบอีกมั้งเนี่ย
“เปล่าอ่ะกูไม่ได้รู้สึกกับแพรวเหมือนเดิมแล้วว่ะ”
“เฮ้ออ” โล่งอก ฉันนึกว่ามันจะกลับไปคบกับแฟนเก่าเสียอีก
“มึงเป็ไรวะบัวถอนหายใจซะแรงเชียว”
เฮือก!!!
ชิบหายแล้วไงลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ฉันทำอะไรลงไปเนี่ยย จะแก้ตัวยังไงดีล่ะ
“อะ เอ่อ คือกู...” อะไรดีล่ะ ฉันเงยหน้าไปมองมันสองคนที่มองฉันอย่างสงสัยอย่ากดดันเราทางสายตาได้มั้ยอ่ะ เราทำตัวไม่ถูก
“คือกูปวดฉี่อ่ะไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันบอกรัวๆก่อนจะลุกไปห้องน้ำทันทีเพราะไม่รู้จะแถอะไรออกไปดี
“อะไรของมันวะ” เสียงไอ้พีทดังตามหลังมา
ฉันใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำสักพักก่อนจะออกมาแล้วภาวนาขอให้มันลืมเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วยแล้วพวกมันก็ไม่ได้พูดถึงจริงๆ ฉันจึงทานอาหารได้อย่างมีความสุข โฮะๆ
หลังจากที่เราทานอาหารเสร็จก็เดินย่อยกันสักพักก็ถึงเวลาที่หนังเริ่มฉายพอดี
“พวกมึงเข้าไปกันก่อนเลยกูคุยโทรศัพท์แปป” ไอ้พีทขอตัวไปคุยโทรศัพท์เมื่อมีคนโทรเข้ามาตอนที่เราจะเข้าไปในโรงหนังพอดี
ฉันพยักหน้าให้มันก่อนจะเดินตามนักรบเข้าไปแล้วนั่งลงข้างๆมัน
ครืดครืด
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าไอ้พีทไลน์มา
Peet: กูอยู่ดูหนังไม่ได้แล้วว่ะ
Peet: กูต้องไปรับหลินที่สนามบิน
Peet: ดูหนังให้สนุก โทษที
Peet: กูกลับก่อนนะ
อ้าวไอ้เวรพีท หนีกลับแบบนี้ก็เท่ากับฉันต้องดูหนังกับนักรบสองคนอ่ะดิ
“มีไรเหรอ” นักรบถามฉัน คงจะเห็นฉันทำหน้าแปลกๆล่ะมั้ง
“ไอ้พีทมันขอกลับก่อนอ่ะจะไปรับหลิน” หลินก็คือแฟนมันนี่แหละเห็นมันบอกว่าไปเที่ยวกับครอบครัวไม่รู้ทำไมกลับมาเร็วจัง
“อืม” มันตอบพร้อมพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปสนใจหนังที่กำลังเริ่มส่วนฉันก็กระสับกระส่ายเพราะพอนั่งอยู่กับมันสองคนเลยมันรู้สึกแปลกๆคือทั้งแถวที่เราเลือกไม่มีใครเลยนอกจากพวกเราสามคนแต่ไอ้พีทก็กลับไปแล้วมันจึงเหลือแค่ฉันสองคนไงมันก็จะเกร็งๆหน่อยอ่ะ
ฉันสงบจิตสงบใจก่อนจะพิมพ์บอกไอ้พีทไปว่าไม่เป็ไรก่อนจะเรียกสติกลับมาให้สนใจหนังที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าคนที่อยู่ข้างๆ
พรึ่บ!
“อ๊ะ!” ฉันร้องออกมาอย่างใเมื่ออยู่ๆนักรบก็เอาหัวมาซบกับไหล่ฉันที่กำลังตั้งใจดูหนังอยู่
“รบ” ฉันเรียกมันเสียงเบาเพราะเดี๋ยวจะไปรบกวนคนอื่นแต่ก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะตอบรับหรือเอาหัวออกเลย
อย่าบอกนะว่ามันหลับ?
ฉันชะโงกไปดูมันใกล้เพราะว่ามันมืดทำให้ไม่ค่อยเห็นหน้ามันและก็พบว่ามันหลับจริงๆด้วยไม่รู้ว่าไปอดหลับอดนอนมาจากไหนถึงได้มาหลับคาโรงแบบนี้ฉันพยายามหายใจเข้าออกลึกๆเผื่อมันจะทำให้หัวใจของฉันมันกลับมาเต้นปกติเพราะมันเต้นแรงจนกลัวว่าจะทำให้คนที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมาได้ฉันยืดตัวนิดหน่อยเพื่อให้มันซบได้สบายขึ้นจะได้ไม่ปวดคอเวลาตื่นถึงฉันจะเมื่อยก็เถอะ
ก่อนหน้านี้ฉันอยากจะตัดใจจากมันนะแต่พอมันบอกว่าไม่ได้กลับไปคบกับแฟนเก่าก็โคตรดีใจเลย เหมือนได้ยกูเาออกจากอกหัวใจฉันเหมือนได้รับการรดน้ำให้มันกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้งฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ไม่รู้ว่าควรเดินหน้าหรือถอยหลังไม่รู้ว่านักรบมันจะรู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึกหรือเปล่าถ้าฉันบอกมันไปตรงๆสถานะของเราจะเป็ยังไง ฉันไม่รู้เลยจริงๆ
-TBC-